ธีรเทพ วิโนทัย

บทความนี้เกี่ยวกับนักฟุตบอล สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ลีซอ

ธีรเทพ วิโนทัย หรือ ลีซอ (เกิด 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528) นักฟุตบอลชาวไทย ปัจจุบันเล่นให้กับชลบุรี ในไทยลีก

ธีรเทพ วิโนทัย
Teeratep Winothai 20180316.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ธีรเทพ วิโนทัย
วันเกิด 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985 (35 ปี)
สถานที่เกิด กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
ส่วนสูง 1.72 m (5 ft 8 in)
ตำแหน่ง กองหน้า, ปีก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ชลบุรี
หมายเลข 14
สโมสรเยาวชน
2001–2002 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
2002–2004 คริสตัลพาเลซ
2005–2006 เอฟเวอร์ตัน
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2006–2008 บีอีซี เทโรศาสน 65 (22)
2009–2010 เลียร์เซอ 6 (3)
2009–2010เมืองทอง ยูไนเต็ด (ยืมตัว) 23 (4)
2010บีอีซี เทโรศาสน (ยืมตัว) 8 (3)
2011 บีอีซี เทโรศาสน 15 (9)
2012–2014 บางกอกกล๊าส 69 (19)
2014–2016 เพื่อนตำรวจ 43 (11)
2016– แบงค็อก ยูไนเต็ด 82 (23)
2019ชลบุรี (ยืมตัว) 11 (2)
2020– ชลบุรี 4 (0)
ทีมชาติ
1998–2001 ไทย อายุไม่เกิน 17 ปี 8 (0)
2001–2004 ไทย อายุไม่เกิน 20 ปี 14 (11)
2001–2007 ไทย อายุไม่เกิน 23 ปี 16 (9)
2005– ไทย 52 (17)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2020
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012

ธีรเทพเริ่มโด่งดังและเป็นที่รู้จักจากการลงเล่นฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 21, 23 และ 24 ส่วนซีเกมส์ครั้งที่ 22 เป็นเพียงแค่ตัวสำรอง ในซีเกมส์ครั้งที่ 23 ธีรเทพสามารถทำแฮตทริกได้ในนัดชิงชนะเลิศที่พบกับเวียดนาม ช่วยให้ทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์ 8 สมัยซ้อน เขายิงประตูให้กับทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปีในกีฬาซีเกมส์ได้รวมทั้งสิ้น 14 ประตู

ประวัติ

ลีซอเป็นบุตรของ นายเทพไชย วิโนทัย ผู้สื่อข่าวกีฬาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และนางพรสมจิต วิโนทัย มีน้องชาย 1 คน คือวัชรเทพ วิโนทัย

จบการศึกษาชั้นอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเบรนต์วูด เมืองเอสเส็กซ์ อังกฤษ (Brentwood School, Essex, England) และจบการศึกษาที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การเล่นฟุตบอล

เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรก ตั้งแต่อายุ 8 ปี ขณะเรียนอยู่ชั้น ป.3 และมี อาจารย์ทองแดง หรุ่นขำ เป็นผู้สอนฟุตบอลท่านแรก ลงแข่งขันฟุตบอลนักเรียนของกองทัพอากาศ เป็นรายการแรก และได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โดยต่อมา ได้นำทีมคว้าแชมป์ นอร์เวย์คัพ 3 สมัยซ้อน

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ได้เซ็นสัญญากับทีมชุดเยาวชนสโมสรฟุตบอลคริสตัลพาเลซ ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 เซ็นสัญญากับทีมชุดเยาวชนสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน เป็นนักฟุตบอลเยาวชน 1 ใน 3 คน ที่ได้ร่วมโครงการ "ช้างไทยไปเอฟเวอร์ตัน"

นอกจากนี้ ลีซอยังเป็นนายแบบโฆษณาโทรศัพท์มือถือ วัน-ทู-คอล!, เป๊ปซี่, ไนกี้ และยาสีฟันใกล้ชิด

สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน (1)

ในปี พ.ศ. 2549 ลีซอร่วมทีมฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกครั้งแรกกับทีมสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน ลีซอยิงประตูแรกให้ทีมได้ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกโดยเปิดบ้านเอาชนะทีมสโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี 5-0 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2549 จากนั้นก็เป็นกำลังสำคัญของทีมเรื่อยมา และยิงในลีกได้ 10 ประตูหลังจบฤดูกาล 2550 (ฤดูกาล 2549-2550)

ในปี พ.ศ. 2551 ลีซอโชว์ฟอร์มโดดเด่นอย่างมากทั้งในทีมชาติและสโมสร โดยยิงประตูในลีกได้ 12 ประตูในฤดูกาลเดียว (ฤดูกาล 2551) ทำให้ทีมสโมสรฟุตบอลเคลีร์เซ จากเบลเยียม แสดงความสนใจในการคว้าตัวไปร่วมทีม

เลียร์เซอ

ในปี พ.ศ. 2551 ลีซอได้เซ็นสัญญาร่วมทีมเลียร์เซอ จากลีกดิวิชัน 2 ของประเทศเบลเยี่ยมแบบไม่มีค่าตัว เป็นเวลา 1 ปีครึ่ง เป็นนักเตะไทยคนที่ 2 ที่ได้เล่นในลีกเบลเยี่ยมต่อจากเอกชัย โพนทองถิ่น ที่เคยเล่นกับทีมลียง ซันจี ลุด ทีมระดับดิวิชัน 3 ระหว่างปี พ.ศ. 2535–2537

ในปี พ.ศ. 2552 หลังย้ายมาเล่นในลีกเบลเยี่ยมลีซอยิงประตูแรกและประตูเดียวให้ทีมได้ในเกมส์ลีกโดยเปิดบ้านเอาชนะ โอลิมปิก ชาร์เลอรัว 3–1 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2552 และวันที่ 21 กรกฎาคม 2552 ลีซอตัดสินใจย้ายกลับประเทศไทยมาร่วมทีมสโมสรฟุตบอลเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ก่อนปิดตลาดซื้อ-ขาย นักเตะเพียง 5 นาที หลังจากที่เขามีโอกาสได้ลงตัวจริงให้ เคลีร์เซ น้อยมาก โดยเป็นสัญญายืมตัว 1 ปีในราคา 2 ล้านบาทเศษ

สโมสรฟุตบอลเมืองทองฯ ยูไนเต็ด

ในปี พ.ศ. 2552 ลีซอยิงประตูแรกในการลงสนามนัดแรกให้ทีมได้ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกโดยเปิดบ้านเอาชนะทีมสโมสรฟุตบอลทีโอที 3-0 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2552 โดยเขาเป็นคนยิงประตูให้ทีมขึ้นนำ 2-0 และยิงในลีกได้ 2 ประตูหลังจบฤดูกาล 2552

ในปี พ.ศ. 2553 ลีซอลงสนามและยิงประตูให้กับทีมได้ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีก 2 ประตู, ไทยเอฟเอคัพ 2 ประตู, และเอเอฟซีคัพ 2 ประตู แต่ในเลกสองลีซอตัดสินใจย้ายกลับมาร่วมทีมสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน หลังจากที่เขามีโอกาสได้ลงตัวจริงให้ทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ดน้อยมาก โดยนัดสุดท้ายที่ลงเล่นให้ทีมสโมสรฟุตบอลเมืองทองฯ ยูไนเต็ด เขาเป็นตัวสำรองและลงสนามใน 10 นาทีสุดท้าย และยิงประตูชัยให้ทีมในนาทีที่ 85 ทำให้เอาชนะทีมสโมสรฟุตบอลการท่าเรือไทย 1-0

สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน (2)

ในปี พ.ศ. 2553 ลีซอกลับมาเล่นให้ทีมสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสนอีกครั้ง และยิงในลีกได้ 5 ประตูหลังจบฤดูกาล 2553 (สโมสรฟุตบอลเมืองทองฯ ยูไนเต็ด 2 ประตู, สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน 3 ประตู)

ในปี พ.ศ. 2554 ลีซอได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน ในตอนแรกพาทีมที่ตกไปอันดับที่ 9 ในฤดูกาลที่แล้ว กลับมาทำผลงานได้ดีในฤดูกาลนี้ โดยขึ้นไปสูงสุดอันดับที่ 2 ของตาราง ยิงในลีกไปถึง 3 ประตู แต่ต้องมาประสบปัญหาบาดเจ็บกระดูกหน้าแข้งซ้ายร้าวจนต้องหยุดพักไปหลายนัดในฤดูกาลนี้ และยิงในลีกได้ 6 ประตูหลังจบฤดูกาล 2554

แฟนๆสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน เรียกเขาว่า เจ้าชายมังกรไฟ

สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ลีซอได้เข้าเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลให้กับสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส เขาทำประตูแรกของเขากับสโมสรบางกองกล๊าสได้เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555 ในนัดที่บางกอกกล๊าสพบกับสโมสรฟุตบอลวัวชน ยูไนเต็ด ในการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งบางกอกกล๊าสเอาชนะไปได้ 2-0 ที่สนาม ลีโอ สเตเดียม [1] และในนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2555 ในการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกลีซอสามารถทำประตูได้ในนัดที่บางกองกล๊าสบุกไปชนะ สโมสรฟุตบอลวัวชน ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 1-5[2]

ในปี พ.ศ. 2556 ลีซอได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส

ผลงานกับสโมสร

ทำประตูในนามทีมชาติ

# วันที่ สถานที่ พบ ประตู ผล รายการ
1. 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 พังงา ไทย   ลัตเวีย 1-1 เสมอ 1-1 คิงส์คัพ 2005 ครั้งที่ 36
2. 26 มีนาคม พ.ศ. 2549 ชลบุรี ไทย   ฟิลิปปินส์ 2-0 ชนะ 5-0 อุ่นเครื่อง
3. 26 มีนาคม พ.ศ. 2549 ชลบุรี ไทย   ฟิลิปปินส์ - ชนะ 5-0 อุ่นเครื่อง
4. 8 ตุลาคม พ.ศ. 2550 กรุงเทพ ไทย   มาเก๊า 4-1 ชนะ 6-1 ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก
5. 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ไซตามะ ญี่ปุ่น   ญี่ปุ่น 1-1 แพ้ 1-4 ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก
6. 15 มีนาคม พ.ศ. 2551 คุนหมิง จีน   จีน 1-1 เสมอ 3-3 อุ่นเครื่อง
7. 15 มีนาคม พ.ศ. 2551 คุนหมิง จีน   จีน 3-2 เสมอ 3-3 อุ่นเครื่อง
8. 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 กรุงเทพ ไทย   เนปาล 5-0 ชนะ 7-0 อุ่นเครื่อง
9. 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 กรุงเทพ ไทย   เนปาล 7-0 ชนะ 7-0 อุ่นเครื่อง
10. 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 กรุงเทพ ไทย   อิรัก 1-0 ชนะ 2-1 อุ่นเครื่อง
11. 2 มิถุนายน พ.ศ. 2551 กรุงเทพ ไทย   บาห์เรน 2-2 แพ้ 2-3 ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก
12. 20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 กรุงเทพ ไทย   อินโดนีเซีย 1-1 ชนะ 2-1 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2008
13. 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 กรุงเทพ ไทย   ปากีสถาน 4-0 ชนะ 4-0 อุ่นเครื่อง
14. 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 กรุงเทพ ไทย   ซีเรีย 1-1 เสมอ 1-1 อุ่นเครื่อง
15. 8 กันยายน พ.ศ. 2553 นิวเดลี อินเดีย   อินเดีย 1-0 ชนะ 2-1 อุ่นเครื่อง
16. 15 มกราคม พ.ศ. 2555 กรุงเทพ ไทย   เกาหลีใต้ 1-1 แพ้ 1-3 คิงส์คัพ 2012 ครั้งที่ 41
17. 26 มกราคม พ.ศ. 2556 เชียงใหม่ ไทย   เกาหลีเหนือ 1-0 เสมอ 2-2 คิงส์คัพ 2013 ครั้งที่ 42

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

อ้างอิง