รถไฟฟ้าสายสีชมพู

รถไฟฟ้าโมโนเรล สายสีชมพู หรือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี เป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนรองในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งเหนือ ตลอดจนถึงพื้นที่ส่วนหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระบบขนส่งมวลชนทางราง ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดำเนินการโดย บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด โดยได้รับสัญญาสัมปทานในการดำเนินการตั้งแต่การก่อสร้างจนถึงการเปิดให้บริการจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ดำเนินการในรูปแบบรถไฟฟ้ายกระดับแบบรางเดี่ยว มีแนวเส้นทางเริ่มต้นที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี อันเป็นสถานีเชื่อมต่อกับ รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม จากนั้นมุ่งหน้าขึ้นไปทางห้าแยกปากเกร็ด แล้วมุ่งไปทางทิศตะวันออกตามแนวถนนแจ้งวัฒนะ และถนนรามอินทรา และสิ้นสุดทั้งเส้นทางที่สถานีมีนบุรี บริเวณแยกรามคำแหง-ร่มเกล้า ย่านมีนบุรี อันเป็นสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม ระยะทางรวมประมาณ 34–36 กิโลเมตร

รถไฟฟ้าโมโนเรล สายสีชมพู
NBM-Tiny logo (Official).svg
Mrt-pinkline-testing.jpg
รถไฟฟ้าสายสีชมพู
ข้อมูลทั่วไป
รูปแบบรางเดี่ยว
ระบบรถไฟฟ้ามหานคร
สถานะกำลังก่อสร้างและทดสอบระบบ
ที่ตั้งจังหวัดนนทบุรีและกรุงเทพมหานคร
ปลายทางสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี
สถานีมีนบุรี
จำนวนสถานี32
เว็บไซต์เว็บไซต์โครงการ
ธุรกิจระบบขนส่งมวลชน บีทีเอสกรุ๊ป
การดำเนินงาน
เปิดเมื่อ
  • ธันวาคม พ.ศ. 2565 (เปิดทดลองให้ประชาชนนั่งฟรีแบบเฉพาะกลุ่ม)
  • กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 (เดินรถเฟสแรก; สถานีมีนบุรี ถึง สถานีศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ)[1]
  • กรกฎาคม พ.ศ. 2566 (เปิดบริการครบทุกสถานี)[2]
  • พ.ศ. 2568 (เส้นทางแยก ศรีรัช-เมืองทองธานี)
เจ้าของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
ผู้ดำเนินงานบริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด
(กลุ่มบีทีเอส)
(สัญญาสัมปทานโครงการสิ้นสุด พ.ศ. 2594)
ขบวนรถอัลสตอม อินโนเวีย โมโนเรล 300 (4 ตู้ต่อขบวน)
ข้อมูลทางเทคนิค
ระยะทาง34.5 กิโลเมตร (21.4 ไมล์) (est.)
ระบบจ่ายไฟรางที่สาม
ความเร็ว80 km/h (50 mph)
แผนที่เส้นทาง

สีม่วง บางกระสอ
ศูนย์ราชการนนทบุรี MRT (Bangkok) Purple logo.svg Bangkok MRT Brown line unofficial logo.png
สีน้ำตาล จุฬาเกษม
สีม่วง กระทรวงสาธารณสุข
แคราย
สนามบินน้ำ
สามัคคี
วัดชลประทาน
แยกปากเกร็ด
เลี่ยงเมืองปากเกร็ด
แจ้งวัฒนะ - ปากเกร็ด 28
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
ทะเลสาบเมืองทองธานี
อิมแพคชาเลนเจอร์
เมืองทองธานี
อิมแพคลิงก์
แจ้งวัฒนะ 14
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ
โทรคมนาคมแห่งชาติ [3] [4]
สีแดงเข้ม ทุ่งสองห้อง – การเคหะ
แอร์พอร์ตลิงก์
หลักสี่ BSicon exTRAM.svg
ราชภัฎพระนคร
วัดพระศรีมหาธาตุ BTS-Logo.svg
สุขุมวิท พหลโยธิน 59 – ราบ 11
รามอินทรา 3
ลาดปลาเค้า
รามอินทรา กม.4
มัยลาภ
สีเทา นวลจันทร์
วัชรพล Bangkok MRT Grey line unofficial logo.png
รามอินทรา กม.6
คู้บอน
รามอินทรา กม.9
วงแหวนรามอินทรา
นพรัตน์
บางชัน
เศรษฐบุตรบำเพ็ญ
ตลาดมีนบุรี
สีส้ม เคหะรามคำแหง – สุวินทวงศ์
มีนบุรี MRT (Bangkok) Orange logo.svg
ศูนย์ซ่อมบำรุงมีนบุรี

เส้นทางสายนี้เกิดขึ้นครั้งแรกใน พ.ศ. 2537 โดยเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งมวลชนระบบรองที่ถูกบรรจุลงในแผนแม่บท แต่ในระยะแรกโครงการมีระยะทางรวมทั้งสิ้นเพียง 27 กิโลเมตร มีสถานีต้นทางอยู่ที่บริเวณแยกปากเกร็ด และได้ถูกนำออกไปเมื่อครั้งปรับปรุงแผนแม่บท พ.ศ. 2543 แต่ต่อมาได้มีนำกลับมาอีกครั้งใน พ.ศ. 2549 พร้อมขยายแนวเส้นทางมาตามแนวถนนติวานนท์ และย้ายต้นทางจากแยกปากเกร็ดมายังแยกแคราย เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรมที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี และใน พ.ศ. 2554 ได้มีการพิจารณายกระดับโครงการขึ้นมาเป็นรถไฟฟ้ารางหนัก เนื่องจากพิจารณาภาพรวมแล้วโครงการมีเส้นทางที่ยาวมาก และเหมาะสมกับความต้องการของประชาชนในเส้นทางดังกล่าว แต่แล้วสุดท้ายโครงการก็ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการในรูปแบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยวตลอดทั้งโครงการ เนื่องจากเหมาะสมกับพื้นที่มากกว่า

ปัจจุบัน โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู อยู่ในระหว่างการก่อสร้างตลอดจนถึงการทดสอบการเดินรถในบางช่วง คาดว่าจะเปิดให้บริการบางส่วนได้ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ก่อนเปิดให้บริการครบทั้งเส้นทางในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566[5][6]

ภาพรวมแก้ไข

รถไฟฟ้าสายสีชมพู เป็นระบบรถไฟฟ้าที่มีโครงสร้างเป็นทางยกระดับเหนือพื้นดินตลอดโครงการ ดำเนินการโดย บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด บริษัทร่วมค้าของกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ที่มี บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ได้รับสัมปทานโครงการในการร่วมทุนก่อสร้างและดำเนินการเชิงพาณิชย์ หรือ PPP-Net Cost ภายในกรอบระยะเวลา 33 ปี 3 เดือน จากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย มีแนวเส้นทางพาดผ่านพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งเหนือเป็นส่วนใหญ่ ตลอดจนพื้นที่บางส่วนของจังหวัดนนทบุรี เริ่มต้นเส้นทางจากบริเวณแยกแคราย อันเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม วิ่งไปทางทิศตะวันออกแล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นเหนือตามแนวถนนติวานนท์จนถึงบริเวณห้าแยกปากเกร็ด แนวเส้นทางจะมุ่งไปทางทิศตะวันออกตามแนวถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อผ่านทางพิเศษศรีรัช แนวเส้นทางจะแยกออกเป็นสองสาย โดยสายหลักจะมุ่งหน้าต่อเพื่อเข้าเขตกรุงเทพมหานครหลังพ้นแยกคลองประปา เมื่อพ้นวงเวียนหลักสี่ที่เป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท แนวเส้นทางจะยังคงมุ่งไปทางทิศตะวันออกตามแนวถนนรามอินทรา และถนนสีหบุรานุกิจจนถึงตลาดมีนบุรี แล้วเส้นทางจะเบี่ยงขวาลงไปหาถนนรามคำแหง เพื่อสิ้นสุดที่แยกรามคำแหง-ร่มเกล้า อันเป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม รวมระยะทาง 36 กิโลเมตร และอีกสายหนึ่งจะวิ่งย้อนกลับขึ้นไปทางปากเกร็ดก่อนเข้าสู่ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 39 หรือซอยเข้าศูนย์การประชุมอิมแพค เพื่อเข้าสู่ใจกลางเมืองทองธานีอันเป็นที่ตั้งของศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี รวมระยะทาง 3 กิโลเมตร

พื้นที่ที่เส้นทางระบบขนส่งมวลชนผ่านแก้ไข

ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด
บางกระสอ, ท่าทราย เมืองนนทบุรี นนทบุรี
บางตลาด, ปากเกร็ด, คลองเกลือ, บ้านใหม่ ปากเกร็ด
ทุ่งสองห้อง, ตลาดบางเขน หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
อนุสาวรีย์, ท่าแร้ง บางเขน
รามอินทรา, คันนายาว คันนายาว
มีนบุรี มีนบุรี

แนวเส้นทางแก้ไข

จุดต้นทางของโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูจะเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม ที่สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ถนนรัตนาธิเบศร์ แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านแยกแครายเข้าสู่ถนนติวานนท์ แนวเส้นทางจะวิ่งไปตามเกาะกลางถนนติวานนท์จนถึงห้าแยกปากเกร็ดแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งมีโครงการก่อสร้างสายแยกเข้าศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานีด้วย ผ่านทางแยกต่างระดับแจ้งวัฒนะ โดยลอดใต้จุดเชื่อมต่อระหว่างทางพิเศษศรีรัชและทางพิเศษอุดรรัถยา ข้ามคลองประปาเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ผ่านศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้มที่สถานีหลักสี่ลอดใต้ทางยกระดับอุตราภิมุข และเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท ที่สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ จากนั้นแนวเส้นทางจะวิ่งไปตามถนนรามอินทรา ผ่านข้ามทางพิเศษฉลองรัชบริเวณแยกวัชรพล ข้ามทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 หรือวงแหวนรอบนอกตะวันออกจนถึงทางแยกเมืองมีนแล้ววิ่งเข้าสู่เขตมีนบุรี ตามแนวถนนสีหบุรานุกิจ จนถึงสะพานข้ามคลองสามวา ก็จะเลี้ยวขวาข้ามคลองแสนแสบ และข้ามถนนรามคำแหง (สุขาภิบาล 3) มาสิ้นสุดสถานีปลายทางที่บริเวณใกล้แยกรามคำแหง-ร่มเกล้า ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อการเดินทางกับรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม โดยในอนาคตมีแผนศึกษาส่วนต่อขยายจากมีนบุรีไปยังย่านลาดกระบัง และเชื่อมต่อการเดินทางสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยใช้แนวถนนร่มเกล้า

รายชื่อสถานีแก้ไข

ชื่อและสีของสถานี รหัสสถานี จุดเปลี่ยนเส้นทาง วันที่เปิดให้บริการ
เส้นทางหลัก ศูนย์ราชการนนทบุรี-มีนบุรี
ศูนย์ราชการนนทบุรี PK01  สายฉลองรัชธรรม  สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี
 สายสีน้ำตาล  สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี (โครงการ)
กรกฎาคม พ.ศ. 2566
แคราย PK02
สนามบินน้ำ PK03
สามัคคี PK04
กรมชลประทาน PK05
แยกปากเกร็ด PK06  เรือด่วนเจ้าพระยา  ท่าเรือปากเกร็ด
เลี่ยงเมืองปากเกร็ด PK07
แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 PK08
ศรีรัช PK09
เมืองทองธานี PK10 สายแยกเมืองทองธานี-อิมแพค
แจ้งวัฒนะ 14 PK11
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ PK12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566
โทรคมนาคมแห่งชาติ PK13
หลักสี่ PK14  สายธานีรัถยา  สถานีหลักสี่
ราชภัฎพระนคร PK15
วัดพระศรีมหาธาตุ PK16  สายสุขุมวิท  (สถานีร่วม)
รามอินทรา 3 PK17
ลาดปลาเค้า PK18
รามอินทรา กม. 4 PK19
มัยลาภ PK20
วัชรพล PK21  สายสีเทา  สถานีวัชรพล (โครงการ)
รามอินทรา กม. 6 PK22
คู้บอน PK23
รามอินทรา กม. 9 PK24
วงแหวนรามอินทรา PK25
นพรัตน์ PK26
บางชัน PK27
เศรษฐบุตรบำเพ็ญ PK28
ตลาดมีนบุรี PK29
มีนบุรี PK30  สายสีส้ม  สถานีมีนบุรี (กำลังก่อสร้าง)
เส้นทางแยก เมืองทองธานี-อิมแพค
เมืองทองธานี PK10 สายหลักศูนย์ราชการนนทบุรี-มีนบุรี พ.ศ. 2568[7]
อิมแพ็คเมืองทองธานี MT01
ทะเลสาบเมืองทองธานี MT02

การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นแก้ไข

รหัสสถานี สถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู เชื่อมต่อกับ หมายเหตุ
PK01 สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี  สายฉลองรัชธรรม   สายสีน้ำตาล  สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี เชื่อมต่อด้วยสกายวอล์กจากสถานีของสายสีม่วงมายังสถานีสายสีชมพูซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าเอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ งามวงศ์วาน-แคราย
ในอนาคตยังมีแผนเชื่อมต่อกับอาคารเอนกประสงค์ที่เป็นที่ตั้งของสถานีสายสีน้ำตาล
PK14 สถานีหลักสี่  สายธานีรัถยา  สถานีหลักสี่ เชื่อมต่อด้วยสะพานลอยข้ามถนนวิภาวดีรังสิต
PK16 สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ  สายสุขุมวิท  สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ เป็นสถานีร่วมกับระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส
PK21 สถานีวัชรพล  สายสีเทา  สถานีวัชรพล
PK30 สถานีมีนบุรี  สายสีส้ม  สถานีมีนบุรี

เส้นทางคมนาคมทางน้ำแก้ไข

ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนเส้นทางไปยังเรือโดยสารต่างๆ ได้ที่สถานีดังต่อไปนี้

ทางเดินเข้าอาคารแก้ไข

ในบางสถานีผู้โดยสารสามารถเดินจากสถานีไปยังอาคารต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้ดังนี้

รูปแบบของโครงการแก้ไข

  • เป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว แบบวางคร่อมราง (straddle-beam monorail)
  • ทางวิ่ง ยกระดับที่ความสูง 17 เมตรตลอดทั้งโครงการ
  • คานรองรับทางวิ่ง (Guideway Beam) เป็นคอนกรีตหล่อสำเร็จ ควบคู่กับการใช้เหล็กหล่อในบางช่วง มีความกว้าง 69 เซนติเมตร สูง 2 เมตร มีรางที่ 3 ตีขนานไปกับรางวิ่งสำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับตัวรถ
  • ตัวรถเป็นรถปรับอากาศขนาดกว้าง 3.147 เมตร ยาว 11.8-13.2 เมตร สูงประมาณ 4.06 เมตร (เมื่อคร่อมรางทั้งหมด) ความจุ 356 คนต่อตู้ (คำนวณจากอัตราความหนาแน่นที่ 4 คน/ตารางเมตร) ต่อพ่วงได้ 4-7 คันต่อขบวน ขบวนรถสามารถขับเคลื่อนจากจุดจอดแต่ละสถานีได้เองโดยไม่ต้องใช้คนควบคุมหรือสั่งการ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 15,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง
  • ใช้ระบบอาณัติสัญญาณเดินรถด้วยระบบอัตโนมัติจากศูนย์ควบคุมการเดินรถ และใช้ระบบเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติเช่นเดียวกับรถไฟฟ้าบีทีเอส

ศูนย์ซ่อมบำรุงและศูนย์ควบคุมการเดินรถแก้ไข

โครงการมีศูนย์ซ่อมบำรุงและศูนย์ควบคุมการเดินรถตั้งอยู่บริเวณถนนร่มเกล้า ใกล้กับแยกรามคำแหง-ร่มเกล้า

สิ่งอำนวยความสะดวกแก้ไข

มีอาคารจอดแล้วจร (park and ride) ที่สถานีปลายทาง (มีนบุรี) ซึ่งเป็นสถานีเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม สามารถจอดรถได้สูงสุด 3,000 คัน

สถานีแก้ไข

 
สถานีตลาดมีนบุรี

มีสถานีทั้งหมด 32 สถานี เป็นสถานียกระดับทั้งหมด

รูปแบบสถานี

ตัวสถานีมีความยาว 150 เมตร ออกแบบให้รองรับขบวนรถไฟฟ้าได้สูงสุด 7 ตู้ต่อหนึ่งขบวน โดยมีรูปแบบชานชาลาถึงสี่รูปแบบในโครงการเดียว ดังต่อไปนี้

  • ชานชาลาด้านข้าง ความสูง 3 ชั้น เป็นรูปแบบสถานีและชานชาลาพื้นฐานของโครงการ มีทั้งหมด 26 สถานี (รวมสถานีส่วนต่อขยาย)
  • ชานชาลาด้านข้าง ความสูง 2 ชั้น เป็นรูปแบบสถานีและชานชาลาที่ลดความสูงเพื่อหลบหลีกรางรถไฟฟ้า หรือสิ่งกีดขวาง มีทั้งหมด 2 สถานี ได้แก่ สถานีหลักสี่ และสถานีมีนบุรี
  • ชานชาลาเกาะกลาง ความสูง 2 ชั้น เป็นรูปแบบสถานีและชานชาลาขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้รองรับผู้โดยสารได้เป็นจำนวนมาก มีทั้งหมด 2 สถานี ได้แก่ สถานีอิมแพคชาเลนเจอร์ และสถานีทะเลสาบเมืองทองธานี
  • ชานชาลาด้านข้างผสมเกาะกลาง ความสูง 3 ชั้น เป็นรูปแบบสถานีและชานชาลาขนาดใหญ่เพื่อรองรับการเปลี่ยนสายระหว่างสายหลักและสายรอง มีทั้งหมด 1 สถานี ได้แก่ สถานีเมืองทองธานี
  • ชานชาลาด้านข้าง แบบแยกอาคาร ความสูง 2 ชั้น เป็นรูปแบบสถานีและชานชาลาที่ลดความสูงเพื่อหลบหลีกรางรถไฟฟ้า และสิ่งกีดขวาง มีทั้งหมด 1 สถานี ได้แก่ สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ

ตัวสถานีออกแบบให้มีประตูกั้นชานชาลาแบบครึ่งความสูง (Half-height) ทุกสถานี หลบเลี่ยงสาธารณูปโภคทั้งบนดินและใต้ดิน รวมถึงออกแบบให้รักษาสภาพผิวจราจรบนถนนให้ได้มากที่สุด และมีเสายึดสถานีอยู่บริเวณเกาะกลางถนน และบริเวณพื้นที่ว่างในบางสถานี

ขบวนรถไฟฟ้าแก้ไข

รถไฟฟ้าโมโนเรล สายสีชมพู เลือกใช้รถไฟฟ้ารุ่น อินโนเวีย โมโนเรล 300 จากอัลสตอม (บอมบาร์ดิเอร์ เดิม) ผลิตโดยซีอาร์อาร์ซี ผู่เจิ้น อัลสตอม ทรานสปอร์เทชัน ซิสเท็ม (CRRC-PATS) ในมณฑลอานฮุย ประเทศจีน ขนาดกว้าง 3.147 เมตร ยาว 11.8-13.2 เมตร สูง 4.06 เมตร (เมื่อคร่อมรางทั้งหมด) จุผู้โดยสารสูงสุด 356 คนต่อตู้ (คำนวณจากอัตราความหนาแน่นที่ 4 คน/ตารางเมตร) มีทั้งหมด 42 ขบวน 168 ตู้ รับไฟฟ้ากระแสตรง 750 โวลท์ จากรางที่ 3 ที่ติดตั้งด้านข้างคานรองรับทางวิ่งเพื่อป้อนระบบขับเคลื่อนรถ ตัวยางล้อใช้ยางรุ่น เอ็กซ์ เมโทร จากมิชลิน ประเทศไทย สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 15,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง ในอนาคตสามารถเพิ่มจำนวนตู้โดยสารเป็น 7 ตู้ต่อขบวน สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 28,000 คนต่อชั่วโมงต่อทิศทาง ขบวนรถสามารถขับเคลื่อนจากจุดจอดแต่ละสถานีได้เองโดยไม่ต้องใช้คนควบคุมหรือสั่งการ

ระบบในการเดินรถแก้ไข

ในการเดินรถไฟฟ้าได้นำระบบอาณัติสัญญาณ CITYFLO 650 ซึ่งเป็นระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการควบคุมการเดินรถโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การบริการมีประสิทธิภาพ, สะดวกรวดเร็ว, ปลอดภัยสูงสุด และรองรับการเดินรถไฟฟ้าแบบไม่ใช่คนควบคุมขบวนรถ (Driverless Operation)

การให้บริการแก้ไข

การดำเนินการแก้ไข

รถไฟฟ้าสายสีชมพูใช้วิธีการมอบสัมปทานทั้งโครงการให้เป็นของเอกชนรายเดียวที่เสนอขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลต่ำที่สุด โดยสัมปทานเป็นของ บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (Northern Bangkok Monorail; NBM) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนโดยกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ ซึ่งประกอบด้วย บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เดิม) ระยะเวลาสัมปทาน 33 ปี 3 เดือน แบ่งเป็นระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือน (39 เดือน) และดำเนินการงานเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุง 30 ปี โดยแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบคือ ซิโน-ไทย เป็นผู้ดำเนินการงานโยธาทั้งหมดของโครงการ รวมถึงเป็นผู้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการก่อสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรลจากอัลสตอม และได้จดสิทธิบัตรเป็นของบริษัทฯ ใน พ.ศ. 2562 ราช กรุ๊ป เป็นผู้สนับสนุนการติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในโครงการ และบีทีเอส กรุ๊ป เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในโครงการสูงสุด เป็นผู้ติดตั้งงานระบบที่เกี่ยวข้อง และเป็นผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าแต่เพียงผู้เดียว โดยเอ็นบีเอ็มใช้วิธีการว่าจ้างให้ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี เป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าทั้งระบบตลอดอายุสัญญา ในส่วนของการพัฒนาและบริหารพื้นที่บนสถานีและป้ายโฆษณาบนสถานีและบนตัวรถ เป็นกรรมสิทธิ์ของ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) ตลอดอายุสัญญาสัมปทานเช่นกัน

ส่วนต่อขยายแก้ไข

รถไฟฟ้าสายสีชมพูมีแผนต่อขยายสายทางจากสถานีเมืองทองธานี เป็นสายแยกเข้าสู่เมืองทองธานีในชื่อ "อิมแพ็คลิงก์" ซึ่งเป็นข้อเสนอพิเศษจากกิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ โดยเส้นทางจะเริ่มจากสถานีเมืองทองธานี วิ่งเข้าสู่ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 39 (ซอยเข้าศูนย์ประชุมอิมแพ็ค) ใต้ทางพิเศษอุดรรัถยา ไปจนสุดพื้นที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระยะทาง 3.7 กิโลเมตร มีสถานีทั้งสิ้น 2 สถานี คือ สถานีอิมแพ็คชาเลนเจอร์ และสถานีทะเลสาบเมืองทองธานี

นอกจากนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ยังได้ทำการศึกษาเส้นทางเดินรถเพิ่มเติมอีก 2 ส่วนเพื่อเสนอให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. บรรจุลงในแผนแม่บทโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะที่สอง (M-Map Phase 2) โดยเส้นทางส่วนต่อขยายที่ได้ศึกษา ส่วนแรกจะต่อขยายจากปลายสายทางบริเวณภายในศูนย์ซ่อมบำรุงออกมายังถนนร่มเกล้าตามแบบที่กิจการร่วมค้าบีเอสอาร์ได้สร้างเตรียมไว้ให้ แล้วมุ่งหน้าต่อบนถนนร่มเกล้า ตัดผ่านถนนเจ้าคุณทหาร ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ - ชลบุรี) ถนนลาดกระบัง และไปสิ้นสุดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณอาคารรถโดยสาร (Bus Terminal) ระยะทาง 8.7 กิโลเมตร มีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเพื่อให้ผู้โดยสารจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สามารถเดินทางเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครตอนเหนือได้อย่างรวดเร็ว และส่วนที่ 2 จะเป็นส่วนต่อขยายของสายแยกอิมแพ็คลิงก์ จากปลายทางบริเวณสถานีทะเลสาบเมืองทองธานี ไปตามแนวซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 39 เพื่อสิ้นสุดที่ปากทางถนนติวานนท์ ระยะทาง 2.1 กิโลเมตร มีจุดมุ่งหมายเพื่อเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีชมพูเข้าสู่ถนนติวานนท์ ตลอดจนภายในบริเวณซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 39 ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนที่ประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข