เปิดเมนูหลัก

กรุง ศรีวิไล มีชื่อจริงว่า กรุงศรีวิไล สุทินเผือก[1] (ชื่อเดิม: นที สุทินเผือก; ชื่อเล่น: เอ๊ด) เกิดวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2489 ที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นนักแสดงชาวไทย มีผลงานอย่างเช่นเรื่อง ลูกยอด, ชู้, ทอง, ตัดเหลี่ยมเพชร, ซุปเปอร์ลูกทุ่ง, คืนนี้ไม่มีพระจันทร์, มีนัดไว้กับหัวใจ, เสาร์ห้า, เพศสัมพันธ์อันตราย, แมงดาปีกทอง และ สาวแรงสูง

กรุง ศรีวิไล
กรุง ศรีวิไล.jpg
กรุง ศรีวิไล จากภาพยนตร์เรื่อง ตัดเหลี่ยมเพชร
ชื่อเกิดนที สุทินเผือก
ชื่อเล่นเอ็ด
เกิด 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2489 (73 ปี)
อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
คู่สมรส พรรณวิภา
บุตร 5
ชื่ออื่น กรุงศรีวิไล สุทินเผือก
อาชีพ นักแสดง, นักการเมือง
ปีที่แสดง พ.ศ. 2513 - ปัจจุบัน
ส่วนเกี่ยวข้อง กมลวรรณ ศรีวิไล บุตรสาว
รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี
นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม
พ.ศ. 2517 - ชู้
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
ฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย (ThaiFilmDb)
ระวังสับสนกับ ภู ศรีวิไล

ประวัติแก้ไข

กรุง ศรีวิไล เข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนบางพลีน้อย หลังจากนั้นก็ต่อชั้นมัธยมปลายในตัวอำเภอ โดยอาศัยอยู่ในวัด จนเมื่อเรียนจบชั้น ม.6 ได้ย้ายไปต่อที่โรงเรียนในตัวจังหวัด เพื่อเรียนชั้น ม.7 ยังไม่จบชั้น ม.8 ดีจึงได้ตัดสินใจเข้าสู่กรุงเทพ สอบเข้าโรงเรียนช่างกลปทุมวัน เรียนได้อยู่ 2 ปีเศษก็ถูกสั่งให้ออก ได้เรียนภาษาอังกฤษ และพิมพ์ดีดเพิ่มเติมหลังจากถูกสั่งออก จนได้รู้จักกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งซึ่งได้ฝากเข้าทำงานให้กับกรมศุลกากร เป็นฝ่ายติดต่อราชการ งานด้านชิปปิ้ง ทำได้ 4 ปีได้ตัดสินใจเปิดร้านขายผ้าไหมส่งออกที่โรงแรมแมนดาริน และต่อยอดทำธุรกิจเพิ่มโดยเปิดร้านจิวเวลรี่ แต่พอย่างเข้าปีที่4 กิจการเริ่มไปไม่ไหว เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนก็หนีไปฮ่องกงพร้อมกับเงินสดในร้าน จนต้องปิดกิจการไปลงในทีสุด

กรุงเข้าสู่วงการโดยการชักนำของ ประมินทร์ จารุจารัต เล่นหนังเรื่อง ลูกยอด เป็นเรื่องแรกคู่กับ เพชรา เชาวราษฎร์ ซึ่งเป็นช่วงที่มิตร ชัยบัญชาเสียชีวิตแล้ว ทำให้บรรดาผู้สร้างหนังต่างก็พากันปั้นพระเอกใหม่กันอย่างคึกคัก และมาดังมากกับภาพยนตร์เรื่อง ทอง ภาค 1 กับเรื่อง ชู้ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องชู้นี้ทำให้ได้รางวัลตุ๊กตาทอง และได้รางวัลดารานำชายยอดเยี่ยมของเอเชีย จากภาพยนตร์เรื่อง ทอง ภาค 1 ที่ส่งไปประกวดที่ไทเป หรือไต้หวันในปัจจุบัน และ กรุง ศรีวิไล ได้แสดงนำคู่กับนางเอกดังมากมาย เช่น เพชรา อรัญญา นามวงศ์ วันดี ศรีตรัง, ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์, เนาวรัตน์ ยุกตะนันทน์, ธัญรัตน์ โลหะนันท์ มีผลงานอีกมากมายอย่าง ตามรักตามล่า (2515), สะท้านกรุง (2515), สวรรค์เวียงพิงค์ (2516), อีหนู (2516), จ้าวทุ่ง (2516), ขัง 8 (2517), รสรักลมสวาท (2517), ผู้ชายขายตัว (2517), กราบที่ดวงใจ (2517), ตัดเหลี่ยมเพชร (2518), รักข้ามโลก (2519), ซุปเปอร์ลูกทุ่ง (2520) เป็นต้น

โดยชื่อ "กรุง ศรีวิไล" ตั้งโดยเลียว ศรีเสวก (อรวรรณ) มาจากชื่อตัวละคร "กรุง ศรีวิลัย" ตัวเอกในเรื่อง ลูกยอด ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร บางกอก และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตการแสดงของกรุง[2]

นอกจากนั้น กรุง ศรีวิไล ยังมีโอกาสได้เล่นกับดาราต่างประเทศอย่างเช่นเรื่องทองที่แสดงร่วมกับเกริก มอริส Greg Moris และคริส มิตชั่น พระเอกจากฮอลลีวูด ในเรื่องตัดเหลี่ยมเพชร เป็นต้น หลังจากนั้นก็ได้ห่างหายจากวงการบันเทิงไประยะหนึ่ง แต่ต่อมาไม่นานก็มีผู้ตามตัวเพื่อให้เล่นภาพยนตร์เรื่อง ซุปเปอร์ลูกทุ่ง ร่วมแสดงกับนักแสดงตลกชื่อดัง ล้อต๊อก จากภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้กรุงได้รับฉายาว่า "พระเอกซุปเปอร์ลูกทุ่ง" และได้เริ่มมีการออกโชว์ตัวตามจังหวัด เมื่อเห็นว่าไปได้ดีจึงฟอร์มวงดนตรี ใช้ชื่อเดียวกับหนัง คือ "ซุปเปอร์ลูกทุ่ง-กรุง ศรีวิไล" ซึ่งก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เดินสายเล่นดนตรีอยู่ได้ 5 ปี 8 เดือน เขาก็ตัดสินใจยุบวง และหยุดจากวงการบันเทิงไป 5 ปี จึงเริ่มหวนสู่จอแก้วอีกครั้ง ในช่วงแรกรับเล่นละครแนวจักรๆ วงศ์ๆ และเริ่มพลิกบทบาทจากพระเอกมาเล่นเป็น บทตัวร้าย จนถึงปัจจุบัน กรุง ศรีวิไล ก็ยังคงมีงานแสดงอยู่ตลอดเช่นเรื่อง อังกอร์ ภาค 2, เหล็กไหล, ดวง, สุภาพบุรุษตีนควาย, บอดี้การ์ดแดดเดียว ฯลฯ

 
กรุง ศรีวิไล ในปี พ.ศ. 2548

ทางด้านกิจการส่วนตัว เป็นผู้จัดการทั่วไป บริษัท A.G.Car และยังเป็นผู้จัดการหมู่บ้านจัดสรรที่บางใหญ่ หมู่บ้านเมืองเพชรวิลเลจ 5 และยังเป็นประธานกรรมการของสถานตากอากาศไทรโยก ริเวอร์วิว รีสอร์ทด้วย ส่วนทางด้านชีวิตครอบครัว กรุง ศรีวิไลมีบุตรทั้งหมด 5 คน จากภรรยา 3 คน โดยภรรยาคนปัจจุบันชื่อ พรรณวิภา (เหมียว) มีบุตรด้วยกัน 2 คน เป็นหญิง 1 ชาย 1 โดยบุตรสาว คือ กมลวรรณ ศรีวิไล (แอล) ปัจจุบันเป็นนางแบบและนักแสดงสังกัดช่อง 7 และบุตรชาย คือ ศวกร สุทินเผือก

การเมืองแก้ไข

ในปี พ.ศ. 2550 ได้ขึ้นเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวงของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ต่อมาลงรับสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ที่จังหวัดสมุทรปราการ บ้านเกิด ในนามพรรคพลังประชาชน และได้รับเลือกตั้ง แต่ต่อมา กรุง ศรีวิไล ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งให้ใบเหลืองโดยอ้างว่า เจ้าตัวทุจริตการเลือกตั้งและสั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้น แต่ศาลได้ยกคำร้อง ต่อมาหลังจากที่พรรคพลังประชาชนถูกยุบ เจ้าตัวก็ได้ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย

ต่อมาในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2553 กรุง ศรีวิไล ได้ประกาศย้ายไปร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย โดยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พรรคเพื่อไทยได้ติดประกาศหน้าพรรคห้ามกรุง และ ส.ส. ของพรรคอีก 3 คน เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรค ส่วนกรุงและเพื่อน ส.ส. อีกหนึ่งคน และอดีต ส.ส. จากพรรคเพื่อแผ่นดินอีกหนึ่งคน ได้เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในวันเดียวกัน[3]

ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2554 กรุง ศรีวิไล ได้ลงสมัครเลือกตั้งใน จังหวัดสมุทรปราการ เขต 5 ในสังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยแพ้ให้กับ สลิลทิพย์ สุขวัฒน์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย โดยก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้เจ้าตัวได้เปลี่ยนชื่อจริงตัวเองมาเป็น กรุงศรีวิไล สุทินเผือก อย่างในปัจจุบัน [1]

กระทั่งวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 กรุง ศรีวิไล ได้เดินทางไปยัง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเพื่อย้ายไปสังกัด พรรคพลังประชารัฐ [4] และได้รับเลือกตั้งอีกครั้งในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 แต่ต่อมาในวันที่ 2 ธันวาคม ปีเดียวกัน ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้รับคำร้องของ กกต. กรณีบุคคลใกล้ชิดของกรุง ศรีวิไล นำเงินใส่ซองช่วยเหลืองานศพ ส่งผลให้ กรุง ศรีวิไล ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา[5]

ผลงานภาพยนตร์แก้ไข

ฯลฯ

ผลงานละครทีวีแก้ไข

ฯลฯ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข