หม่อมเจ้า นั้นมีมาตั้งแต่ตอนต้นยุคกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีหลักฐานปรากฏชัดเจนเพราะว่ามีศักดินาอยู่ในพระอัยการพลเรือนที่ได้ตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

ผู้ที่จะดำรงพระยศเป็นหม่อมเจ้าได้มีดังนี้

  1. เป็นพระโอรส พระธิดา ในเจ้าฟ้า ที่พระมารดามิได้เป็นเจ้า หรือมิได้เป็นนางห้ามพระราชทาน (มิได้เสกสมรสหรือรับตราโปรดเกล้าฯให้เป็นสะใภ้หลวง) อาทิ หม่อมเจ้าในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทั้งนี้หากพระบิดาเป็นเจ้าฟ้าชั้นเอกหรือชั้นทูลกระหม่อม ก็มักจะได้รับการสถาปนายกขึ้นเป็นพระองค์เจ้า อาทิหม่อมเจ้าในสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย และหม่อมเจ้าในสมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ ในรัชสมัยรัชกาลที่ 7 [1]
  2. เป็นพระโอรส พระธิดา ในพระองค์เจ้าลูกหลวง (พระองค์เจ้าชั้นเอก) ที่พระมารดามิได้เป็นพระองค์เจ้า ทั้งนี้หากพระมารดาเป็นพระองค์เจ้า พระบุตรจะประสูติเป็นพระองค์เจ้าชั้นตรี และหากพระมารดาเป็นเจ้าฟ้า พระบุตรจะประสูติเป็นเจ้าฟ้าชั้นตรี [2]
  3. เป็นพระโอรส พระธิดา ในพระองค์เจ้าหลานหลวงชั้นพระเจ้าวรวงศ์เธอ (พระองค์เจ้าชั้นโท) แต่ทั้งนี้จะต้องทรงเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอโดยแท้มาแต่ประสูติ
  4. เป็นพระโอรส พระธิดา ในพระองค์เจ้าหลานหลวงชั้นพระวรวงศ์เธอ (พระองค์เจ้าชั้นตรี) หรือในหม่อมเจ้าหลานหลวงที่ได้รับการสถาปนายกขึ้นเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ และในพระบรมราชโองการสถาปนาพระอิสริยยศได้ระบุไว้ว่า ถ้ามีพระบุตรให้เป็นหม่อมเจ้า อาทิพระบรมราชโองการสถาปนาพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า สายราชสกุลบริพัตรและสายราชสกุลยุคล ในต้นรัชสมัยรัชกาลที่ 6 [3] หรืออาทิหม่อมเจ้าชั้นพระราชปนัดดา(เหลน)ใน พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากราชสกุลจักรพันธุ์ และราชสกุลภาณุพันธุ์ ที่พระบิดาได้รับการสถาปนายกขึ้นเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 [4] ก็เป็นหม่อมเจ้าในคุณลักษณะนี้
  5. เป็นพระโอรส พระธิดา ในกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข (วังหลัง) ซึ่งมีพระชนนีที่มิได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นเจ้าจอม
  6. เป็นพระโอรส พระธิดา ในพระองค์เจ้าลูกเธอในกรมพระราชวังบวร

เจ้านายที่ดำรงพระยศหม่อมเจ้านี้ หากได้ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณมาด้วยดี มีความดีความชอบต่อแผ่นดิน หรือต่อองค์พระมหากษัตริย์ ก็อาจได้รับการสถาปนาเลื่อนพระยศเป็นพระองค์เจ้าได้ ซึ่งในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ก็มีอยู่เป็นอันมาก

หม่อมเจ้านับเป็นเจ้านายชั้นพระอนุวงศ์ และเป็นเจ้านายในลำดับสุดท้าย ถัดจากชั้นหม่อมเจ้าลงไปหรือถ้านับจากชั้นบุตรของหม่อมเจ้าแล้วนั้นถือเป็นสามัญชน ไม่นับว่าเป็นเจ้า แม้จะมีคำนำหน้านามเป็นหม่อมราชวงศ์หรือหม่อมหลวงก็ตาม [5] [6]

หม่อมเจ้าในสมัยกรุงศรีอยุธยาแก้ไข

ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีหม่อมเจ้ามาแต่สมัยต้นกรุงเนื่องมีหลักฐานปรากฏชัดเจนเพราะมีศักดินาดังกล่าวอยู่ในพระอัยการพลเรือนที่ได้ตราขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ[7]

หม่อมเจ้าที่ปรากฏพระนามในสมัยกรุงศรีอยุธยา เช่น หม่อมเจ้าบัวหรือหม่อมเจ้าหญิงอำไพ (เจ้าแม่วัดดุสิต) พระราชธิดาในสมเด็จพระเอกาทศรถ, หม่อมเจ้าเจิดอุภัย พระสวามีในเจ้าแม่วัดดุสิต, หม่อมเจ้าอาทิตย์ (พระองค์เจ้าอาทิตย์ กรมหมื่นพิทักษ์ภูเบศร์) ในเจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐสุริยวงศ์ กรมขุนเสนาพิทักษ์

หม่อมเจ้าในสมัยกรุงธนบุรีแก้ไข

หม่อมเจ้าในสมัยกรุงธนบุรีนั้นส่วนมากเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ สถาปนาราชวงศ์จักรี หม่อมเจ้าเหล่านี้จึงถูกถอดพระอิสริยยศเป็นสามัญชน บางพระองค์ได้รับใช้ใกล้ชิดราชสำนักก็จะได้รับแต่งตั้งให้มียศฐาบรรดาศักดิ์

หม่อมเจ้าในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แก้ไข

หม่อมเจ้าในราชวงศ์จักรีแก้ไข

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์มีพระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าหลานเธอ ทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายในหลายพระองค์ทกๆ แผ่นดิน พระเจ้าน้องยาเธอ พระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าหลานเธอก็มีความเจริญพระราชวงศ์ ด้วยมีบุตรบุตรีและนัดดาประนัดดาสืบแพร่หลายเป็นอันมาก ผู้ที่เป็นบุตรบุตรีเจ้าฟ้าแลพระองค์เจ้านั้นก็เป็นหม่อมเจ้า[8]

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์นั้นตั้งแต่รัชกาลที่ 1 จนถึงรัชกาลที่ 5 พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ทรงมีพระราชโอรสหลายพระองค์ พระราชโอรสนั้นก็ทรงมีพระโอรสที่ดำรงพระยศเป็นหม่อมเจ้าต่อมา ทำให้ราชวงศ์จักรีมีหม่อมเจ้าหลายพันพระองค์ ซึ่งหากหม่อมเจ้าพระองค์ใด ทำคุณประโยชน์แก่แผ่นดิน ก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขึ้นเป็นพระองค์เจ้า

หม่อมเจ้าที่ยังทรงพระชนม์อยู่ในปัจจุบัน (เรียงลำดับตามชันษา)แก้ไข

พระนาม ประสูติ พระบิดา
หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2472 (92 ปี) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์
หม่อมเจ้าอุทัยเที่ยง ชยางกูร 1 มิถุนายน พ.ศ. 2473 (92 ปี) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพงษาดิศรมหิป
หม่อมเจ้าจรูญฤทธิเดช ชยางกูร 10 มกราคม พ.ศ. 2476 (89 ปี) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพงษาดิศรมหิป
หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2476 (89 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช
หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485 (80 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ
หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล 22 มกราคม พ.ศ. 2490 (75 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ
หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล 24 ตุลาคม พ.ศ. 2493 (72 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร
หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2494 (71 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร
หม่อมเจ้านภดลเฉลิมศรี ยุคล 23 ตุลาคม พ.ศ. 2496 (69 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ
หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล 1 มกราคม พ.ศ. 2521 (44 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล

อดีตหม่อมเจ้าที่ยังทรงพระชนม์อยู่ในปัจจุบัน (เรียงลำดับตามชันษา)แก้ไข

พระนาม ประสูติ พระบิดา สิ้นสุด สาเหตุ
อินทุรัตนา บริพัตร
(หม่อมเจ้าอินทุรัตนา บริพัตร)
2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2465 (100 ปี) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า[9][a]
พันธุ์วโรภาส เศวตรุนทร์
(หม่อมเจ้าพันธุ์วโรภาส ภาณุพันธุ์)
4 สิงหาคม พ.ศ. 2476 (89 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช 31 มีนาคม พ.ศ. 2501 ลาออกจากฐานันดรศักดิ์[10]
พันธุ์สวลี กิติยากร
(หม่อมเจ้าพันธุ์สวลี ยุคล)
24 กันยายน พ.ศ. 2476 (89 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล 10 เมษายน พ.ศ. 2499 ลาออกจากฐานันดรศักดิ์[11]
วุฒิเฉลิม วุฒิชัย
(หม่อมเจ้าวุฒิเฉลิม วุฒิชัย)
21 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 (88 ปี) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2499 ลาออกจากฐานันดรศักดิ์[12]
ภุมรีภิรมย์ เชลล์
(หม่อมเจ้าภุมรีภิรมย์ ยุคล)
22 มีนาคม พ.ศ. 2482 (83 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2506 ลาออกจากฐานันดรศักดิ์[13]
ปัทมนรังษี เสนาณรงค์
(หม่อมเจ้าปัทมนรังษี ยุคล)
12 สิงหาคม พ.ศ. 2484 (81 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ 29 มกราคม พ.ศ. 2508 ลาออกจากฐานันดรศักดิ์
ศรีสว่างวงศ์ บุญจิตราดุลย์
(หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล)
17 สิงหาคม พ.ศ. 2489 (76 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร 27 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ลาออกจากฐานันดรศักดิ์[14]
จุฑาวัชร วิวัชรวงศ์
(หม่อมเจ้าจุฑาวัชร มหิดล)
29 สิงหาคม พ.ศ. 2522 (43 ปี) พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 13 มกราคม พ.ศ. 2540 ออกจากฐานันดรศักดิ์
วัชรเรศร วิวัชรวงศ์
(หม่อมเจ้าวัชรเรศร มหิดล)
27 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 (41 ปี) พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 13 มกราคม พ.ศ. 2540 ออกจากฐานันดรศักดิ์
ภานุมา ยุคล
(หม่อมเจ้าภานุมา ยุคล)
20 มิถุนายน พ.ศ. 2524 (41 ปี) พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ลาออกจากฐานันดรศักดิ์
จักรีวัชร วิวัชรวงศ์
(หม่อมเจ้าจักรีวัชร มหิดล)
26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526 (39 ปี) พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 13 มกราคม พ.ศ. 2540 ออกจากฐานันดรศักดิ์
วัชรวีร์ วิวัชรวงศ์
(หม่อมเจ้าวัชรวีร์ มหิดล)
14 มิถุนายน พ.ศ. 2528 (37 ปี) พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 13 มกราคม พ.ศ. 2540 ออกจากฐานันดรศักดิ์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
(หม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดล)
8 มกราคม พ.ศ. 2530 (35 ปี) พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า[15][b]

อ้างอิงแก้ไข

  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2470/A/253.PDF
  2. https://th.m.wikipedia.org/wiki/การเฉลิมพระยศเจ้านาย
  3. ราชกิจจานุเบกษา,พระบรมราชโองการ ประกาศ ยกพระวรวงษ์เธอ เป็นพระเจ้าวรวงษ์เธอ, เล่ม ๒๗, ตอน ก, ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๓, หน้า ๙๙
  4. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2443/003/17.PDF
  5. https://th.m.wikipedia.org/wiki/พระบรมวงศานุวงศ์
  6. https://www.silpa-mag.com/culture/article_26972
  7. ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ไทย ตอนที่ 3 พระยศหม่อมเจ้า. จากเว็บไซต์ oknation.net [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 19-02-57.
  8. ศุภวัฒย์ เกษมศรี, พลตรี หม่อมราชวงศ์, และรัชนี ทรัพย์วิจิตร. พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าในพระราชวงศ์จักรี. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์บรรณกิจ, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2549. 360 หน้า. ISBN 974-221-818-8
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศตั้งพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า, เล่ม 44, 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2470, หน้า 253
  10. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักพระราชวังที่ ๑/๒๕๐๑ เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาออกจาฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์, เล่ม 75, ตอนที่ 32, 22 เมษายน พ.ศ. 2501, หน้า 1354
  11. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักพระราชวังที่ ๓/๒๔๙๙ เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาออกจาฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์, เล่ม 73, ตอนที่ 59, 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2499, หน้า 2126
  12. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักพระราชวังที่ ๔/๒๔๙๙ เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาออกจาฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์, เล่ม 73, ตอนที่ 61, 7 สิงหาคม พ.ศ. 2499, หน้า 2222
  13. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักพระราชวังที่ ๑/๒๕๐๖ เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาออกจาฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์, เล่ม 80, ตอนที่ 21, 5 มีนาคม พ.ศ. 2506, หน้า 634
  14. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาออกจาฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์, เล่ม 96, ตอนที่ 18, 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522, หน้า 587
  15. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสถาปนา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระธิดาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, เล่ม 122, ตอนที่ 10 ข, 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2548, หน้า 1

หมายเหตุแก้ไข

  1. ต่อมาทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2496
  2. ต่อมาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562