เปิดเมนูหลัก

อำเภองาว

อำเภอในจังหวัดลำปาง ประเทศไทย

งาว (คำเมือง: Lanna-Ngao.png) เป็นหนึ่งใน 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง มีพื้นที่ประมาณ 1,815 ตารางกิโลเมตร เป็นอำเภอที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 650 กิโลเมตร เป็นอำเภอยุทธศาสตร์ชายแดนที่มีบริเวณชายแดนติดต่อกันถึงสามจังหวัดได้แก่ จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่และจังหวัดลำปาง

อำเภองาว
แผนที่จังหวัดลำปาง เน้นอำเภองาว
คำขวัญ: หนึ่งในสยามคือถ้ำผาไท ศูนย์รวมจิตใจเจ้าพ่อประตูผา
เครื่องหนังงามตา ล้ำค่าไม้แกะสลัก
อนุรักษ์วัฒนธรรม งามล้ำอำเภองาว
พิกัดภูมิศาสตร์: 18°46′36″N 99°58′12″E / 18.77667°N 99.97000°E / 18.77667; 99.97000
อักษรไทยอำเภองาว
อักษรโรมันAmphoe Ngao
จังหวัดลำปาง
พื้นที่
 • ทั้งหมด1,814.8 ตร.กม. (700.7 ตร.ไมล์)
ประชากร (2561)
 • ทั้งหมด55,090 คน
 • ความหนาแน่น30.35 คน/ตร.กม. (78.6 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์52110
รหัสภูมิศาสตร์5205
ที่อยู่
ที่ว่าการ
ที่ว่าการอำเภองาว หมู่ที่ 2 บ้านหนองเหียง ถนนพหลโยธิน ตำบลนาแก อำเภองาว จังหวัดลำปาง 52110
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ที่ตั้งและอาณาเขตแก้ไข

อำเภองาวตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด ที่ว่าการอำเภอปัจจุบันตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน สายลำปาง-พะเยา บริเวณบ้านหนองเหียง ห่างจากตัวเมืองลำปางประมาณ 83 กิโลเมตร จากตัวเมืองพะเยาประมาณ 50 กิโลเมตร และจากตัวเมืองแพร่ประมาณ 89 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ประวัติศาสตร์แก้ไข

ยุคโบราณแก้ไข

เมืองงาวโบราณ มีประวัติศาสตร์การสร้างบ้านเมืองและมีการตั้งบ้านเมืองมายาวนาน เมืองงาวยุคแรกเริ่มไม่ปรากฏนามที่ชัดเจน สันนิษฐานมีหลายชื่อ อาทิ เมืองเวียงบน ศรีดอนชัย คำว่างาวน่าจะมาจากลำน้ำงาว ่ที่ไหลผ่านเมือง เมืองงาวโบราณมีประวัติศาสตร์การสร้างเมืองเกี่ยวพันกับเมืองหิรัญเงินยางหรือโยนกเชียงแสนอำเภอเชียงแสนตามตำนานกล่าวไว้ว่าเมืองหิรัญเงินยาง ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าชัยศิริ ได้ถูกข้าศึกรุกรานบ่อยครั้งทั้งเงี้ยว แกว มอญ จีน จึงอพยพราษฎรหนีภัยสงครามลงมาทางตอนใต้ทำให้อาณาจักรโยนกเชียงแสนอ่อนแอลงและล่มสลายลงในที่สุด ราษฎรเมืองหิรัญนครเงินยางเชียงแสนต่างอพยพหนีภัยรุกรานไปตามท้องถิ่นต่าง ๆ กลุ่มหนึ่งนั้นได้อพยพลงมาอาศัยอยู่เมืองภูกามยาวหรือเมืองพะเยา และเป็นต้นตระกูลของขุนเจือง ขุนจอมธรรมแห่งแคว้นพะเยา อีกกลุ่มหนึ่งอพยพมาทางใต้อาศัยลุ่มลำน้ำงาว ดอยห้วยอุ้มปากบ่องผาแดงเป็นที่อยู่อาศัยบริเวณอำเภองาวปัจจุบัน คนกลุ่มนี้ได้สร้างบ้านสร้างเมืองเล็ก ๆ ขึ้นมามีพ่อเมืองปกครองสืบต่อเรื่อยมา เจ้าเมืองงาวยุคหนึ่งมีเชื้อสายพระยางำเมือง แห่งแคว้นพะเยา นามว่าเจ้าแสนเมือง แสดงถึงความสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างเมืองงาวและแคว้นพะเยาได้เป็นอย่างดี อีกนัยหนึ่งถือว่าเมืองงาวเป็นเมืองลูกข้างหางเมืองของแคว้นพะเยา ยอมรับอำนาจอยู่ใต้การปกครองของแคว้นพะเยา และรับระบบการปกครองโดยยึดรูปแบบการปกครองแบบเวียงต่างๆ แบบแคว้นพะเยาคือมีการสร้างเวียงต่าง ๆ เป็นเวียงบริวารกินอาณาบริเวณกว้างขวาง ได้แก่ เวียงบน เวียงแหง เวียงปิน เวียงแป้น เวียงทิพย์ เวียงคุ้ม แต่ละเวียงมีขุนเวียงเป็นผู้ปกครอง มีจุดศูนย์กลางที่เวียงบน บริเวณวัดศรีมุงเมืองในปัจจุบัน กาลเวลาต่อมาแคว้นพะเยาเสื่อมอำนาจล่มสลายลง เมืองงาวได้เปลี่ยนมาขึ้นกับเมืองนครลำปางโดยชื่อบ้านนามเมืองปรากฏตามตำนานหนึ่งกล่าวว่าเมืองงาวเดิมชื่อว่าเมืองเงินมีเจ้าผู้ครองนครที่เข้มแข็งชำนาญการสงคราม มีความเชี่ยวชาญในการณรงค์สงคราม มีการใช้ของ้าวเป็นอาวุธสำคัญการรบ เมื่อข้าศึกจากหัวเมืองลื้อ เมืองเขิน เมืองเงี้ยว เข้ามารุกรานก็ไม่อาจรุกล้ำเข้าไปถึงเมืองเขลางค์นครได้ เมื่อข้าศึกล่วงล้ำเข้าเขตแดนเมืองเงินก็ถูกตีแตกพ่ายกลับไปทุกครั้ง เจ้าผู้ครองเมืองเงินมีความสามารถอาสาปราบปรามข้าศึก พวกฮ่อ เงี้ยว ที่มารุกรานถึงหัวเมืองเงี้ยว หัวเมืองลื้อ หัวเมืองเขิน จนถึงแคว้นสิบสองปันนา ได้รับชัยชนะจนเป็นที่ร่ำลือ เจ้าเมืองเขลางค์นครได้ประทานง้าวด้ามเงินเป็นบำเหน็จคุณงามดีและความกล้าหาญ เป็นที่ยินดีแก่ชาวเมือง จึงเรียกเจ้าเมืองเงินว่าพระยาง้าวเงิน และเรียกชื่อเมืองว่า เมืองง้าวเงิน กาลเวลาผ่านมาได้เรียกเพี้ยนเป็น เมืองงาว ตามลำดับ อีกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ เมืองงาวเป็นสถานที่ประทับและสิ้นพระชนม์ของพ่อขุนงำเมือง เจ้าเมืองพะเยา สหายร่วมน้ำสาบานกับสองมหาราชคือ พญามังรายมหาราชแห่งนครเชียงใหม่และพ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งกรุงสุโขทัย ตามตำนานกล่าวไว้ว่า "เมื่อพ่อขุนงำเมืองได้มอบราชกิจต่าง ๆ ในการปกครองบ้านเมืองให้พญาคำแดงราชบุตร แล้วเสด็จได้ไปประทับพักผ่อนที่เมืองงาว ปี พ.ศ. 1841 พ่อขุนงำเมืองก็สิ้นพระชนม์ รวมพระชนมายุได้ 60 ปี"

ยุคฟื้นฟูอาณาจักรล้านนาแก้ไข

อำเภองาวหรือเดิมเรียกว่า เมืองงาว หรือเมืองเงิน ปรากฏชื่อตามประวัติศาสตร์ล้านนามายาวนาน นับแต่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีของอาณาสยามแห่งใหม่ พระยากาวิละแห่งราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นพระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ หลังจากที่อาณาจักรล้านนาตกอยู่ใต้อำนาจการปกครองของพม่านานกว่า ๒๐๐ ปี พระเจ้ากาวิละได้เริ่มฟื้นฟูอาณาจักรล้านนาใหม่ มีปฏิรูปปรับปรุงระบบการปกครองหัวเมืองน้อยใหญ่ในอาณาจักรล้านนาใหม่ โดยการรวบรวมเมืองเล็กเมืองน้อยนับหัวเมืองประเทศราชล้านนาได้ ๕๗ หัวเมือง โดยแบ่งหัวเมืองน้อยใหญ่ออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่เมืองประเทศราช เมืองชั้นเอก เมืองชั้นโท เมืองชั้นตรี เมืองงาว ได้ถูกตั้งให้มีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นเอกโดยเจ้าผู้ครองเมือง ขึ้นตรงต่อเมืองประเทศราช เมืองงาวจึงขึ้นอยู่กับเมืองนครลำปาง(ถือศักดินา 2,000 ไร่) หัวเมืองเอกของอาณาจักรล้านนา มีทั้งหมด 8 หัวเมืองได้แก่

  • เมืองเชียงราย ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองพะเยา ขึ้นกับนครลำปาง
  • เมืองเชียงแสน ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองเชียงของ ขึ้นกับนครน่าน
  • เมืองปาย ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองตาก ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองฝาง ขึ้นกับนครเชียงใหม่
  • เมืองงาว ขึ้นกับนครลำปาง

ยุคปฏิรูประบบการปกครองแก้ไข

หลังจากที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองหัวเมืองใหม่เป็น มณฑล จังหวัด ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช เมืองงาว ถูกจัดตั้งเป็นแขวงหนึ่งเรียก แขวงเมืองงาว ขึ้นกับเมืองนครลำปาง ต่อมาเมื่อยกเลิกการเรียกแขวง เปลี่ยนเป็นอำเภอ เมืองงาวจึงมีชื่อว่า อำเภอเมืองงาว ขึ้นอยู่กับจังหวัดลำปาง มณฑลมหาราษฎร์ เป็นหนึ่งในอำเภอแรกเริ่มของจังหวัดลำปาง ได้แก่ อำเภอเมืองลำปาง อำเภอสบยาว อำเภอป่าตัน อำเภอแม่ทะ อำเภอเกาะคา อำเภอสบปราบ อำเภอหางสัตว์ อำเภอแจ้ห่ม อำเภอเมืองลอง อำเภอเมืองเถิน และอำเภอเมืองงาว ปีพุทธศักราช ๒๕๘๑ มีตราพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงชื่ออำเภอใหม่เปลี่ยนชื่ออำเภอทั่วราชอาณาจักรเพื่อไม่ให้ซ้ำกับชื่อจังหวัด จากอำเภอเมืองงาว จึงเปลี่ยนเป็น อำเภองาว จวบจนถึงปัจจุบัน

เหตุการณ์สำคัญแก้ไข

วันเสาร์ที่ ๑๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๐๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมราษฎรท้องถิ่นอำเภองาว จังหวัดลำปาง โดยราษฎรชาวอำเภองาวมีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอย่างทั่วถึงสร้างขวัญกำลังใจและนำความปิติยินดีแด่เหล่าพสกนิกรชาวอำเภองาวอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมกันนี้ได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือราษฎรชาวอำเภองาวต่าง ๆ อาทิ โครงการอ่างเก็บน้ำแม่เมือง อ่างเก็บน้ำห้วยส้ม ตำบลบ้านแหง เป็นต้น

การแบ่งเขตการปกครองแก้ไข

การปกครองส่วนภูมิภาคแก้ไข

อำเภองาวแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 ตำบล 84 หมู่บ้าน ได้แก่

ที่ ชื่อตำบล ตัวเมือง อักษรโรมัน จำนวนหมู่บ้าน จำนวนครัวเรือน จำนวนประชากร[1]
1. หลวงเหนือ   Luang Nuea 6 2,077 4,850
2. หลวงใต้   Luang Tai 8 2,017 5,882
3. บ้านโป่ง   Ban Pong 10 2,145 6,918
4. บ้านร้อง   Ban Rong 11 2,146 6,591
5. ปงเตา   Pong Tao 11 2,485 7,654
6. นาแก   Na Kae 5 1,128 4,725
7. บ้านอ้อน   Ban On 8 1,441 4,765
8. บ้านแหง   Ban Haeng 8 2,006 6,514
9. บ้านหวด   Ban Huat 6 1,580 4,867
10. แม่ตีบ   Mae Tip 5 1,280 4,346

การปกครองส่วนท้องถิ่นแก้ไข

ท้องที่อำเภองาวประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลหลวงเหนือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหลวงเหนือทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลหลวงใต้ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหลวงใต้ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโป่ง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านโป่งทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านร้อง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านร้องทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลปงเตา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลปงเตาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนาแก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาแกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านอ้อน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านอ้อนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแหง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านแหงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหวด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านหวดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ตีบ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลแม่ตีบทั้งตำบล

สถานศึกษาแก้ไข

  • โรงเรียนประชารัฐธรรมคุณ โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งแรกประจำอำเภอ
  • โรงเรียนประชาราชวิทยา โรงเรียนมัธยมศึกษา
  • โรงเรียนดอนไชยวิทยา โรงเรียนเอกชนแห่งแรกของอำเภอ
  • โรงเรียนอนุบาลงาวภาณุนิยม โรงเรียนอนุบาลประจำอำเภอ

สถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

บุคคลที่มีชื่อเสียงแก้ไข

บุคคลสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภองาวได้แก่ น.ส.เกษราภรณ์ สุตา นักกีฬายกน้ำหนักหญิงเหรียญทองแดง จากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ค.ศ. 2000นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

เทศกาลและประเพณีประจำปีแก้ไข

  • ประเพณีตานตุงซาววา ในเทศกาลป๋าเวณีปีใหม่เมือง
  • ป๋าเวณีปีใหม่เมืองง้าวเงิน
  • ป๋าวเณีล่องสะเปาจาวเวียงง้าวเงิน
  • ประเพณีดำหัวเจ้าพ่อประตูผา

สถานที่ท่องเที่ยวแก้ไข

สะพานโยงแก้ไข

สะพานข้ามลำน้ำงาว เป็นสะพานโยงแห่งแรกของประเทศและเป็นสัญลักษณ์ของอำเภองาว ตั้งอยู่บ้านน้ำจำตำบลหลวงใต้และบ้านเกาะตำบลหลวงเหนือ เดิมใช้เป็นทางสัญจรมายังตัวอำเภองาวจะเห็นสะพานแขวนโครงเหล็กมีทางเดินทำด้วยไม้ขนาดกลางทอดตัวผ่านแม่น้ำงาว เห็นแล้วสะดุดตากับผู้คนที่ได้พบเห็น ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งพักผ่อนในช่วงยามเย็น บนสะพานโยงจะไม่อนุญาตให้นำยานพาหนะทุกชนิดวิ่งผ่าน โดยสร้างที่กั้นรถวิ่งบนสะพาน ส่วนบริเวณทางขึ้นสะพานจะมีร้านค้าตั้งขายสินค้า นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาเที่ยวสามารถศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนอำเภองาว อำเภอเล็ก ๆ ที่มีตลาดขนาดน้อย ๆ กับวิถีชีวิตที่อาศัยริมแม่น้ำงาว

หล่มภูเขียวแก้ไข

หล่มภูเขียว เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านอ้อน อำเภองาว จังหวัดลำปาง มีลักษณะเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เนื้อที่ราว 1-2 ไร่ มีความลึกมากจนมองเห็นเป็นสีเขียวมรกตสวยงาม ความลึกนั้นไม่สามารถระบุได้ สันนิษฐานว่าแอ่งแห่งนี้เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกในสมัยดึกดำบรรพ์ หรืออาจเกิดจากการยุบตัวของหินปูนซึ่งเคยเป็นเพดานถ้ำมาก่อน แล้วจมลงใต้น้ำ เรียกว่าหลุมยุบ (Sink Hole) ต่อมาจึงกลายเป็นแหล่งรับน้ำ และมีปลาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

วัดพระธาตุม่อนทรายนอนแก้ไข

วัดม่อนทรายนอน สร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2386 ชาวอำเภองาวนิยมเรียกว่าวัดดอย ตามตำนานปรากฏเชื่อมโยงกับพระพุทธเจ้าแปลงกายเป็นทรายเพื่อโปรดสรรพสัตว์และถูกนายพรานตามล่าจนถึงสถานที่ตั้งวัดปัจจุบัน ทรายตัวดังกล่าวได้แวะดื่มน้ำบริเวณตีนเขา กลายเป็นบ่อน้ำทิพย์ศักดิ์สิทธิให้ประชาชนกินดื่ม อดีตมีเจ้าอาวาสจำนวน 4 รูป คือ พระน้อย สจจญาโณ พระส่วยละ พระสุนทรและพระน้อย ปัจจุบันมีพระครูสถิตธรรมพิทักษ์ เจ้าคณะตำบลบ้านแหงเป็นเจ้าอาวาส ทางขึ้นสู่วัดม่อนทรายนอน (วัดดอย) สามารถขึ้นได้สองทางได้แก่ทางถนนและทางบันไดนาคเริ่มจากบริเวณใกล้ ๆ บ่อน้ำทิพย์ตีนเขา ซึ่งมีความสูงประมาณ 300 กว่าขั้น

วัดจองคำ พระอารามหลวงแก้ไข

ตั้งอยู่ตำบลบ้านหวด บนถนนพหลโยธิน สายลำปาง-งาว ห่างจากตัวอำเภองาว 10 กิโลเมตร วัดจองคำเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง โดยสถาปัตยกรรมก่อสร้างที่โดดเด่นเป็นศิลปะแบบไทยใหญ่ สันนิษฐานว่าก่อสร้างโดยชาวพม่าที่มารับจ้างทำสัมปทานป่าไม้ที่เขตอำเภองาว ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด ตัววิหารชัยภูมิศิลปะแบบไทยใหญ่หลังเดิมถูกรื้อย้ายมาไปไว้ ณ เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ หลังที่เห็นปัจจุบันเป็นศิลปะที่สร้างขึ้นมาใหม่ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549 สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ได้มีการยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง วัดจองคำได้รับคัดเลือกให้สถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ถือเป็นพระอารามหลวงลำดับที่สามของจังหวัดลำปาง นอกจากนี้ยังเป็นโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีประจำจังหวัดลำปาง แต่ละปีนักเรียนปริยัติธรรมสามารถสอบเปรียญธรรมบาลีได้ตั้งแต่ประโยคหนึ่งจนถึง ป.ธ.9 ได้รับพระราชทานอุปสมบทเป็นนาคหลวงจำนวนมาก เจ้าอาวาสลำดับปัจจุบันและเจ้าสำนักได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามว่า พระเทพปริยัติมงคล

ศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่ 1แก้ไข

ศูนย์วิจัยกีฏวิทยาป่าไม้ที่ 1 ตั้งอยู่ริมถนนสายพหลโยธินจากจังหวัดลำปางไปพะเยา- เชียงราย ห่างจากตัวจังหวัดลำปางราว 72 กิโลเมตร หากท่านไม่รีบร้อนนัก ท่านสามารถขับรถยนต์ไปเรื่อยๆ ชมทิวทัศน์ป่าไม้ ภูเขา ทั้งสองฝั่งถนน บนเส้นทางสายนี้ เป็นเส้นทางที่มีแหล่งแวะพักท่องเที่ยว ทั้งเชิงประวัติศาสตร์ การศึกษา และ ธรรมชาติ เช่น แหล่งภาพเขียนก่อนยุคประวัติศาสตร์ที่ประตูผา ศาลเจ้าพ่อประตูผา อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท สถานีฝึกนิสิตคณะวนศาสตร์ สถานีบำรุงพันธุ์ไม้สัก สวนรุกขชาติห้วยทาก และศูนย์วิจัยแมลงและจุลชีววิทยาป่าไม้ที่ 1 เป็นต้น แม้จะมีหลายช่วงเป็นทางภูเขา แต่หากมีความระมัดระวังและไม่ขับรถเร็วจนเกินไปนัก เส้นทางนี้ก็ดูจะไม่มีอันตราย เพราะทุกวันนี้เป็นถนน 4 เลนแล้ว อีกทั้งรถราก็ไม่มาก อย่างไรก็ตาม ศูนย์ฯ อยู่ก่อนถึงอำเภองาวราว 12 กิโลเมตร

ศาลเจ้าพ่อประตูผาแก้ไข

ตำนานเจ้าพ่อประตูผา กล่าวว่าท่านเป็นขุนพลทหารเอกของเจ้าหลวงลิ้นก่าน เจ้าผู้ครองนครลำปาง ยุคอาณาจักรหริภุญชัย มีตำแหน่งเป็น พญามือเหล็ก ท่านได้สร้างวีรกรรมสละชีวิตช่วยเจ้าหลวงลิ้นก่านจากการรุกรานของกองทัพพม่า ตำนานกล่าวว่า กองทัพพม่าได้ยกกองทัพมาทางทิศเหนือเพื่อกรีฑาทัพเข้าตีเมืองนครลำปาง ณ บริเวณช่องประตูผา เมืองนครลำปางขณะนั้นมีฐานะเป็นนครรัฐอิสระมีเจ้าผู้ครองนคร (เจ้าหลวง) ปกครองภายใต้อาณาจักรหริภัญชัย กองทัพเจ้าหลวงลิ้นก่านได้ยกทัพออกต้านทัพพม่าที่บริเวณช่องประตูผา เมื่อกองทัพทั้งสองปะทะกัน ต่างฝ่ายต่างเสียรี้พลเป็นเป็นจำนวนมาก กองทัพเมืองนครลำปางเพี้ยงพล้ำเสียทีทัพพม่า ถูกทหารพม่าล้อมไว้บริเวณปากถ้ำประตูผา พญามือเหล็กได้พาทหารเข้าสู้รบเพื่อปกป้องเจ้าหลวงจนสุดความสามารถ เพื่อประวิงเวลารอทัพหนุนจากเมืองหริภัญชัยลำพูนมาช่วย จนถูกทหารพม่าฆ่าตายจนหมดสิ้น เหลือแต่พญามือเหล็กเพียงคนเดียว พญามือเหล็กยังคงยืนถืออาวุธขวางปากถ้ำต่อสู้กับทหารพม่าเป็นกำลังสามารถ ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น เข่นฆ่าทหารพม่าตายลงเป็นจำนวนมาก จนทหารพม่าหวาดเกรงไม่สามารถผ่านเข้าไปในถ้ำที่ซ่อนของเจ้าหลวงลิ้นก่านได้แม้แต่คนเดียว ในที่สุดพญามือเหล็กได้เหนื่อยเจียนจะขาดใจตาย ก่อนจะตายยังมีจิตสำนึกได้ว่าหากตนเองล้มลงเมื่อใดแล้ว ทหารพม่าที่เหลือจะต้องเข้าไปทำร้ายเจ้าหลวงของตนเป็นแน่แท้ จึงไม่ยอมล้มลงเด็ดขาด และต่อสู้กับทหารพม่าต่อไปจนตัวเองขาดใจตายในท่ายืนถืออาวุธ ส่วนทหารพม่าที่เหลืออยู่ก็เข็ดขยาดไม่มีใครกล้าเข้ามาต่อสู้ด้วย ได้แต่ล้อมเอาไว้จนกระทั่งกองทัพหนุนของเมืองลำพูนยกตามมาช่วยทัน พม่าจึงถอยทัพหนีกลับไปเนื่องจากกำลังที่เหลืออยู่ไม่สามารถจะสู้ต่อได้ เมื่อพม่าเลิกทัพกลับไปแล้วเจ้าหลวงลิ้นก่านได้พบว่า พญามือเหล็กได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยที่ยังยืนถืออาวุธยืนจังก้าพิงผนังหน้าปากถ้ำ ทำให้เมืองนครลำปางรอดพ้นจากการรุกรานของพม่าได้ เจ้าหลวงลิ้นก่านได้สรรเสริญยกย่องวีรกรรมของพญามือเหล็ก โดยยกย่องให้เป็นเจ้าพ่อประตูผานับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นี่คือวีรกรรมอันกล้าหาญของเจ้าพ่อประตูผา พญามือเหล็กทหารเอกของเจ้าหลวงลิ้นก่านแห่งเมืองนครลำปาง กระทรวงกลาโหมได้อัญเชิญนามมาตั้งเป็นค่ายรบพิเศษประตูผา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจของทหารตราบจนปัจจุบัน

อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไทแก้ไข

มีเนื้อที่ประมาณ 758,750 ไร่ กินอาณาบริเวณ อำเภอเมืองลำปาง อำเภอแม่เมาะ และอำเภองาว ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่บริเวณถนนพหลโยธิน ตำบลบ้านหวด อำเภองาวห่างจากตัวเมืองลำปางประมาณ 66 กิโลเมตร ตรงกิโลเมตรที่ 768-769 แยกเข้าทางเข้าบริเวณปากถ้ำผาไทประมาณหนึ่งกิโลเมตร รถยนต์สามารถเข้าถึงบริเวณตีนถ้ำภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย สวยงามมาก สลับซับซ้อนและมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยมากมายที่มีความสวยงามแตกต่างกันไป เหตุการณ์ในประวัติที่สำคัญก็คือครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยเสด็จประพาสถ้ำผาไท ในครั้งนั้นได้จารึกพระปรมาภิไธยย่อ ปปร. ไว้ภายในถ้ำเพื่อเป็นพระเกียรติยศในการเสด็จประพาส นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชม ทางอุทยานฯ มีบ้านพักบริการ รายละเอียดให้ติดต่อฝ่ายจัดการอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท นอกจากถ้ำผาไทแล้ว อาณาบริเวณอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอาทิ

  • หล่มภูเขียว ระยะทางจากถนนพหลโยธิน ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร
  • น้ำตกแม่แก้ ระยะทางจากถนนพหลโยธิน ประมาณ ๑๘ กิโลเมตร
  • น้ำตกเก๊าฟุ ระยะทางจากถนนพหลโยธิน ประมาณ ๑๙ กิโลเมตร

การเดินทางแก้ไข

อำเภองาวห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 680 กิโลเมตร อำเภองาวเป็นอำเภอยุทธศาสตร์ชายแดนมีระยะทางเดินทางไปจังหวัดใกล้เคียง

  • จังหวัดลำปาง 83 กิโลเมตร
  • จังหวัดพะเยา 50 กิโลเมตร
  • จังหวัดแพร่ 90 กิโลเมตร
  • จังหวัดเชียงราย 140 กิโลเมตร
  • จังหวัดน่าน 160 กิโลเมตร
  • จังหวัดเชียงใหม่ 180 กิโลเมตร

การคมนาคมขนส่งมุ่งสู่อำเภองาวมีหลายเส้นทางค่อนข้างสะดวก เนื่องจากอำเภองาวอยู่ติดถนนหลวงแผ่นดินสาย ๑ ถนนพหลโยธิน


ทางบก ได้แก่ ... 1. ถนนพหลโยธิน สายเหนือ (กรุงเทพฯ-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย) เริ่มจากกรุงเทพมหานคร ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก อ.เถิน อ.สบปราบ อ.เกาะคา เข้าสู่ตัวเมืองลำปาง 600 กิโลเมตร ขับรถอีกประมาณ 83 กิโลเมตรก็จะถึงอำเภองาว ถนนสายลำปาง-งาว เป็นถนน 4 ช่องทางการจราจร สามารถสัมผัสธรรมชาติสวยงามตลอดสองข้างทาง

2. ถนนวังซ้าย หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 103 เส้นทางร้องกวาง-งาว ที่แยกบ้านเป๊าะบรรจบกับทางหลวงหมายแผ่นดินเลข 1 ถนนพหลโยธิน(กรุงเทพ-นครสวรรค์) ทางหลวงหมายเลข 117 (นครสวรรค์-พิษณุโลก)ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11 (พิษณุโลก-เด่นชัย) จากนั้นผ่านทางทางหลวงหมายเลข 101 (กำแพงเพชร-น่าน) ที่จังหวัดแพร่ ใช้เส้นทางถนนวังซ้ายสายแพร่-สอง-งาว ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 103 บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 1 (กรุงเทพฯ-นครสวรรค์-ตาก-เชียงราย) ที่ อ.งาว จ.ลำปาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ (เริ่มจาก จ.แพร่)

ทางรถไฟ ลงรถไฟที่สถานีรถไฟนครลำปาง แล้วต่อรถสู่อำเภองาวอีก 80 กิโลเมตร อนาคตทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ

ทางเครื่องบิน

รถโดยสารประจำทางแก้ไข

  • สาย 90 กรุงเทพ-เชียงราย (ก) (กรุงเทพ-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย) บริษัท สมบัติทัวร์ สยามเฟิร์สทัวร์ เชิดชัยทัวร์ อินทราทัวร์ นครชัยแอร์ บางกอกบัสไลน์ทัวร์ บุษราคัมทัวร์
  • สาย 922 กรุงเทพ-พะเยา (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา) บริษัท บขส. สมบัติทัวร์ เชิดชัยทัวร์
  • สาย 909 กรุงเทพ-เชียงราย (ข) (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัท บขส. สมบัติทัวร์ สยามเฟิร์สทัวร์ เชิดชัยทัวร์ ไทยพัฒนกิจขนส่ง บางกอกบัสไลน์ทัวร์
  • สาย 962 กรุงเทพ-เชียงของ (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงคำ-เชียงของ) บริษัท บขส. สมบัติทัวร์บางกอกบัสไลน์ทัวร์ สยามเฟิร์สทัวร์ บุษราคัมทัวร์ เชิดชัยทัวร์
  • สาย 957 กรุงเทพ-แม่สาย (กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัท บขส. สมบัติทัวร์ สยามเฟิร์สทัวร์ เชิดชัยทัวร์ บางกอกบัสไลน์ทัวร์ นครชัยแอร์
  • สาย 660 ระยอง-เชียงราย-แม่สาย (ระยอง-พัทยา-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระบุรี-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัท นครชัยแอร์
  • สาย 660 ระยอง-เชียงราย-แม่สาย (รถด่วนพิเศษ VIP) (ระยอง-พัทยา-ชลบุรี-ฉะเชิงเทรา-สระบุรี-นครสวรรค์-ตาก-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัท นครชัยแอร์
  • สาย 661 เชียงราย-นครพนม (นครพนม-สกลนคร-อุดรธานี-เลย-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สมบัติทัวร์ จักรพงษ์ทัวร์
  • สาย 651 นครราชสีมา-แม่สาย (นครราชสีมา-สระบุรี-โคกสำโรง-ตากฟ้า-เขาทราย-วังทอง-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครชัยทัวร์
  • สาย 633 ขอนแก่น-เชียงราย (ขอนแก่น-ชุมแพ-หล่มสัก-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-งาว-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ อีสานทัวร์ สมบัติทัวร์
  • สาย เชียงราย-อุบลราชธานี (อุบลราชธานี-ศีรษะเกษ-สุรินทร์-บุรีรัมย์-พล-ชัยภูมิ-พิษณุโลก-แพร่-เชียงราย) บริษัท นครชัยแอร์
  • สาย เชียงราย-มุกดาหาร (มุดดาหาร-กาฬสินธุ์-ขอนแก่น-ชุมแพ-หล่มสัก-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัท เพชรประเสริฐทัวร์ (เร็วๆ นี้)
  • สาย 622 พิษณุโลก-เชียงราย-แม่สาย (พิษณุโลก-สุโขทัย-สวรรคโลก-ศรีสัชนาลัย-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์
  • สาย 622 พิษณุโลก-เชียงราย-แม่สาย (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย-แม่สาย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์
  • สาย 624 พิษณุโลก-เชียงของ (พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงคำ-เทิง-เชียงของ) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ สุโขทัยวินทัวร์
  • สาย 663 นครสวรรค์-เชียงราย (นครสวรรค์-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ นครสวรรค์ยานยนต์ (นิวถาวรฟาร์มทัวร์) รถปรับอากาศโฉมใหม่
  • สาย 780 ภูเก็ต-เชียงราย (ภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี-ชุมพร-ประจวบฯ-หัวหิน-เพชรบุรี-อยุธยา-นครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-พะเยา-เชียงราย) บริษัทผู้เดินรถ ได้แก่ ไทยพัฒนกิจขนส่ง
  • สาย 877 หาดใหญ่-เชียงราย-แม่สาย (แม่สาย-เชียงราย-พะเยา-แพร่-อุตรดิตถ์-พิษณุโลก-ทุ่งสง-พัทลุง-หาดใหญ่-ด่านนอก) บริษัท ปิยะชัยพัฒนาทัวร์
  • สาย 148 เชียงใหม่-เชียงราย (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-งาว-พะเยา-พาน-เชียงราย) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 149 เชียงใหม่-แม่สาย (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-งาว-พะเยา-พาน-เชียงราย-แม่จัน-แม่สาย) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 166-1 เชียงใหม่-สามเหลี่ยมทองคำ (ข) (เชียงใหม่-ลำพูน-ดอยติ-ลำปาง-งาว-พะเยา-พาน-เชียงราย-แม่จัน-เชียงแสน-สามเหลี่ยมทองคำ) บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • สาย 144 เชียงราย-เด่นชัย (เชียงราย-พาน-พะเยา-แพร่-เด่นชัย) บริษัท แพร่ยานยนต์ขนส่ง (หนานคำทัวร์) จำกัด
  • สาย 673 แม่สาย-แม่สอด (แม่สาย-เชียงราย-พะเยา-งาว-ลำปาง-เถิน-ตาก-แม่สอด) บริษัทผู้เดินรถได้แก่ ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด
  • รถตู้ปรับอากาศลำปาง-งาว บริษัท สหกรณ์เดินรถนครลำปาง จำกัด

รัฐวิสาหกิจและธนาคารแก้ไข

  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภองาว
  • บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สาขางาว
  • สถานีเดินรถนครลำปาง จังหวัดลำปาง สาขางาว (บริษัท ขนส่ง จำกัด)

ธนาคาร มีจำนวน 3 แห่ง ได้แก่

อ้างอิงแก้ไข

  1. จำนวนประชากรและบ้าน จำแนกเป็นรายอำเภอ และรายตำบล จังหวัดลำปาง ณ เดือนธันวาคม พ.ศ. 2553, สำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย