หน้าหลัก User พูดคุย Talk บทความ Contributions กระบะทราย
ทดลองเขียน Sandbox
monobook.js
vector.js
คู่มือ Manual

ตารางรายชื่อตำบล แก้

ลำดับที่ อักษรไทย อักษรโรมัน จำนวนหมู่บ้าน ประชากรทั้งหมด
(พ.ศ. 2559)[1]
ประชากรแยกตามส่วนท้องถิ่น
(พ.ศ. 2559)[1]
1. , ,
,
(ทต. )
(อบต. )
2. , , (ทต. )
3. , , (อบต. )
4.
5.
6.
รวม , , (เทศบาล)
, (อบต.)

ลำดับเวลาของการค้นพบธาตุเคมี (en) แก้

บทความนี้แสดงลำดับเวลาของการค้นพบธาตุเคมีที่รู้จักทั้งหมด 118 ธาตุ (ค.ศ. 2022) ธาตุต่าง ๆ ถูกจัดเรียงตามเวลาที่มีการนิยามครั้งแรกว่าเป็นธาตุบริสุทธิ์เนื่องจากธาตุส่วนใหญ่ไม่สามารถระบุวันค้นพบที่แน่ชัดได้ นอกจากนี้ยังมีการวางแผนสังเคราะห์ธาตุใหม่ ๆ ขึ้นมา ซึ่งยังไม่ทราบว่าสามารถสร้างได้เพิ่มอีกมากเพียงใด

ในตารางจะแสดงชื่อของธาตุแต่ละชนิด เลขอะตอม ปีที่มีการรายงานครั้งแรก ชื่อของผู้ค้นพบ และรายละเอียดของการค้นพบ

ตารางธาตุแสดงข้อมูลการค้นพบ แก้

1 2   3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18
หมู่ →  
↓ คาบ  
1 1
H
2
He
2 3
Li
4
Be
5
B
6
C
7
N
8
O
9
F
10
Ne
3 11
Na
12
Mg
13
Al
14
Si
15
P
16
S
17
Cl
18
Ar
4 19
K
20
Ca
21
Sc
22
Ti
23
V
24
Cr
25
Mn
26
Fe
27
Co
28
Ni
29
Cu
30
Zn
31
Ga
32
Ge
33
As
34
Se
35
Br
36
Kr
5 37
Rb
38
Sr
39
Y
40
Zr
41
Nb
42
Mo
43
Tc
44
Ru
45
Rh
46
Pd
47
Ag
48
Cd
49
In
50
Sn
51
Sb
52
Te
53
I
54
Xe
6 55
Cs
56
Ba
  71
Lu
72
Hf
73
Ta
74
W
75
Re
76
Os
77
Ir
78
Pt
79
Au
80
Hg
81
Tl
82
Pb
83
Bi
84
Po
85
At
86
Rn
7 87
Fr
88
Ra
  103
Lr
104
Rf
105
Db
106
Sg
107
Bh
108
Hs
109
Mt
110
Ds
111
Rg
112
Cn
113
Nh
114
Fl
115
Mc
116
Lv
117
Ts
118
Og
 
  57
La
58
Ce
59
Pr
60
Nd
61
Pm
62
Sm
63
Eu
64
Gd
65
Tb
66
Dy
67
Ho
68
Er
69
Tm
70
Yb
 
  89
Ac
90
Th
91
Pa
92
U
93
Np
94
Pu
95
Am
96
Cm
97
Bk
98
Cf
99
Es
100
Fm
101
Md
102
No
 
 

การค้นพบในยุคโบราณ แก้

Z ธาตุ การใช้งานครั้งแรกสุด ตัวอย่างที่ถูกค้นพบที่เก่าแก่ที่สุด แหล่งค้นพบ/ผู้ค้นพบ สถานที่ค้นพบตัวอย่างที่เก่าแก่ที่สุด คำอธิบาย
29 ทองแดง 9000 ปีก่อน ค.ศ. 6000 ปีก่อน ค.ศ. ตะวันออกกลาง อานาโตเลีย คาดว่าทองแดงเป็นโลหะชนิดแรกที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์[1] โดยพบอยู่ตามธรรมชาติและต่อมาได้จากการหลอมสินแร่ คาดว่ามนุษย์พบทองแดงครั้งแรกเมื่อประมาณ 9000 ปีก่อนคริสตกาลในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นวัสดุที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของมนุษย์ยุคทองแดงและยุคบรอนซ์ ตัวอย่างที่เก่าแก่ที่สุดคือลูกปัดทองแดงที่พบในเมืองโบราณชาตัลเฮอยึก (Çatalhöyük) ประเทศตุรกี ทำขึ้นเมื่อ 6000 ปีก่อนคริสตกาล[2] และแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีเบลอวอเด (Belovode) บนเขารูดนิค (Rudnik) ประเทศเซอร์เบีย มีหลักฐานการหลอมแร่ทองแดงที่เก่าแก่ที่สุดที่มีการยืนยันอายุว่าอยู่ประมาณ 5000 ปีก่อนคริสตกาล[3][4]
82 ตะกั่ว 7000 ปีก่อน ค.ศ. 3800 ปีก่อน ค.ศ. ทวีปแอฟริกา อะบีดอส, อียิปต์ คาดว่ามนุษย์เริ่มหลอมแร่ตะกั่วอย่างน้อยเมื่อ 9,000 ปีก่อน สิ่งประดิษฐ์จากตะกั่วที่เก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบคือรูปปั้นขนาดเล็ก พบในวิหารแห่งเทพโอไซริสในแหล่งขุดค้นอะบีดอส กำหนดอายุได้ประมาณ 3800 ปีก่อนคริสตกาล[5]
79 ทองคำ ก่อน 6000 ปีก่อน ค.ศ. ก่อน 4000 ปีก่อน ค.ศ. ลิแวนต์ วาดีกานา สิ่งประดิษฐ์จากทองที่เก่าแก่ที่สุดถูกค้นพบในแหล่งโบราณคดีวาดีกานา (Wadi Qana) ในลิแวนต์[6]
47 เงิน ก่อน 5000 ปีก่อน ค.ศ. ประมาณ 4000 ปีก่อน ค.ศ. อานาโตเลีย อานาโตเลีย คาดว่าเงินถูกพบในพื้นที่อานาโตเลียไม่นานหลังการพบทองแดงและทอง[7][8]
26 เหล็ก ก่อน 5000 ปีก่อน ค.ศ. 4000 ปีก่อน ค.ศ. ตะวันออกกลาง อียิปต์ มีหลักฐานว่าเหล็กเป็นที่รู้จักตั้งแต่ก่อน 5000 ปีก่อนคริสตกาล[9] วัตถุเหล็กที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยใช้คือลูกปัดจากเหล็กอุกกาบาตจำนวนหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นในอียิปต์เมื่อราว 4000 ปีก่อนคริสตกาล การค้นพบการถลุงเหล็กราว 3000 ปีก่อนคริสตกาลของมนุษย์ นำไปสู่การเริ่มต้นของยุคเหล็กเมื่อราว 1200 ปีก่อนคริสตกาล[10] และการใช้เหล็กเพื่อทำเครื่องมือและอาวุธอย่างแพร่หลาย[11]
6 คาร์บอน 3750 ปีก่อน ค.ศ. 2500 ปีก่อน ค.ศ. ชาวอียิปต์และชาวสุเมเรียน ตะวันออกกลาง มนุษย์ยุคแรกรู้จักถ่านไม้และเขม่า การใช้ถ่านที่เก่าแก่ที่สุดที่รู้จักคือการใช้เป็นตัวรีดิวซ์ของสินแร่ทองแดง สังกะสี และดีบุกในกระบวนการผลิตสัมฤทธิ์โดยชาวอียิปต์และชาวสุเมเรียน[12] ส่วนเพชรคาดว่าน่าจะเป็นที่รู้จักตั้งแต่ 2500 ปีก่อนคริสตกาล[13] การวิเคราะห์ทางเคมีอย่างแท้จริงของคาร์บอนเกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 18[14] อ็องตวน ลาวัวซีเยในปี 1772 ได้ทดลองและแสดงให้เห็นว่าเพชร แกรไฟต์ และถ่านประกอบขึ้นจากสสารชนิดเดียวกัน
50 ดีบุก 3500 ปีก่อน ค.ศ. 2000 ปีก่อน ค.ศ. อานาโตเลีย เกสเตล, ตุรกี มนุษย์รู้จักการหลอมดีบุกเข้ากับทองแดงเพื่อสร้างสัมฤทธิ์เป็นครั้งแรกเมื่อราว 3500 ปีก่อนคริสตกาล เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มนุษย์เข้าสู่ยุคสัมฤทธิ์[15] ในแหล่งโบราณคดีเกสเตลทางตอนใต้ของตุรกี มีเหมืองแร่แคสซิเทอไรต์โบราณที่เคยถูกใช้งานในช่วง 3250 ถึง 1800 ปีก่อนคริสตกาล[16] สิ่งประดิษฐ์ดีบุกที่เก่าแก่ที่สุดถูกสร้างขึ้นเมื่อราว 2000 ปีก่อนคริสตกาล[17]
16 กำมะถัน ก่อน 2000 ปีก่อน ค.ศ. / ตะวันออกกลาง ตะวันออกกลาง พบใช้ครั้งแรกเมื่อ 4,000 ปีก่อนเป็นอย่างช้า[18] จากหลักฐานในบันทึกเอแบร์สพาไพรัสของอียิปต์โบราณพบว่ามีการใช้ยาขี้ผึ้งทำจากกำมะถันในการรักษาโรคเปลือกตาอักเสบ[19] ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8 หรือ 9 กำมะถันและปรอทถูกจัดให้เป็นธาตุต้นกำเนิดของโลหะทั้งหมดตามทฤษฎีโลหะที่กล่าวไว้ในตำรา Sirr al-khaliqa ('ความลับแห่งการสร้าง') และในตำราอื่น ๆ ที่เชื่อว่าเป็นของญาบิร[20] ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 กำมะถันถูกจัดเป็นหนึ่งในธาตุสากล (หนึ่งใน tria prima) โดยแพราเซลซัส
80 ปรอท 1500 ปีก่อน ค.ศ. 1500 ปีก่อน ค.ศ. ชาวอียิปต์ อียิปต์ ถูกค้นพบในหลุมศพในอียิปต์สืบอายุไปถึง 1500 ปีก่อนคริสตกาล[21]
30 สังกะสี ก่อน 1000 ปีก่อน ค.ศ. 1000 ปีก่อน ค.ศ. นักทำโลหะชาวอินเดีย อนุทวีปอินเดีย นักทำโลหะชาวอินเดียได้ใช้สังกะสีในการสร้างทองเหลืองมาตั้งแต่ 1000 ปีก่อนคริสตกาล ในยุคโบราณยังไม่มีผู้ใดเข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของสังกะสี ชาวจีนและอินเดียสามารถหลอมสังกะสีได้ตั้งแต่ราว ค.ศ. 1300[22] ตำรารสรัตนะสมุจจยะจากคริสต์ศตวรรษที่ 14 ได้ระบุให้สังกะสีเป็นโลหะชนิดหนึ่ง[23] ในปี 1526 นักเล่นแร่แปรธาตุ แพราเซลซัส[24] ก็ได้ระบุให้สังกะสีเป็นโลหะชนิดหนึ่งเช่นกันและยังเป็นผู้ที่ตั้งชื่อที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน[22] ในปี 1668 P. M. de Respour สามารถสกัดธาตุสังกะสีออกจากสังกะสีออกไซต์ได้[22] ในปี 1746 Andreas Sigismund Marggraf ได้เผยแพร่บันทึกการแยกสังกะสีอย่างละเอียดเป็นครั้งแรก[25]
78 แพลตินัม ประมาณ 600 ปีก่อน ค.ศ. – ค.ศ. 200 ประมาณ 600 ปีก่อน ค.ศ. – ค.ศ. 200 ชาวอเมริกาใต้ยุคก่อนโคลัมบัส อเมริกาใต้ การสืบอายุที่ชัดเจนเป็นไปได้ยาก แต่เราทราบว่าชาวอเมริกายุคก่อนโคลัมบัสใกล้เอสเมรัลดัส ประเทศเอกวาดอร์ในปัจจุบันเคยใช้แพลตินัมเพื่อผลิตวัตถุที่ทำจากโลหะเจือสีขาวจากทองคำ-แพลตินัม[26] ในปี 1557 Julius Caesar Scaliger เป็นชาวยุโรปคนแรกที่กล่าวถึงโลหะชนิดนี้ที่ถูกพบผสมอยู่ในทองจากทวีปอเมริกาใต้ Antonio de Ulloa ได้เดินทางไปสำรวจเปรูในปี 1735 และพบกับโลหะดังกล่าว เขาตีพิมพ์ผลการศึกษาในปี 1748 Sir Charles Wood ยังได้ศึกษาโลหะชนิดนี้ในปี 1741 ต่อมาในปี 1750 William Brownrigg ได้สรุปว่าโลหะดังกล่าวเป็นโลหะชนิดใหม่[27]
33 สารหนู ป. 850–950 ป. 850–950 ญาบิร ตะวันออกกลาง นักเล่นแร่แปรธาตุชาวอียิปต์ Zosimos ได้อธิบายการใช้โลหะสารหนูเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 3 (ปัจจุบันสารหนูถูกจัดเป็นกึ่งโลหะ)[28] การทำสารหนูให้บริสุทธิ์ถูกกล่าวถึงในตำราที่เชื่อว่าเป็นของนักเล่นแร่แปรธาตุชาวมุสลิม ญาบิร (ป. 850–950)[29] อัลแบร์ตุส มาญุส (ป. 1200–1280) มักได้รับการขนานนามว่าเป็นชาวตะวันตกคนแรกที่อธิบายโลหะชนิดนี้[30] แต่ยังคงมีผู้ตั้งคำถามถึงผลงานของเขาและให้เครดิตกับ Vannoccio Biringuccio แทน ผู้ซึ่งอธิบายวิธีการแยกความแตกต่างระหว่างผลึกออร์พิเมนต์กับผลึกสารหนูออกจากกันในตำรา De la pirotechnia (1540) ต่อมาในปี 1641 โยฮัน ชเรอเดอร์ สามารถเตรียมโลหะสารหนูได้เป็นครั้งแรกอย่างไม่มีข้อกังขา สารหนูถูกรับรองให้เป็นธาตุภายหลังการนิยามของลาวัวซีเยในปี 1787[31]
51 พลวง ป. 850–950 ป. 850–950 ญาบิร ตะวันออกกลาง ไดออสคอริดีสและพลินีได้กล่าวถึงการได้มาซึ่งพลวงในรูปโลหะจากแร่สติบไนท์โดยบังเอิญ แต่ดูเหมือนจะเข้าใจว่าโลหะชนิดนั้นคือตะกั่ว[32] การแยกพลวงได้รับการอธิบายไว้ในตำราที่เชื่อว่าเป็นของญาบิร (ป. 850–950).[33] Vannoccio Biringuccio ได้กล่าวว่าในปี 1540 มีการผลิตและใช้ประโยชน์จากโลหะชนิดนี้แล้วในทวีปยุโรป[34] Georgius Agricola ก็ได้กล่าวถึงเช่นเดียวกันในปี 1556 ใน De re metallica คาดว่าลาวัวซีเยเป็นบุคคลแรกที่รับรองพลวงให้เป็นธาตุในปี 1787
83 บิสมัท ป. 1500[35] ป. 1500 นักเล่นแร่แปรธาตุชาวยุโรปและชาวอินคา ยุโรปและอเมริกาใต้ มนุษย์รู้จักบิสมัทมาตั้งแต่ยุคโบราณ แต่มักสับสนกับดีบุกและตะกั่วเนื่องจากมีคุณสมบัติทางเคมีคล้ายกัน ชาวอินคาใช้บิสมัทร่วมกับทองแดงและดีบุกเพื่อสร้างมีดโลหะเจือสัมฤทธิ์แบบพิเศษ[36] Agricola (1546) ได้กล่าวว่าบิสมัทเป็นโลหะชนิดหนึ่งในตระกูลเดียวกันกับดีบุกและตะกั่ว ซึ่งเป็นข้อสรุปจากการสังเกตคุณสมบัติทางกายภาพ[37] ชาวเหมืองในสมัยแห่งการเล่นแร่แปรธาตุยังให้สมญาแก่บิสมัทว่า tectum argenti หรือ "เงินที่กำลังก่อร่าง" มีความหมายว่าเป็นธาตุเงินที่ยังอยู่ในกระบวนการก่อร่างอยู่ภายในโลก[38][39][40] ในปี 1738 เริ่มจาก Johann Heinrich Pott [41] ตามด้วยคาร์ล วิลเฮ็ล์ม เชเลอ และ ทอร์เบิร์น เบิร์กมัน ได้ศึกษาและให้ผลความแตกต่างระหว่างตะกั่วและบิสมัท ในปี 1753 โกลด ฟร็องซัว ฌอฟรัว ได้สาธิตให้ดูว่าโลหะชนิดนี้แตกต่างจากตะกั่วและดีบุก[39][42][43]
15 ฟอสฟอรัส 1669 เฮ็นนิช บรันท์ ฟอสฟอรัสเป็นธาตุชนิดแรกที่มีการบันทึกวันค้นพบและผู้ค้นพบ ซึ่งได้รับการเตรียมและสกัดจากยูรีน ชื่อของธาตุชนิดนี้ปรากฏที่สิ่งพิมพ์ครั้งแรกในงานของ Georg Kaspar Kirchmayer [de] เมื่อปี 1676 ถือเป็นการค้นพบธาตุชนิดสุดท้ายในสมัยการเล่นแร่แปรธาตุ หลังจากนี้คือสมัยของเคมียุคใหม่ ฟอสฟอรัสได้รับการรับรองว่าเป็นธาตุโดยลาวัวซีเย[44]

การค้นพบในยุคใหม่ แก้

For 18th-century discoveries, around the time that Antoine Lavoisier first questioned the phlogiston theory, the recognition of a new "earth" has been regarded as being equivalent to the discovery of a new element (as was the general practice then).[22]

ค.ศ. 1700–1799 แก้

Z ธาตุ ค้นพบหรือทำนายการมีอยู่ แยกออกมา (เป็นที่รู้จัก) คำอธิบาย
ปี โดย ปี โดย  
27 โคบอลต์ 1735 G. Brandt 1735 G. Brandt Proved that the blue color of glass is due to a new kind of metal and not bismuth as thought previously.[45]
28 นิกเกิล 1751 เฟรดริก ครูนสเตท 1751 เฟรดริก ครูนสเตท Found by attempting to extract copper from the mineral known as fake copper (now known as niccolite).[46]
12 แมกนีเซียม 1755 J. Black 1808 ฮัมฟรี เดวี Joseph Black observed that magnesia alba (MgO) was not quicklime (CaO) in 1755; until then both substances were confused. Davy isolated the metal electrochemically from magnesia.[47]
20 แคลเซียม 1755 J. Black 1808 ฮัมฟรี เดวี Joseph Black observed that magnesia alba (MgO) was not quicklime (CaO) in 1755; until then both substances were confused. Davy isolated the metal by electrolysis of quicklime.[48]
13 อะลูมิเนียม 1756 A. S. Marggraf 1824 เออร์สเตด In 1746, Johann Heinrich Pott published a treatise distinguishing alum from lime and chalk, and Marggraf precipitated the new earth alumina in 1756.[22] Antoine Lavoisier predicted in 1787 that alumina is the oxide of an undiscovered element, and in 1808 Davy tried to decompose it. Although he failed, he proved Lavoisier correct and suggested the present name.[49][50] Hans Christian Ørsted was the first to isolate metallic aluminium in 1824.[51][52]
11 โซเดียม 1758 A. S. Marggraf 1807 ฮัมฟรี เดวี Andreas Sigismund Marggraf recognised the difference between soda ash and potash in 1758, but not all chemists accepted his conclusion. In 1797, Martin Heinrich Klaproth suggested the names natron and kali for the two alkalis (whence the symbols). Davy isolated sodium metal a few days after potassium, by using electrolysis on sodium hydroxide.[48]
19 โพแทสเซียม 1758 A. S. Marggraf 1807 ฮัมฟรี เดวี Andreas Sigismund Marggraf recognised the difference between soda ash and potash in 1758, but not all chemists accepted his conclusion. In 1797, Martin Heinrich Klaproth suggested the names natron and kali for the two alkalis (whence the symbols). Davy isolated potassium metal by using electrolysis on potash.[53]
1 ไฮโดรเจน 1766 เฮนรี คาเวนดิช 1766 เฮนรี คาเวนดิช Cavendish was the first to distinguish H
2
from other gases,[54] although Paracelsus around 1500, Robert Boyle,[55][56] and Joseph Priestley had observed its production by reacting strong acids with metals. Lavoisier named it in 1783.[57][58] It was the first elemental gas known.
9 ฟลูออรีน 1771 เชเลอ 1886 H. Moissan Scheele studied fluorspar and correctly concluded it to be the lime (calcium) salt of an acid.[59] Radical fluorique appears on the list of elements in Lavoisier's Traité Élémentaire de Chimie from 1789, but radical muriatique also appears instead of chlorine.[60] André-Marie Ampère again predicted in 1810 that hydrofluoric acid contained an element analogous to chlorine, and between 1812 and 1886 many researchers tried to obtain it. It was eventually isolated by Moissan.[61]
8 ออกซิเจน 1771 เชเลอ 1771 เชเลอ Scheele obtained it by heating mercuric oxide and nitrates in 1771, but did not publish his findings until 1777. Joseph Priestley also prepared this new air by 1774, but only Lavoisier recognized it as a true element; he named it in 1777.[62][63] Before him, Sendivogius had produced oxygen by heating saltpetre, correctly identifying it as the "food of life".[64]
7 ไนโตรเจน 1772 แดเนียล รัทเทอร์ฟอร์ด 1772 แดเนียล รัทเทอร์ฟอร์ด Rutherford discovered nitrogen while studying at the University of Edinburgh.[65] He showed that the air in which animals had breathed, even after removal of the exhaled carbon dioxide, was no longer able to burn a candle. Carl Wilhelm Scheele, Henry Cavendish, and Joseph Priestley also studied the element at about the same time, and Lavoisier named it in 1775–6.[66]
56 แบเรียม 1772 เชเลอ 1808 ฮัมฟรี เดวี Scheele distinguished a new earth (BaO) in pyrolusite in 1772. He did not name his discovery; Guyton de Morveau suggested barote in 1782.[22] It was changed to baryte in the Méthode de nomenclature chimique of Louis-Bernard Guyton de Morveau, Antoine Lavoisier, Claude Louis Berthollet, and Antoine François, comte de Fourcroy (1787). Davy isolated the metal by electrolysis.[67]
17 คลอรีน 1774 เชเลอ 1774 เชเลอ Obtained it from hydrochloric acid, but thought it was an oxide. Only in 1808 did Humphry Davy recognize it as an element.[68][69]
25 แมงกานีส 1774 เชเลอ 1774 G. Gahn Distinguished pyrolusite as the calx of a new metal. Ignatius Gottfred Kaim is sometimes listed as also having discovered the new metal in 1770, as did Scheele in 1774. It was isolated by reduction of manganese dioxide with carbon.[70]
42 โมลิบดีนัม 1778 เชเลอ 1781 J. Hjelm Scheele recognised the metal as a constituent of molybdena.[71]
74 ทังสเตน 1781 เชเลอ 1783 J. และ F. Elhuyar Scheele showed that scheelite (then called tungsten) was a salt of calcium with a new acid, which he called tungstic acid. The Elhuyars obtained tungstic acid from wolframite and reduced it with charcoal, naming the element "volfram".[22][72] Since that time both names, tungsten and wolfram, have been used depending on language.[22] In 1949 IUPAC made wolfram the scientific name, but this was repealed after protest in 1951 in favour of recognising both names pending a further review (which never materialised). Currently only tungsten is recognised for use in English.[69]
52 เทลลูเรียม 1782 F.-J.M. von Reichenstein 1798 คลัพโรท Muller observed it as an impurity in gold ores from Transylvania.[73] Klaproth isolated it in 1798.[69]
38 สตรอนเชียม 1787 W. Cruikshank 1808 ฮัมฟรี เดวี W. Cruikshank in 1787 and Adair Crawford in 1790 concluded that strontianite contained a new earth. It was eventually isolated electrochemically in 1808 by Davy.[74]
5 โบรอน 1787 L. Guyton de Morveau, ลาวัวซีเย, C. L. Berthollet, และ A. de Fourcroy 1808 ฮัมฟรี เดวี In 1787, radical boracique appeared in the Méthode de nomenclature chimique of Louis-Bernard Guyton de Morveau, Antoine Lavoisier, Claude Louis Berthollet, and Antoine François, comte de Fourcroy.[22] It also appears in Lavoisier's Traité Élémentaire de Chimie from 1789.[60] On June 21, 1808, Lussac and Thénard announced a new element in sedative salt, Davy announced the isolation of a new substance from boracic acid on June 30.[75] Davy then prepared a pure sample via electrolysis.[69]
14 ซิลิคอน 1789 ลาวัวซีเย 1823 แบร์ซีเลียส Silica appears as a "simple earth" in the Méthode de nomenclature chimique, and in 1789 Lavoisier concluded that the element must exist.[22] Davy thought in 1800 that silica was a compound, not an element, and in 1808 he proved this although he could not isolate the element, and suggested the present name.[76][77] In 1811 Louis-Joseph Gay-Lussac and Louis-Jacques Thénard probably prepared impure silicon,[78] and Berzelius obtained the pure element in 1823.[79]
1789 ลาวัวซีเย Lavoisier writes the first modern list of chemical elements – containing 33 elements including light and heat but omitting Na, K (he was unsure of whether soda and potash without carbonic acid, i.e. Na2O and K2O, are simple substances or compounds like NH3),[80] Sr, Te; some elements were listed in the table as unextracted "radicals" (Cl, F, B) or as oxides (Ca, Mg, Ba, Al, Si).[60] He also redefines the term "element". Until then, no metals except mercury were considered elements.
40 เซอร์โคเนียม 1789 คลัพโรท 1824 แบร์ซีเลียส Martin Heinrich Klaproth identified a new oxide in zircon in 1789,[81][82] and in 1808 Davy showed that this oxide has a metallic base although he could not isolate it.[83][84]
92 ยูเรเนียม 1789 คลัพโรท 1841 E.-M. Péligot Klaproth mistakenly identified a uranium oxide obtained from pitchblende as the element itself and named it after the recently discovered planet Uranus.[85][86]
22 ไทเทเนียม 1791 W. Gregor 1825 แบร์ซีเลียส Gregor found an oxide of a new metal in ilmenite; Klaproth independently discovered the element in rutile in 1795 and named it. The pure metallic form was only obtained in 1910 by Matthew A. Hunter.[87][88]
39 อิตเทรียม 1794 J. Gadolin 1843 H. Rose Johan Gadolin discovered the earth in gadolinite in 1794, but Mosander showed later that its ore, yttria, contained more elements.[89][90] In 1808, Davy showed that yttria is a metallic oxide, although he could not isolate the metal.[91][92] Wöhler mistakenly thought he had isolated the metal in 1828 from a volatile chloride he supposed to be yttrium chloride,[93][94] but Rose proved otherwise in 1843 and correctly isolated the element himself that year.
24 โครเมียม 1797 N. Vauquelin 1798 N. Vauquelin Vauquelin analysed the composition of crocoite ore in 1797, and later isolated the metal by heating the oxide in a charcoal oven.[22][95][96]
4 เบริลเลียม 1798 N. Vauquelin 1828 ฟรีดริช เวอเลอร์ และ A. Bussy Vauquelin discovered the oxide in beryl and emerald in 1798, and in 1808 Davy showed that this oxide has a metallic base although he could not isolate it.[97][98] Vauquelin was uncertain about the name to give to the oxide: in 1798 he called it la terre du beril, but the journal editors named it glucine after the sweet taste of beryllium compounds (which are highly toxic). Johann Heinrich Friedrich Link proposed in 1799 to change the name from Glucine to Beryllerde or Berylline (because glucine resembled glycine), a suggestion taken up by Klaproth in 1800 in the form beryllina. Klaproth had independently worked on beryl and emerald and likewise concluded that a new element was present. The name beryllium for the element was first used by Wöhler upon its isolation (Davy used the name glucium). Both names beryllium and glucinium were used (the latter mostly in France) until IUPAC decided on the name beryllium in 1949.[22]

ค.ศ. 1800–1849 แก้

Z ธาตุ ค้นพบหรือทำนายการมีอยู่ แยกออกมา (เป็นที่รู้จัก) คำอธิบาย
ปี โดย ปี โดย  
23 วาเนเดียม 1801 A. M. del Río 1867 H.E.Roscoe Andrés Manuel del Río found the metal (calling it erythronium) in vanadinite in 1801, but the claim was rejected after Hippolyte Victor Collet-Descotils dismissed it as chromium based on erroneous and superficial testing.[99] Nils Gabriel Sefström rediscovered the element in 1830 and named it vanadium. Friedrich Wöhler then showed that vanadium was identical to erythronium and thus that del Río had been right in the first place.[100][101] Del Río then argued passionately that his old claim be recognised, but the element kept the name vanadium.[101]
  1. "Copper History". Rameria.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-09-17. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  2. "CSA – Discovery Guides, A Brief History of Copper".
  3. "Serbian site may have hosted first copper makers". UCL.ac.uk. UCL Institute of Archaeology. 23 September 2010. สืบค้นเมื่อ 22 April 2017.
  4. Bruce Bower (July 17, 2010). "Serbian site may have hosted first copper makers". ScienceNews. สืบค้นเมื่อ 22 April 2017.
  5. "The History of Lead – Part 3". Lead.org.au. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2004-10-18. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  6. Gopher, A.; Tsuk, T.; Shalev, S. & Gophna, R. (August–October 1990). "Earliest Gold Artifacts in the Levant". Current Anthropology. 31 (4): 436–443. doi:10.1086/203868. JSTOR 2743275. S2CID 143173212.
  7. "47 Silver".
  8. "Silver Facts – Periodic Table of the Elements". Chemistry.about.com. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  9. "26 Iron". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  10. Weeks, Mary Elvira; Leichester, Henry M. (1968). "Elements Known to the Ancients". Discovery of the Elements. Easton, PA: Journal of Chemical Education. pp. 29–40. ISBN 0-7661-3872-0. LCCN 68-15217.
  11. "Notes on the Significance of the First Persian Empire in World History". Courses.wcupa.edu. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  12. "History of Carbon and Carbon Materials – Center for Applied Energy Research – University of Kentucky". Caer.uky.edu. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-11-01. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  13. "Chinese made first use of diamond". BBC News. 17 May 2005. สืบค้นเมื่อ 2007-03-21.
  14. Ferchault de Réaumur, R-A (1722). L'art de convertir le fer forgé en acier, et l'art d'adoucir le fer fondu, ou de faire des ouvrages de fer fondu aussi finis que le fer forgé (English translation from 1956). Paris, Chicago.
  15. "50 Tin". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  16. Hauptmann, A.; Maddin, R.; Prange, M. (2002), "On the structure and composition of copper and tin ingots excavated from the shipwreck of Uluburun", Bulletin of the American School of Oriental Research, American Schools of Oriental Research, vol. 328 no. 328, pp. 1–30, JSTOR 1357777
  17. "History of Metals". Neon.mems.cmu.edu. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-01-08. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  18. "Sulfur History". Georgiagulfsulfur.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-09-16. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  19. Rapp, George Robert (4 February 2009). Archaeomineralogy. p. 242. ISBN 978-3-540-78593-4.
  20. Kraus, Paul (1942–1943). Jâbir ibn Hayyân: Contribution à l'histoire des idées scientifiques dans l'Islam. I. Le corpus des écrits jâbiriens. II. Jâbir et la science grecque. Cairo: Institut Français d'Archéologie Orientale. ISBN 9783487091150. OCLC 468740510. vol. II, p. 1, note 1; Weisser, Ursula (1980). Spies, Otto (บ.ก.). Das "Buch über das Geheimnis der Schöpfung" von Pseudo-Apollonios von Tyana. Berlin: De Gruyter. doi:10.1515/9783110866933. ISBN 978-3-11-007333-1. p. 199. On the dating and historical background of the Sirr al-khalīqa, see Kraus 1942−1943, vol. II, pp. 270–303; Weisser 1980, pp. 39–72. On the dating of the writings attributed to Jābir, see Kraus 1942−1943, vol. I, pp. xvii–lxv. A more detailed and speculative account of the sulfur-mercury theory of metals is given by Holmyard, E.J. (1931). Makers of Chemistry. Oxford: Clarendon Press. pp. 57–58.
  21. "Mercury and the environment – Basic facts". Environment Canada, Federal Government of Canada. 2004. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-01-15. สืบค้นเมื่อ 2008-03-27.
  22. 22.00 22.01 22.02 22.03 22.04 22.05 22.06 22.07 22.08 22.09 22.10 22.11 Miśkowiec, Paweł (2022). "Name game: the naming history of the chemical elements—part 1—from antiquity till the end of 18th century". Foundations of Chemistry. 25: 29–51. doi:10.1007/s10698-022-09448-5.
  23. Craddock, P. T. et al. (1983), "Zinc production in medieval India", World Archaeology 15 (2), Industrial Archaeology, p. 13
  24. "30 Zinc". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  25. Weeks, Mary Elvira (1933). "III. Some Eighteenth-Century Metals". The Discovery of the Elements. Easton, PA: Journal of Chemical Education. p. 21. ISBN 0-7661-3872-0.
  26. David A. Scott and Warwick Bray (1980). "Ancient Platinum Technology in South America: Its use by the Indians in Pre-Hispanic Times". Platinum Metals Review. สืบค้นเมื่อ 5 Nov 2018.
  27. "78 Platinum". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  28. Holmyard, Eric John (1957). Alchemy. Courier Corporation. ISBN 9780486262987. สืบค้นเมื่อ 26 January 2018.
  29. Sarton, George (1927–1948). Introduction to the History of Science. Vol. I–III. Baltimore: Williams & Wilkins. OCLC 476555889. vol. I, p. 532: "We find in them [sc. the works attributed to Jabir] [...] preparation of various substances (e. g., basic lead carbonate; arsenic and antimony from their sulphides)." On the dating of the writings attributed to Jabir, see Kraus 1942–1943, vol. I, pp. xvii–lxv.
  30. Emsley, John (2001). Nature's Building Blocks: An A-Z Guide to the Elements. Oxford University Press. ISBN 9780198503415. สืบค้นเมื่อ 28 February 2018.
  31. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Miskowiec2
  32. Healy, John F. (1999). Pliny the Elder on Science and Technology. Oxford University Press. ISBN 9780198146872. สืบค้นเมื่อ 26 January 2018.
  33. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Sarton3
  34. Biringuccio, Vannoccio (1959). Pirotechnia. Courier Corporation. pp. 91–92. ISBN 9780486261348. สืบค้นเมื่อ 31 January 2018. Probably metallic antimony was being produced in Germany in Biringuccio's time, for later in this chapter he mentions importation of cakes of the smelted (or melted) metal to alloy with pewter or bell metal.
  35. Bismuth - Royal Society of Chemistry
  36. Gordon, Robert B.; Rutledge, John W. (1984). "Bismuth Bronze from Machu Picchu, Peru". Science. 223 (4636): 585–586. Bibcode:1984Sci...223..585G. doi:10.1126/science.223.4636.585. JSTOR 1692247. PMID 17749940. S2CID 206572055.
  37. Agricola, Georgious (1955) [1546]. De Natura Fossilium. New York: Mineralogical Society of America. p. 178.
  38. Nicholson, William (1819). "Bismuth". American edition of the British encyclopedia: Or, Dictionary of Arts and sciences; comprising an accurate and popular view of the present improved state of human knowledge. p. 181.
  39. 39.0 39.1 Weeks, Mary Elvira (1932). "The discovery of the elements. II. Elements known to the alchemists". Journal of Chemical Education. 9 (1): 11. Bibcode:1932JChEd...9...11W. doi:10.1021/ed009p11.
  40. Giunta, Carmen J. "Glossary of Archaic Chemical Terms". Le Moyne College. See also for other terms for bismuth, including stannum glaciale (glacial tin or ice-tin).
  41. Pott, Johann Heinrich (1738). "De Wismutho". Exercitationes Chymicae. Berolini: Apud Johannem Andream Rüdigerum. p. 134.
  42. Hammond, C. R. (2004). The Elements, in Handbook of Chemistry and Physics (81st ed.). Boca Raton (FL, US): CRC press. pp. 4–1. ISBN 978-0-8493-0485-9.
  43. Geoffroy, C.F. (1753). "Sur Bismuth". Histoire de l'Académie Royale des Sciences ... Avec les Mémoires de Mathématique & de Physique ... Tirez des Registres de Cette Académie: 190.
  44. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Miskowiec5
  45. "27 Cobalt". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  46. "28 Nickel". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  47. "12 Magnesium". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  48. 48.0 48.1 "11 Sodium". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  49. Bache, Franklin (1819). A System of Chemistry for the Use of Students of Medicine. Philadelphia: William Fry. p. 135. ISBN 9780608435060.
  50. Davy, Humphry (1812). Elements of Chemical Philosophy. London: W. Bulmer and Co. Cleveland-row. pp. 354–357. ISBN 9780598818836.
  51. "13 Aluminium". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  52. Örsted, H. C. (1825). Oversigt over det Kongelige Danske Videnskabernes Selskabs Forhanlingar og dets Medlemmerz Arbeider, fra 31 Mai 1824 til 31 Mai 1825 [Overview of the Royal Danish Science Society's Proceedings and the Work of its Members, from 31 May 1824 to 31 May 1825] (ภาษาเดนมาร์ก). pp. 15–16.
  53. "19 Potassium". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  54. Cavendish, H. (1766). "XIX. Three papers, containing experiments on factitious air". Philosophical Transactions of the Royal Society of London. 56: 141–184. doi:10.1098/rstl.1766.0019. ISSN 0261-0523. S2CID 186209704.
  55. Boyle, R. (1672). Tracts written by the Honourable Robert Boyle containing New experiments, touching the relation betwixt flame and air, and about explosions, an hydrostatical discourse occasion'd by some objections of Dr. Henry More against some explications of new experiments made by the author of these tracts: To which is annex't, an hydrostatical letter, dilucidating an experiment about a way of weighing water in water, new experiments, of the positive or relative levity of bodies under water, of the air's spring on bodies under water, about the differing pressure of heavy solids and fluids. Printed for Richard Davis. pp. 64–65.
  56. Weeks, Mary Elvira. (1945). Discovery of the elements (5th ed.). Journal of Chemical Education. p. 83.{{cite book}}: CS1 maint: date and year (ลิงก์)
  57. "01 Hydrogen". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  58. Andrews, A. C. (1968). "Oxygen". ใน Clifford A. Hampel (บ.ก.). The Encyclopedia of the Chemical Elements. New York: Reinhold Book Corporation. pp. 272. LCCN 68-29938.
  59. Waggoner, William H. (1976). "The Naming of Fluorine". Journal of Chemical Education. 53 (1): 27. Bibcode:1976JChEd..53Q..27W. doi:10.1021/ed053p27.1.
  60. 60.0 60.1 60.2 "Lavoisier 1789 – 33 elements". Elementymology & Elements Multidict. สืบค้นเมื่อ 2015-01-24.
  61. "09 Fluorine". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  62. "08 Oxygen". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  63. Cook, Gerhard A.; Lauer, Carol M. (1968). "Oxygen". ใน Clifford A. Hampel (บ.ก.). The Encyclopedia of the Chemical Elements. New York: Reinhold Book Corporation. pp. 499–500. LCCN 68-29938.
  64. Stasińska, Grażyna (2012). "The discovery of oxygen in the universe" (PDF). ppgfsc.posgrad.ufsc.br. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-04-24. สืบค้นเมื่อ 20 April 2018.
  65. Roza, Greg (2010). The Nitrogen Elements: Nitrogen, Phosphorus, Arsenic, Antimony, Bismuth. p. 7. ISBN 9781435853355.
  66. "07 Nitrogen". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  67. "56 Barium". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  68. "17 Chlorine". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  69. 69.0 69.1 69.2 69.3 Holden, Norman E. (2019). "History of the Origin of the Chemical Elements and Their Discoverers". osti.gov. สืบค้นเมื่อ 3 January 2023.
  70. "25 Manganese". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  71. "42 Molybdenum". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  72. IUPAC. "74 Tungsten". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  73. "52 Tellurium". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  74. "38 Strontium". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  75. "05 Boron". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  76. Bache, Franklin (1819). A System of Chemistry for the Use of Students of Medicine. Philadelphia: William Fry. p. 135. ISBN 9780608435060.
  77. Davy, Humphry (1812). Elements of Chemical Philosophy. London: W. Bulmer and Co. Cleveland-row. pp. 362–364. ISBN 9780598818836.
  78. "14 Silicon". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  79. "Silicon". The Environmental Literacy Council. สืบค้นเมื่อ 2016-12-02.
  80. Œuvres de Lavoisier, Paris, 1864, vol. 1, p. 116–120.
  81. "40 Zirconium". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  82. Lide, David R., บ.ก. (2007–2008). "Zirconium". CRC Handbook of Chemistry and Physics. Vol. 4. New York: CRC Press. p. 42. ISBN 978-0-8493-0488-0.
  83. Bache, Franklin (1819). A System of Chemistry for the Use of Students of Medicine. Philadelphia: William Fry. p. 135. ISBN 9780608435060.
  84. Davy, Humphry (1812). Elements of Chemical Philosophy. London: W. Bulmer and Co. Cleveland-row. pp. 360–362. ISBN 9780598818836.
  85. M. H. Klaproth (1789). "Chemische Untersuchung des Uranits, einer neuentdeckten metallischen Substanz". Chemische Annalen. 2: 387–403.
  86. E.-M. Péligot (1842). "Recherches Sur L'Uranium". Annales de chimie et de physique. 5 (5): 5–47.
  87. "Titanium". Los Alamos National Laboratory. 2004. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2006-12-30. สืบค้นเมื่อ 2006-12-29.
  88. Barksdale, Jelks (1968). The Encyclopedia of the Chemical Elements. Skokie, Illinois: Reinhold Book Corporation. pp. 732–38 "Titanium". LCCCN 68-29938.
  89. Browning, Philip Embury (1917). "Introduction to the Rarer Elements". Kongl. Vet. Acad. Handl. XV: 137.
  90. Gadolin, Johan (1796). "Von einer schwarzen, schweren Steinart aus Ytterby Steinbruch in Roslagen in Schweden". Crell's Annalen. I: 313–329.
  91. Bache, Franklin (1819). A System of Chemistry for the Use of Students of Medicine. Philadelphia: William Fry. p. 135. ISBN 9780608435060.
  92. Davy, Humphry (1812). Elements of Chemical Philosophy. London: W. Bulmer and Co. Cleveland-row. pp. 364–366. ISBN 9780598818836.
  93. Heiserman, David L. (1992). "Element 39: Yttrium". Exploring Chemical Elements and their Compounds. New York: TAB Books. pp. 150–152. ISBN 0-8306-3018-X.
  94. Wöhler, Friedrich (1828). "Ueber das Beryllium und Yttrium". Annalen der Physik. 89 (8): 577–582. Bibcode:1828AnP....89..577W. doi:10.1002/andp.18280890805.
  95. Vauquelin, Louis Nicolas (1798). "Memoir on a New Metallic Acid which exists in the Red Lead of Sibiria". Journal of Natural Philosophy, Chemistry, and the Arts. 3: 146.
  96. Glenn, William (1896). "Chrome in the Southern Appalachian Region". Transactions of the American Institute of Mining, Metallurgical and Petroleum Engineers. 25: 482.
  97. Bache, Franklin (1819). A System of Chemistry for the Use of Students of Medicine. Philadelphia: William Fry. p. 135. ISBN 9780608435060.
  98. Davy, Humphry (1812). Elements of Chemical Philosophy. London: W. Bulmer and Co. Cleveland-row. pp. 358–359. ISBN 9780598818836.
  99. Marshall, James L.; Marshall, Virginia R. (2004). "Rediscovery of the Elements: The "Undiscovery" of Vanadium" (PDF). unt.edu. The Hexagon.
  100. "23 Vanadium". Elements.vanderkrogt.net. สืบค้นเมื่อ 2008-09-12.
  101. 101.0 101.1 Marshall, James L.; Marshall, Virginia R. (2004). "Rediscovery of the Elements: The "Undiscovery" of Vanadium" (PDF). unt.edu. The Hexagon.