เปิดเมนูหลัก
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ วารสารเมืองโบราณ

เมืองโบราณ เป็นเป็นพิพิธภัณฑ์จำลองสถานที่ในประเทศกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่มากกว่า 800 ไร่[2] เมืองโบราณ ตั้งอยู่ติดถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2506 โดยนายเล็ก วิริยะพันธุ์ นักธุรกิจเจ้าของบริษัทวิริยะประกันภัยและเครือธนบุรีพานิช จำกัด เมืองโบราณ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515

เมืองโบราณ
Sangphet Prasat (I).jpg

พระที่นั่งสรรเพชญมหาปราสาท (จำลอง) หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโบราณ

ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง 296/1 หมู่ 7 ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ
สถานะ เปิดให้บริการ ทุกวัน 09.00 - 19.00 น.
เปิดบริการ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 (47 ปี)
การใช้งาน
พื้นที่ 800 ไร่
บริหารโดย ครอบครัววิริยะพันธุ์[1]
เว็บไซต์ muangboranmuseum.com
"ศาลาพระอรหันต์" ศาลากลางน้ำขนาดใหญ่
ตลาดน้ำจำลอง ในส่วนภาคกลาง

ด้วยลักษณะที่ดินมีผังบริเวณคล้ายรูปขวาน เหมือนกับอาณาเขตของประเทศไทย[3] จึงได้จัดวางสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศไทยในทุกภาคให้ตรงกับผังที่ดินเมืองโบราณ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และ ภาคอีสาน นอกจากนี้ยังมีส่วน สุวรรณภูมิ ที่จัดแสดงรูปแบบตามคติความเชื่อในวรรณคดีไทยและพุทธศาสนาอีกด้วย

ภายในประกอบด้วยโบราณสถาน ปูชนียสถาน วัดโบราณ ตลาดน้ำ ตลาดบก พระราชวังต่างๆ เป็นต้น ซึ่งประกอบด้วยอาคารที่สร้างจำลองขึ้นใหม่ ด้วยการลดทอนสเกลลง หรือ อาคารจริงที่ย้ายมาตั้งไว้ยังเมืองโบราณเอง ภายในเมืองโบราณยังมีที่พักแรม ชื่อว่า "ค่ายริมขอบฟ้า" อีกด้วย

เหตุการณ์สำคัญแก้ไข

ใน พ.ศ. 2549 รายการอเมริกาส์เน็กซต์ท็อปโมเดล ฤดูกาลที่ 6 รายการเรียลลิตี้โชว์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกาได้นำผู้เข้าแข่งขันมาแข่งรอบชิงชนะเลิศที่นี่ โดยใช้ศาลาพระอรหันต์ซึ่งเป็นศาลากลางน้ำขนาดใหญ่เป็นรันเวย์ และถือได้ว่าเป็นเวทีเดินแบบที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการ นอกจากนี้ยังใช้พื้นที่ภายในพระที่นั่งสรรเพชญปราสาทจำลองเป็นสถานที่ในการตัดสินผู้ชนะอีกด้วย

วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552 กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำนวน 500 คน นำโดยนายวีระ สมความคิด ได้เดินทางมายังเมืองโบราณ เพื่ออ่านแถลงการณ์ในนามเครือข่ายภาคีทวงคืนดินแดนแผ่นดินไทย จะดำเนินการทุกวิถีทางตามกรอบของกฎหมาย เพื่อทวงคืนแผ่นดินไทยรอบปราสาทพระวิหารมาเป็นของคนไทย จะดำเนินคดีกับคนที่ทำให้แผ่นดินไทยต้องถูกรุกล้ำ และทำให้เสียดินแดน ขอให้ชาวกัมพูชาที่รุกล้ำแผ่นดินไทยออกนอกพื้นที่ และประณามคณะกรรมการมรดกโลกที่บิดเบือนข้อเท็จจริงและลำเอียง หลังจากนั้น ทั้งหมดได้ร่วมกันเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาและร้องเพลงชาติไทย[4]

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°32′48″N 100°37′43″E / 13.5467106°N 100.6286716°E / 13.5467106; 100.6286716