ฟุตบอลทีมชาติเช็กเกีย

ฟุตบอลทีมชาติเช็กเกีย เป็นทีมฟุตบอลประจำ ประเทศเช็กเกีย โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของสมาคมฟุตบอลสาธารณรัฐเช็ก โดยผลงานที่ดีที่สุดในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปของเช็กคือ การเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศใน ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2004 แต่ก็แพ้ กรีซไป 1-0 หลังต่อเวลาพิเศษ ทั้งที่ทำผลงานทั้งในรอบแบ่งกลุ่มและรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ดีแล้ว และส่วนฟุตบอลโลกเช็กในปี 1996 เช็กเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนีไป 2-1 หลังต่อเวลาพิเศษ ปัจจุบันอยู่ภายใต้การคุมทีมของ มิชาล บิเล็ค

ฟุตบอลทีมชาติเช็กเกีย
Shirt badge/Association crest
ฉายาNároďák
เช็ก (ฉายาในภาษาไทย)
สมาคมสมาคมฟุตบอลสาธารณรัฐเช็ก
Fotbalová asociace České republiky(FAČR)
สมาพันธ์ยูฟ่า (ยุโรป)
หัวหน้าผู้ฝึกสอนมิชาล บิเล็ค
กัปตันโตมาช โรซิตสกี
ติดทีมชาติสูงสุดคาเรล พอบอร์สกาย (118)
ทำประตูสูงสุดชาน คอลเลอร์ (55)
สนามเหย้าVarious
รหัสฟีฟ่าCZE
อันดับฟีฟ่า
อันดับปัจจุบัน 31 Steady (16 กันยายน 2021)[1]
อันดับสูงสุด2 (กันยายน 1999; มกราคม-พฤษภาคม 2000; เมษายน-พฤษภาคม 2005; มกราคม-พฤษภาคม 2006)
อันดับต่ำสุด67 (มีนาคม 1994)
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
ธงชาติตุรกี ตุรกี 1–4 Czech Republic เช็กเกีย
(Istanbul, Turkey; 23 February 1994)
ชนะสูงสุด
เช็กเกีย Czech Republic 8–1 อันดอร์รา ธงชาติอันดอร์รา
(Liberec, Czech Republic; 4 June 2005)
เช็กเกีย Czech Republic 7–0 ซานมารีโน ธงชาติซานมารีโน
(Liberec, Czech Republic; 7 October 2006)
เช็กเกีย Czech Republic 7–0 ซานมารีโน ธงชาติซานมารีโน
(Uherské Hradiště, สาธารณรัฐเช็ก; 9 Sep 2009)
แพ้สูงสุด
ธงชาติสวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ 3–0 Czech Republic เช็กเกีย
(ซูริก, Switzerland; 20 April 1994)
ธงชาตินอร์เวย์ นอร์เวย์ 3–0 Czech Republic เช็กเกีย
(ออสโล, Norway; 10 August 2011) ธงชาติรัสเซีย รัสเซีย 4-1 Czech Republic เช็กเกีย
(Wroclaw, Poland; 8 June 2012)
ฟุตบอลโลก
เข้าร่วม9 (ครั้งแรกใน 1934)
ผลงานดีที่สุดรองชนะเลิศ, 1934 และ 1962
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
เข้าร่วม9 (ครั้งแรกใน 1960)
ผลงานดีที่สุดชนะเลิศ, 1976
คอนเฟเดอเรชันส์คัพ
เข้าร่วม1 (ครั้งแรกใน 1997)
ผลงานดีที่สุด3rd, 1997

ทีมชาติก่อตั้งขึ้นในปี 1901 ในสมัยราชอาณาจักรโบฮีเมียที่ถูกปกครองโดยจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ต่อมาได้ก่อตั้งเชโกสโลวาเกีย ก่อนจะแยกประเทศกับสโลวาเกียในปี 1992 การแข่งขันระหว่างประเทศของพวกเขาเป็นครั้งแรกที่สาธารณรัฐเช็กคือยูโร 1996 ที่พวกเขาเสร็จสิ้นการวิ่งขึ้นเสร็จที่ดีที่สุดของพวกเขาในการแข่งขันระหว่างประเทศใด ๆ แม้จะมีความสำเร็จแรกของพวกเขาที่พวกเขาได้ให้ความสำคัญเฉพาะในฟุตบอลโลก 2006 ทัวร์นาเมนต์ที่พวกเขาถูกกำจัดในรอบแรกของการแข่งขัน พวกเขาเผชิญชะตากรรมเดียวกันที่ ยูโร 2008 ลักษณะที่ปรากฏล่าสุดของพวกเขาในขั้นตอนสุดท้ายของการแข่งขันที่สำคัญ

ล่าสุดผลงานในศึก ยูโร 2012 ที่โปแลนด์และยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วมกัน เช็กสามารถผ่านรอบคัดเลือกและทะลุมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้ โดยในกลุ่ม เช็กอยู่สายเดียวกับ รัสเซีย,กรีซ และ เจ้าภาพ โปแลนด์ โดยเช็กเป็นแชมป์กลุ่ม ซึ่ง ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 1 และผ่านเข้าไปสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ รองแชมป์กลุ่ม B คือ โปรตุเกส ซึ่งเช็กเน้นในเกมส์รับมาตลอดและจะรุกเป็นบางครั้ง แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับ โปรตุเกส ไป 1-0 แต่ มิชาล บิเล็ค ผู้จัดการทีมของเช็ก ยอมรับว่าทีมของตนสู้เต็มที่แล้วและทำผลงานได้ดีกว่าความคาดหมาย

ประวัติแก้ไข

ปัจจุบันทีมชาติสาธารณรัฐเช็กอยู่ภายใต้การคุมทีมของ มิชาล บิเล็ค โดยก่อนหน้าที่จะมีการแยกตัวเมื่อปี ค.ศ. 1992 พวกเขาเข้าร่วมการแข่งขันในรายการของสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ (ฟีฟ่า) และสหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ในชื่อของ โบฮีเมีย, ออสเตรีย-ฮังการี และ เช็กโกสโลวาเกีย ในช่วงทศวรรษที่ 90 เช็กโกสโลวาเกีย ได้แตกประเทศ และกลายเป็นสาธารณรัฐเช็กกับสโลวาเกียแทน

ภายหลังการแยกตัวในปี ค.ศ. 1992 สาธารณรัฐเช็กลงเล่นทัวร์นาเมนต์สำคัญแรกคือ ยูโร 1996 และพวกเขาก็สร้างประวัติศาสตร์เป็นรองแชมป์ในรายการนั้น ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของทีมนับตั้งแต่ร่วมแข่งขันมา แต่ถึงแม้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้น พวกเขากลับได้เล่นฟุตบอลโลกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือในปี ค.ศ. 2006 ซึ่งตกรอบแรก เช่นเดียวกับการเก็บกระเป๋ากลับบ้านก่อนกำหนดในยูโร 2008 โดยสาธารณรัฐเช็กลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดแรกในแมตช์เยือนตุรกี และชนะไป 4-1 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1994 และเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์แรกคือยูโร 1996 ซึ่งในรอบคัดเลือกพวกเขาทำสถิติชนะ 6 เสมอ 3 และแพ้ 1 จบในอันดับ 1 ของกลุ่ม 5 ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายที่ประเทศอังกฤษ ในยูโร 1996 รอบสุดท้าย สาธารณรัฐเช็กแพ้เยอรมนี 0-2 ในเกมแรก แต่พวกเขาก็ยังสามารถผ่านเข้าสู่รอบแพ้คัดออกได้สำเร็จ และยังคงเดินหน้าโชว์ฟอร์มเก่งอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การนำทัพของยอดดาวเตะอย่าง พาเวล เนดเวด, แพทริก แบร์เกอร์ และ คาเรล โพดอลสกี้ จนทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศกับเยอรมนี แต่ก็ต้องแพ้ไป 2-1 จากโกลเด้นโกลของ โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์ ในช่วงต่อเวลาพิเศษที่สนามกีฬาเวมบลีย์

จากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในยูโร 1996 ทำให้สาธารณรัฐเช็กได้รับการคาดหมายว่าจะสามารถผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม พวกเขาจบเพียงอันดับ 3 ในรอบคัดเลือก ตามหลังสเปนและยูโกสลาเวีย ทำให้ต้องพลาดเข้าไปเล่นในทัวร์นาเมนต์นั้น

ในช่วงยุค 2000 สาธารณรัฐเช็กสามารถเข้าไปเล่นยูโร 2000 ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์และประเทศเบลเยี่ยมได้สำเร็จ โดยในรอบคัดเลือก พวกเขามีเกมรับเหนียวแน่น เสียไปเพียง 5 ประตูเท่านั้นจาก 10 นัด แต่ในรอบสุดท้ายพวกเขาต้องโชคร้ายเมื่อต้องเจอกับเนเธอร์แลนด์เจ้าภาพ เมื่อยิงชนเสาชนคานถึง 3 ครั้ง ก่อนจะแพ้ 0-1 จากจุดโทษในนาทีสุดท้าย และแพ้ฝรั่งเศส 1-2 แม้จะปิดท้ายด้วยการชนะ เดนมาร์ก 2-0 แต่พวกเขาก็ต้องตกรอบแรก รวมทั้งสาธารณรัฐเช็กก็พลาดในการเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2002 ที่ประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลีใต้ เมื่อพวกเขาจบอันดับ 2 ของกลุ่มในรอบคัดเลือก ตามหลังเดนมาร์ก และแพ้เบลเยียมในเกมเพลย์ออฟ

จากความล้มเหลวในครั้งนั้นทำให้พวกเขาต้องปรับโครงสร้างของทีมใหม่ทั้งหมด และนักเตะที่เป็นแกนหลักของทีมได้แก่ พาเวล เนดเวด, ยาน โคลเลอร์, มิลาน บารอส, มาเร็ค ยานคูลอฟสกี้ และ โทมัส กาลาเซ็ค รวมทั้งผู้รักษาประตูดาวรุ่งอย่าง เปเตอร์ เช็ค สาธารณรัฐเช็กยุคใหม่ทำสถิติสุดยอดระหว่างปี ค.ศ. 2002 - 2003 จากการถล่มคู่แข่งถึง 53 ประตูจาก 19 นัด และไม่พ่ายแพ้ต่อทีมใดเลย รวมทั้งผ่านเข้าไปเล่นยูโร 2004 ได้อย่างง่ายดาย และได้รับการยกย่องว่ามีโอกาสที่จะสอดแทรกขึ้นมาคว้าแชมป์ที่ประเทศโปรตุเกสมาครองได้ ทว่าสถิติไร้ถ่าย 20 นัดของพวกเขาต้องสิ้นสุดลงจากการแพ้ไอร์แลนด์ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2004 สาธารณรัฐเช็กชนะรวดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งรวมถึงชนะเนเธอร์แลนด์ 2-0 และชนะเยอรมนี 3-2 ก่อนจะชนะเดนมาร์กในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และเข้าไปเจอกับกรีซ ม้ามืดประจำทัวร์นาเมนต์ แต่พวกเขาก็ต้องหยุดเส้นทางเอาไว้เพียงรอบนี้เมื่อมาโดนยิงซิลเวอร์โกลในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังจากที่มีโอกาสจะเป็นผู้ชนะในแมตช์นั้นอยู่หลายครั้ง ก่อนที่กรีซจะผ่านเข้าไปคว้าแชมป์ยูโร 2004 ได้อย่างสุดเหลือเชื่อ

สาธารณรัฐเช็กทำสถิติของตัวเองขึ้นใหม่ใน ฟุตบอลโลก 2006 รอบคัดเลือก เมื่อพวกเขาถล่ม อันดอร์ร่า 8-1 และในแมตช์เดียวกันนั้น ยาน โคลเลอร์ ก็กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติ ด้วยจำนวน 35 ประตู และพวกเขาก็จบลงด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม ก่อนชนะนอร์เวย์ในรอบเพลย์ออฟ ทำให้ทีมได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรก สาธารณรัฐเช็กได้รับข่าวดีเมื่อ พาเวล เนดเวด ตัดสินใจกลับมาเล่นให้ทีมชาติอีกครั้ง หลังเคยประกาศเลิกเล่นเมื่อจบการแข่งขันยูโร 2004 และสมาชิกชุดฟุตบอลโลก 2006 ก็มาจากชุดยูโร 2004 ถึง 18 คนเลยทีเดียว ทว่าพวกเขาก็ต้องตกรอบแรกที่ประเทศเยอรมนีอย่างสุดเหลือเชื่อ ทั้งที่ชนะสหรัฐอเมริกา 3-0 ในเกมแรก แต่ก็แพ้กาน่าและอิตาลีในอีก 2 นัดต่อจากนั้น และหลังจบทัวร์นาเมนต์ พาเวล เนดเวด, คาเรล โพดอลสกี้ และวราติสลาฟ ล็อกเวนซ์ ต่างก็ประกาศแขวนสตั๊ดหลังความผิดหวังในฟุตบอลโลก 2006 นั้น โดยสาธารณรัฐเช็กกลับมาทำได้ดีอีกครั้งในการแข่งขันยูโร 2008 รอบคัดเลือก จากการคว้าแชมป์กลุ่ม จบในอันดับที่เหนือกว่าเยอรมนี และในการแข่งขันรอบสุดท้ายที่ประเทศออสเตรียและประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สาธารณรัฐเช็กเอาชนะเจ้าภาพร่วมไปได้ 1-0 ในรอบแบ่งกลุ่มนัดแรก ก่อนจะแพ้โปรตุเกส 1-3 และแพ้ตุรกี 3-2 ส่งผลให้ต้องตกรอบแรกไปอย่างเหลือเชื่อ และเป็นแมตช์สุดท้ายที่ คาเรล บรูคเนอร์ คุมทีม

 
ทีมชาติสาธารณรัฐเช็กในปี ค.ศ. 2009

ในฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก สาธารณรัฐเช็กภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ ราด้า ทำผลงานได้ย่ำแย่อย่างมาก ทำให้เขาต้องถูกปลดจากตำแหน่ง และนักเตะอีก 6 คนของโทษถูกแบนจากทีมชาติ และถึงแม้มีการแต่งตั้ง อิวาน ฮาเซ็ค เข้ามาคุมทีมแทน แต่ก็ไม่สามารถนำทีมไปเล่นรอบสุดท้ายที่ประเทศแอฟริกาใต้ได้ โดยจบรอบคัดเลือกเพียงอันดับ 3 ของกลุ่ม ทำให้ อิวาน ฮาเซ็ค ประกาศลาออก

สาธารณรัฐเช็กเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทีมอีกครั้ง โดยอยู่ภายใต้การคุมทีมของ มิชาล บิเล็ค โดยในยูโร 2012 รอบคัดเลือก ทีมเริ่มต้นด้วยการแพ้ลิทัวเนีย แต่พวกเขาก็คว้าชัยชนะนัดสำคัญได้ในการเจอสกอตแลนด์ ตามด้วยชนะลิกเตนสไตน์ และถึงแม้จะแพ้ต่อสเปน แชมป์ฟุตบอลโลก 2010 พวกเขาก็ยังคว้าสิทธิ์ไปเล่นเพลย์ออฟได้สำเร็จ และได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายที่ประเทศโปแลนด์และประเทศยูเครนโดยชนะมอนเตเนโกรด้วยประตูรวม 2 นัด 3-0 โดยในรอบสุดท้าย แม้นัดแรกในรอบแบ่งกลุ่มจะแพ้รัสเซียไป 4-1 แต่ 2 นัดที่เหลือสามารถชนะได้ทั้งหมด เริ่มจากชนะกรีซไป 2-1 และชนะโปแลนด์ไป 1-0 ผ่านเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่ม แต่ก็ต้องตกรอบไปด้วยการแพ้โปรตุเกสไป 0-1

ส่วนฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก สาธารณรัฐเช็กจบรอบคัดเลือกเพียงอันดับ 3 ของกลุ่ม B ทำให้ไม่ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายที่ประเทศบราซิล ส่วนยูโร 2016 สาธารณรัฐเช็กคว้าแชมป์กลุ่ม A ทำให้ได้สิทธิ์ไปเล่นรอบสุดท้ายที่ประเทศฝรั่งเศสทันที

ลำดับเหตุการณ์แก้ไข

  • 1934 เชโกสโลวาเกีย ได้รองแชมป์ฟุตบอลโลก
  • 1962 เชโกสโลวาเกีย ได้รองแชมป์ฟุตบอลโลก
  • 1976 เชโกสโลวาเกีย ได้แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
  • 1992 เชโกสโลวาเกียได้มีการแบ่งแยกประเทศ โดยสโลวาเกียได้แยกตัวออกมา ทำให้เกิดทีมชาติเช็กเกีย
  • 1996 เช็กเกีย ได้รองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
  • 2006 เช็กเกีย ตกรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก โดยเป็นการเข้าแข่งฟุตบอลโลกครั้งแรกในชื่อเช็กเกีย

เกียรติประวัติแก้ไข

ฟุตบอลโลกแก้ไข

ฟุตบอลโลก FIFA World Cup Qualification record ผู้จัดการทีม(s)
Year Round Position Pld W D * L GF GA Pld W D L GF GA
  1998 ไม่ผ่านเข้ารอบ 10 5 1 4 16 6 ดูซาน ยูฮาริน
    2002 12 6 2 4 20 10 โจเซฟ โชวาเน็ก
  2006 รอบแรก 20th 3 1 0 2 3 4 14 11 0 3 37 12 คาเรล บรูซเนอร์
  2010 ไม่ผ่านเข้ารอบ 10 4 4 2 17 6 Rada, อีวาน ฮาเซ็ก Note 1
  2014 -
  2018
  2022
Total 0 Titles 1/4 3 1 0 2 3 4 46 26 7 13 90 34

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปแก้ไข

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
ปี รอบ อันดับ GP W D* L GS GA
  1996 รองชนะเลิศ 2nd 6 2 2 2 7 8
    2000 รอบแบ่งกลุ่ม 10th 3 1 0 2 3 3
  2004 รอบรองชนะเลิศ 3rd 5 4 0 1 10 5
    2008 รอบแบ่งกลุ่ม 11th 3 1 0 2 4 6
    2012 รอบ 8 ทีมสุดท้าย 6th 4 2 0 2 4 6
รวม 5/14 29 13 5 11 40 38

ผู้เล่นปัจจุบันแก้ไข

รายชื่อผู้เล่นรอบสุดท้ายในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 ประกาศเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ค.ศ. 2021[2][3]

0#0 ตำแหน่ง ผู้เล่น วันเกิด (อายุ) ลงเล่น ประตู สโมสร
1 1GK โตมาช วาตสลีก 29 มีนาคม ค.ศ. 1989 (อายุ 32 ปี) 36 0   เซบิยา
2 2DF ปาแว็ล กาแดร์ฌาแบ็ก 25 เมษายน ค.ศ. 1992 (อายุ 29 ปี) 47 3   1899 ฮ็อฟเฟินไฮม์
3 2DF โอนด์แฌย์ แชลูสต์กา 18 มิถุนายน ค.ศ. 1989 (อายุ 31 ปี) 24 2   สปาร์ตาปราฮา
4 2DF ยากุป บราแบ็ตส์ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1992 (อายุ 28 ปี) 20 1   วิกตอเรียเปิลเซน
5 2DF วลาจิมีร์ โซว์ฟัล 22 สิงหาคม ค.ศ. 1992 (อายุ 28 ปี) 14 1   เวสต์แฮมยูไนเต็ด
6 2DF โตมาช กาลัส 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1993 (อายุ 28 ปี) 22 2   บริสตอลซิตี
7 3MF อันโตญีน บาราก 3 ธันวาคม ค.ศ. 1994 (อายุ 26 ปี) 18 6   เฮลแลสเวโรนา
8 3MF วลาจิมีร์ ดาริดา (กัปตัน) 8 สิงหาคม ค.ศ. 1990 (อายุ 30 ปี) 70 8   แฮร์ทา เบเอ็สเซ
9 2DF โตมาช โฮแล็ช 31 มีนาคม ค.ศ. 1993 (อายุ 28 ปี) 7 1   สลาเวียปราฮา
10 4FW ปาตริก ชิก 24 มกราคม ค.ศ. 1996 (อายุ 25 ปี) 24 10   ไบเออร์เลเวอร์คูเซิน
11 4FW มิคาแอ็ล เกอร์แม็นชีก 15 มีนาคม ค.ศ. 1993 (อายุ 28 ปี) 28 9   ปาโอก
12 3MF ลูกาช มาโซปุสต์ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1993 (อายุ 28 ปี) 20 1   สลาเวียปราฮา
13 3MF แปเตอร์ แช็ฟชีก 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1994 (อายุ 27 ปี) 6 0   สลาเวียปราฮา
14 3MF ยากุป ยังก์โต 19 มกราคม ค.ศ. 1996 (อายุ 25 ปี) 33 4   ซัมป์โดเรีย
15 3MF โตมาช โซว์แช็ก 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1995 (อายุ 26 ปี) 33 7   เวสต์แฮมยูไนเต็ด
16 1GK อาแล็ช มันโดอุส 21 เมษายน ค.ศ. 1992 (อายุ 29 ปี) 1 0   ซิกมาโอโลโมอุตส์
17 2DF ดาวิต ซิมา 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2000 (อายุ 20 ปี) 1 0   สลาเวียปราฮา
18 2DF ยัน โบร์ฌิล 11 มกราคม ค.ศ. 1991 (อายุ 30 ปี) 21 0   สลาเวียปราฮา
19 4FW อาดัม ฮโลแฌ็ก 25 กรกฎาคม ค.ศ. 2002 (อายุ 18 ปี) 2 0   สปาร์ตาปราฮา
20 4FW มาแจย์ วิดรา 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1992 (อายุ 29 ปี) 35 6   เบิร์นลีย์
21 3MF อาแล็กส์ กราล 19 พฤษภาคม ค.ศ. 1998 (อายุ 23 ปี) 16 2   สปาร์ตัคมอสโก
22 2DF อาแล็ช มาแจยู 3 มิถุนายน ค.ศ. 1996 (อายุ 25 ปี) 4 0   เบรชชา
23 1GK โตมาช โกว์แบ็ก 26 สิงหาคม ค.ศ. 1992 (อายุ 28 ปี) 11 0   เอาคส์บวร์ค
24 4FW โตมาช แป็กฮาร์ต 26 พฤษภาคม ค.ศ. 1989 (อายุ 32 ปี) 21 2   แลเกียวาร์ชาวา
25 3MF ยากุป แปแช็ก 24 มิถุนายน ค.ศ. 1993 (อายุ 27 ปี) 1 1   สโลวันลิแบแร็ตส์
26 3MF มิคัล ซาจีแล็ก 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1999 (อายุ 22 ปี) 0 0   สโลวันลิแบแร็ตส์

อดีตผู้เล่นคนสำคัญแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "The FIFA/Coca-Cola World Ranking". FIFA. 16 กันยายน 2021. สืบค้นเมื่อ 16 กันยายน 2021.
  2. "Česká reprezentace oznámila nominaci na UEFA EURO 2020" [The Czech national team announced the squad for UEFA Euro 2020]. Football Association of the Czech Republic (ภาษาเช็ก). 25 May 2021. สืบค้นเมื่อ 25 May 2021.
  3. "Reprezentace je kompletní: nominaci na EURO 2020 doplnil Sadílek" [The team is complete: Sadílek added to the squad for Euro 2020]. Football Association of the Czech Republic (ภาษาเช็ก). 27 May 2021. สืบค้นเมื่อ 27 May 2021.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข