ฟุตบอลทีมชาติอิตาลี

ฟุตบอลทีมชาติอิตาลี (อิตาลี: Nazionale italiana di calcio) เป็นตัวแทนทีมฟุตบอลจากประเทศอิตาลี อยู่ภายใต้การดูแลของสมาพันธ์ฟุตบอลอิตาลี ทีมอิตาลีชนะการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้งหมด 4 ครั้ง ได้แก่ ฟุตบอลโลกปี 1934, 1938, 1982 และ 2006 และชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหนึ่งครั้งในปี 1968 และยังได้เหรียญทองฟุตบอลในโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1936

อิตาลี
Shirt badge/Association crest
ฉายาGli Azzurri (The Blues)
ทีมมักกะโรนี (ฉายาในภาษาไทย)
สมาคมสมาพันธ์ฟุตบอลอิตาลี
(Federazione Italiana Giuoco Calcio – FIGC)
สมาพันธ์ยูฟ่า (ยุโรป)
หัวหน้าผู้ฝึกสอนโรแบร์โต มันชีนี
กัปตันจันลุยจี บุฟฟอน
ติดทีมชาติสูงสุดจันลุยจี บุฟฟอน (176)
ทำประตูสูงสุดลุยจี รีวา (35)
รหัสฟีฟ่าITA
อันดับฟีฟ่า 15 Increase 1 (19 กันยายน 2562)[1]
อันดับฟีฟ่าสูงสุด1 (พฤศจิกายน ค.ศ. 1993, กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2007, เมษายน–มิถุนายน ค.ศ. 2007, กันยายน ค.ศ. 2007)
อันดับฟีฟ่าต่ำสุด17 (กรกฎาคม ค.ศ. 2015, ตุลาคม ค.ศ. 2015, กันยายน ค.ศ. 2017)
อันดับอีแอลโอ8 Steady (6 กันยาน ค.ศ. 2017)
อันดับอีแอลโอสูงสุด1 (มิถุนายน ค.ศ. 1934 – มิถุนายน ค.ศ. 1940, ธันวาคม ค.ศ. 1940 – พฤศจิกายน ค.ศ. 1945, กรกฎาคม–สิงหาคม ค.ศ. 2006)
อันดับอีแอลโอต่ำสุด21 (พฤศจิกายน ค.ศ. 1959)
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
ธงชาติอิตาลี อิตาลี 6–2 ฝรั่งเศส ธงชาติฝรั่งเศส
(มิลาน, อิตาลี; 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1910)
ชนะสูงสุด
ธงชาติอิตาลี อิตาลี 9–0 สหรัฐ Flag of the United States
(เบรนต์ฟอร์ด, อังกฤษ; 2 สิงหาคม ค.ศ. 1948)
แพ้สูงสุด
ธงชาติฮังการี ฮังการี 7–1 อิตาลี ธงชาติอิตาลี
(บูดาเปสต์, ฮังการี; 6 เมษายน ค.ศ. 1924)
ฟุตบอลโลก
เข้าร่วม18 (ครั้งแรกใน 1934)
ผลงานดีที่สุดชนะเลิศ (1934, 1938, 1982 และ 2006)
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
เข้าร่วม9 (ครั้งแรกใน 1968)
ผลงานดีที่สุดชนะเลิศ (1968)
คอนเฟเดอเรชันส์คัพ
เข้าร่วม2 (ครั้งแรกใน 2009)
ผลงานดีที่สุดอันดับที่สาม (2013)

สีประจำทีมอิตาลีคือสีฟ้าอ่อน (และเป็นสีที่ใช้ประจำทีมชาติในหลายกีฬายกเว้นการแข่งขันรถ) ซึ่งในภาษาอิตาลีคือ อัซซูโร (azzurro) และเป็นสีประจำราชวงศ์ของอิตาลีในอดีต และเป็นที่มาของชื่อเล่นของทีมว่า "อัซซูร์รี" (Azzurri)

ประวัติแก้ไข

ในฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ อิตาลีในฐานะแชมป์เก่าเป็นฝ่ายตกรอบแรก และในฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ อิตาลีก็ตกรอบแรกอีกเช่นกัน ถือได้ว่าเป็นทีมที่ตกรอบแรกฟุตบอลโลกถึง 2 สมัยติดต่อกัน[2]

เกียรติประวัติแก้ไข

นี่คือรายชื่อเกียรติประวัติของฟุตบอลทีมชาติอิตาลี

รายการแข่งขันแก้ไข

  • ชนะเลิศ (4): 1934, 1938, 1982, 2006
  • รองชนะเลิศ (2): 1970, 1994
  • อันดับที่สาม (1): 1990
  • อันดับที่สี่ (1): 1978
  • ชนะเลิศ (1): 1968
  • รองชนะเลิศ (2): 2000, 2012
  • อันดับที่สี่ (1): 1980
  • รอบรองชนะเลิศ (1): 1988
  • อันดับที่สาม (1): 2013
  • เหรียญทอง (1): 1936
  • เหรียญทองแดง (2): 1928, 2004

รายการอื่น ๆ:

  • ชนะเลิศ (2): 1927–30, 1933–35
  • รองชนะเลิศ (2): 1931–32, 1936–38[nb 1]

รางวัลส่วนตัวแก้ไข

  • Laureus World Team of the Year
  • ชนะเลิศ: 2007

ตารางสรุปเหรียญรางวัลแก้ไข

รายการแข่งขัน       ทั้งหมด
ฟุตบอลโลก 4 2 1 7
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1 2 0 3
คอนเฟเดอเรชันส์คัพ 0 0 1 1
โอลิมปิกฤดูร้อน 1 0 2 3
เนชันส์ลีก 0 0 0 0
ทั้งหมด 6 4 4 14

ผู้เล่นชุดปัจจุบันแก้ไข

รายชื่อผู้เล่นที่ถูกเรียกตัวสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 รอบคัดเลือก นัดที่พบกับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 และอาร์มีเนียเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019[3]

การลงเล่นและประตูอัปเดตเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019 หลังจากนัดที่พบกับอาร์มีเนีย

0#0 ตำแหน่ง ผู้เล่น วันเกิด (อายุ) ลงเล่น ประตู สโมสร
1 1GK ซัลวาตอเร ซิริกู 12 มกราคม ค.ศ. 1987 (34 ปี) 24 0   โตรีโน
21 1GK จานลุยจี ดอนนารุมมา 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1999 (21 ปี) 16 0   มิลาน
1GK ปิแอร์ลุยจี กอลลินี 18 มีนาคม ค.ศ. 1995 (25 ปี) 1 0   อาตาลันตา
12 1GK อเล็กซ์ เมเร็ต 22 มีนาคม ค.ศ. 1997 (23 ปี) 1 0   นาโปลี

19 2DF เลโอนาร์โด โบนุชชี (กัปตัน) 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1987 (33 ปี) 95 7   ยูเวนตุส
7 2DF อเลสซานโดร ฟลอเรนทซี 11 มีนาคม ค.ศ. 1991 (29 ปี) 35 2   บาเลนเซีย
13 2DF อเลสซิโอ โรมันญอลี 12 มกราคม ค.ศ. 1995 (26 ปี) 12 2   มิลาน
3 2DF คริสเตียโน บิรากี 1 กันยายน ค.ศ. 1992 (28 ปี) 7 1   อินแตร์นาซีโอนาเลมีลาโน
2DF แอแมร์ซง ปัลมิเอรี 3 สิงหาคม ค.ศ. 1994 (26 ปี) 7 0   เชลซี
15 2DF ฟรานเชสโก อแชร์บี 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1988 (32 ปี) 6 1   ลาซีโอ
5 2DF อาร์มันโด อิทโซ 2 มีนาคม ค.ศ. 1992 (28 ปี) 3 0   โตรีโน
2 2DF โจวานนี ดิ ลอเรนโซ 4 สิงหาคม ค.ศ. 1993 (27 ปี) 2 0   นาโปลี
2DF อันเดรอา ชิสตานา 1 เมษายน ค.ศ. 1997 (23 ปี) 0 0   เบรชชา

8 3MF ฌอร์ฌิญญู เฟรลโล 20 ธันวาคม ค.ศ. 1991 (29 ปี) 22 4   เชลซี
18 3MF นิคโคโละ บาเรลลา 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 (23 ปี) 12 3   อินแตร์นาซีโอนาเลมีลาโน
11 3MF นิคโคโละ ซานิโอโล 2 กรกฎาคม ค.ศ. 1999 (21 ปี) 5 2   โรมา
6 3MF ซานโดร โตนาลี 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2000 (20 ปี) 3 0   เบรชชา
4 3MF กาเอตาโน คาสโตรวิลลี 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 (23 ปี) 1 0   ฟีออเรนตีนา
16 3MF โรลันโด มันดราโกรา 29 มิถุนายน ค.ศ. 1997 (23 ปี) 1 0   อูดีเนเซ

17 4FW ชิโร อิมโมบิเล 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1990 (30 ปี) 39 10   ลาซีโอ
10 4FW ลอเรนโซ อินซินเญ 4 มิถุนายน ค.ศ. 1991 (29 ปี) 34 7   นาโปลี
9 4FW อันเดรอา เบล็อตติ 20 ธันวาคม ค.ศ. 1993 (27 ปี) 27 9   โตรีโน
22 4FW สเตฟาน เอล ชาราวี 27 ตุลาคม ค.ศ. 1992 (28 ปี) 25 4   Shanghai Shenhua
20 4FW เฟเดริโก แบร์นาร์เดสคี 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1994 (26 ปี) 24 4   ยูเวนตุส
14 4FW เฟเดริโก เคียซา 25 ตุลาคม ค.ศ. 1997 (23 ปี) 17 1   ฟีออเรนตีนา
23 4FW ริคคาร์โด ออร์โซลินี 24 มกราคม ค.ศ. 1997 (23 ปี) 1 1   โบโลญญา

ผู้เล่นคนสำคัญตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข

หมายเหตุแก้ไข

  1. This edition of the tournament was interrupted due to the annexation of Austria to Nazi Germany on 12 March 1938.

อ้างอิงแก้ไข

  1. "The FIFA/Coca-Cola World Ranking". FIFA. 19 กันยายน 2562. สืบค้นเมื่อ 19 กันยายน 2562. Check date values in: |access-date=, |date= (help)
  2. "อุรุกวัยฉลุย!โกดินโขกฝังอิตาลี10ตัว1-0". สยามสปอร์ต. 24 June 2014. สืบค้นเมื่อ 26 June 2014.
  3. "Archived copy". เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 11 November 2019. สืบค้นเมื่อ 8 November 2019.CS1 maint: archived copy as title (link)

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข