เปิดเมนูหลัก

ถนนพระรามที่ 2 (อักษรโรมัน: Thanon Rama II) หรือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 สาย ธนบุรี-ปากท่อ (ดาวคะนอง–วังมะนาว) เป็นถนนที่ตัดผ่านกรุงเทพมหานคร จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดราชบุรี เป็นเส้นทางหลักที่มุ่งสู่ภาคใต้ของประเทศไทย และยังเป็นหนึ่งในถนนพระรามทั้ง 7 สาย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร ยกเว้นถนนพระรามที่ 2 ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ถนนพระรามที่ 2 มีระยะทางรวม 84.041 กิโลเมตร

Thai Highway-35.svg
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35
ถนนพระรามที่ 2
ข้อมูลของเส้นทาง
ความยาว:84.041 กิโลเมตร (52.221 ไมล์)
ใช้งาน:พ.ศ. 2516 – ปัจจุบัน
ทางแยกที่สำคัญ
ปลายทิศตะวันออก:Thai Highway-303.svg ถ.สุขสวัสดิ์ ใน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
 
ปลายทิศตะวันตก:Thai Highway-4.svg ถ.เพชรเกษม ใน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี
ระบบทางหลวง

รายละเอียดของเส้นทางแก้ไข

 
ถนนพระรามที่ 2 ในกรุงเทพมหานคร เป็นถนน 8 ช่องจราจร มีเกาะกลาง และมีถนนคู่ขนานอีกฝั่งละ 3 ช่องจราจร ภาพถ่ายจากหน้าเซ็นทรัลพระรามที่ 2 มองไปทิศตะวันออก
 
ถนนพระรามที่ 2 ในช่วงจังหวัดสมุทรสาคร เป็นถนน 8 ช่องจราจร มีทางกลับรถตรงกลางถนน

ถนนพระรามที่ 2 แยกจากถนนสุขสวัสดิ์ (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 303) ในพื้นที่เขตจอมทอง และตัดผ่านพื้นที่เขตบางขุนเทียน ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม แล้วสิ้นสุดที่ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4) บริเวณทางแยกต่างระดับวังมะนาว อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เส้นทางถนนอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานทางหลวงที่ 13 กรุงเทพ และสำนักงานทางหลวงที่ 15 ประจวบคีรีขันธ์ กรมทางหลวง ส่วนถนนพระรามอื่น ๆ เช่น พระรามที่ 1, 3, 4, 5, 6 และถนนพระราม 9 อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร

ประวัติแก้ไข

การก่อสร้างแก้ไข

ถนนพระรามที่ 2 ก่อสร้างในสมัยรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ตั้งแต่ พ.ศ. 2513 แล้วเสร็จและเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2516 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักมุ่งสู่ภาคใต้ ช่วยย่นระยะทางสั้นกว่าถนนเพชรเกษมประมาณ 40 กิโลเมตร จึงทำให้ประชาชนใช้เส้นทางนี้แทนถนนเพชรเกษม เป็นต้นมา

ในช่วงระยะแรกเป็นทางหลวงแผ่นดินขนาด 2 ช่องจราจรสวนทาง ต่อมาเมื่อมีผู้สัญจรไปมาบนถนนสายนี้เป็นจำนวนมาก จนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อีกทั้งสภาพพื้นที่ที่เป็นบริเวณดินอ่อนตลอดสายทาง ผ่านท้องทุ่งนาเกลือ สวนมะพร้าว จึงเป็นสาเหตุทำให้คันทางมีการทรุดตัว ดินอ่อนสูง มีน้ำท่วมเป็นช่วง ๆ ผิวจราจรเกิดความเสียหาย ผู้ใช้เส้นทางได้รับความเดือดร้อนมาก จึงได้มีโครงการก่อสร้างครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2532 โดยขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร พร้อมทางแยกต่างระดับ 4 แห่ง ได้แก่ บางขุนเทียน สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และวังมะนาว แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2537 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2539 มีการขยายถนนช่วงสามแยกบางปะแก้วถึงทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน เป็น 14 ช่องจราจร แบ่งออกเป็นช่องทางหลัก 8 ช่องจราจร และช่องทางขนานข้างละ 3 ช่องจราจร แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2543

ในปี พ.ศ. 2544 ได้มีการขยายช่องจราจรจาก 4 ช่องจราจรเป็น 8 ช่องจราจร และ 10 ช่องจราจรตามลำดับ ระหว่างทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน–นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร (กม.12+000–กม.34+000) ความยาวรวมประมาณ 22 กิโลเมตร เพื่อรองรับการจราจรที่เพิ่มขึ้น จากการขยายการก่อสร้างถนนพระรามที่ 2 ช่วงดาวคะนอง และถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก จากบางบัวทอง–บางขุนเทียน ตอน 1, 2 และ 3 ให้สอดคล้องต่อเนื่องกันตลอดสาย โดยดำเนินการก่อสร้างส่วนที่สำคัญเฉพาะทางคู่ขนานด้านขาเข้าและขาออกข้างละ 2–3 ช่องจราจร เพื่อประหยัดงบประมาณก่อสร้าง แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2545

ปัจจุบันเพื่อเป็นการรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งถนนพระรามที่ 2 เป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักไปสู่ภาคใต้ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดเทศกาล กรมทางหลวงจึงทำการก่อสร้างโครงการส่วนต่อขยายจนถึงทางแยกต่างระดับวังมะนาว (กม.34+000-กม.84+041) โดยขยายช่องจราจรจากเดิม 4 ช่องจราจรเป็น 6–8 ช่องจราจร โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

มีโครงการการขยายถนนพระรามที่ 2 ระหว่างแยกต่างระดับบางขุนเทียน-แยกเอกชัย จาก 10 ช่องจราจร เป็น 14 ช่องจราจร คาดว่าจะแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2563 รวมทั้งก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 ช่วงบางขุนเทียน–มหาชัย–วังมะนาว ระยะทาง 75 กิโลเมตร ต่อเนื่องจากโครงการทางพิเศษสายพระรามที่ 3–ดาวคะนอง–วงแหวนรอบนอกตะวันตก ขนานไปกับถนนพระรามที่ 2 ถึงทางแยกต่างวังมะนาว

การเปลี่ยนประเภททางหลวงแก้ไข

 
ป้ายเลขทางหลวง 35 ของถนนพระรามที่ 2 ในสมัยที่สถานะทางหลวงเป็นทางหลวงพิเศษ ในปัจจุบันเป็นทางหลวงแผ่นดิน และป้ายเลขทางหลวงส่วนมากถูกเปลี่ยนเป็นป้ายใหม่

ในอดีตถนนพระรามที่ 2 ได้ถูกกำหนดประเภทของทางหลวงให้เป็นทางหลวงพิเศษ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2518[1] ซึ่งความแตกต่างระหว่างทางหลวงพิเศษกับทางหลวงแผ่นดินสามารถสังเกตได้ชัดเจนจากป้ายเลขทางหลวง โดยทางหลวงแผ่นดิน พื้นป้ายจะเป็นสีขาว ตัวหนังสือ หมายเลข และตราครุฑจะเป็นสีดำ และทางหลวงพิเศษ (ที่ไม่ได้มีการเก็บค่าผ่านทาง) พื้นป้ายจะเป็นสีเขียว ตัวหนังสือ หมายเลข และตราครุฑจะเป็นสีขาว ซึ่งลักษณะป้ายเหล่านี้จะรวมไปถึงป้ายบอกชื่อแม่น้ำลำคลอง ป้ายบอกเขต ป้ายแบ่งเขตปกครอง และป้ายบอกชื่อหมู่บ้าน[2]

ถนนพระรามที่ 2 คงสถานะการเป็นทางหลวงพิเศษจนกระทั่งในวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ได้มีการเปลี่ยนประเภททางหลวง ซึ่งมีใจความสำคัญว่า ถนนพระรามที่ 2 มิได้มีการควบคุมให้มีการเข้าออกได้เฉพาะโดยทางเสริม หมายความว่าสภาพเส้นทางบางส่วนของถนนพระรามที่ 2 ไม่ได้เป็นไปตามลักษณะของทางหลวงพิเศษ จึงทำให้มีการเปลี่ยนประเภทและกำหนดให้ทางหลวงพิเศษหมายเลข 35 สายธนบุรี–ปากท่อ เป็นทางหลวงแผ่นดิน[3] ซึ่งในอดีตจะเห็นป้ายทางหลวงพิเศษหมายเลข 35 เป็นพื้นหลังสีเขียวอยู่ตามป้ายบอกทาง แต่ในปัจจุบันป้ายเหล่านี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นป้ายพื้นหลังสีขาว แต่ก็ยังมีบางป้ายที่ยังคงเป็นป้ายพื้นหลังสีเขียวเดิมอยู่ในบางจุด[4][5]

ซึ่งความหมายของทางหลวงพิเศษ คือ ทางหลวงที่จัดหรือทำไว้เพื่อให้การจราจรผ่านได้ตลอดรวดเร็วเป็นพิเศษ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และได้ลงทะเบียนไว้เป็นทางหลวงพิเศษ โดยกรมทางหลวงเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง ขยาย บูรณะและบำรุงรักษา รวมทั้งควบคุมให้มีการเข้าออกได้เฉพาะ โดยทางเสริมที่เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงพิเศษตามที่กรมทางหลวงจัดทำขึ้นไว้เท่านั้น[6]

สะพานสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยแก้ไข

สะพานสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งสะพานแห่งนี้เป็นที่มาของชื่อถนนพระรามที่ 2 ในปัจจุบัน เพราะพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชสมภพที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม[7] สะพานดังกล่าวได้อัญเชิญพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย มาเป็นนามของสะพานว่า "สะพานสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย" คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ขอพระบรมราชานุญาตตั้งชื่อถนนสายนี้ว่า "ถนนพระรามที่ 2" ภายหลังจากกรมทางหลวงได้สร้างถนนสายธนบุรี–ปากท่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว

รายชื่อทางแยกแก้ไข

รายชื่อทางแยกบน   ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 35 ทิศทาง: ดาวคะนอง–วังมะนาว
จังหวัด กม.ที่ ชื่อจุดตัด ซ้าย ขวา
กรุงเทพมหานคร 0+000 แยกบางปะแก้ว   ถนนสุขสวัสดิ์ ไป จอมทอง, ดาวคะนอง   ถนนสุขสวัสดิ์ ไป พระประแดง
ต่างระดับดาวคะนอง ไม่มี   ทางพิเศษเฉลิมมหานคร ไป สะพานพระราม 9
แยกหัวกระบือ   ถนนบางขุนเทียน ไป บางบอน   ถนนบางขุนเทียนชายทะเล ไป วัดหัวกระบือ
9+747 ต่างระดับบางขุนเทียน     ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกตะวันตก) ไป บางแค, บางบัวทอง       ถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนรอบนอกใต้) ไป พระประแดง, บางพลี
สมุทรสาคร 21+431 ต่างระดับเอกชัย   ถนนเอกชัย ไป บางบอน   ถนนเอกชัย ไป เข้าเมืองสมุทรสาคร
27+954 ต่างระดับสมุทรสาคร   ถนนเศรษฐกิจ 1 ไป กระทุ่มแบน, ศาลายา, บรรจบถนนบรมราชชนนี   ถนนเศรษฐกิจ 1 ไป เข้าเมืองสมุทรสาคร
30+275 ไม่มี   ถนนเอกชัย ไป มหาชัย, เข้าเมืองสมุทรสาคร
30+632 สะพาน ข้ามแม่น้ำท่าจีน
38+377 แยกบ้านแพ้ว   ทล.375 ไป อ.บ้านแพ้ว, นครปฐม ไม่มี
  ทล.3403 ไป ยกกระบัตร ไม่มี
สมุทรสงคราม ไม่มี สส.2003 ทางหลวงชนบท สส.2003 ไป ดอนหอยหลอด
63+200 ต่างระดับสมุทรสงคราม   ทล.325 ไป เข้าเมืองสมุทรสงคราม, อ.ดำเนินสะดวก ไม่มี
  ทล.3301 ไป เข้าเมืองสมุทรสงคราม, อ.ดำเนินสะดวก ไม่มี
ไม่มี สส.2003 ทางหลวงชนบท สส.2003 ไป ดอนหอยหลอด
66+290 สะพานสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ข้ามแม่น้ำแม่กลอง
ราชบุรี 83+125 ต่างระดับวันดาว   ทล.3088 ไป อ.ปากท่อ, เข้าเมืองราชบุรี ไม่มี
84+041 ต่างระดับวังมะนาว     ถนนเพชรเกษม ไป อ.ปากท่อ, เข้าเมืองราชบุรี     ถนนเพชรเกษม ไป เข้าเมืองเพชรบุรี, ชะอำ, หัวหิน
      สะพาน              กำลังก่อสร้างหรือโครงการในอนาคต

สถานที่สำคัญแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง เปลี่ยนประเภทและกำหนดให้ทางหลวงแผ่นดิน สายธนบุรี-สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม-ปากท่อ เป็นทางหลวงพิเศษ"
  2. https://mgronline.com/columnist/detail/9600000129156
  3. "ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง เปลี่ยนประเภทและกำหนดให้ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๓๕ สายธนบุรี - ปากท่อ เป็นทางหลวงแผ่นดิน"
  4. http://www.hamanan.com/tour/samutsongkham/gototaladromhub.html
  5. https://www.posttoday.com/economy/news/594123
  6. http://www.doh.go.th/content/page/page/118
  7. เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ (2018-07-10). "คนไทยควรรู้!! ไขข้อข้องใจ..ความเป็นมาของชื่อของ "สะพานพระราม..." และชื่อถนน...ในย่านสำคัญของสยาม!!". Tnews. สืบค้นเมื่อ 2019-02-03.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข