สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด

สโมสรฟุตบอลสเปน

สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด (สเปน: Real Madrid Club de Fútbol) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เรอัลมาดริด หรือ ราชันชุดขาว เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสเปน ตั้งอยู่ที่กรุงมาดริดเมืองหลวงของประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1902 เล่นในลาลีกา และเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลศตวรรษที่ 20 โดยสามารถคว้าแชมป์ลาลีกาได้ทั้งสิ้น 33 สมัย ถ้วยโกปาเดลเรย์ 17 ครั้ง และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 12 สมัยซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรายการ นอกจากนั้น เรอัลมาดริดยังได้เป็นสมาชิกของกลุ่มจี-14 ซึ่งเป็นกลุ่มของสโมสรฟุตบอลชั้นนำของยุโรปอีกด้วย[4]

เรอัลมาดริด
โลโก้สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด.png
ชื่อเต็ม Real Madrid Club de Fútbol
ฉายา Los Blancos (ขาว)
โลสเมเรงเกส (ขนมเมอแรงก์)[1]
ราชันชุดขาว (ในภาษาไทย)
ก่อตั้ง 6 มีนาคม ค.ศ. 1902
(ในชื่อ Sociedad Madrid FC)[2]
สนาม สนามซานเตียโก เบร์นาเบว
มาดริด
Ground ความจุ 80,400 ที่นั่ง[3]
ประธาน สเปน โฟลเรนตีโน เปเรซ
ผู้จัดการทีม ฝรั่งเศส ซีเนดีน ซีดาน
ลีก ลาลีกา
2016–17 ลาลีกา, ที่ 1
เว็บไซต์ เว็บไซต์สโมสร
สีชุดทีมเยือน
สีชุดที่สาม
ฤดูกาลปัจจุบัน

สำหรับทีมสำรอง ให้ดูที่บทความ สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดกัสตียา

สนามเหย้าของสโมสรคือสนามซานเตียโก เบร์นาเบวอันมีชื่อเสียงแห่งกรุงมาดริด เรอัลมาดริดเป็นสโมสรที่มีหุ้นส่วน (socios) เป็นเจ้าของและเป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1902 ซึ่งแตกต่างกับสโมสรส่วนใหญ่ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 2000 ฟีฟ่าได้จัดว่าเรอัลมาดริดเป็นสโมสรที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20[5]

ราชันชุดขาวนั้นเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์รายการแข่งขันของยูฟ่าด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 12 สมัยและยูฟ่าคัพ 3 สมัย ซึ่งมากกว่าสโมสรอื่น ๆ ทุกสโมสร [6] มีเพียงโทรฟียุโรปเดียวที่เรอัลมาดริดยังไม่เคยได้ นั่นคือ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ ซึ่งมีสิทธิ์เล่น 2 ครั้งแต่ก็พ่ายไปทั้งสองนัดโดยครั้งแรกแพ้ให้กับเชลซี 2-1 ในปี ค.ศ. 1971 และเสมอ 1-1 ในนัดแรกก่อนที่จะแพ้ 1-0 ในนัดที่สองให้กับแอเบอร์ดีนด้วยประตูรวม 2-1 ในปี ค.ศ. 1983

เรอัลมาดริดยังเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดในโลกจากกรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี ค.ศ. 2007[7] และยังเป็นสโมสรที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกอีกด้วย[8] เรอัลมาดริดเคยเดินทางมาเตะกับทีมชาติไทยในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ผลการแข่งขันเรอัลมาดริดชนะไป 2-1 ประตู

เนื้อหา

ประวัติของสโมสร

ช่วงปีแรก (ค.ศ. 1897-1945)

 
สโมสรเรอัลมาดริดในปี ค.ศ. 1905

ต้นกำเนิดของสโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริดต้องย้อนกลับไปในช่วงที่กีฬาฟุตบอลได้ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในกรุงมาดริด โดยนักวิชาการและนักศึกษาของโครงการสถาบันการศึกษาเสรี (Institución Libre de Enseñanza) ซึ่งมีผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และออกซ์ฟอร์ดรวมอยู่ด้วย พวกเขารวมตัวกันสร้างสโมสร ฟุตบอลคลับสกาย ขึ้นในปี ค.ศ. 1897 โดยเล่นกันประจำในวันอาทิตย์ตอนเช้าที่ย่านมองโกลอา และต่อมาได้มีการแยกตัวออกเป็น 2 สโมสรในปี ค.ศ. 1900 ได้แก่ นิว-ฟุตบอลเดมาดริด (New Foot-Ball de Madrid) และ กลุบเอสปัญญอลเดมาดริด (Club Español de Madrid)[9] ในวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1902 หลังจากที่คณะกรรมการชุดใหม่ (ซึ่งมีฆวน ปาโดรส เป็นประธาน) ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา สโมสรฟุตบอลมาดริดจึงได้รับการก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ[10] สามปีหลังหลังจากที่ก่อตั้งสโมสรขึ้นได้สามปี ในปี ค.ศ. 1905 สโมสรมาดริดสามารถคว้าแชมป์การแข่งขันได้เป็นครั้งแรกหลังจากเอาชนะแอทเลติกบิลบาโอไปในการแข่งขันสแปนิชคัพรอบชิงชนะเลิศ

สโมสรฟุตบอลมาดริดกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกก่อตั้งราชสหพันธ์ฟุตบอลสเปนในวันที่ 4 มกราคม ค.ศ. 1909 เมื่อประธานสโมสร อาดอลโฟ เมเลนเดซ ได้ลงนามข้อตกลงตามรากฐานของสเปนเอฟเอคัพ หลังจากเปลี่ยนสถานที่ฝึกซ้อมอยู่หลายแห่ง ในปี ค.ศ. 1912 สโมสรก็ได้เปิดใช้สนามของตนเองเป็นครั้งแรกที่กัมโปเดโอโดเนล (Campo de O'Donnell)[11] และในปี ค.ศ. 1920 สโมสรได้เปลี่ยนชื่อเป็น เรอัลมาดริด (Real Madrid) หลังจากที่พระเจ้าอัลฟอนโซที่ 13 แห่งสเปน ได้พระราชทานตำแหน่ง "เรอัล" (ในภาษาสเปนแปลว่าของกษัตริย์หรือของหลวง) ให้กับสโมสร[12]

ในปี ค.ศ. 1929 ได้มีการก่อตั้งระบบการแข่งขันระหว่างสโมสรในสเปนขึ้นเป็นครั้งแรก เรอัลมาดริดสามารถครองอันดับที่ 1 มาตลอดในช่วงนัดแรกของฤดูกาลจนมาถึงนัดสุดท้ายซึ่งแพ้ให้กับแอทเลติกบิลบาโอ ทำให้สโมสรได้แค่อันดับที่ 2 และพลาดตำแหน่งแชมป์ให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา[13] เรอัลมาดริดสามารถได้แชมป์ลีกสเปนได้ครั้งแรกในฤดูกาล 1931-1932 และในปีถัดมาพวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน จึงทำให้สโมสรนี้เป็นทีมแรกในลีกสเปนที่คว้าแชมป์ติดต่อกันสองสมัย[14]

ในวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1931 สเปนเปลี่ยนไปใช้การปกครองระบอบสาธารณรัฐอีกครั้ง เมื่อไม่มีกษัตริย์เป็นผู้อุปถัมภ์ เรอัลมาดริดจึงพ้นจากตำแหน่งสโมสรหลวงและเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อสโมสรฟุตบอลมาดริดตามเดิม การแข่งขันฟุตบอลยังคงดำเนินต่อไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และในวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 1943 สโมสรมาดริดสามารถเอาชนะสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาไปถึง 11-1 ในนัดที่สองของรอบก่อนชิงชนะเลิศ[15] ของการแข่งขันโกปาเดลเฆเนราลิซิโม (โกปาเดลเรย์หรือ "ถ้วยรางวัลของกษัตริย์" ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "ถ้วยรางวัลของจอมพล" เพื่อเป็นเกียรติแก่นายพลฟรังโก)[16] อย่างไรก็ตาม มีการชี้ให้เห็นว่า ผู้เล่นของบาร์เซโลนาถูกข่มขู่จากตำรวจ[16] และจากผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงของรัฐที่ "ถูกอ้างว่า ได้บอกกับสโมสรว่า นักฟุตบอลบางคน [ของบาร์เซโลนา] ได้ลงเล่นก็เพราะความใจกว้างของรัฐบาลที่อนุญาตให้พวกเขายังอยู่ในประเทศได้เท่านั้น"[17] และประธานสโมสรบาร์เซโลนา เอนริก ปิญเญย์โร ก็ถูกแฟนบอลมาดริดทำร้ายร่างกายด้วย[18]

ซานเตียโก เบร์นาเบว เยสเต และประสบความสำเร็จในเวทียุโรป (ค.ศ. 1945-1978)

 
อัลเฟรโด ดี สเตฟาโน, นักฟุตบอลที่ได้คว้าแชมป์ยูโรเปียนส์คัพ 5 สมัย (ปัจจุบันคือ แชมเปียนส์ลีก)

ซานเตียโก เบร์นาเบว เยสเต ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานของสโมสรเรอัลมาดริดในปี ค.ศ. 1945[19] ภายใต้ประธานสโมสรเขาได้ลงทุนสร้างสนามกีฬาซานเตียโก เบร์นาเบว และสิ่งอำนวยความสะดวกการฝึกอบรมซิวดัดเดปอร์ตีบา (มาดริด) ได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่หลังจากที่สงครามกลางเมืองสเปนได้สงบลงซึ่งความมีเสียหายตั้งแต่ปี ค.ศ. 1953 นอกจากนั้นเขาตัดสินใจไปกับกลยุทธ์ด้านการเงินของเขาด้วยการซื้อผู้เล่นในผู้เล่นระดับโลกจากต่างประเทศที่โดดเด่นที่สุดอย่างอัลเฟรโด ดี สเตฟาโน เข้ามาร่วมทีม[20]

ในปี ค.ศ. 1955, ได้มีการแสดงความคิดเห็นที่เสนอโดยนักข่าวกีฬาฝรั่งเศสและบรรณาธิการของกาเบรียล ฮานอต, เบร์นาเบว, เบดริกนาน และ กุสซตาฟ เซเบสสร้างการแข่งขันการจัดนิทรรศการของทีมได้รับเชิญจากทั่ว ยุโรปว่า ในที่สุดก็จะเป็นในสิ่งที่วันนี้เป็นที่รู้จักกัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก[21] มันเป็นภายใต้การแนะนำของเบร์นาเบวที่เรอัลมาดริดจัดตั้งตัวเองเป็นกำลังสำคัญในวงการฟุตบอลสเปนและยุโรป.สโมสรสมารถชนะเลิศและคว้าแชมป์ได้ 5 สมัยในช่วงปี 1956 ถึง 1960 ซึ่งรวมถึงการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่ชนะ ไอน์ทรัต แฟรงค์เฟิร์ต 7-3 ที่แฮมป์เดนพาร์ก ในปีค.ศ. 1960.[20] หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ห้าสมัยติดต่อกันจริงอย่างถาวรทำให้สโมสรได้รับรางวัลถ้วยเดิมและได้รับสิทธิในการสวมใส่เกียรติตรายูฟ่า[22] สโมสรสามารถคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่หกได้ในปี ค.ศ. 1966 ด้วยการชนะพาร์ทีซาน เบลกราเด ไป 2-1 ในรอบชิงชนะเลิศซึ่งเป็นครั้งที่สโมสรส่งผู้เล่นสัญชาติสเปนทั้งหมดลงทำการแข่งขัน[23] สโมสรกลายเป็นที่รู้จักในชื่อ เย-เย ซึ่งมาจากเนื้อร้อง เย, เย, เย ของวงเดอะบีเทิลส์ จากเพลง "ชี เลิฟส์ ยู" หลังจากสี่สมาชิกของทีมที่ถูกลงเป็นข่าวของ มาร์กา ในอัลบั้มชุดบีทเทิลส์วิกรุ่นเย-เย ยังเป็นเพลงที่ใช้เปิดในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ 1962 และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ 1964[23]

ในปีช่วงทศวรรษที่ ค.ศ. 1970 เรอัลมาดริดสามารถคว้าแชมป์ลีกสเปนได้ 5 สมัย และสแปนิชคัปได้ 3 สมัย[24] สโมสรได้มีสิทธิไปเล่นในรายการยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพครั้งแรกในปี ค.ศ. 1971และก็ต้องปรารชัยให้แก่สโมสรฟุตบอลเชลซีจากอังกฤษไป 2-1.[25] ในวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 1978 ประธานสโมสร ซานเตียโก เบร์นาเบวได้เสียชีวิตลง ในขณะที่ฟุตบอลโลก กำลังแข่งขันที่ประเทศอาร์เจนตินา ประเทศพันธมิตรของสมาคมฟุตบอล (ฟีฟ่า) กำหนดไว้สามวันของการไว้ทุกข์เพื่อเป็นเกียรติแก่เขาในระหว่างการแข่งขัน.[26] ในปีถัดมาสโมสรได้จัดการแข่งขัน โทรเฟโอ ซานเตียโก เบร์นาเบว เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ท่านประธานสโมสรจนถึงปัจจุบัน

กินตาเดลบุยเตร และแชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 (1980-2000)

 
ยุพพ์ ไฮน์เคส ผู้นำสโมสรคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ได้เป็นสมัยที่ 7 ของสโมสร

ในช่วงต้นทศวรรษที่ ค.ศ. 1980 สโมสรเรอัลมาดริดไม่สามารถคว้าแชมป์ ลาลีกาได้และพวกเขาใช้เวลาไม่กี่ปีที่จะได้กลับมาอีกครั้งเพื่อไปแย่งแชมป์ลีกด้วยการผ่านความช่วยเหลือของนักเตะใหม่ที่ช่วยนำพาสโมสรกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง.[27] นักข่าวกีฬาชาวสเปนคนหนึ่งที่ชื่อ คูลีโอ เซซาร์ อีเกลเซียส ได้ให้ฉายากับทีมรุ่นนี้ว่า กินตาเดลบุยเตร,ซึ่งได้มาจากชื่อเล่นให้กับหนึ่งในนักเตะของสโมสร, เอมีลีโอ บูตรากูเอโน. และสมาชิกอีกสี่คนที่เหลือมี มานูเอล ซานชิส, มาร์ติน บัซเกซ, มีเชล และ มีกูเอล พาร์เดซา.[28] ด้วย กินตาเดลบุยเตร (ซึ่งสมาชิกในกลุ่มเหลือ 4 คนโดยพาร์เดซาได้ย้ายไปอยู่กับซาราโกซาในปี ค.ศ. 1986) และการซื้อผู้เล่นที่โดดเด่นและเป็นกำลังหลักของสโมสรในเวลาต่อมา อาทิ ฟรานซิสโก บูโย ผู้รักษาประตูชาวสเปน, มีเกล ปอร์ลัน เชนโด แบ็กขวาชาวสเปน และกองหน้าชาวเม็กซิโก อูโก ซานเชซ เรอัลมาดริดจึงเป็นหนึ่งทีมที่ดีที่สุดในสเปนและยุโรปในช่วงปลายทศวรรษที่ ค.ศ. 1980 ด้วยการคว้าแชมป์ ยูฟ่าคัพ 2 สมัย, สเปนนิชแชมเปียนชิพ 5 สมัย, โกปาเดลเรย์ 1 สมัย และซูเปร์โกปาเดเอสปาญา อีก 3 สมัย[28] ภายหลังฉายา กินตาเดลบุยเตร ได้หายไปจากแฟนบอลเรอัลมาดริด หลังจาก เอมีลีโอ บูตรากูเอโน, มาร์ติน บัซเกซ และมีเชลได้ย้ายออกไปจากสโมสร

ในปี ค.ศ. 1996 ประธานสโมสรลอเรนโซ ซานซ์ ได้แต่งตั้งให้ฟาบีโอ กาเปลโล อดีตผู้จัดการทีมเอซี มิลาน เข้าเป็นผู้จัดการทีมให้กับสโมสร แม้ว่าเขาดำรงตำแหน่งเพียงแค่หนึ่งฤดูกาล, แต่เขาก็สามารถนำเรอัลมาดริดคว้าแชมป์ลีกได้หนึ่งสมัยและได้ซื้อผู้เล่นตัวเก่งมากมาย เช่น โรเบร์ตู การ์ลูส, เพรดรัก มีจาโตวิช, ดาวอร์ ซือเกอร์ และคลาเรนซ์ ซีดอร์ฟ เข้ามาเล่นร่วมกับผู้เล่นเดิมของสโมสรอย่างราอุล กอนซาเลซ, เฟร์นันโด เอียร์โร, อีวาน ซาโมราโน และเฟร์นันโด เรดอนโด เป็นผลทำให้เรอัลมาดริด (ด้วยนอกเหนือจากเฟร์นันโด โมเรียนเตส ในปี ค.ศ. 1997) ในที่สุดสิ้นสุดวันที่รอคอยมา 32 ปีสำหรับถ้วยูโรเปียนคัพ สมัยที่ 7 ในปี ค.ศ. 1998 ภายใต้การคุมทีมของยุพพ์ ไฮน์เคส สโมสรสามารถเอาชนะสโมสรฟุตบอลยูเวนตุส ตัวแทนสโมสรจากประเทศอิตาลี ไป 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศด้วยการยิงประตูชัยลูกเดียวของเพรดรัก มีจาโตวิช[29]

โลสกาลักตีโกสและประธานคนใหม่ (2000-2009)

 
เดวิด เบคแคม และ ซีเนดีน ซีดาน อดีตผู้เล่นคนสำคัญของสโมสร

หลังจากปี ค.ศ. 1999 ที่สโมสรคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ได้เป็นสมัยที่ 8 ของสโมสรด้วยการชนะบาเลนเซีย สโมสรร่วมชาติเดียวกันได้ 3-0 ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2000 สโมสรเรอัลมาดริดได้แต่งตั้งประธานสโมสรคนใหม่คือ โฟลเรนตีโน เปเรซ และยังได้ถูกรับเลือกว่าเป็นนักธุรกิจชาวสเปนที่รวยที่สุดในประเทศสเปน ณ เวลานั้น[30] ก่อนที่เขาจะมาดำรงตำแหน่งประธานสโมสร ในระหว่างหาเสียงของเขาเขาสัญญว่าจะลบหนี้ของสโมสรและสร้างสิ่งทันสมัย​​และสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่สโมสร แต่สัญญาที่สำคัญที่ขับเคลื่อนให้เปเรซไปสู่ชัยชนะเลือกตั้งด้วยการนักเตะชื่อดังชาวโปรตุเกสอย่าง ลูอีช ฟีกู ซึ่งเป็นอดีตนักเตะของสโมสรบาร์เซโลนา คู่ปรับร่วมเมืองของเรอัลมาดริด.[31] ในปีถัดมาสโมสรเรอัลมาดริดได้สร้างค่ายฝึกอบรมใหม่และใช้เงินที่พวกเขาสามารถมีอยู่จากปีก่อนที่ด้วยการจัดการสรรหาดาวผู้เล่นที่ นักข่าวสเปนเรียกว่า ลอส กาลาตีกอส โดยมีชื่อนักเตะชื่อดังในยุคนั้นอาทิเช่น ซีเนดีน ซีดาน, โรนัลโด, เดวิด เบคแคม, ฟาบีโอ กันนาวาโร, ลูอีช ฟีกู, โรเบร์ตู การ์ลูส และ ราอุล กอนซาเลซ อาจจะมีการนักข่าวบางส่วนอภิปรายเมื่อผู้เล่นถูกซื้อโดยเปเรซเล่นล้มเหลวในการสนับสนุนความสำเร็จของสโมสร แต่เปเรซก็ใช้คำสบประมาทของนักข่าวด้วยการนำสโมสรเรอัลมาดริดคว้าแชมป์ยูโรเปียนส์คัพ เป็นสมัยที่ 9 ของสโมสร และคว้าแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรปและอเมริกาใต้ ได้หนึ่งในปี ค.ศ. 2002 ในปีถัดมาสโมสรก็สามารถคว้าแชมป์ ลาลีกา, สโมสรล้มเหลวที่จะคว้าแชมป์รางวัลที่สำคัญสำหรับในสามฤดูกาลถัดมา.[32]

ในช่วงฤดูร้อนของปี ค.ศ. 2003 หลังจากคว้าแชมป์ลาลีกาได้อีกหนึ่งสมัย โฟลเรนตีโน เปเรซ และ คณะกรรมการด้านฝ่ายบริหารของสโมสรได้ปฏิเสธการต่อสัญญาฉบับใหม่ของ บีเซนเต เดล โบสเก หลังจากที่เกิดความคัดแย้งกับกัปตันทีมของสโมสร เฟร์นันโด เฮียร์โร ที่จะย้ายออกจากสโมสรและเซ็นสัญญากับผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส การ์รอส เกวรีออซ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมด้วยสัญญาคุมทีม 1 ฤดูกาลซึ่งเกวรีออซก็สามารถนำสโมสรคว้าแชมป์ ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา ได้หนึ่งสมัยก่อนจะหมดสัญญากับสโมสร.ในช่วงฤดูกาล 2005-2006 สโมสรได้ซื้อผู้เล่นคนใหม่เข้ามาเสริมทัพมากมาย เช่น จูลีโอ บาปติสตา (20 ล้านยูโร), โรบินยู (30 ล้านยูโร) และ เซร์คีโอ ราโมส (30 ล้านยูโร) โดยในฤดูกาลนี้สโมสรได้เปลี่ยนผู้จัดการทีม 2 คน คนแรกคือ ฟานเดอร์เริล ลักเซมบูร์กู แล้วได้เปลี่ยนเป็นควน ราโมส โลเปซ การ์โล ในช่วงปลายปี ค.ศ. 2005 โดยราโมสนำสโมสรได้รองชนะเลิศลาลีกาและทำผลงานไม่ค่อยดีเท่าที่ควรจึงได้ถูกยกเลิกสัญญาไปในการคุมสโมสรฤดูกาลหน้า

 
ผู้เล่นของสโมสรเรอัลมาดริดฉลองหลังจากคว้าแชมป์ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา มาได้ 1 สมัย ด้วยการชนะบาเลนเซีย

ในปี ค.ศ. 2006 สโมสรได้แต่งตั้งประธานสโมสรคนใหม่แทนเปเรซคือ รามอน กัลเดรอน และสโมสรสามารถกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในรายการลาลีกา ด้วยฝีมือการคุมทีมของ ฟาบีโอ กาเปลโล ที่ตัดสินใจกลับมาคุมทีมอีกครั้ง โดยในฤดูกาลนี้สโมสรขายนักเตะชื่อดังหลายคนไปมากมายไม่ว่าจะเป็นเดวิด เบคแคม, ลูอีช ฟีกู, โรนัลโด และซีเนดีน ซีดาน ที่ได้ขอเลิกเล่นฟุตบอลกับสโมสรแล้วแขวนสตัดไป แต่กาเปลโลก็สามารถซื้อนักเตะใหม่เข้ามาเสริมแทนตำแหน่งเดิมได้ อาทิ กอนซาโล อีกวาอิน กองหน้าชาวอาร์เจนตินา, มาร์เซลู วีเอรา กองหลังชาวบราซิล, รืด ฟัน นิสเติลโรย กองหน้าชาวดัตช์จากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ต่อมาในปี ค.ศ. 2007 สโมสรก็ต้องเปลี่ยนผู้จัดการทีมอีกครั้งหลังจากที่กาเปลโลอยู่กับสโมสรเพียงฤดูกาลเดียว ด้วยการเซ็นสัญญากับ แบรนด์ ชูสเตอร์ อดีตผู้เล่นชื่อดังในช่วงทศวรรษที่ 1980 ของสโมสร และสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมแทนกาเปลโล โดยชูสเตอร์ได้ซื้อผู้เล่นที่มีทั้งประสบการณ์และทักษะที่ดีมากมาย เช่น เปปี, เวสลีย์ สไนเดอร์, อาร์เยิน รอบเบิน, แยร์ซี ดูแด็ก เป็นต้น ชูสเตอร์นำสโมสรไปเล่นใน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ไม่ค่อยดีนนักโดยตกรอบสิบหกทีมสุดท้ายด้วยการปราชัยให้แก่โรม่าจากอิตาลี ไป 4-2 แต่กลับทำผลงานในลีกได้อย่างดีด้วยการนำสโมสรไม่แพ้ใครมา 9 นัดติดในช่วงก่อนเก้านัดสุดท้ายก่อนจบฤดูกาลแล้วคว้าแชมป์ลาลีกาสมัยที่ 30 ของสโมสรไปได้

ในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล 2008-09 ชูสเตอร์สามารถนำสโมสรคว้าแชมป์ ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา ด้วยการชนะสโมสรฟุตบอลบาเลนเซีย ไป 6-5. แต่แล้วชูสเตอร์ก็ถูกไล่ออกจากการผู้จัดการทีมโดยไม่ทราบสาเหตุ. ทางสโมสรจึงแต่งตั้งให้ ควนเต ราโมส เป็นผู้จัดการทีม แต่ราโมสก็ไม่สามารถนำสโมสรประสบความสำเร็จมากซึ่งในรายการยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ก็ปราชัยให้กับ สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล จากอังกฤษ ไป 5-0 ในรอบสิบหกทีมสุดท้ายและผลงานในลีกก็ทำได้แค่จบอันดับ 2 ซึ่งก็ทำให้ราโมสโดนไล่ออกไป

การกลับมาของเปเรซและมูรีนโย (2009-2013)

 
คริสเตียโน โรนัลโด,ผู้เล่นคนแรกที่ยิงประตูคู่แข่งทั้ง 19 สโมสรในฤดูกาลเดียวได้เป็นคนแรก

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 2009 โฟลเรนตีโน เปเรซ อดีตประธานคนเก่าของสโมสรได้กลับมารับดำรงตำแหน่งประธานสโมสรอีกครั้ง[33][34] โดยการกลับมาในครั้งนี้เปเรซมีแผนที่จะสร้าง กาลักตีโกส ซึ่งเป็นนโยบายการซื้อนักเตะที่มีทักษะและฝีมือชั้นยอดเข้ามาสู่สโมสรโดยคนแรกที่เข้าซื้อมาคือ กาก้า กองกลางตัวรุกจากเอซี มิลาน ด้วยค่าตัว 65 ล้านยูโร[35] และคริสเตียโน โรนัลโด ปีกริมเส้นจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 80 ล้านยูโร และได้เซ็นสัญญากับมานวยล์ เปเยกรีนี ผู้จัดการทืมชาวชิลีเป็นเวลาหนึ่งฤดูกาล ซึ่งเปเยกรีนีก็ทำผลงานได้ดีในการคุมสโมสรด้วยการจบอันดับที่ 2 ในลาลีกา

หลังจากสัญญาการคุมทีมของเปเยกรีนีได้หมดลง เปเรซก็ตัดสินใจเซ็นสัญญากับโชเซ มูรีนโย อดีตผู้จัดการทีมของสโมสรฟุตบอลเชลซีชาวโปรตุเกส ในช่วงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2010[36][37] ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2011 ได้เกิดสิ่งแปกประหลาดเป็นครั้งแรกเกิดขึ้นในการแข่งขันเอลกลาซีโก ซึ่งเกิดขึ้นทั้งหมดถึง 4 รอบ รอบแรกคือในการแข่งขันลาลีกาซึ่งเรอัลมาดริดเสมอกับบาร์เซโลนาไป 1-1, รอบที่สองคือในรอบชิงชนะเลิศโกปาเดลเรย์ซึ่งเรอัลมาริดแพ้บาร์เซโลนาไป 0-1 และในการแข่งขัน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2010-11 ก็พบกันสองรอบในรอบก่อนรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 27 เมษายน และ 2 พฤษภาคม (รวมผลสองนัด บาร์เซโลนาชนะไป 3-1) แล้วในฤดูกาลนี้สโมสรก็ต้องได้รองแชมป์ลาลีกา และ คริสเตียโน โรนัลโด ก็เป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสรและลาลีกาในฤดูกาลนี้ด้วยการยิงประตูไป 40 ประตู

ในฤดูกาล 2011-12 เรอัลมาดริดสามารถคว้าแชมป์ลาลีกามาได้เป็นสมัยที่ 32 ของสโมสรในประวัติศาสตร์การแข่งขันลาลีกาและจบอันดับ 1 ของฤดูกาลด้วยการมีคะแนนทั้งหมด 100 คะแนน จากทั้งหมด 114 คะแนน ยิงประตูคู่แข่งได้มากถึง 121 ประตู และเสียประตูให้คู่แข่งไป 32 ประตู และผลต่างของลูกได้กับลูกเสียคือ 89 ประตู พร้อมกับชนะคู่แข่งทั้งหมด 32 นัด เสมอ 4 นัด และแพ้ 2 นัด[38] และคริสเตียโน โรนัลโด กลายเป็นผู้เล่นที่เร็วที่สุดในการทำประตูมากกว่า 100 ลูก ในประวัติศาสตร์ลีกสเปนยังเป็นผู้เล่นที่ทำประตูได้ โดยโรนัลโดทำประตู 101 ประตู จากการลงเล่นแค่ 92 โดยทำให้โรนัลโดแซงสถิติของเฟเรนส์ ปุชคัช อดีตนักฟุตบอลชาวฮังการีของสโมสรที่ทำประตูที่ 100 จากการลงเล่น 105 นัด แล้วโรนัลโดยังเป็นผู้เล่นคนแรกของสโมสรที่ทำประตูสูงสุดในหนึ่งปี (60 ประตู) และโรนัลโดยังเป็นผู้เล่นคนแรกที่ยิงประตูคู่แข่งทั้ง 19 สโมสรในลาลีกาเพียงฤดูกาลเดียวอีกด้วย[39][40]

แต่ในฤดูกาล 2012-13 สโมสรกลับมีปัญหามากมาย โมรีนยูมีปัญหากับนักเตะอาวุโสของทีม เช่น อีเกร์ กาซียัส, เซร์คีโอ ราโมส ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากกับแฟนบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสโมสรไม่ได้แชมป์รายการใด ๆ เลย โดยในรายการโกปาเดลเรย์ ทีมยังแพ้สโมสรฟุตบอลอัตเลตีโกมาดริด 1-2 คาสนามซานเตียโก เบร์นาเบว ทำให้โมรีนยูยกเลิกสัญญากับสโมสรในที่สุด

อันเชลอตตีและลาเดซีมา (2013-2015)

ในวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2013 สโมสรได้เซ็นสัญญากับการ์โล อันเชลอตตี ผู้จัดการทีมที่เคยเป็นตำนานนักเตะของเอซี มิลาน และเมื่อคุมทีมก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปได้ถึงสองครั้งมาเป็นผู้จัดการทีม ในวันที่ 1 กันยายน สโมสรได้เซ็นสัญญากับแกเร็ธ เบล นักเตะชาวเวลส์จากทอตนัมฮอตสเปอร์สในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ด้วยค่าตัวสถิติโลกถึง 100 ล้านยูโร ในฤดูกาลแรกของอันเชลอตตี ทีมสามารถคว้าแชมป์โกปาเดลเรย์ ด้วยการชนะบาร์เซโลนา 2-1 ซึ่งเบลทำประตูชัยด้วย และยังสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกเป็นสมัยที่ 10 โดยชนะแอตเลติโกมาดริดในช่วงต่อเวลาได้ถึง 4-1 เป็นการล้างแค้นหลังจากที่ทีมทำได้แค่อันดับ 3 ในลาลีกา ซึ่งคว้าแชมป์ยุโรปครั้งนี้ของทีม มีชื่อเรียกกันว่า ลาเดซีมา (La Decima)

ในฤดูกาลต่อมา เรอัลมาดริดทำสถิติชนะติดต่อกันถึง 21 นัด (ลาลีกา 12 นัด, ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 6 นัด, โกปาเดลเรย์ 2 นัด และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 1 นัด)[41] แต่สุดท้ายแล้วทีมจบฤดูกาลด้วยมือเปล่า ทำให้อันเชลอตตีถูกปลดออกจากตำแหน่ง[42]

เบนีเตซ, และซีดาน (2015-ปัจจุบัน)

ในวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2015 สโมสรได้แต่งตั้งราฟาเอล เบนิเตซ ผู้ที่เคยพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในปี ค.ศ. 2005 เข้ามาคุมทีม แต่ปรากฏว่าทำผลงานได้ย่ำแย่มาก โดยชนะแค่ 11 จาก 18 นัดในการคุมทีมตลอด 7 เดือน ทำให้เบนิเตซถูกปลดออกจากตำแหน่งในวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 2016 และได้แต่งตั้ง ซีเนอดีน ซีดาน ซึ่งในชณะนั้นคุมทีมสำรองอยู่เข้ามาคุมทีมแทน[43] และสามารถพาทีมบุกไปชนะบาร์เซโลน่า 2-1 ได้ถึงถิ่นกัมนอว์ คว้ารองแชมป์ลาลีกาโดยที่มีคะแนนตามบาร์เซโลน่าเพียงคะแนนเดียว และสามารถคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ หลังดวลจุดโทษชนะ แอตเลติโกมาดริด คู่ปรับเก่าในปี ค.ศ. 2014 ไปได้ 5-3 หลังในเวลา 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ในรอบชิงชนะเลิศ[44]

ผู้เล่น

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน

ณ วันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 2017[45]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1   GK เกย์ลอร์ นาบัส
2   DF ดาเนียล การ์บาคัล
3   DF เคซุส บาเยโค
4   DF เซร์คีโอ ราโมส (กัปตัน)[46]
5   DF ราฟาแอล วาราน
6   DF นาโช
7   FW คริสเตียโน โรนัลโด (กัปตันที่ 3)
8   MF โทนี โครส
9   FW การีม แบนเซมา (กัปตันที่ 4)
10   MF ลูคา โมดริช
11   MF แกเร็ธ เบล
12   DF มาร์เซลู (รองกัปตัน)[46]
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
13   GK กีโก กาซียา
14   MF กาเซมีรู
15   DF ทีโอ เอร์นันเดซ
16   MF มาเทออ คอวาชิช
17   MF ลูกัส บัซเกซ
18   MF มาร์โกส ยอเรนเต
20   MF มาร์โก อาเซนซีโอ
21   FW บอร์คา มาโยรัล
22   MF อิสโก
24   MF ดานี เกบาโยส
25   GK รูเบน ยาเนซ

อดีตผู้เล่นที่โด่งดังของสโมสร

Name Nationality Position[NB] Real Madrid career Captaincy Appearances Goals Notes
Aranguren, SoteroSotero Aranguren   อาร์เจนตินา Midfielder 1911–1918 แม่แบบ:Hs 15 4
Aranguren, EulogioEulogio Aranguren   อาร์เจนตินา Midfielder 1911–1921 แม่แบบ:Hs 20 0
Santiago Bernabéu Yeste   สเปน Forward 1911–1928 แม่แบบ:Hs 27 23
Machimbarrena, AlbertoAlberto Machimbarrena   สเปน Midfielder 1913–1918 แม่แบบ:Hs 8 0
Petit, RenéRené Petit   ฝรั่งเศส Forward 1914–1917 แม่แบบ:Hs 14 3
Monjardín, JuanJuan Monjardín   สเปน Forward 1919–1929 แม่แบบ:Hs 26 21
Marcos, FélixFélix Marcos   สเปน Forward 1921–1928 แม่แบบ:Hs 37 13
Quesada, FélixFélix Quesada   สเปน Defender 1922–1936 ?–1936 146 12
Peña, José MaríaJosé María Peña   สเปน Midfielder 1926–1932 แม่แบบ:Hs 99 3
Lazcano, JaimeJaime Lazcano   สเปน Midfielder 1928–1935 แม่แบบ:Hs 115 62
Rubio, GasparGaspar Rubio   สเปน Forward 1928–1930 แม่แบบ:Hs 55 48
Olaso, LuisLuis Olaso   สเปน Midfielder 1929–1933 แม่แบบ:Hs 59 11
Zamora, RicardoRicardo Zamora*   สเปน Goalkeeper 1930–1936 แม่แบบ:Hs 112 0 [A]
Hilario, EugenioEugenio Hilario   สเปน Forward 1930–1936 แม่แบบ:Hs 105 28
Ciriaco   สเปน Defender 1931–1936 แม่แบบ:Hs 87 0
Regueiro, LuisLuis Regueiro   สเปน Forward 1931–1936 แม่แบบ:Hs 121 42
Quincoces, JacintoJacinto Quincoces   สเปน Defender 1931–1942 1936–1942 169 1
Leoncito, Leoncito   สเปน Midfielder 1931–1942 แม่แบบ:Hs 149 9
Regueiro, PedroPedro Regueiro   สเปน Midfielder 1932–1936 แม่แบบ:Hs 104 0
Samitier, JosepJosep Samitier   สเปน Forward 1933–1934 แม่แบบ:Hs 16 9
Larrazábal, Emilio AlonsoEmilio Alonso Larrazábal   สเปน Forward 1933–1936 แม่แบบ:Hs 56 21
Sauto, José RamónJosé Ramón Sauto   เม็กซิโก Midfielder 1934–1944 1942–1944 124 0
Lecue, SimónSimón Lecue   สเปน Forward 1935–1942 แม่แบบ:Hs 102 32
Ipiña, Juan AntonioJuan Antonio Ipiña   สเปน Midfielder 1936–1949 1944–1949 292 9
Alonso, ChusChus Alonso   สเปน Midfielder 1939–1948 แม่แบบ:Hs 159 65
Barinaga, SabinoSabino Barinaga   สเปน Midfielder 1940–1950 แม่แบบ:Hs 182 93
Alsúa, AntonioAntonio Alsúa   สเปน Forward 1941–1948 แม่แบบ:Hs 176 45
Huete, FélixFélix Huete   สเปน Midfielder 1941–1948 แม่แบบ:Hs 180 1
Clemente, Clemente   สเปน Defender 1942–1952 แม่แบบ:Hs 144 0
Corona   สเปน Defender 1942–1948 แม่แบบ:Hs 153 9
Moleiro   สเปน Midfielder 1942–1948 แม่แบบ:Hs 107 9
Pruden   สเปน Forward 1943–1948 แม่แบบ:Hs 116 87
Bañón Gonzálvez, JoséJosé Bañón Gonzálvez   สเปน Goalkeeper 1943–1949 แม่แบบ:Hs 159 0
Molowny, LuisLuis Molowny   สเปน Forward 1946–1957 แม่แบบ:Hs 205 103
Fernández, Adauto IglesiasAdauto Iglesias Fernández   สเปน Goalkeeper 1947–1953 แม่แบบ:Hs 12 0
Olmedo, PabloPablo Olmedo   สเปน Midfielder 1948–1953 แม่แบบ:Hs 107 33
Pahiño, Pahiño   สเปน Forward 1948–1953 แม่แบบ:Hs 143 124 [Pichichi]
Muñoz, MiguelMiguel Muñoz   สเปน Midfielder 1948–1958 ?–1958 271 24
Navarro, JoaquínJoaquín Navarro   สเปน Defender 1949–1957 แม่แบบ:Hs 215 3
Alonso, JuanitoJuanito Alonso   สเปน Goalkeeper 1949–1960 1958–1960 292 0
Oliva, JoaquínJoaquín Oliva   สเปน Defender 1950–1957 แม่แบบ:Hs 124 0
Olsen, RoqueRoque Olsen   อาร์เจนตินา Forward 1950–1957 แม่แบบ:Hs 123 66
Joseíto   สเปน Forward 1951–1959 แม่แบบ:Hs 176 76
Zárraga, José MaríaJosé María Zárraga   สเปน Midfielder 1951–1962 1960–1962 301 6
Lesmes, RafaelRafael Lesmes   สเปน Defender 1952–1960 แม่แบบ:Hs 218 1
Enrique Mateos   สเปน Forward 1953–1961 แม่แบบ:Hs 94 50
Di Stéfano, AlfredoAlfredo Di Stéfano*   อาร์เจนตินา/  สเปน Forward 1953–1964 แม่แบบ:Hs 392 305 [d'Or][Pichichi][B]
Gento, FranciscoFrancisco Gento   สเปน Forward 1953–1971 1962–1971 599 179
Rial, HéctorHéctor Rial   สเปน/
  อาร์เจนตินา
Midfielder 1954–1961 แม่แบบ:Hs 166 81
Marquitos, Marquitos   สเปน Defender 1954–1962 แม่แบบ:Hs 225 3
Marsal, RamónRamón Marsal   สเปน Forward 1955–1961 แม่แบบ:Hs 59 27
Santisteban, JuanJuan Santisteban   สเปน Midfielder 1955–1960,
1962–1965
แม่แบบ:Hs 115 4
Kopa, RaymondRaymond Kopa   ฝรั่งเศส Forward 1956–1959 แม่แบบ:Hs 101 30 [d'Or]
Casado, PedroPedro Casado   สเปน Defender 1956–1966 แม่แบบ:Hs 123 1
Santamaría, JoséJosé Santamaría   สเปน/
  อุรุกวัย
Defender 1957–1966 แม่แบบ:Hs 337 2
Didí   บราซิล Midfielder 1958–1960 แม่แบบ:Hs 19 6
Puskás, FerencFerenc Puskás*   ฮังการี/  สเปน Forward 1958–1966 แม่แบบ:Hs 262 242 [Pichichi][C]
Pachín   สเปน Forward 1959–1968 แม่แบบ:Hs 218 2
Bueno, ManuelManuel Bueno   สเปน Midfielder 1959–1971 แม่แบบ:Hs 118 27
Del Sol, LuisLuis Del Sol   สเปน Midfielder 1960–1962 แม่แบบ:Hs 96 32
Vicente Train, JoséJosé Vicente Train*   สเปน Goalkeeper 1960–1964 แม่แบบ:Hs 100 0 [A]
Betancort, AntonioAntonio Betancort   สเปน Goalkeeper 1961–1962,
1963–1971
แม่แบบ:Hs 177 0
Sanchez, IsidroIsidro Sánchez   สเปน Defender 1961–1965 แม่แบบ:Hs 103 1
Ruiz, FélixFélix Ruiz   สเปน Midfielder 1961–1968 แม่แบบ:Hs 141 44
Miera, VicenteVicente Miera   สเปน Defender 1961–1969 แม่แบบ:Hs 147 1
Evaristo de Macedo   บราซิล Forward 1962–1965 แม่แบบ:Hs 19 5
Zoco, IgnacioIgnacio Zoco   สเปน Midfielder 1962–1974 1971–1974 434 17
Amancio   สเปน Forward 1962–1976 1974–1976 471 155 [Pichichi]
Calpe Hernández, AntonioAntonio Calpe Hernández   สเปน Defender 1963–1971 แม่แบบ:Hs 121 2
de Felipe, PedroPedro de Felipe   สเปน Defender 1963–1972 แม่แบบ:Hs 170 0
Sanchís, Sr, ManuelManuel Sanchís, Sr   สเปน Defender 1964–1971 แม่แบบ:Hs 213 1
Luis, JoséJosé Luis   สเปน Defender 1964–1976 แม่แบบ:Hs 182 16
Grosso, Ramón MorenoRamón Moreno Grosso   สเปน Forward 1964–1976 แม่แบบ:Hs 366 75
Pirri   สเปน Midfielder 1964–1980 1976–1980 559 171
Velázquez, ManuelManuel Velázquez   สเปน Midfielder 1965–1977 แม่แบบ:Hs 402 59
Zunzunegui Rodríguez, FernandoFernando Zunzunegui Rodríguez   สเปน Defender 1966–1972 แม่แบบ:Hs 112 5
Grande, José AntonioJosé Antonio Grande   สเปน Defender 1968–1973 แม่แบบ:Hs 121 14
Ángel, MiguelMiguel Ángel   สเปน Goalkeeper 1968–1986 1980–1986 346 0
Benito, GregorioGregorio Benito   สเปน Defender 1969–1982 แม่แบบ:Hs 420 3
Touriño, Juan CarlosJuan Carlos Touriño   อาร์เจนตินา Defender 1970–1976 แม่แบบ:Hs 134 0
Aguilar, JavierJavier Aguilar   สเปน Forward 1971–1979 แม่แบบ:Hs 190 50
Remón, Mariano GarcíaMariano García Remón   สเปน Goalkeeper 1971–1984 แม่แบบ:Hs 231 0
Santillana*   สเปน Forward 1971–1988 1986–1988 645 289 [D]
del Bosque, VicenteVicente del Bosque   สเปน Midfielder 1973–1984 แม่แบบ:Hs 339 25
Camacho, AntonioAntonio Camacho   สเปน Defender 1973–1989¤ 1988–1989 577 11
Netzer, GünterGünter Netzer   เยอรมนี Midfielder 1974–1976 แม่แบบ:Hs 100 13
Breitner, PaulPaul Breitner   เยอรมนี Midfielder 1974–1977 แม่แบบ:Hs 100 10
Martínez, Roberto JuanRoberto Juan Martínez   สเปน/
  อาร์เจนตินา
Forward 1974–1980 แม่แบบ:Hs 192 61
Sol, Juan CruzJuan Cruz Sol   สเปน Defender 1975–1979 แม่แบบ:Hs 141 0
Jensen, HenningHenning Jensen   เดนมาร์ก Forward 1976–1979 แม่แบบ:Hs 102 19
San José, IsidoroIsidoro San José   สเปน Midfielder 1976–1986 แม่แบบ:Hs 271 7
Sabido, AndrésAndrés Sabido   สเปน Defender 1977–1982 แม่แบบ:Hs 117 3
Isidro   สเปน Forward 1977–1985 แม่แบบ:Hs 223 22
Stielike, UlrichUlrich Stielike   เยอรมนี Midfielder 1977–1985 แม่แบบ:Hs 308 50
Juanito, Juanito   สเปน Forward 1977–1987 แม่แบบ:Hs 401 121 [Pichichi]
García Hernández, FranciscoFrancisco García Hernández   สเปน Midfielder 1978–1983 แม่แบบ:Hs 129 36
Cunningham, LaurieLaurie Cunningham   อังกฤษ Forward 1979–1982 แม่แบบ:Hs 66 20
Ángel de los Santos Cano, Ángel de los Santos Cano   สเปน Midfielder 1979–1985 แม่แบบ:Hs 237 13
Pineda, FranciscoFrancisco Pineda   สเปน Forward 1980–1985 แม่แบบ:Hs 145 43
Gallego, RicardoRicardo Gallego   สเปน Midfielder 1980–1989 แม่แบบ:Hs 372 28
Agustín, Agustín   สเปน Goalkeeper 1980–1990 แม่แบบ:Hs 125 0
Salguero, AntonioAntonio Salguero   สเปน Defender 1981–1987 แม่แบบ:Hs 138 8
Míchel, Míchel   สเปน Midfielder 1981–1996 แม่แบบ:Hs 559 130
Chendo   สเปน Defender 1982–1998¤ 1989–1993 497 3
Vázquez, Rafael MartínRafael Martín Vázquez   สเปน Midfielder 1983–1990,
1992–1995
แม่แบบ:Hs 179 35
Butragueño, EmilioEmilio Butragueño   สเปน Forward 1983–1995 แม่แบบ:Hs 463 170 [Pichichi]
Sanchís, Jr, ManuelManuel Sanchís, Jr   สเปน Defender 1983–2001¤ 1993–2001 711 41
Valdano, JorgeJorge Valdano   อาร์เจนตินา Forward 1984–1987 แม่แบบ:Hs 120 56
Maceda, AntonioAntonio Maceda   สเปน Defender 1985–1988 แม่แบบ:Hs 41 5
Solana, JesúsJesús Solana   สเปน Defender 1985–1991 แม่แบบ:Hs 177 3
Sánchez, HugoHugo Sánchez   เม็กซิโก Forward 1985–1992 แม่แบบ:Hs 282 208 [Pichichi]
Gordillo, RafaelRafael Gordillo   สเปน Midfielder 1985–1992 แม่แบบ:Hs 254 27
Buyo, PacoPaco Buyo   สเปน Goalkeeper 1986–1997 แม่แบบ:Hs 454 0
Tendillo, MiguelMiguel Tendillo   สเปน Defender 1987–1992 แม่แบบ:Hs 146 12
Llorente Gento, FranciscoFrancisco Llorente Gento   สเปน Forward 1987–1994 แม่แบบ:Hs 160 11
Schuster, BerndBernd Schuster   เยอรมนี Midfielder 1988–1990 แม่แบบ:Hs 88 16
Hierro, FernandoFernando Hierro   สเปน Defender 1989–2003 2001–2003 601 127
Pérez, AlfonsoAlfonso Pérez   สเปน Forward 1990–1995 แม่แบบ:Hs 119 22
Milla, LuisLuis Milla   สเปน Midfielder 1990–1997 แม่แบบ:Hs 215 3
Enrique, LuisLuis Enrique   สเปน Midfielder 1991–1996 แม่แบบ:Hs 213 18
Lasa, MikelMikel Lasa   สเปน Defender 1991–1997 แม่แบบ:Hs 178 5
Zamorano, IvánIván Zamorano   ชิลี Forward 1992–1996 แม่แบบ:Hs 173 101 [Pichichi]
Alkorta, RafaelRafael Alkorta   สเปน Defender 1993–1997 แม่แบบ:Hs 135 3
Amavisca, EmilioEmilio Amavisca   สเปน Midfielder 1994–1996 แม่แบบ:Hs 144 14
Laudrup, MichaelMichael Laudrup   เดนมาร์ก Midfielder 1994–1996 แม่แบบ:Hs 76 15
Redondo, FernandoFernando Redondo   อาร์เจนตินา Midfielder 1994–2000 แม่แบบ:Hs 228 5
Raúl, Raúl*   สเปน Forward 1994–2010 2003–2010 741 323 [Pichichi][E]
Guti, Guti   สเปน Midfielder 1995–2010 แม่แบบ:Hs 542 77
Mijatović, PredragPredrag Mijatović   มอนเตเนโกร Forward 1996–1999 แม่แบบ:Hs 118 36
Seedorf, ClarenceClarence Seedorf   เนเธอร์แลนด์ Midfielder 1996–2000 แม่แบบ:Hs 158 20
Illgner, BodoBodo Illgner   เยอรมนี Goalkeeper 1996–2001 แม่แบบ:Hs 120 0
SukerDavor Šuker   โครเอเชีย Forward 1996–1999 แม่แบบ:Hs 109 49
Carlos, RobertoRoberto Carlos*   บราซิล Defender 1996–2007 แม่แบบ:Hs 527 69 [F]
Sávio   บราซิล Forward 1997–2000 แม่แบบ:Hs 160 31
Karanka, AitorAitor Karanka   สเปน Defender 1997–2002 แม่แบบ:Hs 149 0
Morientes, FernandoFernando Morientes   สเปน Forward 1997–2005 แม่แบบ:Hs 271 99
McManaman, SteveSteve McManaman   อังกฤษ Forward 1999–2003 แม่แบบ:Hs 158 14
Helguera, IvánIván Helguera   สเปน Defender 1999–2007 แม่แบบ:Hs 346 33
Salgado, MíchelMíchel Salgado   สเปน Defender 1999–2009 แม่แบบ:Hs 371 5
Casillas, IkerIker Casillas*   สเปน Goalkeeper 1999–¤ 2010– 616 0 [G]
Makélélé, ClaudeClaude Makélélé   ฝรั่งเศส/แม่แบบ:ZAI Midfielder 2000–2003 แม่แบบ:Hs 145 2
Celades, AlbertAlbert Celades   สเปน Midfielder 2000–2005 แม่แบบ:Hs 101 5
Solari, SantiagoSantiago Solari   อาร์เจนตินา Midfielder 2000–2005 แม่แบบ:Hs 209 22
Figo, LuísLuís Figo*   โปรตุเกส Forward 2000–2005 แม่แบบ:Hs 245 58 [FIFA][d'Or][H]
Zidane, ZinedineZinedine Zidane   ฝรั่งเศส Midfielder 2001–2006 แม่แบบ:Hs 227 49 [FIFA]
Bravo, RaúlRaúl Bravo   สเปน Defender 2001–2007 แม่แบบ:Hs 133 4
Pavón, FranciscoFrancisco Pavón   สเปน Defender 2001–2007 แม่แบบ:Hs 167 3
Ronaldo*   บราซิล Forward 2002–2007 แม่แบบ:Hs 177 104 [FIFA][d'Or][Pichichi][I]
Beckham, DavidDavid Beckham   อังกฤษ Midfielder 2003–2007 แม่แบบ:Hs 159 20
Arbeloa, ÁlvaroÁlvaro Arbeloa   สเปน Defender 2004–2005,
2009–
แม่แบบ:Hs 112 3
Robinho   บราซิล Forward 2005–2008 แม่แบบ:Hs 137 35
Ramos, SergioSergio Ramos   สเปน Defender 2005– แม่แบบ:Hs 301 36
Cannavaro, FabioFabio Cannavaro   อิตาลี Defender 2006–2009 แม่แบบ:Hs 118 1 [FIFA][d'Or]
Diarra, MahamadouMahamadou Diarra   มาลี Midfielder 2006–2010 แม่แบบ:Hs 125 4
Higuaín, GonzaloGonzalo Higuaín   อาร์เจนตินา/  ฝรั่งเศส Forward 2006– แม่แบบ:Hs 208 99
Fernando Gago   อาร์เจนตินา Midfielder 2007–2011 121 1
Marcelo   บราซิล Defender 2007– 198 16
Pepe   โปรตุเกส Defender 2007– 146 3
Diarra, LassanaLassana Diarra   ฝรั่งเศส Midfielder 2009– 115 1
Ronaldo, CristianoCristiano Ronaldo*   โปรตุเกส Forward 2009– 134 135 [Pichichi][J]
Benzema, KarimKarim Benzema   ฝรั่งเศส Forward 2009– 121 60
alonso, XabiXabi alonso   สเปน Midfielder 2009– 135 6
ช่วงเวลา ผู้ผลิตชุด ผู้สนับสนุน
1980–1982 อาดิดาส ไม่มี
1982–1985 ซานุสซี
1985–1989 ฮัมเมล ปาร์มาลัต
1989–1991 เรนีปิกอต
1991–1992 โอไตซา
1992–1994 เทคา
1994–1998 เกลเม
1998–2001 อาดิดาส
2001–2002 Realmadrid.com*
2002–2005 ซีเมนส์โมไบล์
2005–2006 ซีเมนส์
2006–2007 เบนคิว ซีเมนส์
2007–2011 บีวิน
2011–2013
2013–2018 ฟลายเอมิเรตส์

*Realmadrid.com ปรากฏอยู่บนเสื้อเพื่อเป็นการโฆษณาเว็บไซต์ใหม่ของสโมสร

บุคลากร

ทีมงานฝ่ายเทคนิคในปัจจุบัน

ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่
ผู้จัดการทีม การ์โล อันเชลอตตี
ผู้ช่วยผู้จัดการทีม ไอตอร์ การันก้า
ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนส รูอี ฟาเรีย
ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู ซิลวิโน ลูโร
ผู้จัดการด้านฟุตบอล โซเซ โมไรซ์
ผู้จัดการสถาบัน เชนโด้

ข้อมูลล่าสุด: 10 June 2011
อ้างอิง: Board of Directors, Organisation

Template:Fb cs staff (Football - coach staff - staff)

Parameters bg : background color. y = yes; blank = no p  : staff position s  : staff

Template:Fb cs footer (Football - coach staff - footer)

คณะกรรมการและผู้บริหาร

ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่
ประธานสโมสร โฟลเรนตีโน เปเรซ
ประธานกิตติมศักดิ์ชีวิต อัลเฟรโด ดี สเตฟาโน
รองประธานสโมสรคนที่ 1 เฟร์นันโด เฟร์นานเดซ ตาปีอัส
รองประธานสโมสรคนที่ 2 อดูอาร์โด เฟร์นันเดซ เดอ บลัส
เลขานุการคณะกรรมการ เอนรีเก ซานเชซ กอนซาเลซ
อธิบดี โคเซ แอนเจิล ซานเชซ
ผู้อำนวยการสำนักงานของประธานาธิบดี มานูเอล เรดอนโด
ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การสังคม โคเซ ลุยส์ ซานเชซ

เกียรติประวัติ

การแข่งขันภายในประเทศ

ลีก

ชนะเลิศ (33): 1931–32, 1932–33, 1953–54, 1954–55, 1956–57, 1957–58, 1960–61, 1961–62, 1962–63, 1963–64, 1964–65, 1966–67, 1967–68, 1968–69, 1971–72, 1974–75, 1975–76, 1977–78, 1978–79, 1979–80, 1985–86, 1986–87, 1987–88, 1988–89, 1989–90, 1994–95, 1996–97, 2000–01, 2002–03, 2006–07, 2007–08 2011-12,2016-2017
รองชนะเลิศ (22): 1929, 1933–34, 1934–35, 1935–36, 1941–42, 1944–45, 1958–59, 1959–60, 1965–66, 1980–81, 1982–83, 1983–84, 1991–92, 1992–93, 1998–99, 2004–05, 2005–06, 2008–09, 2009–10, 2010–11, 2012-13, 2014-15

ถ้วยต่างๆในประเทศ

ชนะเลิศ (19): 1905, 1906, 1907, 1908, 1917, 1934, 1936, 1946, 1947, 1961–62, 1969–70, 1973–74, 1974–75, 1979–80, 1981–82, 1988–89, 1992–93, 2010–11, 2013-14
รองชนะเลิศ(20): 1903, 1916, 1918, 1924, 1929, 1930, 1933, 1940, 1943, 1958, 1959–60, 1960–61, 1968, 1978–79, 1982–83, 1989–90, 1991–92, 2001–02, 2003–04, 2012-13
ชนะเลิศ(9): 1988, 1989*, 1990, 1993, 1997, 2001, 2003, 2008, 2012
รองชนะเลิศ (5): 1982, 1995, 2007, 2011, 2014
(* Won Copa del Rey and La Liga)
ชนะเลิศ (1): 1947
ชนะเลิศ (1): 1985
'รองชนะเลิศ (1): 1983
ชนะเลิศ (1): 1985
'รองชนะเลิศ (1): 1983

ถ้วยต่างๆในทวีปยุโรป

ชนะเลิศ (12): 1955–56*, 1956–57, 1957–58, 1958–59, 1959–60, 1965–66, 1997–98, 1999–2000, 2001–02, 2013–14, 2015–16, 2016–17
รองชนะเลิศ (3): 1961–62, 1963–64, 1980–81
(* First ever winners)
ชนะเลิศ 2): 1984–85, 1985–86
รองชนะเลิศ (2): 1970–71, 1982–83
ชนะเลิศ (3): 2002, 2014,2016
รองชนะเลิศ (2): 1998, 2000

ถ้วยระดับโลก

ชนะเลิศ (5): 1960, 1998, 2002, 2014,2016
รองชนะเลิศ (2): 1966, 2000

แหล่งข้อมูลอื่น

อ้างอิง

  1. "Real Madrid Football Club". Madrid Tourist Guide. สืบค้นเมื่อ 2007-09-26.  ในภาษาสเปน นักเตะมักจะถูกเรียกว่า "โลสเมเรงเกส" (Los Merengues) แปลตรงตัวว่า "(ขนม) เมอแรงก์" (The Meringues) เนื่องจากชุดแข่งขันเป็นสีขาว
  2. "1902-1911". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 2007-09-09. 
  3. "Estadio Santiago Bernabeu". The Stadium Guide. สืบค้นเมื่อ 2007-09-16. 
  4. "เรอัลมาดริดคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม G-14". G14.com. สืบค้นเมื่อ 2007-09-17. 
  5. "สโมสรที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20". FIFA.com. สืบค้นเมื่อ 2007-09-18.  Voted exclusively by the readers of the bi-monthly FIFA Magazine on December 2000.
  6. "ข้อเท็จจริงสโมสร: เรอัลมาดริด". Uefa.com. สืบค้นเมื่อ 2007-09-30.  (See:UEFA club competition milestones)
  7. "รามอน กัลเดรอนกล่าวคำปราศรัยกับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยอเมริกันชื่อดังหลายแห่ง". Realmadrid.com. 2008-02-05. สืบค้นเมื่อ 2008-02-06. 
  8. "ยูไนเต็ดทำรายได้มากขึ้นแต่เรอัลมาดริดยังครองเบอร์หนึ่ง". Deloitte UK. 2008-02-14. สืบค้นเมื่อ 2008-02-16. 
  9. Ball, Phil p. 117.
  10. Luís Miguel González. "Pre-history and first official title (1900–1910)". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. 
  11. "History — Chapter 1 – From the Estrada Lot to the nice, little O’Donnel pitch". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 11 July 2008. 
  12. Luís Miguel González. "Bernabéu's debut to the title of Real (1911–1920)". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. 
  13. Luís Miguel González (28 February 2007). "A spectacular leap towards the future (1921–1930)". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. 
  14. Luís Miguel González. "The first two-time champion of the League (1931–1940)". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 18 July 2008. 
  15. "Real Madrid v Barcelona: six of the best 'El Clásicos'". London: The Telegraph. 9 December 2011. สืบค้นเมื่อ 19 December 2011. 
  16. 16.0 16.1 Aguilar, Paco (10 December 1998). "Barca - Much more than just a Club". FIFA. Archived from the original on 29 April 2008. สืบค้นเมื่อ 19 December 2011.  อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ "Aguilar_19981210" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน
  17. Ball, Phil (12 December 2003). Morbo: the Story of Spanish Football. WSC Books Ltd. ISBN 978-0-9540134-6-2. 
  18. Spaaij, Ramn (2006). Understanding football hooliganism: a comparison of six Western European football clubs. Amsterdam: Amsterdam University Press. ISBN 978-90-5629-445-8. สืบค้นเมื่อ 19 December 2011. 
  19. Luís Miguel González. "Bernabéu begins his office as President building the new Chamartín Stadium (1941–1950)". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. 
  20. 20.0 20.1 Luís Miguel González. "An exceptional decade (1951–1960)". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. 
  21. Matthew Spiro (12 May 2006). "Hats off to Hanot". uefa.com. Archived from the original on 19 May 2008. สืบค้นเมื่อ 11 July 2008. 
  22. "Regulations of the UEFA Champions League" (PDF). UEFA. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. ; Page 4, §2.01 "Cup" & Page 26, §16.10 "Title-holder logo"
  23. 23.0 23.1 Luís Miguel González. "The generational reshuffle was successful (1961–1970)". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. 
  24. "Trophy Room". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. 
  25. "European Competitions 1971". RSSS. สืบค้นเมื่อ 27 September 2008. 
  26. "Santiago Bernabéu". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 12 October 2008. 
  27. "The "Quinta del Buitre" era begins". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 11 July 2008. 
  28. 28.0 28.1 Luís Miguel González (5 March 2008). "1981–1990 – Five straight League titles and a new record". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. 
  29. "1991–2000 – From Raúl González to the turn of the new millennium". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. 
  30. "Florentino Pérez era" (ใน Spanish). Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. 
  31. "Figo's the Real deal". BBC Sport. 24 July 2000. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. 
  32. "2001 – present — Real Madrid surpasses the century mark". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 12 July 2008. 
  33. "First measures adopted by the Real Madrid Board of Directors". Realmadrid.com. 1 June 2009. สืบค้นเมื่อ 15 August 2011. 
  34. "Perez to return as Real president". BBC Sport. 1 June 2009. สืบค้นเมื่อ 3 June 2009. 
  35. The Times Madrid Signs Kaká timesonline.co.uk
  36. Tynan, Gordon (28 May 2010). "Mourinho to be unveiled at Madrid on Monday after £7m compensation deal". The Independent (London). สืบค้นเมื่อ 31 May 2010. 
  37. "Real Madrid unveil José Mourinho as their new coach". BBC Sport. 31 May 2010. สืบค้นเมื่อ 31 May 2010. 
  38. ลาลีกา ฤดูกาล 2011–12
  39. 21:59 GMT (24 March 2012). "BBC Sport - Cristiano Ronaldo is fastest La Liga player to 100 goals". Bbc.co.uk. สืบค้นเมื่อ 19 August 2012. 
  40. "Jose Mourinho, Real Madrid earn vindication after La Liga conquest - La Liga News | FOX Sports on MSN". Msn.foxsports.com. 13 May 2012. สืบค้นเมื่อ 19 August 2012. 
  41. "คอลัมนิสต์เขียนให้คุณอ่าน: ความต่าง". สยามกีฬารายวัน. 19 ธันวาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2016. 
  42. "'ราชัน' แถลงปลด 'อันเช่' พ้นเก้าอี้กุนซือ". สยามกีฬารายวัน. 26 พฤษภาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2016. 
  43. ตามคาด! มาดริดปลดราฟา, ตั้งซีดานคุมทัพ
  44. ราชันแม่นโทษดับตราหมี5-3ซิวจ้าวยุโรปสมัย11 จากสยามกีฬารายวัน
  45. "Real Madrid Squad | Real Madrid CF". Realmadrid.com. สืบค้นเมื่อ 14 July 2015. 
  46. 46.0 46.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Squad
  47. "Evolution 1929–10". Liga de Fútbol Profesional. สืบค้นเมื่อ 6 August 2010. 
  48. "Palmarés en" (ใน Spanish). MARCA. สืบค้นเมื่อ 22 June 2010. 
  49. Carnicero, José; Torre, Raúl; Ferrer, Carles Lozano (28 August 2009). "Spain – List of Super Cup Finals". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation (RSSSF). สืบค้นเมื่อ 22 June 2010. 
  50. "List of Super Cup Finals". RSSF. สืบค้นเมื่อ 18 March 2011. 
  51. Torre, Raúl (29 January 2009). "Spain – List of League Cup Finals". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation (RSSSF). สืบค้นเมื่อ 22 June 2010. 
  52. Torre, Raúl (29 January 2009). "Spain – List of League Cup Finals". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation (RSSSF). สืบค้นเมื่อ 22 June 2010. 
  53. "Champions League history". Union of European Football Associations (UEFA). สืบค้นเมื่อ 22 June 2010. 
  54. "Europa League history". UEFA. สืบค้นเมื่อ 22 June 2010. 
  55. "UEFA Cup Winners' Cup". UEFA. สืบค้นเมื่อ 22 June 2010. 
  56. "UEFA Super Cup". UEFA. สืบค้นเมื่อ 22 June 2010. 
  57. Magnani, Loris; Stokkermans, Karel (30 April 2005). "Intercontinental Club Cup". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 9 August 2010.