รถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง

โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมือง

โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) (อังกฤษ: The S.R.T. Red Line Mass Transit System Project) หรือ รถไฟฟ้าสายสีแดง เป็นระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลตลอดจนพื้นที่ต่อเนื่องคือ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดราชบุรี ดำเนินการโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่อเนื่อง มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกระดับคุณภาพในการให้บริการของรถไฟชานเมืองซึ่งทำหน้าที่ในการบริการขนส่งผู้โดยสารที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชานเมืองตลอดจนพื้นที่ต่อเนื่องสามารถเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพมหานครได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบรางที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และยังเป็นการป้อนผู้โดยสารเข้าสู่โครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนอื่นในเขตกรุงเทพมหานครอันได้แก่ รถไฟฟ้ามหานคร ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รถไฟฟ้าบีทีเอส ของ กรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือแม้กระทั่งรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)
SRTRedline 1000series WiteePhotography. For wikipedia.jpg
ข้อมูลทั่วไป
เจ้าของการรถไฟแห่งประเทศไทย
ที่ตั้งกรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี
ประเภทรถไฟชานเมือง
จำนวนสาย2
จำนวนสถานี13
การให้บริการ
เริ่มดำเนินงาน2 สิงหาคม พ.ศ. 2564
ผู้ดำเนินงานรอเอกชนเข้าร่วมประมูล
ข้อมูลทางเทคนิค
ระยะทาง37.6 กิโลเมตร
รางกว้าง1,000 mm (3 ft 3 38 in) มีเตอร์เกจ
การจ่ายไฟฟ้า25 kV AC จ่ายไฟเหนือหัว

โครงการประกอบด้วยสองเส้นทางหลักตามแกนกลางของกรุงเทพมหานคร คือสายสีแดงเข้ม (เหนือ-ใต้) วิ่งระหว่างสถานีธรรมศาสตร์รังสิต - สถานีหัวลำโพง และสายสีแดงอ่อน (ตะวันออก-ตะวันตก) วิ่งระหว่างสถานีศาลายา - สถานีหัวหมาก โดยมีสถานีตลิ่งชันทำหน้าที่เป็นสถานีชุมทางแยกสายระหว่างสายหลักกับสายแยกเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลศิริราช ทั้งสองสายมีจุดเชื่อมต่อซึ่งเป็นสถานีหลักของโครงการคือสถานีกลางบางซื่อ

ปัจจุบัน รถไฟฟ้าสายสีแดงได้มีการก่อสร้างในส่วนแรก (สายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน) แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2554 และส่วนที่สอง (สายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-รังสิต) รวมถึงอาคารสถานีกลางบางซื่อ ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2562 เริ่มเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564 และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ว่าจ้างให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เป็นผู้ให้บริการชั่วคราวจนกว่าจะได้เอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการใน พ.ศ. 2565 และอยู่ในระหว่างการเตรียมการก่อสร้างโครงการในส่วนที่สาม (สายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา และตลิ่งชัน-ศิริราช และสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-ธรรมศาสตร์รังสิต) เพิ่มเติมรวมถึงสถานีในอนาคตอีกสามแห่งเพื่อขยายเส้นทางให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ประวัติแก้ไข

ดูเพิ่มเติมที่: โครงการโฮปเวลล์

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เป็นระบบรถไฟฟ้าที่ดำเนินการแยกต่างหากจากรถไฟฟ้ามหานคร และ รถไฟฟ้าบีทีเอส โดยมีจุดเริ่มต้นจากความล้มเหลวของโครงการโฮปเวลล์ที่ไม่ดำเนินการตามแผนจนนำไปสู่การบอกเลิกสัญญาสัมปทานกับ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) ในเครือ โฮปเวลล์โฮลดิ้ง เมื่อ พ.ศ. 2541 รัฐบาลไทยได้นำเอาความล้มเหลวครั้งนี้ไปพัฒนาเป็นแผนแม่บทฉบับใหม่ (URMAP) และยกระดับโครงการโฮปเวลล์ขึ้นมาเป็นรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ในช่วงแรกประกอบไปด้วยสองเส้นทางคือ สายสีแดงอ่อน ตลิ่งชัน - หนองงูเห่า (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) และสายสีแดงเข้ม รังสิต - มหาชัย แต่จากความล่าช้าในการดำเนินงานรวมถึงการฟ้องร้องคดีความระหว่างโฮปเวลล์และการรถไฟแห่งประเทศไทย ทำให้รัฐบาลตัดสินใจดึงบางส่วนของโครงการสายสีแดงอ่อนอันได้แก่ ช่วงพญาไท-หนองงูเห่า ออกมาก่อสร้างแยกต่างหากก่อนจนกลายเป็นระบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิใน พ.ศ. 2553 และการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ใช้โครงการนี้เป็นต้นแบบในการพัฒนาโครงการสายสีแดงในเวลาต่อมา

ต่อมาใน พ.ศ. 2552 ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับเงินกู้สำหรับพัฒนาโครงการ 2.4 หมื่นล้านบาท จากรัฐบาลญี่ปุ่น สำหรับการก่อสร้างโครงการนี้ระยะทาง 67 กิโลเมตร[1][2] จึงได้เริ่มการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงทั้งสองช่วง ได้แก่ ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่ได้รับการอนุมัติก่อสร้างทันทีใน พ.ศ. 2552 และช่วงบางซื่อ-รังสิต รวมถึงตัวอาคารสถานีกลางได้รับการอนุมัติในปี พ.ศ. 2553 แต่เกิดการล่าช้าเนื่องจากข้อพิพาททางสัญญาที่ซับซ้อน 2.5 ปี ทำให้เริ่มต้นก่อสร้างในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2556 หลังจากเซ็นสัญญาใหม่ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2556[3] ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี

แต่ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2556 โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จแค่ร้อยละ 3 เท่านั้นและล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้หลายเดือน เนื่องจากเกิดเหตุโครงสร้างโฮปเวลล์ถล่มในพื้นที่ จึงต้องใช้เวลาไปกับการรื้อถอนเสาตอม่อโฮปเวลล์[4] ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2557 รฟท. ได้ขอเงินเพิ่มอีก 8.14 พันล้านบาท เพื่อปรับเปลี่ยนโครงการรถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดงเข้มจาก 3 รางเป็น 4 รางแทน และออกแบบสถานีใหม่ทั้งหมด และออกแบบสถานีบางซื่อใหม่มีชานชาลาที่ยาวขึ้น เพื่อรองรับรถไฟความเร็วสูงในอนาคต[5] โดยจำนวนเงิน 8.14 พันล้านบาทนั้น แบ่งเป็น สัญญาที่ 1 มูลค่า 4.32 พันล้านบาท (ปรับเปลี่ยนให้สถานีบางซื่อรองรับรถไฟความเร็วสูง), สัญญาที่ 2 มูลค่า 3.35 พันล้านบาท (รางที่ 4 และการออกแบบสถานีใหม่) และ สัญญาที่ 3 มูลค่า 473 ล้านบาท จึงทำให้เป็นที่น่าสังเกตว่างบประมาณสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มระยะที่ 1 ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความล่าช้าจำนวนมากและการออกแบบใหม่เพิ่มเติม จากเดิม 5.989 หมื่นล้านบาทในปี 2550 เป็น 7.555 หมื่นล้านบาทในปี 2552 และเป็น 8.038 หมื่นล้านบาทในปี 2555 ส่วนเงินที่ขอเพิ่มเติม 8.14 พันล้านบาท ทำให้งบประมาณปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 8.852 หมื่นล้านบาท

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2559 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติส่วนต่อขยายแรกทางด้านทิศใต้ของโครงการ ตั้งแต่ บางซื่อ ถึง หัวลำโพง อย่างไรก็ตามส่วนต่อขยายด้านเหนือ ระยะทาง 10 กม. จำนวน 4 สถานี จากรังสิตไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะสร้างขึ้นก่อนและคาดว่าจะประมูลได้ภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2561[6] แต่เกิดการล่าช้า ทำให้การเสนอราคาเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2562[7] อย่างไรก็ตาม การประกวดราคายังล่าช้าออกไปอีกจนถึงปี พ.ศ. 2564 เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ร้องขอให้กรมรางตรวจสอบการดำเนินการประกวดราคาแบบ PPP สำหรับส่วนต่อขยายนี้[8]

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 รฟท. ได้ยื่นแผนเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 โดยกำหนดอัตราค่าโดยสารที่ 15-50 บาท สำหรับสายสีแดงเข้ม และ 15-38 บาท สำหรับสายสีแดงอ่อน โดยรวมค่าโดยสารสถานีในอนาคต 2 สถานีไว้ด้วย ก่อนได้รับการท้วงติงให้ปรับลดค่าโดยสารลงมาเหลือ 14-42 บาท เท่าโครงการรถไฟฟ้ามหานคร[9]

รูปแบบโครงการแก้ไข

เป็นระบบขนส่งมวลชนทางราง ที่มีรูปแบบการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน ได้แก่ ขบวนรถไฟทางไกล รถชานเมือง และรถสินค้า ที่ลากจูงด้วยหัวรถจักรดีเซล เดินรถร่วมกับระบบรถไฟฟ้าชานเมือง โดยติดตั้งระบบการป้องกันขบวนรถอัตโนมัติ (Automatic Train Protection – ATP) เพิ่มเติมเพื่อให้ขบวนรถทั้งสองระบบเดินรถร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

เส้นทางแก้ไข

โครงการระบบรถไฟชานเมือง ประกอบด้วย 2 สายสำคัญตามแกนกลางกรุงเทพมหานคร คือ รถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดงเข้ม เป็นเส้นทางแนวเหนือ-ใต้ มีระยะทาง จำนวน 22.6 กิโลเมตร และรถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดงอ่อน มีระยะทางจำนวน 14.67 กิโลเมตร ในช่วงเริ่มแรก มีสถานีทั้งหมด 13 สถานี (นับรวมสถานีกลางบางซื่อที่เป็นสถานีร่วม 1 สถานี ไม่รวมสถานีในอนาคต 2 สถานี) รวมระยะทางทั้งสิ้น 37.60 กิโลเมตร

เส้นทาง เปิดให้บริการ ต่อขยายล่าสุด สถานีปลายทาง ระยะทาง (กิโลเมตร) จำนวนสถานี
 สายสีแดงเข้ม  2564 - สถานีกลางบางซื่อ
(เขตบางซื่อ)
รังสิต
(อำเภอธัญบุรี)
22.60 กิโลเมตร 10
 สายสีแดงอ่อน  2564 - สถานีกลางบางซื่อ
(เขตบางซื่อ)
ตลิ่งชัน
(เขตตลิ่งชัน)
15 กิโลเมตร 4
รวม 37.60 กิโลเมตร 13

ส่วนต่อขยายแก้ไข

โครงการระบบรถไฟชานเมือง สายสีแดง เป็นโครงการที่ออกแบบเพื่อทดแทนระบบรถไฟชานเมืองเดิม และยังเป็นโครงการเสริมเพื่อยกระดับทางรถไฟปัจจุบันจากทางเดี่ยวเป็นทางคู่ ซึ่งเป็นการยกระดับทางรถไฟทั่วประเทศครั้งใหญ่ โดยอิงตามแผนแม่บทโครงการระบบรถไฟชานเมือง ทั้งสองเส้นทางมีแผนก่อสร้างส่วนต่อขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

สายสีแดงเข้มแก้ไข

ส่วนต่อขยายด้านเหนือ

ส่วนต่อขยายด้านเหนือประกอบไปด้วยสองช่วง ดังนี้

ส่วนต่อขยายด้านใต้

ส่วนต่อขยายด้านใต้ประกอบไปด้วยสามช่วง ดังนี้

สายสีแดงอ่อนแก้ไข

ส่วนต่อขยายด้านตะวันตก

ส่วนต่อขยายด้านตะวันตกประกอบไปด้วยสามช่วง สองเส้นทางแยก ดังนี้

ส่วนต่อขยายด้านตะวันออก

ส่วนต่อขยายด้านตะวันออกประกอบไปด้วยสี่ช่วง สองเส้นทางแยก โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟเชื่อม 3 ท่าเรือ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความจุทางรถไฟช่วง หัวหมาก - ฉะเชิงเทรา - ศรีราชา ดังนี้

การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นแก้ไข

รถไฟทางไกลแก้ไข

รหัสสถานี สถานีรถไฟฟ้าชานเมือง สถานีรถไฟทางไกล หมายเหตุ
จุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีที่เปิดให้บริการแล้ว
  RN01

  RS01
  RW01

  RE01

สถานีกลางบางซื่อ  รฟท. เหนือ 
 รฟท. ตะวันออกเฉียงเหนือ 
 รฟท. ใต้ 
 รฟท. ตะวันออก 
 รฟท. สุพรรณบุรี 
  RN08 สถานีดอนเมือง  รฟท. เหนือ 
 รฟท. ตะวันออกเฉียงเหนือ 
  RN10 สถานีรังสิต  รฟท. เหนือ 
 รฟท. ตะวันออกเฉียงเหนือ 
  RW05 สถานีบางบำหรุ  รฟท. ใต้ 
 รฟท. สุพรรณบุรี 
  RW06 สถานีตลิ่งชัน  รฟท. ใต้ 
 รฟท. สุพรรณบุรี 
 รฟท. มรณะ 

รถไฟฟ้ามหานครแก้ไข

รหัสสถานี สถานีรถไฟฟ้าชานเมือง สถานีรถไฟฟ้ามหานคร หมายเหตุ
จุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีที่เปิดให้บริการแล้ว
  RN01
  RS01
  RW01
  RE01
สถานีกลางบางซื่อ  สายเฉลิมรัชมงคล  : สถานีบางซื่อ เชื่อมโดยตรงกับสถานีกลางบางซื่อ
  RW02 สถานีบางซ่อน  สายฉลองรัชธรรม  : สถานีบางซ่อน เชื่อมต่อโดยตรง
จุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีในอนาคต
  RS07 สถานีหัวลำโพง  สายเฉลิมรัชมงคล  : สถานีหัวลำโพง เชื่อมโดยตรง
  RS09 สถานีวงเวียนใหญ่  สายฉลองรัชธรรม  : สถานีวงเวียนใหญ่ เชื่อมโดยตรง
  RWS02 สถานีบางขุนนนท์  สายเฉลิมรัชมงคล  : สถานีบางขุนนนท์
 สายสีส้ม  : สถานีบางขุนนนท์
  RWS03 สถานีศิริราช  สายสีส้ม  : สถานีศิริราช
  RE06 สถานีมักกะสัน  สายเฉลิมรัชมงคล  : สถานีเพชรบุรี

รถไฟฟ้าบีทีเอสแก้ไข

รหัสสถานี สถานีรถไฟฟ้าชานเมือง สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส หมายเหตุ
จุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีในอนาคต
  RS05 สถานียศเส  สายสีลม  : สถานียศเส เชื่อมโดยตรง
  RS09 สถานีวงเวียนใหญ่  สายสีลม  : สถานีวงเวียนใหญ่ เชื่อมด้วยทางเดินใต้ดินของรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม ระยะทางประมาณ 210 เมตร
  RS11 สถานีวุฒากาศ  สายสีลม  : สถานีวุฒากาศ
  RW06 สถานีตลิ่งชัน  สายสีลม  : สถานีตลิ่งชัน
  RE03 สถานีพญาไท  สายสุขุมวิท  : สถานีพญาไท
  RES01 สถานีเพลินจิต  สายสุขุมวิท  : สถานีเพลินจิต

การให้บริการแก้ไข

ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าแก้ไข

ในคราวการประชุมร่วมระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. เพื่อขออนุมัติโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ช่วงพญาไท - บางซื่อ - ดอนเมือง เมื่อ พ.ศ. 2559 คนร. ได้มีการพิจารณาเรื่องบทบาทการให้บริการระบบขนส่งมวลชนของการรถไฟแห่งประเทศไทยใหม่ โดย คนร. ลงมติให้ ร.ฟ.ท. เปิดประมูลหาเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนและดำเนินโครงการทั้งส่วนของรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในขณะนั้น และโครงการรถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง ภายใต้กรอบการลงทุนแบบหุ้นส่วนมหาชน-เอกชน (Public-Private Partnership) ตามแต่เห็นสมควร อย่างไรก็ตาม ร.ฟ.ท. ได้ยื่นเรื่องขอทบทวนมติด้วยการขอรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงกลับมาบริหารเอง คนร. จึงมีมติให้ ร.ฟ.ท. จัดตั้งบริษัทเดินรถไฟฟ้าแห่งใหม่เพื่อขึ้นมาดำเนินการทดแทน โดยมีเงื่อนไขให้กระทรวงคมนาคมทำการประเมินตัวชี้วัดสมรรถนะหลัก (Key Performance Indicator: KPI) ของโครงการในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันเปิดให้บริการ หากบริษัทดังกล่าวไม่สามารถดำเนินโครงการได้ตามแผน หรือเกิดกรณีแบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขึ้น ร.ฟ.ท. จะต้องเปิดประมูลโครงการหาเอกชนเข้ามาดำเนินการทันทีโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

โดย ร.ฟ.ท. ได้ยื่นเรื่องขอปรับสถานะของ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ใหม่ โดยปรับสถานะให้เป็นรัฐวิสาหกิจที่ถือหุ้นโดยกระทรวงการคลัง เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทจาก 140 ล้านบาทเป็น 3,000 ล้านบาท พร้อมทั้งของบประมาณในการส่งเจ้าหน้าที่เข้าฝึกอบรมการใช้เครื่องกล และการเดินรถไฟฟ้า ณ​ ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากระบบอาณัติสัญญาณและระบบรถไฟฟ้าที่นำมาใช้งานเป็นระบบใหม่ที่ไม่เคยใช้งานในประเทศไทยมาก่อน จึงต้องมีการเรียนรู้ระบบเพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้า[10] และต่อมา ร.ฟ.ท. ได้อนุมัติสัญญาสัมปทานโครงการให้กับ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. เป็นระยะเวลา 30 ปี พร้อมทั้งโอนระบบรถไฟฟ้าที่เป็นผลสำเร็จจากสัญญาที่ 3 ให้เป็นทรัพย์สินของ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. โดยตรง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารให้กับ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. อันจะส่งผลให้สามารถบริหารโครงการได้เต็มที่กว่าครั้งที่บริหารรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพราะ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. มีรายได้เป็นของตัวเอง และการดำเนินการไม่จำเป็นต้องเปิดประมูลตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เสมือนว่า รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. มีสถานะบริษัทเทียบเท่า การบินไทย ที่สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

อย่างไรก็ดีในสมัย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นิรุฒ มณีพันธ์ เป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการทบทวนบทบาทการให้บริการของ ร.ฟ.ท.​ และรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ใหม่ โดยลงมติให้ ร.ฟ.ท. ต้องเปิดประมูลหาเอกชนเข้ามาดำเนินการแทน รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. เนื่องมาจากความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม การก่อสร้างส่วนต่อขยายเพื่อขยายเส้นทาง และการขอเพิ่มงบประมาณในส่วนของ Variation Order (VO) ที่เกิดขึ้นจากการปรับรายละเอียดโครงการในสัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 3 ประกอบกับวงเงินกู้ที่ใช้ก่อสร้างโครงการขององค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นได้หมดลงและไม่สามารถกู้เพิ่มได้อีก และรัฐบาลไทยจำเป็นต้องดึงงบประมาณคืนส่วนหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กระทรวงคมนาคมตัดสินใจทบทวนบทบาทของ ร.ฟ.ท. และขอให้เปิดประมูลโครงการโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ร.ฟ.ท. อยู่ในระหว่างการศึกษารายละเอียดการเปิดประมูลโครงการ และจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อกระทรวงคมนาคมต่อไป คาดว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จและได้เอกชนเข้าร่วมลงทุนใน พ.ศ. 2565 เริ่มก่อสร้างส่วนต่อขยายใน พ.ศ. 2566 และสามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ใน พ.ศ. 2567 โดยระหว่างนี้ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จะรับหน้าที่เข้าบริหารรถไฟฟ้าสายสีแดงแทน ร.ฟ.ท. เป็นการชั่วคราวโดยไม่เปิดพัฒนาพื้นที่บนสถานี ยกเว้นสถานีกลางบางซื่อที่ ร.ฟ.ท. จะเปิดหาเอกชนเข้าพัฒนาพื้นที่เอง

การให้บริการปกติแก้ไข

รถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง เปิดให้บริการเดินรถในแต่ละสถานีไม่เท่ากัน โดยเริ่มเดินรถขบวนแรกในเวลา 06.00 น. จากสถานีรังสิต สถานีกลางบางซื่อมุ่งหน้ารังสิต และสถานีกลางบางซื่อมุ่งหน้าตลิ่งชัน และเวลา 06.06 น. จากสถานีตลิ่งชัน โดยความถี่การเดินรถตามปกติอยู่ที่ 30 นาทีนอกช่วงเวลาเร่งด่วน และ 15 นาทีในช่วงเวลาเร่งด่วน และมีขบวนรถขบวนสุดท้ายให้บริการในเวลา 19.30 น. ก่อนปิดให้บริการในเวลา 20.00 น. ทั้งนี้ผู้โดยสารต้องใช้งานบัตรโดยสารให้ถูกประเภท

อนึ่ง ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาในการทดสอบระบบเสมือนให้บริการจริง และอยู่ในระหว่างมาตรการควบคุมการเดินทางของประชาชนเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขั้นสูงสุด เวลาในการให้บริการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

อัตราค่าโดยสารแก้ไข

รถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง มีอัตราค่าโดยสารตามปกติที่เรียกเก็บเริ่มต้น 15 - 42 บาท คิดตามระยะทางจากสถานีต้นทางไปยังสถานีปลายทาง

เช่นเดียวกับรถไฟฟ้ามหานคร รถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง จะมีอัตราค่าโดยสารตามระยะทางเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่โดยสารมาจากสายสีแดงอ่อนข้ามไปสายสีแดงเข้ม หรือสายสีแดงเข้มข้ามไปสายสีแดงอ่อน โดยคำนวณจากอัตราค่าโดยสารตามระยะทางของสายสีแดงเข้ม บวกกับอัตราค่าโดยสารของสายสีแดงอ่อน หักลบด้วยค่าธรรมเนียมแรกเข้าระบบ 1 ครั้ง ทำให้อัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 60 บาท เมื่อเดินทางข้ามสาย และเช่นกัน เมื่อเดินทางมาจาก สายเฉลิมรัชมงคลและสายฉลองรัชธรรม จะได้รับการยกเว้นค่าแรกเข้าระบบ 15 บาท เมื่อเดินทางต่อในสายสีแดง ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม แต่การเดินทางจากสายสีแดงไปสายเฉลิมรัชมงคล จะต้องจ่ายอัตราค่าโดยสารเต็มจำนวน ตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานของโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ทั้งนี้การเดินทางจากสายสีแดงไปสายฉลองรัชธรรม จะได้รับการยกเว้นค่าแรกเข้า 14 บาทของสายฉลองรัชธรรม โดยอัตโนมัติ

สิ่งอำนวยความสะดวกแก้ไข

มีจุดจอดรถประจำสถานีทุกสถานี รวมถึงมีจุดจอดรถบริเวณท่าอากาศยานดอนเมืองซึ่งเป็นพื้นที่ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 1 แห่ง และมีจุดจอดแล้วจร (park and ride) 1 แห่ง ที่ชั้นใต้ดินของอาคารสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้ร่วมกันกับรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล สามารถจอดได้ 1,100 คัน

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Abhisit wins backing for train deal". Bangkok Post. 7 February 2009.
  2. "B23bn MRT loan inked". Bangkok Post. 30 March 2009.
  3. "Contracts signed for Red Line stations". The Bangkok Post. Bangkok. 31 January 2013.
  4. "ไล่ทุบซากตอม่อ "โฮปเวลล์" รับรถไฟฟ้าสายใหม่ "บางซื่อ-รังสิต"". Prachachat. 6 January 2014.
  5. "SRT seeks extra B8bn for Red Line". The Bangkok Post. Bangkok. 27 June 2014. สืบค้นเมื่อ 22 July 2014.
  6. "Ministry to forward plans for 2 Red Line extensions". Bangkok Post. 19 January 2017.
  7. "SRT eyeing B40bn budget". Bangkok Post. 9 June 2019.
  8. ""ศักดิ์สยาม" เปิดปมทำไม "รถไฟฟ้าสายสีแดง" เลื่อนเปิดปี'64". Prachachat. 19 July 2020.
  9. "สรุปแล้ว! ค่าโดยสาร 'รถไฟฟ้าสายสีแดง' เก็บอัตรา 14-42 บาท". The Bangkok Insight. 20 January 2020.
  10. แอร์พอร์ตลิงก์ดึงงบ ร.ฟ.ท. เพิ่มทุน 3 พันล้าน!!