ดอน ปรมัตถ์วินัย

นักการทูตชาวไทย

ดอน ปรมัตถ์วินัย (เกิด 25 มกราคม 2493) เป็นนักการเมืองและนักการทูตชาวไทย เป็นรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 2 สมัย อดีตอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ อดีตเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน สหภาพยุโรป

ดอน ปรมัตถ์วินัย
ม.ป.ช., ม.ว.ม., ท.จ.
รองนายกรัฐมนตรี
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
5 สิงหาคม 2563
นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
19 สิงหาคม 2558
นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ก่อนหน้า ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ดำรงตำแหน่ง
30 สิงหาคม 2557 – 19 สิงหาคม 2558
นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 25 มกราคม พ.ศ. 2493 (71 ปี)
จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
คู่สมรส นรีรัตน์ ปรมัตถ์วินัย

ประวัติแก้ไข

ดอนเกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2493 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของเลี้ยง กับ นงลักษณ์ ปรมัตถ์วินัย[1][2]

ดอนจบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนบวรศึกษาสถาน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนวัดสุทธิวราราม และมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ในคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างปี 2510–2511 (สิงห์ดำ รุ่น 20) จากนั้น เขาได้รับทุนรัฐบาล (ก.พ.) ไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นายดอนได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยม สาขารัฐศาสตร์ และปริญญาโท สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) และยังได้รับปริญญาโท สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากวิทยาลัยกฎหมายและการทูตเฟลทเชอร์ ณ มหาวิทยาลัยทัฟส์ (The Fletcher School of Law and Diplomacy at Tufts University)

นอกจากนี้ เขายังจบการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 36 และการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 6 จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ. 36/ปรอ. 6 หรือ วปรอ. 366)

ดอนสมรสกับ นรีรัตน์ ทังสุบุตร กรรมการบริษัท ปานะวงศ์ จำกัด บุตรีนายตรีวัฒน์-นางธิติมดี ทังสุบุตร (สกุลเดิมบุนนาค โดยนางธิติมดี ทังสุบุตร แม่ยายนายดอนฯ เป็นบุตรี นาวาโท ตัปนวงศ์ บุนนาค บุตรพลตรี พระยาสุรวงศ์วิวัฒน์ (เตี้ยม บุนนาค) กับกัญจนา บุนนาค ธิดาเจ้าพระยาพิชัยญาติ (ดั่น บุนนาค)[3] มีบุตรด้วยกันหนึ่งคน คือ นายเพื่อน ปรมัตถ์วินัย

ใน พ.ศ. 2561 เขาได้รับรางวัลนิสิตเก่าดีเด่นจาก คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การทำงานแก้ไข

ดอนเริ่มเข้ารับราชการใน พ.ศ. 2517 ในกรมการเมือง กระทรวงการต่างประเทศ[2] ต่อมาระหว่างปี 2517- 2523 ไปทำงานในสังกัดกองเอเซียตะวันออก กองเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักเลขานุการรัฐมนตรี เป็นหนึ่งในคณะของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ในการเยือนปักกิ่ง เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน เมื่อปี 2518 และทำงานกิจการอาเซียนในช่วงหลังการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 1 ณ บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย 2519[ต้องการอ้างอิง]

ในปี 2523 ดอนดำรงตำแหน่งรักษาการหัวหน้ากองนโยบายเศรษฐกิจ และการเงิน และหัวหน้ากองพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม สำนักงานอาเซียนแห่งประเทศไทย โดยเริ่มทำงานเกี่ยวกับปัญหาสงครามกัมพูชา–เวียดนาม[ต้องการอ้างอิง]

ต่อมาในปี 2524 ดอนได้รับแต่งตั้งให้เป็น เลขานุการเอกสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบอนน์ ประเทศเยอรมนีตะวันตก และเป็นที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบอนน์ ในปี 2527[ต้องการอ้างอิง]

ในพ.ศ. 2528 ดอนกลับมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรมการเมือง ก่อนที่จะไปดำรงตำแหน่งอัครราชทูตสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวงกระทรวงการต่างประเทศ และอธิบดีกรมเอเชียตะวันออกในปี 2531, 2534 และ 2535 ตามลำดับ[ต้องการอ้างอิง]

ต่อมาใน พ.ศ. 2537 เขาไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งประเทศไทยประจำสมาพันธรัฐสวิส นครรัฐวาติกัน และราชรัฐลิกเตนสไตน์ ถิ่นพำนัก ณ กรุงแบร์น[ต้องการอ้างอิง]

ต่อมาใน พ.ศ. 2542 ย้ายมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ในช่วงนี้ได้เริ่มต้นงานด้านเยาวชนไทยในโครงการยุวทูตความดี และกลับไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตอีกครั้ง โดยปี 2544 ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี และมองโกเลีย ถิ่นพำนัก ณ กรุงปักกิ่ง กรุงปักกิ่ง[ต้องการอ้างอิง]

ต่อมาใน พ.ศ. 2547 เขาย้ายไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป ราชอาณาจักรเบลเยียม และราชรัฐลักเซมเบิร์ก ถิ่นพำนัก ณ กรุงบรัสเซลส์ ดูแลทุกกิจการของไทยกับสหภาพยุโรปในช่วงวิกฤติสึนามิ 2547 ซึ่งเชื่อมโยงถึงการที่ไทยได้คืนระบบการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) ของสหภาพยุโรปในปีต่อมา[ต้องการอ้างอิง]

ใน พ.ศ. 2550 ดอนย้ายไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาตินครนิวยอร์ก ได้ทำงานเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของกัมพูชาเรื่องปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับประเทศไทย กรณีเขาพระวิหาร ที่กัมพูชาพยายามนำเข้าสู่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ[ต้องการอ้างอิง] ในปี 2550 เขายังได้รับรางวัลครุฑทองคำ จากสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย[4] ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้สำหรับข้าราชการพลเรือนที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น

และในปี 2552 ดอนเข้าดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ถิ่นพำนัก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ดูแลประสานงานความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ในช่วงระหว่างวิกฤตการเมืองไทย พ.ศ. 2553 และได้ดูแลโครงการโรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง ไทย-สหรัฐอเมริกา ในระดับทั่วประเทศ จนกระทั่งออกจากตำแหน่ง โดยลาออกจากราชการในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553 ก่อนเกษียณอายุราชการเพียง 1 เดือน[5] และในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกันนั้น นายดอน เข้ามารับตำแหน่งประธานกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน)[6] ซึ่งเขาเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ มาตั้งแต่ปี 2537[7]

ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2557 เขาลาออกจากบริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน)[8] และเข้ารับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา[9] ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แทน พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2558[10]

ใน พ.ศ. 2561 กกต. ได้กล่าวว่าเขาขาดคุณสมบัติดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากกรณีภรรยาถือครองหุ้นขัดกฎหมาย โดยภรรยามีหุ้นในธุรกิจเกินกว่า 5% แล้วไม่แจ้ง ป.ป.ช. ภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งได้มีการเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่เขาปฏิเสธ พร้อมระบุว่า "การแสดงสปิริตให้ไปเรียกร้องกับนักกีฬา"[11][12][13]

ในสมัยรัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

กระทั่งวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2563 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เขาเป็นรองนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่งควบตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ[14]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. ประวัติการทำงานโดยสังเขปของ นาย ดอน ปรมัตถ์วินัย มอบต่อสมาคมข้าราชการพลเรือนเมื่อ พย.๒๕๕๓
  2. 2.0 2.1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
  3. นาวาโทตัปนวงศ์ บุนนาค - ชมรมสายสกุลบุนนาค
  4. "ประกาศสมาคมข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง ผลการพิจารณาคัดเลือกผู้บริหารราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2550 - 2551" (PDF). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ 2015-11-20.
  5. ไทยรัฐออนไลน์, มุมข้าราชการ 18/09/53 โดย ซี.12 , วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2553.
  6. มติชนออนไลน์ , ช.การช่างดึงอดีตทูตใหญ่ "ดอน ปรมัตถ์วินัย" นั่งปธ.คุมด้านสวล. แตกไลน์ลงทุนพลังงานแสงอาทิตย์[ลิงก์เสีย], วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 เวลา 10:40:21 น.
  7. รายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการของบริษัท ผู้บริหารและผู้มีอำนาจควบคุม และรายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการของบริษัทย่อย บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน)
  8. แจ้งกรรมการอิสระลาออก 29 สิงหาคม 2557
  9. ราชกิจจานุเบกษา พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี [จำนวน ๓๒ ราย ]
  10. ราชกิจจานุเบกษา พระบรมราชโองการ ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี
  11. https://www.khaosod.co.th/politics/news_1174153
  12. https://www.thairath.co.th/content/1296321
  13. https://www.springnews.co.th/view/274351
  14. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี
  15. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๒๐ ตอนที่ ๑๙ ข, หน้า ๔, ๑ ธันวาคม ๒๕๔๖
  16. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๑๕ ตอนที่ ๒๓ ข หน้า ๑๐, ๒ ธันวาคม ๒๕๔๑
  17. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า, เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๙ ข หน้า ๒, ๔ พฤษภาคม ๒๕๔๗
  18. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๑๑๘ ตอนที่ ๔ ข หน้า ๒๑๔, ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๔
ก่อนหน้า ดอน ปรมัตถ์วินัย ถัดไป
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์    
รองนายกรัฐมนตรี (ครม.62)
(5 สิงหาคม 2563 – ปัจจุบัน)
  อยู่ในวาระ
พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร    
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ครม.61,ครม.62)
(19 สิงหาคม 2558 – ปัจจุบัน)
  อยู่ในวาระ