เปิดเมนูหลัก
สำหรับลีกระดับอื่น ๆ ดูที่ ไทยลีก (แก้ความกำกวม)

ไทยลีก (อังกฤษ: Thai League; ชื่อย่อ T1) เป็นระบบการแข่งขันฟุตบอลลีกในระดับสูงสุดของประเทศไทย ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2539 ภายใต้การบริหารของ บริษัท ไทยลีก จำกัด มีสโมสรฟุตบอลที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 16 สโมสร ดำเนินการแข่งขัน ในช่วงระหว่างเดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี โดยแต่ละสโมสรจะแข่งขันแบบพบกันหมด สองนัดเหย้าเยือนรวม 34 นัดต่อสโมสรต่อฤดูกาล รวมทั้งหมด 306 นัดต่อฤดูกาล

ไทยลีก (Thai League)
Thai League Logo.svg
ประเทศ ไทย
สมาพันธ์เอเอฟซี
ก่อตั้ง2539
จำนวนทีม16
ระดับในพีระมิด1
ตกชั้นสู่ไทยลีก 2
ถ้วยภายในประเทศไทยเอฟเอคัพ
แชมเปียนส์คัพ
ถ้วยระดับลีกไทยลีกคัพ
ถ้วยระดับนานาชาติเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก
แม่โขงคลับแชมเปียนชิพ
ทีมชนะเลิศปัจจุบันบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (7 สมัย)
(2561)
ชนะเลิศมากที่สุดบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (7 สมัย)
หุ้นส่วนโทรทัศน์ทรูวิชันส์
เว็บไซต์Thai League (T1)
ฤดูกาล 2562

โดยนับตั้งแต่จัดตั้งลีกขึ้นมา มีทั้งหมด 41 สโมสรที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน และมี 10 สโมสรที่ได้แชมป์ไทยลีก คือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (7) (โดยนับรวมสมัยลงแข่งขันในนามสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ บุรีรัมย์ พีอีเอ), เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (4), โปลิศ เทโร, สโมสรทหารอากาศ และ ธนาคารกรุงไทย (2), ธนาคารกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, สินธนา, ชลบุรี เอฟซี และพนักงานยาสูบ (1)

ประวัติแก้ไข

เมื่อปี พ.ศ. 2539 สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีความคิดในการที่จะปรับปรุงระบบการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ จากวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นเลิศ มาเป็นรูปแบบอาชีพ โดยเริ่มก่อตั้งฟุตบอลลีกสูงสุดขึ้น โดยเดิมที การแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรระดับสูงสุดของประเทศคือ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก. (ถ้วยใหญ่) ซึ่งจัดการแข่งขันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2459 จนถึงปี พ.ศ. 2538 (ในฐานะการแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรระดับสูงสุดของประเทศ) โดยมีสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมแข่งขันใน ฤดูกาลแรก ทั้งหมด 18 สโมสร ก่อนที่จะมีการปรับโครงสร้างเป็น 10 สโมสร จนถึง ฤดูกาล 2547/48

การรวบรวมลีกแก้ไข

ในปี พ.ศ. 2549 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ เริ่มมีการให้ สิทธิสโมสรที่จบตำแหน่งชนะเลิศและรองชนะเลิศใน โปรวินเชียลลีก เข้าร่วมการแข่งขันได้ ซึ่งทำให้มีการเพิ่มจำนวนสโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันเป็น 12 สโมสร ตั้งแต่ ฤดูกาล 2549 จนกระทั่งในปีถัดมา (พ.ศ. 2550) จึงมีการควบรวม โปรวินเชียลลีก โดยได้มีการจัดทำ บันทึกช่วยจำ การจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของประเทศไทย ระหว่าง การกีฬาแห่งประเทศไทย กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ[1] ซึ่งเป็นเอกสารข้อตกลงในการรวมลีกทั้งสองเข้าเป็นลีกเดียว โดยให้สิทธิสโมสรที่จบตำแหน่งชนะเลิศและรองชนะเลิศในการแข่งขัน โปรลีก ฤดูกาล 2549 เข้าแข่งขันใน ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก ด้วย ซึ่งทำให้มีการเพิ่มจำนวนสโมสรที่เข้าแข่งขันเป็น 16 สโมสร พร้อมทั้งเพิ่มเงื่อนไขให้สโมสรซึ่งอยู่ใน 3 อันดับสุดท้ายเมื่อจบฤดูกาล ต้องตกชั้นไปสู่ ไทยลีกดิวิชั่น 1 โดยให้สิทธิสโมสรชนะเลิศ รองชนะเลิศ และ อันดับที่ 3 ของ ไทยลีกดิวิชั่น 1 เลื่อนชั้นมาแข่งขันเป็นการทดแทน โดยสโมสรแรกที่มาจาก โปรวินเชียลลีก แล้วสามารถชนะเลิศการแข่งขันได้คือ ชลบุรี เอฟซี ใน ฤดูกาล 2550

การปรับโครงสร้างลีกสู่ลีกอาชีพแก้ไข

ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ออกระเบียบว่าด้วยความเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นผลให้สมาคมฯ ต้องดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อบริหารลีกและจัดการแข่งขันแทนที่ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ โดยได้มีการจัดตั้ง บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ขึ้น โดยมี วิชิต แย้มบุญเรือง อดีตนัก ฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นประธานกรรมการคนแรก และออกระเบียบให้ผู้บริหารสโมสรฟุตบอลอาชีพ ต้องจัดตั้งในรูปนิติบุคคล (บริษัท) เพื่อดำเนินการบริหารสโมสร ส่งผลให้มีการแข่งขันเชิงรูปแบบ การบริหารจัดการให้เป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น รวมทั้งแพร่หลายออกไปยังส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ จากเดิมที่สโมสรฟุตบอลต่างๆ จะกระจุกตัวอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น จึงกลับมาเป็นที่นิยมของแฟนฟุตบอลไทยอีกครั้ง โดยใน ฤดูกาล 2554 สมาคมฯ ประกาศเพิ่มจำนวนสโมสรที่จะทำการแข่งขัน เป็น 18 สโมสร[2]

กรณีพิพาทของลีกแก้ไข

ต่อมาได้มีกรณีข้อพิพาทในเรื่องสิทธิการบริหารสโมสรและสิทธิการแข่งขัน ระหว่าง อีสาน ยูไนเต็ด และ ศรีสะเกษ เอฟซี โดยทาง อีสาน ยูไนเต็ด ได้ยื่นคำร้องต่อ ศาลปกครอง เพื่อขอให้พิจารณาว่า ศรีสะเกษ เอฟซี มีสิทธิทำการแข่งขันในฤดูกาล ฤดูกาล 2556 หรือไม่ ซึ่งศาลปกครองมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราว เป็นผลให้ บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก ต้องลงมติให้พักการแข่งขันของ สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ ตามคำสั่งคุ้มครองฯของศาล โดยเมื่อศาลปกครองวินิจฉัยให้สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ มีสิทธิทำการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกได้ต่อไป สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จึงประชุมร่วมกับ บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ และสโมสรสมาชิกทั้งหมด โดยที่ประชุมลงมติให้ ฤดูกาล 2557 เพิ่มสมาชิกเป็น 20 สโมสร และกำหนดสโมสรที่จะต้องตกชั้นลงไปแข่งขันไทยลีกดิวิชั่น 1 ต้องมีถึง 5 สโมสรคือ อันดับที่ 16-20 (ขณะเดียวกัน ทั้งสองฤดูกาลดังกล่าว ยังคงให้สโมสรชนะเลิศ, รองชนะเลิศ และอันดับที่ 3 ของไทยลีกดิวิชัน 1 ขึ้นมาแข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีกตามเดิม) เพื่อทำให้สโมสรสมาชิก คงเหลือเพียง 18 ทีมเท่าเดิม[3] ส่วนฤดูกาล 2556 ให้สโมสรอันดับที่ 17 ต้องตกชั้นลงไปแข่งขันในไทยลีกดิวิชัน 1 เพียงทีมเดียว[4]

การเปลื่ยนแปลงบริหารแก้ไข

ภายหลังจากการเลือกตั้งนายก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่ง พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ซึ่งได้รับเลือกจากสโมสรสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม คนใหม่ได้ประกาศว่าได้ทำการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยใช้ชื่อว่า บริษัท พรีเมียร์ลีกไทยแลนด์ จำกัด (PLT)[5] และได้มีการจัดหาตัวแทนบริหารสิทธิประโยชน์ของลีก แทนที่ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ที่ได้มีการยกเลิกสัญญาไป

การปรับโครงสร้างระบบลีกแก้ไข

ต่อมา ได้มีการจัดตั้ง บริษัท ไทยลีก จำกัด ขึ้นมาแทน บจก.พรีเมียร์ลีกไทยแลนด์ ตามคำแนะนำของ สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย และ สหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ โดยได้โอนหุ้นจำนวน 99.98% ที่ทางนายกสมาคมฯ ถือไว้ ให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย[6] ต่อมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีนโยบายในการพัฒนาศักยภาพสโมสรฟุตบอลลีกอาชีพอย่างยั่งยืน และยกระดับลีกภายในประเทศ ให้ก้าวไปสู่ลีกชั้นนำของอาเซียนและเอเชีย เริ่มจากการตั้งและปรับเปลี่ยนชื่อลีกแต่ละระดับให้อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน เน้นความเรียบง่าย กระชับ น่าจดจำและร่วมสมัยที่สุด[7]

การแข่งขันฟุตบอลลีกภายในประเทศไทยภายใต้การจัดของ บริษัท ไทยลีก จำกัด ตั้งแต่ฤดูกาล 2560 จะแบ่งออกเป็น 5 ระดับ โดยมีชื่อเรียกหลักอย่างเป็นทางการประกอบด้วย

  1. ไทยลีก (Thai League) ชื่อย่อ T1 เป็นการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ ระดับสูงสุดของประเทศไทย โดยฤดูกาล 2560 สโมสรที่จบอันดับที่ 1-15 ของ ฤดูกาล 2559 และ สโมสรอันดับ 1-3 จาก ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2559 รวมเป็น 18 สโมสร และตั้งแต่ฤดูกาล 2562 เป็นต้นมา ได้มีการปรับลดจำนวนสโมสรที่ทำการแข่งขันเป็น 16 สโมสร เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดตารางแข่งขันให้ ฟุตบอลทีมชาติไทย ได้มีเวลาเตรียมทีมแข่งขันรายการต่างๆ และสามารถมีช่วงเวลาหยุดพักแข่งขันตามหลักสากล
  2. ไทยลีก 2 (Thai league 2) ชื่อย่อ T2 เป็นการแข่งขันฟุตบอลอาชีพระดับที่สองรองจาก ไทยลีก โดย ฤดูกาล 2560 สโมสรที่จบอันดับ 16-18 จาก ไทยลีก ฤดูกาล 2559, สโมสรที่จบอันดับ 4-15 จาก ฤดูกาล 2559 และ 3 สโมสรที่ได้สิทธิ์เลื่อนชั้น จาก ลีกภูมิภาค ฤดูกาล 2559 รวมเป็น 18 สโมสร
  3. ไทยลีก 3 (Thai league 3) ชื่อย่อ T3 เป็นฟุตบอลลีกอาชีพระดับ 3 ซึ่งจะเริ่มแข่งขันใน ฤดูกาล 2560 เป็นฤดูกาลแรก โดยนำสโมสรที่จบอันดับ 1-4 จาก 8 โซนของ ลีกภูมิภาค ฤดูกาล 2559 และไม่ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นใน รอบแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2559 รวมเป็น 32 สโมสร แล้วแบ่งเป็น 2 โซนๆ ละ 16 สโมสร
  4. ไทยลีก 4 (Thai league 4) ชื่อย่อ T4 เป็นฟุตบอลลีกอาชีพระดับ 4 โดยสโมสรที่เข้าแข่งขันมาจากสโมสรใน ลีกภูมิภาค ฤดูกาล 2559 ที่ไม่ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นไปเล่น ไทยลีก 3 รวมกับ ทีมสำรอง ของสโมสรใน ไทยลีก
  5. ไทยแลนด์ อเมเจอร์ลีก (Thailand Amateur League) ลีกสมัครเล่น

รูปแบบการแข่งขันแก้ไข

ไทยลีก มีสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขัน ทั้งหมด 16 สโมสร ตามปกติจะดำเนินการจัดแข่งขัน ระหว่างเดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี โดยแต่ละสโมสรจะแข่งขันแบบพบกันหมด สองนัดเหย้าเยือนรวม 30 นัดต่อสโมสรต่อฤดูกาล ซึ่งในแต่ละนัด ผู้ชนะจะได้ 3 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน แพ้ไม่ได้คะแนน ทั้งนี้เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล สโมสรที่ได้คะแนนรวมสูงสุด จะได้รับตำแหน่งชนะเลิศ และได้สิทธิไปแข่งขันรายการ เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติ ส่วนสโมสรที่ได้รองชนะเลิศจะได้ไปแข่งในรายการเดียวกัน แต่จะแข่งขันใน รอบคัดเลือก รอบสอง (กรณีสโมสรที่ชนะเลิศหรือรองชนะเลิศไทยลีก และสโมสรที่ชนะเลิศ ไทย เอฟเอคัพ ในฤดูกาลเดียวกัน เป็นสโมสรเดียวกัน สิทธิแข่งขันจะตกเป็นของสโมสรที่ได้คะแนนอันดับที่ 3 ของลีกแทน) ส่วนสโมสรที่ได้คะแนนรองลงมา จะเรียงอันดับลดหลั่นกันตามคะแนนรวมที่ได้ โดยสโมสรที่จบฤดูกาลในสามอันดับสุดท้าย จะตกชั้นสู่ไทยลีก 2 และ สามอันดับแรก จาก ไทยลีก 2 จะเลื่อนชั้นมาแทน

ในกรณีที่มีสโมสรมากกว่า 1 ทีมขึ้นไป ได้คะแนนรวมเท่ากันเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล ให้ใช้เกณฑ์พิจารณาเรียงลำดับดังนี้

  1. พิจารณาจากผลการแข่งขันของทีมที่มีคะแนนเท่ากันที่เคยแข่งกันมาในฤดูกาลที่เพิ่งจบการแข่งขัน (Head To Head)
  2. พิจารณาจากจำนวนครั้งที่ชนะ (Number of Wins) ของแต่ละทีมที่คะแนนเท่ากัน
  3. พิจารณาจากผลต่างของประตูได้ และประตูเสีย (Goals Difference)
  4. พิจารณาเฉพาะประตูได้ (Goals For)
  5. แข่งขันกันใหม่ 1 นัด เพื่อหาทีมชนะ หากผลการแข่งขันเสมอกันในเวลาปกติให้ตัดสินด้วยการเตะลูกโทษ ณ จุดเตะโทษ
  6. ในกรณีที่พิจารณาตามเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้นตามลำดับแล้วและได้เกณฑ์ตัดสินตามข้อหนึ่งข้อใดแล้วให้ยุติการพิจารณาข้อต่อไป

ในการจัดอันดับระหว่างการแข่งขัน เพื่อแสดงลำดับในตารางคะแนนระหว่างฤดูกาล ให้ใช้เกณฑ์พิจารณาดังต่อไปนี้

  1. พิจารณาจากคะแนนรวมสูงสุด
  2. ถ้าคะแนนรวมเท่ากันให้พิจารณาจากผลต่างของประตูได้ ประตูเสีย
  3. ถ้ายังเท่ากันอีกให้ดูเฉพาะประตูได้
  4. ถ้ายังเท่ากันอีกให้ทำการจับฉลาก

ผู้สนับสนุนหลักแก้ไข

รายชื่อผู้สนับสนุนหลักแข่งขันในฤดูกาลต่างๆ

  • 2539-2540: จอห์นนีวอล์กเกอร์ (จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ไทยแลนด์ซอกเกอร์ลีก)
  • 2541-2543: คาลเท็กซ์ (คาลเท็กซ์ พรีเมียร์ลีก)
  • 2544-2547: จีเอสเอ็ม (จีเอสเอ็ม ไทยลีก)
  • 2547-2552: ไม่มีผู้สนับสนุน (ไทยลีก (2547-2548)), (ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก (2549-2551)), (ไทยพรีเมียร์ลีก (2552))
  • 2553-2555: สปอนเซอร์ (สปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก)
  • 2556-ปัจจุบัน: โตโยต้า (โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก (จนถึง 2559) แล้วเปลี่ยนเป็น โตโยต้า ไทยลีก)

สโมสรที่เข้าร่วมไทยลีก (ฤดูกาล 2562)แก้ไข

สโมสร ที่ตั้ง สนามเหย้า ความจุ
การท่าเรือ กรุงเทพมหานคร (คลองเตย) แพตสเตเดียม 12,308
ชลบุรี ชลบุรี ชลบุรีสเตเดียม 8,600
ชัยนาท ฮอร์นบิล ชัยนาท เขาพลองสเตเดียม 12,000
เชียงใหม่ เชียงใหม่ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี 25,000
ตราด ตราด สนามกีฬากลางจังหวัดตราด 6,000
ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ปทุมธานี (คลองหลวง) สนามกีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต 20,000
นครราชสีมา มาสด้า นครราชสีมา สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวา 2550 25,000
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุรีรัมย์ ช้างอารีนา 32,600
พีที ประจวบ ประจวบคีรีขันธ์ สามอ่าวสเตเดียม 7,000
พีทีที ระยอง ระยอง พีทีทีสเตเดียม 12,000
ราชบุรี มิตรผล ราชบุรี มิตรผลสเตเดียม 10,000
สมุทรปราการ ซิตี้ สมุทรปราการ (บางพลี) สนามกีฬาการกีฬาแห่งประเทศไทย บางพลี 4,100
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เชียงราย สิงห์ สเตเดียม 12,000
สุโขทัย สุโขทัย ทะเลหลวงสเตเดียม 8,000
สุพรรณบุรี สุพรรณบุรี สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี 25,000
เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นนทบุรี (ปากเกร็ด) เอสซีจีสเตเดียม 15,000

ทำเนียบสโมสรชนะเลิศแก้ไข

# ปี ทีมชนะเลิศ ทีมรองชนะเลิศ
1 2539/40 ธนาคารกรุงเทพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ
2 2540 ทหารอากาศ สินธนา
3 2541 สินธนา ทหารอากาศ
4 2542 ทหารอากาศ การท่าเรือฯ
5 2543 บีอีซี เทโรศาสน ทหารอากาศ
6 2544/45 บีอีซี เทโรศาสน โอสถสภา
7 2545/46 ธนาคารกรุงไทย บีอีซี เทโรศาสน
8 2546/47 ธนาคารกรุงไทย บีอีซี เทโรศาสน
9 2547/48 พนักงานยาสูบ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
10 2549 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โอสถสภา เอ็ม-150
11 2550 ชลบุรี ธนาคารกรุงไทย
12 2551 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ชลบุรี
13 2552 เมืองทอง ยูไนเต็ด ชลบุรี
14 2553 เมืองทอง ยูไนเต็ด บุรีรัมย์ พีอีเอ
15 2554 บุรีรัมย์ พีอีเอ ชลบุรี
16 2555 เมืองทอง ยูไนเต็ด ชลบุรี
17 2556 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมืองทอง ยูไนเต็ด
18 2557 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชลบุรี
19 2558 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมืองทอง ยูไนเต็ด
20 2559 เมืองทอง ยูไนเต็ด แบงค็อก ยูไนเต็ด
21 2560 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมืองทอง ยูไนเต็ด
22 2561 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แบงค็อก ยูไนเต็ด

จำนวนครั้งที่ชนะเลิศแก้ไข

สโมสร ครั้ง ปีที่ได้
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
7
2551, 2554, 2556, 2557, 2558, 2560, 2561
เมืองทอง ยูไนเต็ด
4
2552, 2553, 2555, 2559
ทหารอากาศ
2
2540, 2542
บีอีซี เทโร ศาสน 2543, 2544/45
ธนาคารกรุงไทย 2545/46, 2546/47
ธนาคารกรุงเทพ
1
2539
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ 2549
สินธนา 2541
ชลบุรี 2550
พนักงานยาสูบ 2547/48

ผู้ลงเล่นสูงสุดแก้ไข

อันดับ ผู้เล่น ตำแหน่ง ลงเล่น ประตู
1   รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค MF 376 43
2   สินทวีชัย หทัยรัตนกุล GK 351 1
3   ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน GK 335 0
4   ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ DF 333 19
5   พิชิตพงษ์ เฉยฉิว MF 322 62
6   นริศ ทวีกุล GK 313 1
7   พิภพ อ่อนโม้ FW 265 88
8   อภิเชษฐ์ พุฒตาล DF 261 7
9   กิตติศักดิ์ ระวังป่า GK 254 0
10   เจษฎา จิตสวัสดิ์ DF 253 4

ตัวหนา หมายถึง นักเตะที่ยังเล่นฟุตบอลอยู่


ผู้ทำประตูสูงสุดแก้ไข

ไทยลีก
อันดับ ผู้เล่น ปี ประตู ลงเล่น
1   คลีตัน ซิลวา 2010–2014, 2015–2017, 2018– 141 179
2   ธีรศิลป์ แดงดา 2009–2014, 2015– 115 248
  เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส 2014–2016, 2017– 115 155
4   ดราแกน บอสโควิช 2013– 109 134
5   พิภพ อ่อนโม้ 2006–2018 108 404
6   จีโอกู ลูอิส ซังตู 2015–2018 101 104
  ศรายุทธ ชัยคำดี 2001–2004, 2007–2012, 2013–2014 101 233
8   มารีโอ ยูโรฟสกี 2012– 88 178
9   โคเน โมฮาเหม็ด 2003–2007, 2009, 2010–2014 87 177
10   อานนท์ สังข์สระน้อย 2006–2016 79 177
11   ธีรเทพ วิโนทัย 2006–2008, 2009–2014, 2016– 67 240

ผู้เล่นที่ยังลงเล่นอยู่ (ตัวหนา)

สถิติผู้เล่นแก้ไข

เครือข่ายถ่ายทอดโทรทัศน์แก้ไข



รางวัลแก้ไข

เงินรางวัลแก้ไข

  • ชนะเลิศ: 10,000,000 บาท
  • รองชนะเลิศ: 2,000,000 บาท
  • อันดับสาม: 1,500,000 บาท
  • อันดับสี่: 800,000 บาท

โดยทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัล สำหรับสโมสรฟุตบอลซึ่งได้คะแนนรวมในอันดับต่างๆ เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

นอกจากนี้ ยังมีเงินบำรุงสโมสรที่เข้าร่วมแข่งขัน สโมสรละ 1,000,000 บาท โล่พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท สำหรับผู้จัดการทีม/หัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม และผู้ทำประตูสูงสุด, โล่พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท สำหรับสโมสรที่มีมารยาทยอดเยี่ยม, นักฟุตบอลเยาวชนผู้มีผลงานโดดเด่น และผู้เล่นยอดเยี่ยมตำแหน่งต่างๆ คือผู้รักษาประตู, กองหลัง, กองกลาง และกองหน้า[8]

ถ้วยรางวัลแก้ไข

 
ถ้วยไทยลีก ใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2560
 
ถ้วยไทยพรีเมียร์ลีก ใช้นับตั้งแต่ฤดูกาล 2554 ถึง 2558
 
ถ้วยไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก ใช้นับตั้งแต่ฤดูกาล 2549 ถึง 2553


ผู้ทำประตูสูงสุดของฤดูกาลแก้ไข

ปี ผู้เล่น สโมสร ประตู
2561   ดิโอโก หลุยส์ ซานโต บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 34
2560   ดราแกน บอสโควิช แบงค็อก ยูไนเต็ด 38
2559   เคลย์ตง ซิลวา เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด 27
2558   ดิโอโก หลุยส์ ซานโต บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 33
2557   เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 26
2556   คาร์เมโล กอนซาเลซ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 23
2555   ธีรศิลป์ แดงดา
  คลีตัน ซิลวา
เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
บีอีซี เทโรศาสน
24
2554   แฟรงค์ โอฮานด์ซา บุรีรัมย์ พีอีเอ 19
2553   ลูโดวิด ทาคาม พัทยา ยูไนเต็ด 17
2552   อานนท์ สังข์สระน้อย บีอีซี เทโรศาสน 18
2551   อานนท์ สังข์สระน้อย บีอีซี เทโรศาสน 20
2550   เนย์ ฟาเบียโน พนักงานยาสูบ 18
2549   พิพัฒน์ ต้นกันยา บีอีซี เทโรศาสน 12
2547/48   ศุภกิจ จินะใจ
  ศรายุทธ ชัยคำดี
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
การท่าเรือฯ
10
2546/47   วิมล จันทร์คำ โอสถสภา 14
2545/46   ศรายุทธ ชัยคำดี การท่าเรือฯ 12
2544/45   วรวุฒิ ศรีมะฆะ
  ปิติพงษ์ กุลดิลก
บีอีซี เทโรศาสน
การท่าเรือฯ
12
2543   สุธี สุขสมกิจ ธ.กสิกรไทย 16
2542   สุธี สุขสมกิจ ธ.กสิกรไทย 13
2541   รณชัย สยมชัย การท่าเรือฯ 23
2540   วรวุฒิ ศรีมะฆะ บีอีซี เทโรศาสน 17
2539   อัมพร อำพันสุวรรณ องค์การโทรศัพท์ 21

ผู้เล่นยอดเยี่ยมแก้ไข

ปี ผู้เล่น สโมสร
2561   สินทวีชัย หทัยรัตนกุล(2) สุพรรณบุรี
2560   จักรพันธ์ แก้วพรม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2558   ดิโอโก หลุยส์ ซานโต บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2557   สุเชาว์ นุชนุ่ม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2556   ธีราทร บุญมาทัน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2555   ธีรศิลป์ แดงดา เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
2554   สินทวีชัย หทัยรัตนกุล(1) ชลบุรี เอฟซี
2553   ดัสกร ทองเหลา เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด
2552   เจษฎา จิตสวัสดิ์ (กองหลัง)
  กิตติพล ปาภูงา (กองกลาง)
  พิพัฒน์ ต้นกันยา (กองหน้า)
เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด
บีอีซี เทโรศาสน
การท่าเรือไทย
2551   ณรงค์ชัย วชิรบาล การไฟฟ้าฯ
2550   พิภพ อ่อนโม้ ชลบุรี เอฟซี
2549   ปุณณรัตน์ กลิ่นสุคนธ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
2547/48   Jose Carlos Da Silva พนักงานยาสูบ
2546/47   พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ธ.กรุงไทย
2545/46   คัมภีร์ ปิ่นฑะกุล ธ.กรุงเทพ
2544/45   อภิชาติ ทวีเฉลิมดิษฐ์ ธ.กรุงเทพ
2543   อนุรักษ์ ศรีเกิด บีอีซี เทโรศาสน
2541   นิเวส ศิริวงศ์ สินธนา
2540   เศกสรรค์ ปิตุรัตน์ สินธนา
2539   อัมพร อำพันสุวรรณ องค์การโทรศัพท์ฯ

ผู้จัดการทีม/หัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมแก้ไข

ปี รายชื่อผู้ฝึกสอน สโมสร
2561   โบซีดาร์ บันโดวิช บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2560   ธชตวัน ศรีปาน เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
2558   อาเลชังดรี กามา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2557   มะซะฮิโระ วะดะ ชลบุรี เอฟซี
2556   อรรถพล บุษปาคม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด,

บางกอกกล๊าส

2555   สลาวีชา ยอคานอวิช เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด
2554   อรรถพล บุษปาคม(3) บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
2553   เรอเน เดอซาแยร์ เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด
2552   อรรถพล บุษปาคม(2) เมืองทอง-หนองจอก ยูไนเต็ด
2551   ประพล พงษ์พานิช การไฟฟ้าฯ
2550   จเด็จ มีลาภ ชลบุรี เอฟซี
2549   สมชาย ทรัพย์เพิ่ม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
2547/48   โชเซ่ อัลเวส เบอร์วิส พนักงานยาสูบ
2546/47   วรวุฒิ แดงเสมอ ธ.กรุงไทย
2545/46   ณรงค์ สุวรรณโชติ ธ.กรุงไทย
2544/45   อรรถพล บุษปาคม(1) บีอีซี เทโรศาสน
2543   พิชัย ปิตุวงษ์ บีอีซี เทโรศาสน
2542   ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน(2) ทหารอากาศ
2541   การุณ นาคสวัสดิ์ สินธนา
2540   ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน(1) ทหารอากาศ
2539   วิทยา เลาหกุล ธ.กรุงเทพ

ลีกเยาวชนแก้ไข

ดูบทความหลักที่: ไทยแลนด์ยูธลีก

ลีกเยาวชนก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2559 โดยความร่วมมือของการกีฬาแห่งประเทศไทย ใช้ชื่อการแข่งขันว่า ไทยแลนด์ยูธลีก มีรูปแบบการแข่งขันคล้ายกับ ไทยลีก 4 และมีการแข่งขันทั้งหมด 4 รุ่นได้แก่ รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี, 15 ปี, 17 ปี และ 19 ปี

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. http://web.archive.org/web/20070202012321if_/http://www.fat.or.th:80/Download/SATMemo.doc บันทึกช่วยจำ การจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของประเทศไทย ระหว่าง การกีฬาแห่งประเทศไทย กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูถัปภ์ - เว็บไซต์เก่า ส.ฟ.ท.
  2. "แถลงแล้ว ไทยลีก-ด.1 เพิ่ม 18 ทีม เพลย์อ๊อฟเริ่มหวด ธ.ค." SMM Sport. SMM Sport. 9 พฤศจิกายน 2553. สืบค้นเมื่อ 5 มกราคม 2560.
  3. "ทีพีแอลได้ข้อสรุปไทยลีกตกชั้น5ทีม". สยามกีฬารายวัน. 31 January 2014. สืบค้นเมื่อ 10 September 2014.
  4. "ไทยลีกเพิ่ม 20 ทีมถาวร "กูปรี" รอด! ร่วงทีมเดียว". ผู้จัดการออนไลน์. 30 August 2016. สืบค้นเมื่อ 10 September 2016.
  5. "โฉมใหม่! ส.บอลตั้งบริษัทพรีเมียร์ลีกไทยแลนด์ (PLT)"". โกล ไทยแลนด์. 15 กุมภาพันธ์ 2559. สืบค้นเมื่อ 13 พฤษภาคม 2561.
  6. "ตั้งบริษัทไทยลีกใหม่! 'บิ๊กอ๊อด' โอนหุ้น 99.98% เข้าสมาคมฟุตบอลฯ". ไทยรัฐ. 20 กันยายน 2559. สืบค้นเมื่อ 13 พฤษภาคม 2561.
  7. "สรุปการแถลงข่าว "FA THAILAND ROADMAP 2017-2019"". สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ. 15 ธันวาคม 2559. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2560.
  8. ประกาศรางวัล และโล่ห์เกีรยติยศ ฟุตบอลสปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก และลีกดิวิชั่น 1
  9. https://sports.kachon.com/18954 อัญเชิญถ้วย ก มอบแชมป์ไทยลีก
  10. http://www.goal.com/th/ข่าว/official-จากชางระดบโลก-สบอลเปดตว-5-ถวยแชมปไทยลกเอฟเอ-คพ/syw96erimw051a2aih1lqwd11 ส.บอล ทำการเปิดตัวถ้วยชนะเลิศไทยลีก ทั้ง 4 ดิวิชั่น และถ้วยช้าง เอฟเอ คัพ ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ซีซั่น ฝีมือจากช่างระดับโลก

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข