ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก

ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก (อังกฤษ: FIFA Club World Championship) หรือ ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ (อังกฤษ: FIFA Club World Cup)[1][2] เป็นการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมสโมสรของแต่ละสมาพันธ์ฟุตบอลจาก 6 ทวีปทั่วโลก เริ่มทำการแข่งขันครั้งแรกในปี ค.ศ. 2000 ที่ประเทศบราซิล ในนาม ฟีฟ่าคลับเวิลด์แชมเปียนชิป โดยฟีฟ่าได้จัดตั้งการแข่งขันรายการนี้ขึ้นเพื่อใช้แทนการแข่งขันรายการเดิมที่ชื่ออินเตอร์คอนติเนนตัลคัพหรือโตโยต้าคัพซึ่งถูกยกเลิกในปี ค.ศ. 2004 เพื่อมารวมรายการนี้ ในปี ค.ศ. 2005 ในนาม ฟีฟ่าคลับเวิร์ดคัพ ทีมที่ชนะเลิศจากทุกทวีปที่จะมาแข่งขันร่วมรายการนี้ โดยทีมชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกจากยุโรปและโกปาลิเบร์ตาโดเรสจากอเมริกาใต้ จะเข้าไปรอแข่งขันในรอบรองชนะเลิศทันที

ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก
logo
ผู้จัดฟีฟ่า
ก่อตั้ง2000; 24 ปีที่แล้ว (2000)
ภูมิภาคนานาชาติ
จำนวนทีม7 ทีม
(จาก 6 สมาพันธ์)
ทีมชนะเลิศปัจจุบันอังกฤษ แมนเชสเตอร์ซิตี
(1 สมัย)
ทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดสเปน เรอัลมาดริด
(5 สมัย)
ผู้แพร่ภาพโทรทัศน์รายชื่อผู้แพร่ภาพโทรทัศน์
เว็บไซต์fifa.com/clubworldcup
ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2023

ทั้งนี้ สโมสรที่ชนะเลิศมากที่สุด คือ เรอัลมาดริด จากสเปน 5 สมัย

สโมสรที่ชนะเลิศล่าสุดในปัจจุบันจะได้รับการติดตราแชมป์สโมสรโลกที่เสื้อสโมสรในรายการแข่งขันของฟีฟ่าไปตลอดจนกว่าจะมีการเปลี่ยนทีมสโมสรที่ชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกในอนาคต

ทีมสโมสรที่ชนะเลิศครั้งล่าสุด คือ เรอัลมาดริด จากสเปน ซึ่งชนะเลิศได้เป็นสมัยที่ 5 ในรายการนี้โดยเอาชนะอัลฮิลาล จากซาอุดีอาระเบียไป 5-3 ในเวลา 90 นาที ของนัดชิงชนะเลิศ 2022

ผลการแข่งขัน แก้

รอบชิงชนะเลิศ แก้

คำอธิบาย

ครั้งที่ ปี ค.ศ. เจ้าภาพ ชิงชนะเลิศ ชิงอันดับ 3 จำนวนทีม อ้างอิง
ชนะเลิศ ประตู รองชนะเลิศ อันดับ 3 ประตู อันดับ 4
1
  บราซิล   คอรินเทียนส์   วัชกู ดา กามา   เนกาซา   เรอัลมาดริด
8
[3][4]
  สเปน
การแข่งขันถูกยกเลิกเนื่องจากปัญหาทางการเงิน
12
[5]
2002
ไม่มีการแข่งขัน
[6]
2003
2004
2
  ญี่ปุ่น   เซาเปาลู   ลิเวอร์พูล   ซาปริซา
3–2
  อัล-อิตติฮัด
6
[7][8]
3
  ญี่ปุ่น   อิงเตร์นาซีโยนัล   บาร์เซโลนา   อัลอะฮ์ลี
2–1
  กลุบอาเมริกา
6
[9][10]
4
  ญี่ปุ่น   เอซี มิลาน   โบกายูนิออร์ส   อูราวะ เรดไดมอนส์
2–2[n 1]
  อีตวล ดู ซาฮีล
7
[11][12]
5
  ญี่ปุ่น   แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด   แอลดียู กีโต   กัมบะ โอซากะ
1–0
  ปาชูกา
7
[13]
[14]
6
  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   บาร์เซโลนา   เอสตูเดียนเตส   โปฮัง สตีลเลอส์
1–1[n 1]
  แอตแลนเต
7
[15][16]
[17]
7
  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   อินเตอร์มิลาน   มาเซมเบ   อิงเตร์นาซีโยนัล
4–2
  ซองนัมอิลฮวาชอนมา
7
[18][19]
8
  ญี่ปุ่น   บาร์เซโลนา   ซังตุส   อัล ซาดด์
0–0[n 1]
  คะชิวะ เรย์โซล
7
[20][21]
[22]
9
  ญี่ปุ่น   คอรินเทียนส์   เชลซี   มอนเตร์เรย์
2–0
  อัลอะฮ์ลี
7
[23][24]
10
  โมร็อกโก   ไบเอิร์นมิวนิก   ราจาคาซาบลังกา   อัตเลชีกูมีเนย์รู
3–2
  กว่างโจวเอเวอร์แกรนด์
7
[25][26]
11
  โมร็อกโก   เรอัลมาดริด   ซานโลเรนโซ   ออกแลนด์ซิตี
1–1[n 1]
  กรุซอาซุล
7
[27][28]
[29]
12
  ญี่ปุ่น   บาร์เซโลนา   รีเบร์เปลต   ซานเฟรซ ฮิโระชิมะ
2–1
  กว่างโจวเอเวอร์แกรนด์
7
[30][31]
13
  ญี่ปุ่น   เรอัลมาดริด   คะชิมะ แอนท์เลอร์ส   อัตเลติโก นาซิอองนาล
2–2[n 1]
  กลุบอาเมริกา
7
[32][33]
[34][35]
14
  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   เรอัลมาดริด   อาแลเกร็งซี   ปาชูกา
4–1
  อัลญะซีเราะฮ์
7
[36]
15
  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   เรอัลมาดริด   อัลอัยน์   ริเบร์เปลต
4–0
  คาชิมะ แอนต์เลอส์
7
[37]
16
  กาตาร์   ลิเวอร์พูล   ฟลาเม็งกู   มอนเตร์เรย์
2–2[n 1]
  อัลฮิลาล
7
[38]
17
  กาตาร์   ไบเอิร์นมิวนิก   ยูเอเอ็นแอล   อัลอะฮ์ลี
0–0[n 1]
  ปัลเมย์รัส
6
[39]
18
  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์   เชลซี   ปัลเมย์รัส   อัลอะฮ์ลี
4–0
  อัลฮิลาล
7
[40]
19
  โมร็อกโก   เรอัลมาดริด   อัลฮิลาล   ฟลาเม็งกู
4–2
  อัลอะฮ์ลี
7
[41]
20
  ซาอุดีอาระเบีย
21
รอประกาศ
หมายเหตุ
  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 ไม่มีการต่อเวลาพิเศษ
  2. สกอร์เป็น 1–1 หลังจาก 90 นาที
  3. สกอร์เป็น 2–2 หลังจาก 90 นาที
  4. สกอร์อยู่ที่ 0–0 หลังจาก 90 นาที
  5. สกอร์เป็น 1–1 หลังจาก 90 นาที

ทำเนียบผู้ชนะเลิศ แก้

ชนะเลิศ (จำแนกตามสโมสร) แก้

สโมสร ชนะเลิศ รองชนะเลิศ ปีที่ชนะเลิศ ปีที่ได้รองชนะเลิศ
  เรอัลมาดริด 5 0 2014, 2016, 2017, 2018,2022
  บาร์เซโลนา 3 1 2009, 2011, 2015 2006
  คอรินเทียนส์ 2 0 2000, 2012
  ไบเอิร์นมิวนิก 2 0 2013, 2020
  ลิเวอร์พูล 1 1 2019 2005
  เชลซี 1 1 2021 2012
  เซาเปาลู 1 0 2005
  อิงเตร์นาซีโยนัล 1 0 2006
  เอซี มิลาน 1 0 2007
  แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1 0 2008
  อินเตอร์มิลาน 1 0 2010
  แมนเชสเตอร์ซิตี 1 0 2023

ชนะเลิศ (จำแนกตามชาติ) แก้

ชาติ ชนะเลิศ รองชนะเลิศ ปีที่ชนะเลิศ ปีรองชนะเลิศ
  สเปน 8 1 (2009, 2011, 2014, 2015, 2016, 2017, 2018, 2022) (2006)
  บราซิล 4 6 (2000, 2005, 2006, 2012) (2000, 2011, 2017, 2019, 2021, 2023)
  อังกฤษ 4 2 (2008, 2019, 2021, 2023) (2005, 2012)
  อิตาลี 2 0 (2007, 2010)
  เยอรมนี 2 0 (2013, 2020)
  อาร์เจนตินา 0 4 (2007, 2009, 2014, 2015)
  เอกวาดอร์ 0 1 (2008)
  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 0 1 (2010)
  โมร็อกโก 0 1 (2013)
  ญี่ปุ่น 0 1 (2016)
  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 0 1 (2018)
  เม็กซิโก 0 1 (2020)
  ซาอุดีอาระเบีย 0 1 (2022)

ชนะเลิศ (จำแนกตามเมือง) แก้

เมือง ชนะเลิศ ทีมชนะเลิศ
  มาดริด 5 เรอัลมาดริด (2014, 2016, 2017, 2018,2022)
  บาร์เซโลนา 3 บาร์เซโลนา (2009, 2011, 2015)
  เซาเปาลู 3 คอรินเทียนส์ (2000, 2012), เซาเปาลู (2005)
  มิลาน 2 เอซี มิลาน (2007), อินเตอร์มิลาน (2010)
  มิวนิก 2 ไบเอิร์นมิวนิก (2013, 2020)
  แมนเชสเตอร์ 2 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (2008), แมนเชสเตอร์ซิตี (2023)
  โปร์ตูอาเลกรี 1 อิงเตร์นาซีโยนัล (2006)
  ลิเวอร์พูล 1 ลิเวอร์พูล (2019)
  ลอนดอน 1 เชลซี (2021)

ชนะเลิศ (จำแนกตามสมาพันธ์ฟุตบอล) แก้

สมาพันธ์ฟุตบอล ชนะเลิศ รองชนะเลิศ อันดับสาม
ยูฟ่า 16 (2007, 2008, 2009, 2010, 2011, 2013, 2014, 2015, 2016, 2017, 2018, 2019, 2020, 2021, 2022, 2023) 3 (2005, 2006, 2012) 0
คอนเมบอล 4 (2000, 2005, 2006, 2012) 11 (2000, 2007, 2008, 2009, 2011, 2014, 2015, 2017, 2019, 2021, 2023) 5 (2010, 2013, 2016, 2018, 2022)
เอเอฟซี 0 3 (2016, 2018, 2022) 5 (2007, 2008, 2009, 2011, 2015)
ซีเอเอฟ 0 2 (2010, 2013) 4 (2006, 2020, 2021, 2023)
คอนคาแคฟ 0 1 (2020) 5 (2000, 2005, 2012, 2017, 2019)
โอเอฟซี 0 0 1 (2014)

ดูเพิ่ม แก้

อ้างอิง แก้

  1. "FIFA Club World Championship TOYOTA Cup Japan 2005: Report and Statistics" (PDF). pp. 5, 19. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2017-08-08. สืบค้นเมื่อ 2019-03-13.
  2. "FIFA Club World Cup UAE 2017: Statistical Kit" (PDF). pp. 15, 40, 41, 42. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2017-12-30. สืบค้นเมื่อ 2019-03-13.
  3. "FIFA Club World Championship Brazil 2000". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 November 2012. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  4. Pontes, Ricardo (29 May 2007). "FIFA Club World Championship 2000". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  5. "World Club Championship axed". BBC Sport. British Broadcasting Corporation. 18 May 2001. สืบค้นเมื่อ 26 August 2014.
  6. "FIFA revamps Club World Championship". 20 February 2004. สืบค้นเมื่อ 23 August 2022.
  7. "FIFA Club World Championship Toyota Cup Japan 2005". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 November 2012. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  8. Nakanishi, Masanori "Komabano"; de Arruda, Marcelo Leme (30 April 2006). "FIFA Club World Championship 2005". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  9. "FIFA Club World Cup Japan 2006". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 November 2012. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  10. Nakanishi, Masanori "Komabano"; de Arruda, Marcelo Leme (10 May 2007). "FIFA Club World Championship 2006". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  11. "FIFA Club World Cup Japan 2007". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 March 2008. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  12. de Arruda, Marcelo Leme (28 May 2008). "FIFA Club World Championship 2007". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  13. "FIFA Club World Cup Japan 2008". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 May 2009. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  14. Nakanishi, Masanori "Komabano"; de Arruda, Marcelo Leme (21 May 2009). "FIFA Club World Championship 2008". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  15. "FIFA Club World Cup UAE 2009". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 March 2010. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  16. de Arruda, Marcelo Leme (14 May 2010). "FIFA Club World Championship 2009". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  17. "Club Estudiantes de La Plata – FC Barcelona". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. 19 December 2009. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 July 2015. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  18. "FIFA Club World Cup UAE 2010". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 July 2011. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  19. de Arruda, Marcelo Leme (17 July 2012). "FIFA Club World Championship 2010". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  20. "FIFA Club World Cup Japan 2011". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 May 2012. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  21. de Arruda, Marcelo Leme (17 July 2012). "FIFA Club World Championship 2011". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  22. "Al-Sadd take third on penalties". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. 18 December 2011. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  23. "FIFA Club World Cup Japan 2012". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 June 2013. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  24. de Arruda, Marcelo Leme (10 January 2013). "FIFA Club World Championship 2012". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 6 March 2013.
  25. "FIFA Club World Cup Morocco 2013". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. สืบค้นเมื่อ 29 August 2014.
  26. de Arruda, Marcelo Leme (23 December 2013). "FIFA Club World Championship 2013". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 29 August 2014.
  27. "FIFA Club World Cup Morocco 2014". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 August 2015. สืบค้นเมื่อ 29 August 2014.
  28. de Arruda, Marcelo Leme (23 December 2014). "FIFA Club World Championship 2014". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 29 August 2014.
  29. "Auckland City claim historic bronze". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. 20 December 2014. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 December 2014. สืบค้นเมื่อ 20 December 2014.
  30. "FIFA Club World Cup Japan 2015". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 June 2016. สืบค้นเมื่อ 13 September 2016.
  31. King, Ian; Stokkermans, Karel (20 December 2015). "FIFA Club World Cup 2015". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 13 September 2016.
  32. "FIFA Club World Cup Japan 2016". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 December 2011. สืบค้นเมื่อ 18 December 2016.
  33. Stokkermans, Karel (18 December 2016). "FIFA Club World Cup 2016". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 18 December 2016.
  34. "Club América – Atlético Nacional". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. 18 December 2016. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 December 2016. สืบค้นเมื่อ 18 December 2016.
  35. "Real Madrid – Kashima Antlers". FIFA.com. Fédération Internationale de Football Association. 18 December 2016. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 December 2016. สืบค้นเมื่อ 18 December 2016.
  36. King, Ian (22 December 2018). "FIFA Club World Cup 2017". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 22 December 2018.
  37. King, Ian (3 January 2019). "FIFA Club World Cup 2018". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 17 January 2019.
  38. Poole, Harry (21 December 2019). "Flamengo 0–1 Liverpool: Roberto Firmino's extra-time strike delivers first Club World Cup". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 13 February 2022.
  39. Begley, Emlyn (11 February 2021). "Fifa Club World Cup final: Bayern Munich beat Tigres to become world champions". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 13 February 2022.
  40. "Chelsea win Club World Cup: Kai Havertz winner sees off Palmeiras after extra time". BBC Sport. 12 February 2022. สืบค้นเมื่อ 13 February 2022.
  41. "Real Madrid 5–3 Al-Hilal: Vinicius & Federico Valverde score in Club World Cup final win". BBC Sport. 11 February 2023. สืบค้นเมื่อ 11 February 2023.

แหล่งข้อมูลอื่น แก้

ฟุตบอลชิงถ้วยรางวัลในระดับสโมสรโลก
ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกโกปาลิเบร์ตาโดเรสคอนคาแคฟแชมเปียนส์ลีกเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกซีเอเอฟแชมเปียนส์ลีกโอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก