ฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส

ฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส (โปรตุเกส: Seleção Portuguesa de Futebol) เป็นตัวแทนทีมฟุตบอลระดับทีมชาติจากโปรตุเกส ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส ทีมชาติโปรตุเกสมีผลงานสูงสุดคือ ได้ที่สาม ฟุตบอลโลก 1 ครั้งในฟุตบอลโลก 1966 ชนะเลิศฟุตบอลยูโร 1 ครั้งในฟุตบอลยูโร 2016 และชนะเลิศยูฟ่าเนชันส์ลีก 1 ครั้งในยูฟ่าเนชันส์ลีก 2019 รอบสุดท้าย

ธงชาติโปรตุเกส โปรตุเกส
Shirt badge/Association crest
ฉายาSelecção das Quinas[1], Os Navegadores(ผู้นำทาง)[2], A Selecção (ผู้ถูกเลือก)
ฝอยทอง (ในภาษาไทย)[3]
สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส
สมาพันธ์UEFA (ยุโรป)
หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟือร์นังดู ซังตุช
กัปตันคริสเตียโน โรนัลโด
ติดทีมชาติสูงสุดคริสเตียโน โรนัลโด (179)
ทำประตูสูงสุดคริสเตียโน โรนัลโด (109)
รหัสฟีฟ่าPOR
อันดับฟีฟ่า
อันดับปัจจุบัน 8 ลดลง 3 (12 สิงหาคม 2021)[4]
อันดับสูงสุด3 (พฤษภาคม 2010)
อันดับต่ำสุด43 (สิงหาคม 1998)
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
สเปน สเปน 3–1 โปรตุเกส โปรตุเกส
(มาดริด, สเปน; 18 ธันวาคม 1921)
ชนะสูงสุด
โปรตุเกส โปรตุเกส 8–0 ลิกเตนสไตน์ ธงชาติลิกเตนสไตน์
(ลิสบอน, โปรตุเกส; 18 พฤศจิกายน 1994)
โปรตุเกส โปรตุเกส 8–0 คอสตาริกา คอสตาริกา
(กูอิงบรา, โปรตุเกส; 9 มิถุนายน 1999)
โปรตุเกส โปรตุเกส 8–0 คูเวต ธงชาติคูเวต
(ไลเรียอา, โปรตุเกส; 19 พฤศจิกายน 2003)
แพ้สูงสุด
โปรตุเกส โปรตุเกส 0–10 อังกฤษ อังกฤษ
(ลิสบอน, โปรตุเกส; 25 พฤษภาคม 1947)
ฟุตบอลโลก
เข้าร่วม5 (ครั้งแรกใน 1966)
ผลงานดีที่สุดที่ 3, 1966
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
เข้าร่วม5 (ครั้งแรกใน 1984)
ผลงานดีที่สุดชนะเลิศ, 2016
ยูฟ่าเนชันส์ลีก รอบสุดท้าย
เข้าร่วม1 (ครั้งแรกใน 2019)
ผลงานดีที่สุดชนะเลิศ, 2019
คอนเฟเดอเรชันส์คัพ
เข้าร่วม1 (ครั้งแรกใน 2017)
ผลงานดีที่สุดอันดับสาม, 2017

ในฟุตบอลโลก โปรตุเกสยังไม่เคยได้แชมป์โดยเคยได้อันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 2006 เข้าแข่งฟุตบอลโลกครั้งแรกในปี ค.ศ. 1966 ที่เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย (ที่ 3) แพ้ให้กับอังกฤษ 2–1 ต่อมาโปรตุเกสติดเข้ารอบฟุตบอลโลกในปี ค.ศ. 1986 และ 2002 แต่ตกรอบไปตั้งแต่รอบแรก

ในปี ค.ศ. 2003 สหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกสตัดสินใจจ้างลูอิส ฟีลีปี สโกลารี ชาวบราซิลที่เคยนำบราซิล ได้แชมป์ในฟุตบอลโลก 2002 โดยสโกลารีนำโปรตุเกสเข้าสู่รอบสุดท้ายในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2004 แต่แพ้ต่อกรีซในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งทำให้โปรตุเกสกลายเป็นหนึ่งในสองประเทศเจ้าภาพฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปที่ไม่ชนะในรอบชิงชนะเลิศ[5](อีกทีมคือฝรั่งเศส) และต่อมายังทำให้ทีมเข้าสู่ฟุตบอลโลก 4 ทีมสุดท้าย เป็นครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 2006 แต่หลังจากนั้นสโกลารีออกไปในปี ค.ศ. 2008 เพื่อเป็นผู้จัดการทีมเชลซี โดยได้การ์ลุช ไกรอช มาเป็นผู้จัดการคนใหม่ของทีมชาติโปรตุเกสในปี 2008 และเคยรอซได้นำทีมชาติโปรตุเกสเข้าสู่สุดท้ายในฟุตบอลโลก 2010

ในฟุตบอลโลก 2006 โปรตุเกสได้รับรางวัล "ฟีฟ่าเวิลด์คัพเอนเตอร์เทนเมนต์ทีมอวอร์ด" คือ ทีมที่เล่นได้สนุกเร้าใจที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดยเป็นทีมสุดท้ายที่ได้รับรางวัลนี้ก่อนที่จะถูกยกเลิกไป[5]

โปรตุเกสเป็นแชมป์ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ฝรั่งเศส โดยในรอบชิงชนะเลิศสามารถเอาชนะฝรั่งเศสซึ่งเป็นเจ้าภาพไปได้ 1–0 ในช่วงทดเวลาพิเศษหลังเวลาการแข่งขันปกติ ในนาทีที่ 109 จากแอแดร์ ถือเป็นรายการใหญ่รายการแรกที่โปรตุเกสคว้าชัยชนะมาได้

ประวัติแก้ไข

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016แก้ไข

บทความหลัก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016

ในรอบคัดเลือก โปรตุเกสผ่านเข้ารอบมาได้อย่างกระท่อนกระแท่น โดยนัดแรกก็เป็นฝ่ายแพ้ต่อสวีเดน แต่ท้ายสุดก็สามารถผ่านเข้าร่วมการแข่งขันได้ โดยอยู่ในกลุ่มเอฟ ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้ายร่วมกับฮังการี, ออสเตรีย และไอซ์แลนด์ ในรอบแรกโปรตุเกสไม่สามารถเอาชนะทีมใดได้เลย โดยได้ผลเสมอทั้ง 3 นัด แต่ได้ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ ด้วยการเป็นทีมที่ได้อันดับ 3 หนึ่งในจำนวน 4 ทีม ที่มีคะแนนดีที่สุดในบรรดา 6 กลุ่ม

อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1   ฮังการี 3 1 2 0 6 4 +2 5 เข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2   ไอซ์แลนด์ 3 1 2 0 4 3 +1 5
3   โปรตุเกส 3 0 3 0 4 4 0 3
4   ออสเตรีย 3 0 1 2 1 4 −3 1
แหล่งที่มา : ยูฟ่า
กฎการจัดอันดับ : กฎการจัดอันดับรอบแบ่งกลุ่ม

ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย โปรตุเกสสามารถเอาชนะโครเอเชีย ซึ่งเป็นที่หนึ่งของกลุ่มดี มาได้ 0–1 ในช่วงทดเวลาพิเศษหลังเวลาแข่งขันปกติ ทั้งที่ถูกมองว่าเป็นรองกว่า ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายก็เอาชนะโปแลนด์มาได้ 5–3 จากการดวลจุดโทษตัดสิน หลังจบการแข่งขันในเวลาปกติ เสมอกันที่ 1–1 ในรอบ 4 ทีมสุดท้ายก็เอาชนะเวลส์มาได้ 2–0 จนกระทั่งในรอบชิงชนะเลิศก็เอาชนะฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าภาพได้ 1–0 ช่วงทดเวลาพิเศษหลังเวลาแข่งขันปกติ จากการยิงของแอดืร์ ในนาทีที่ 109 ได้แชมป์ไปในที่สุด[6] โดยถือว่าเป็นแชมป์ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะไม่มีการคาดคิดมาก่อนว่าโปรตุเกสจะสามารถทำได้ เนื่องจากการเล่นแต่ละครั้งเป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น โดยการแข่งขันทั้งหมด 7 นัด รวมถึงรอบชิงชนะเลิศ โปรตุเกสเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ในเวลาแข่งขันปกติเพียงนัดเดียวเท่านั้น คือการเอาชนะเวลส์ นอกนั้นต้องตัดสินกันที่การต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที และการดวลจุดโทษตัดสิน[7]

รายชื่อผู้เล่นแก้ไข

ผู้เล่นทั้งหมดนี้ถูกเรียกตัวมาในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 โดยประกาศรายชื่อผู้เล่นรอบสุดท้ายเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2021[8]

0#0 ตำแหน่ง ผู้เล่น วันเกิด (อายุ) ลงเล่น ประตู สโมสร
1 1GK รุย ปาตรีซียู 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1988 (อายุ 33 ปี) 92 0   วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์
2 2DF แนลซัน ซึเมดู 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1993 (อายุ 27 ปี) 17 0   วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์
3 2DF เปปี 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1983 (อายุ 38 ปี) 113 7   โปร์ตู
4 2DF รูแบน ดียัช 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1997 (อายุ 24 ปี) 27 2   แมนเชสเตอร์ซิตี
5 2DF ราฟาแอล กึไรรู 22 ธันวาคม ค.ศ. 1993 (อายุ 27 ปี) 45 2   โบรุสซีอาดอร์ทมุนท์
6 2DF ฌูแซ ฟงตึ 22 ธันวาคม ค.ศ. 1983 (อายุ 37 ปี) 45 0   ลีล
7 4FW คริสเตียโน โรนัลโด (กัปตัน) 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985 (อายุ 36 ปี) 173 103   แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
8 3MF ฌูเวา โมตีญู 8 กันยายน ค.ศ. 1986 (อายุ 34 ปี) 130 7   วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์
9 4FW อังแดร ซิลวา 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 1995 (อายุ 25 ปี) 38 16   ไอน์ทรัคท์ฟรังค์ฟวร์ท
10 3MF บือร์นาร์ดู ซิลวา 10 สิงหาคม ค.ศ. 1994 (อายุ 26 ปี) 54 7   แมนเชสเตอร์ซิตี
11 3MF บรูนู ฟือร์นังดึช 8 กันยายน ค.ศ. 1994 (อายุ 26 ปี) 27 2   แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
12 1GK อังโตนี ลอปึช 1 ตุลาคม ค.ศ. 1990 (อายุ 30 ปี) 13 0   ลียง
13 3MF ดานีลู ปึไรรา 9 กันยายน ค.ศ. 1991 (อายุ 29 ปี) 45 2   ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง
14 3MF วีลียัม การ์วัลยู 7 เมษายน ค.ศ. 1992 (อายุ 29 ปี) 64 4   เบติส
15 4FW ราฟา ซิลวา 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1993 (อายุ 28 ปี) 20 0   ไบฟีกา
16 3MF รึนาตู ซังชึช 18 สิงหาคม ค.ศ. 1997 (อายุ 23 ปี) 24 2   ลีล
17 3MF กงซาลู แกดึช 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1996 (อายุ 24 ปี) 22 6   บาเลนเซีย
18 3MF รูแบน แนวึช 13 มีนาคม ค.ศ. 1997 (อายุ 24 ปี) 20 0   วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์
19 3MF เปดรู กงซัลวึช 28 มิถุนายน ค.ศ. 1998 (อายุ 22 ปี) 0 0   สปอร์ติงลิสบอน
20 2DF ดีโยกู ดาโล 18 มีนาคม ค.ศ. 1999 (อายุ 22 ปี) 0 0   มิลาน
21 4FW ดีโยกู ฌอตา 4 ธันวาคม ค.ศ. 1996 (อายุ 24 ปี) 12 6   ลิเวอร์พูล
22 1GK รุย ซิลวา 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1994 (อายุ 27 ปี) 0 0   กรานาดา
23 4FW ฌูเวา แฟลิกส์ 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1999 (อายุ 21 ปี) 16 3   อัตเลติโกเดมาดริด
24 3MF แซร์ฌียู ออลีไวรา 2 มิถุนายน ค.ศ. 1992 (อายุ 29 ปี) 10 0   โปร์ตู
25 2DF นูนู เม็งดึช 19 มิถุนายน ค.ศ. 2002 (อายุ 18 ปี) 3 0   สปอร์ติงลิสบอน
26 3MF ฌูเวา ปัลยีญา 9 กรกฎาคม ค.ศ. 1995 (อายุ 25 ปี) 3 1   สปอร์ติงลิสบอน

เกียรติประวัติแก้ไข

  • อันดับ 3 (1): 1966
  • อันดับ 4 (1): 2006
  • ชนะเลิศ (1): 2016
  • รองชนะเลิศ (1): 2004
  • อันดับ 3 (1): 2017
  • อันดับ 4 (1): 1996

อดีตผู้เล่นที่มีชื่อเสียงแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. Selecção das Quinas หมายถึง "ห้าโล่" ("ทีมแห่ง เอสคิวต์เชียน"ส) หรือสัญลักษณ์ห้าจุดข้างใน ("ทีมแห่ง เบเซนตส์") ในธงชาติโปรตุเกส ซึ่งนำมาประดับไว้ในเสื้อตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 70 หมายถึงธงชาติโปรตุเกส หรือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับเบเซนตส์เหล่านี้
  2. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-10-17. สืบค้นเมื่อ 2010-06-15.
  3. "อุ่นเดือด!โด้นำฝอยทองโป้ง,ตราไก่ใช้ป็อกบาจิก". สยามกีฬา. 4 September 2015. สืบค้นเมื่อ 31 May 2016.
  4. "The FIFA/Coca-Cola World Ranking". FIFA. 12 สิงหาคม 2021. สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2021.
  5. 5.0 5.1 หน้า 13 กีฬา, โปรตุเกส หากท็อปฟอร์มมีลุ้นถึงแชมป์ โดย ทีมข่าวกีฬา. "ตะลุยยูโร". เดลินิวส์ฉบับที่ 24,321: วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก
  6. "เอแดร์ ซัดชัย พา 'ฝอยทอง' เชือดเจ้าภาพ เถลิงแชมป์ยุโรปสมัยแรก". เรื่องเล่าเช้านี้. July, 11 2016. สืบค้นเมื่อ July 11, 2016. Check date values in: |date= (help)
  7. หน้า 19 สังคม/มวย/ฟุตบอลต่างประเทศ/สกู๊ป, ตำนานเทพนิยาย 'ฝอยทอง' ต้นร้าย–ปลายแชมป์. คมชัดลึกปีที่ 15 ฉบับที่ 5379: วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
  8. "EURO 2020: os 26 de Portugal" [Euro 2020: Portugal's 26]. Portuguese Football Federation (ภาษาโปรตุเกส). 20 May 2021. สืบค้นเมื่อ 20 May 2021.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข