ฟุตบอลทีมชาติโครเอเชีย

ฟุตบอลทีมชาติโครเอเชีย (อังกฤษ: Croatia national football team; โครเอเชีย: Hrvatska nogometna reprezentacija) เป็นฟุตบอลทีมชาติจากประเทศโครเอเชีย ภายใต้การดูแลของสหพันธ์ฟุตบอลโครเอเชีย เคยเข้าร่วมฟุตบอลโลก 5 ครั้ง และฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 6 ครั้ง

โครเอเชีย
Shirt badge/Association crest
ฉายาVatreni (เปลวไฟ)
ทีมตาหมากรุก, หมากรุกพิฆาต (ในภาษาไทย)
สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลโครเอเชีย
สมาพันธ์ยูฟ่า (ยุโรป)
หัวหน้าผู้ฝึกสอนซลัตโก ดาลิตช์
กัปตันลูคา มอดริช
ติดทีมชาติสูงสุดดารียอ เซอร์นา (134)
ทำประตูสูงสุดดาวอร์ ซูเคอร์ (45)
สนามเหย้าหลายแห่ง
รหัสฟีฟ่าCRO
อันดับฟีฟ่า
อันดับปัจจุบัน 17 เพิ่มขึ้น 1 (16 กันยายน 2021)[1]
อันดับสูงสุด3 (มกราคม 1999)
อันดับต่ำสุด125 (มีนาคม 1994)
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
โครเอเชีย โครเอเชีย 4 – 0 สวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์
(ซาเกร็บ, ยูโกสลาเวีย; 2 เมษายน 1940)[1]
ชนะสูงสุด
ธงชาติโครเอเชีย โครเอเชีย 10–0 ซานมารีโน ธงชาติซานมารีโน
(รีเยกา, โครเอเชีย; 4 มิถุนายน 2016)
แพ้สูงสุด
อังกฤษ อังกฤษ 5 – 1 โครเอเชีย โครเอเชีย
(ลอนดอน, อังกฤษ; 9 กันยายน 2009)
ฟุตบอลโลก
เข้าร่วม5 (ครั้งแรกใน 1998)
ผลงานดีที่สุดรองชนะเลิศ (2018)
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
เข้าร่วม6 (ครั้งแรกใน 1996)
ผลงานดีที่สุดรอบก่อนรองชนะเลิศ (1996, 2008)

ในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ทีมชาติโครเอเชียสามารถสร้างประวัติศาสตร์ในการเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก โดยในรอบรองชนะเลิศเอาชนะทีมชาติอังกฤษไป 2-1 โดยก่อนหน้านี้ผลงานที่ดีที่สุดในฟุตบอลโลกคือ ได้ที่ 3 ในปี ค.ศ. 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยเอาชนะเนเธอร์แลนด์ไปได้ 1–2 ในรอบชิงที่ 3

ประวัติแก้ไข

สมาพันธ์ฟุตบอลโครเอเชียก่อตั้งในวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 1912 ในจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ซึ่งโครเอเชีย เป็นประเทศที่เกิดใหม่ช่วงที่เป็นรัฐอิสระระหว่างปี ค.ศ. 1940–ค.ศ. 1945 ได้ผนวกรวมตัวกับประเทศยูโกสลาเวีย จึงแยกตัวออกมาเป็นรัฐอิสระในปี ค.ศ. 1990 ทำให้ในยุคแรกนักฟุตบอลทีมชาติโครเอเชียจะเป็นนักฟุตบอลทีมชาติยูโกสลาเวียมาก่อน โดยนัดสุดท้ายที่นักฟุตบอลทั้ง 2 ชาติเล่นร่วมกันในนามทีมชาติยูโกสลาเวีย คือ การพบกับสวีเดน เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 1991 และเข้าเป็นสมาชิกฟีฟ่าในปลายปี ค.ศ. 1992 และได้รับการจัดอันดับเป็นครั้งแรกจากฟีฟ่าให้เป็นที่ 125 ของโลก เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 1994

ลักษณะเด่นของทีมชาติโครเอเชีย คือ ชุดที่สวมใส่ที่มีลายตารางหมากรุกสีขาวสลับแดง โดยสวมกางเกงขาว ถุงเท้าสีน้ำเงิน ขณะที่ชุดทีมเยือนจะเป็นสีน้ำเงินเข้มทั้งชุด มีแถบสามเหลี่ยมตาหมากรุกสีแดงจากคอและไหล่ซ้ายลงมาถึงแนวต่อของแขนเสื้อ ซึ่งทำให้ได้รับฉายาว่า "Vatreni" แปลว่า "เปลวไฟ" ขณะที่ฉายาในภาษาไทยจะเรียกว่า "ทีมตาหมากรุก" หรือ "หมากรุกพิฆาต"[2]

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016แก้ไข

ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 หรือยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส โครเอเชียอยู่ในกลุ่มดี ร่วมกับ สเปน (แชมป์เก่า), ตุรกี และสาธารณรัฐเช็ก โครเอเชียได้ผ่านเข้าไปสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งเป็นรอบการแข่งขันที่แพ้แล้วคัดออก ด้วยคะแนนเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีผลงานเด่น คือ เอาชนะสเปน ซึ่งเป็นแชมป์เก่าและถูกมองว่าเหนือกว่าได้ 1–2 ในนัดสุดท้ายของรอบแรก[3]

อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1   โครเอเชีย 3 2 1 0 5 3 +2 7 เข้าสู่รอบแพ้คัดออก
2   สเปน 3 2 0 1 5 2 +3 6
3   ตุรกี 3 1 0 2 2 4 −2 3
4   เช็กเกีย 3 0 1 2 2 5 −3 1
แหล่งที่มา : ยูฟ่า
กฎการจัดอันดับ : กฎการจัดอันดับรอบแบ่งกลุ่ม

ฟุตบอลโลก 2018แก้ไข

ดูบทความหลักที่: ฟุตบอลโลก 2018

ในฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย โครเอเชียอยู่ในกลุ่ม ดี ร่วมกับไนจีเรีย, อาร์เจนตินา และทีมชาติร่วมทวีปเดียวกันอย่างไอซ์แลนด์ โครเอเชียทำผลงานในรอบแบ่งกลุ่มได้ดีโดยเอาชนะได้ทั้งสามนัด ได้แก่ ชนะไนจีเรีย 2–0 ชนะอาร์เจนตินา 3–0 และชนะไอซ์แลนด์ 2–1 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

อันดับ ทีม เล่น ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย ต่าง คะแนน การผ่านเข้ารอบ
1   โครเอเชีย 3 3 0 0 7 1 +6 9 ผ่านเข้าสู่ รอบแพ้คัดออก
2   อาร์เจนตินา 3 1 1 1 3 5 −2 4
3   ไนจีเรีย 3 1 0 2 3 4 −1 3
4   ไอซ์แลนด์ 3 0 1 2 2 5 −3 1
แหล่งที่มา : ฟีฟ่า
กฎการจัดอันดับ : กฎการจัดอันดับรอบแบ่งกลุ่ม

ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย โครเอเชียเสมอกับเดนมาร์กในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1–1 และสามารถเอาชนะการยิงลูกโทษไปได้ 3–2 ต่อมาในรอบก่อนรองชนะเลิศ โครเอเชียเสมอในช่วงต่อเวลาพิเศษอีกครั้งกับเจ้าภาพอย่างรัสเซีย 2–2 สุดท้ายสามารถเอาชนะการยิงลูกโทษ 4–3 ต่อมาในรอบรองชนะเลิศ โครเอเชียสามารถเอาชนะอังกฤษในช่วงต่อเวลาพิเศษไปได้ 2–1 และในรอบชิงชนะเลิศ โครเอเชียพ่ายแพ้ต่อฝรั่งเศส 4–2 ทำให้จบเพียงรองชนะเลิศ แต่นั่นก็ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดในฟุตบอลโลกของโครเอเชีย

ผู้เล่นแก้ไข

ผู้เล่นชุดฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020แก้ไข

รายชื่อผู้เล่นรอบสุดท้ายประกาศเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2021[4]

0#0 ตำแหน่ง ผู้เล่น วันเกิด (อายุ) ลงเล่น ประตู สโมสร
1 1GK ดอมินิก ลิวากอวิช 9 มกราคม ค.ศ. 1995 (อายุ 26 ปี) 20 0   ดินามอซาเกร็บ
2 2DF ชีเม เวอร์ซาลย์กอ 10 มกราคม ค.ศ. 1992 (อายุ 29 ปี) 48 0   อัตเลติโกเดมาดริด
3 2DF บอร์นา บาริชิช 10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1992 (อายุ 28 ปี) 19 1   เรนเจอส์
4 3MF อิวัน เปริชิช 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1989 (อายุ 32 ปี) 100 28   อินแตร์นาซีโอนาเล
5 2DF ดูเย ชาเลตา-ซาร์ 17 กันยายน ค.ศ. 1996 (อายุ 24 ปี) 13 0   มาร์แซย์
6 2DF เดยัน ลอวเร็น 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 (อายุ 31 ปี) 64 4   เซนิตเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
7 4FW ยอซิป เบรกาลอ 23 มิถุนายน ค.ศ. 1998 (อายุ 22 ปี) 23 4   เฟาเอ็ฟเอ็ล ว็อลฟส์บวร์ค
8 3MF มาเตออ กอวาชิช 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1994 (อายุ 27 ปี) 64 4   เชลซี
9 4FW อันเดรย์ กรามาริช 19 มิถุนายน ค.ศ. 1991 (อายุ 29 ปี) 54 14   1899 ฮ็อฟเฟินไฮม์
10 3MF ลูกา มอดริช (กัปตัน) 9 กันยายน ค.ศ. 1985 (อายุ 35 ปี) 137 17   เรอัลมาดริด
11 3MF มาร์ตเซลอ บรอซอวิช 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1992 (อายุ 28 ปี) 58 6   อินแตร์นาซีโอนาเล
12 1GK ลอวเร กาลินิช 3 เมษายน ค.ศ. 1990 (อายุ 31 ปี) 19 0   ไฮดูกสปลิต
13 3MF นิกอลา วลาชิช 4 ตุลาคม ค.ศ. 1997 (อายุ 23 ปี) 21 5   ซีเอสเคเอ มอสโก
14 4FW อานเต บูดิมีร์ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1991 (อายุ 29 ปี) 7 1   โอซาซูนา
15 3MF มาริออ ปาชาลิช 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1995 (อายุ 26 ปี) 24 3   อาตาลันตา
16 2DF มิเล ชกอริช 19 มิถุนายน ค.ศ. 1991 (อายุ 29 ปี) 5 0   โอซีเยก
17 4FW อานเต เรบิช 21 กันยายน ค.ศ. 1993 (อายุ 27 ปี) 37 3   มิลาน
18 3MF มิสลัฟ ออร์ชิช 29 ธันวาคม ค.ศ. 1992 (อายุ 28 ปี) 8 0   ดินามอซาเกร็บ
19 3MF มิลัน บาเด็ลย์ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1989 (อายุ 32 ปี) 55 2   เจนัว
20 4FW บรูโน เป็ตกอวิช 16 กันยายน ค.ศ. 1994 (อายุ 26 ปี) 14 6   ดินามอซาเกร็บ
21 2DF ดอมาก็อย วีดา 29 เมษายน ค.ศ. 1989 (อายุ 32 ปี) 87 4   เบชิกทัช
22 2DF ยอซิป ยูรานอวิช 16 สิงหาคม ค.ศ. 1995 (อายุ 25 ปี) 8 0   แลเกียวาร์ชาวา
23 1GK ซิม็อน สลูกา 17 มีนาคม ค.ศ. 1993 (อายุ 28 ปี) 3 0   ลูตันทาวน์
24 2DF ดอมาก็อย บราดาริช 10 ธันวาคม ค.ศ. 1999 (อายุ 21 ปี) 4 0   ลีล
25 2DF ย็อชกอ กวาร์ดิออล 23 มกราคม ค.ศ. 2002 (อายุ 19 ปี) 0 0   ดินามอซาเกร็บ
26 3MF ลูกา อิวานูเช็ตส์ 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1998 (อายุ 22 ปี) 2 1   ดินามอซาเกร็บ

อดีตผู้เล่นคนสำคัญแก้ไข

สีแก้ไข

ชุดแข่งขันของโครเอเชียได้ถูกออกแบบใน ปี ค.ศ. 1990 โดยจิตรกร มิโรสลาฟ ซูเตจ์ ซึ่งเป็นผู้ออกแบบตราแผ่นดิน แม้ว่าจะถูกดัดแปลงเล็กน้อยโดยล็อตโต (ในปี ค.ศ. 1998 ตาหมากรุกได้ย้ายไปอยู่ด้านขวา ขณะที่ด้านซ้ายเป็นสีขาวล้วน) และไนกี้ ตั้งแต่ดั้งเดิม ตาหมากรุกถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ของเอกลักษณ์ของชาติและการออกแบบที่คล้ายกันถูกนำมาใช้ในการแข่งขันกีฬาระดับโลกทั้งหมดของทีมชาติโครเอเชีย[5]

ประวัติชุดแข่งขันแก้ไข

 
 
 
 
 
 
 
 
 
1990 - ชุดตาหมากรุกแบบแรก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
1996–1997
ชุดแข่งขันแบบที่ 1
 
 
 
 
 
 
 
 
1998–2000
ชุดแข่งขันแบบที่ 1
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2002–2004
ชุดแข่งขันแบบที่ 1
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2004–2006
ชุดแข่งขันแบบที่ 1
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2006–2008
ชุดแข่งขันแบบที่ 1
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2008–2010
ชุดแข่งขันแบบที่ 1
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2010–2012
ชุดแข่งขันแบบที่ 1
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2012–2014
ชุดแข่งขันแบบที่ 1
 
 
 
 
 
 
 
 
2014–2016
ชุดแข่งขันแบบที่ 1
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2016–
ชุดแข่งขันแบบที่ 1
 
 
 
 
 
 
1940 - ชุดแข่งขันอย่างเป็นทางการแบบแรก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
1996–1997
ชุดแข่งขันแบบที่ 2
 
 
 
 
 
 
 
 
1998–2000
ชุดแข่งขันแบบที่ 2
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2002–2004
ชุดแข่งขันแบบที่ 2
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2004–2006
ชุดแข่งขันแบบที่ 2
 
 
 
 
 
 
 
2006–2008
ชุดแข่งขันแบบที่ 2
 
 
 
 
 
 
 
2008–2010
ชุดแข่งขันแบบที่ 2
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2010–2012
ชุดแข่งขันแบบที่ 2
 
 
 
 
 
 
 
2012–2014
ชุดแข่งขันแบบที่ 2
 
 
 
 
 
 
 
 
 
2014–2016
ชุดแข่งขันแบบที่ 2
 
 
 
 
 
 
 
 
2016–
ชุดแข่งขันแบบที่ 2

หมายเหตุ: ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ชุดแข่งขันของโครเอเชียได้รับการโหวตจากผู้อ่านเว็บไซต์สำนักข่าวสกายสปอร์ตว่าเป็นชุดแข่งขันที่สวยที่สุดในครั้งนี้ เป็นอันดับ 2 (โดยอันดับ 1 คือ ฝรั่งเศส) และการแข่งขันรอบแรก โครเอเชียสวมชุดแข่งขันแบบที่ 2 ซึ่งเป็นสีน้ำเงินล้วนทั้ง 3 นัด[6]

เกียรติประวัติแก้ไข

รายการหลัก

รายการรอง

  • ถ้วยรางวัลฮัสซันที่สอง
    • ชนะเลิศ: 1996
  • คิรินคัพ
    • รองชนะเลิศ: 1997
  • โคเรียคัพ
    • ชนะเลิศ: 1999
  • คาลส์เบิร์กคัพ
    • อันดับที่สาม: 2006

รางวัลอื่น ๆ

  • Best Mover of the Year
    • 1994
    • 1998

อ้างอิงแก้ไข

  1. "The FIFA/Coca-Cola World Ranking". FIFA. 16 กันยายน 2021. สืบค้นเมื่อ 16 กันยายน 2021.
  2. โครเอเชีย จะเข้ารอบสองได้หรือไม่ อิตาลีจะเป็นตัวชี้ชะตา, หน้า 21 เดลินิวส์ : เสาร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 แรม 7 ค่ำ เดือน 6 ปีมะโรง โดย นพ.วิชาญ-พิเชษฐ์ เกิดวิชัย
  3. "สเปน-ตราไก่ เต็งแชมป์ บอลยูโร 2016 โพย-บ่อนผู้ดี 'อังกฤษ' บ๊วย!". ไทยรัฐ. 23 June 2016. สืบค้นเมื่อ 24 June 2016.
  4. "Izbornik Dalić objavio popis kandidata za EURO 2020!" [The selector Dalić published the list of candidates for Euro 2020!]. Croatian Football Federation (ภาษาโครเอเชีย). 17 May 2021. สืบค้นเมื่อ 17 May 2021.
  5. Mario Duspara; Tanja Simić (20 February 2006). "Hrvatske kocke opet modni hit" (ภาษาโครเอเชีย). Nacional (weekly). เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-06-30. สืบค้นเมื่อ 30 June 2012. Unknown parameter |deadurl= ignored (help); Unknown parameter |trans_title= ignored (help)
  6. "10 เครื่องแบบสุดซี๊ดใน ยูโร 2016". smmsport. 8 June 2016. สืบค้นเมื่อ 24 June 2016.

เชิงอรรถแก้ไข

หนังสือ
  • Ramet. P, Sabrina (2005). Thinking about Yugoslavia. Cambridge University. ISBN 0-521-85151-3.
  • Klemenčić, Mladen (2004). Nogometni leksikon. Miroslav Krleža lexicographic institute. ISBN 953-6036-84-3.
  • Foster, Jane (2004). Footprint Croatia. Footprint Travel Guides. ISBN 1-903471-79-6.
  • Bellamy. J, Alex (2003). The Formation of Croatian National Identity. Manchester University Press. ISBN 0-7190-6502-X.
  • Giulianotti, Richard (1997). Entering the Field: New Perspectives on World Football. Berg Publishers. ISBN 1-85973-198-8.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข