เปิดเมนูหลัก

ชาน,[3] ฉาน[4] (พม่า: ရှမ်း, ออกเสียง: [ʃáɴ] ช่าน; ไทใหญ่: မိူင်းတႆး, ออกเสียง: [mə́ŋ.táj] เมิ้งไต๊) หรือ ไทใหญ่[5] เป็นรัฐหนึ่งในประเทศพม่า

รัฐชาน

ရှမ်းပြည်နယ်
การถอดเสียงเป็นอักษรโรมัน
 • พม่าhram: pranynai
ธงของรัฐชาน
ธง
ที่ตั้งรัฐชานในประเทศพม่า
ที่ตั้งรัฐชานในประเทศพม่า
พิกัดภูมิศาสตร์: 21°30′N 98°0′E / 21.500°N 98.000°E / 21.500; 98.000พิกัดภูมิศาสตร์: 21°30′N 98°0′E / 21.500°N 98.000°E / 21.500; 98.000
ประเทศ พม่า
ภูมิภาคกลาง-ตะวันออก
เมืองหลักตองจี
การปกครอง
 • มุขมนตรีลี่นทุ (เอ็นแอลดี)
พื้นที่[1]
 • ทั้งหมด155,801.3 ตร.กม. (60,155.2 ตร.ไมล์)
ประชากร (พ.ศ. 2557)[2]
 • ทั้งหมด5,824,432
 • ความหนาแน่น37 คน/ตร.กม. (97 คน/ตร.ไมล์)
ประชากร
 • กลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่, พม่า, จีน, ว้า, ลีซอ, ดะนุ, อินทา, มูเซอ, ปะหล่อง, ปะโอ, ตองโย, อินเดีย, กูรข่า
 • ศาสนาพุทธ, คริสต์, วิญญาณนิยม, อิสลาม, ฮินดู
เขตเวลาเวลามาตรฐานพม่า (UTC+6:30)
รหัสไอเอสโอ 3166MM-17
เว็บไซต์shanstate.gov.mm

สภาพภูมิศาสตร์แก้ไข

ลักษณะภูมิประเทศของรัฐชานเต็มไปด้วยภูเขาสูงและผืนป่า รัฐชานจึงเต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่า สินค้าส่งออกที่สำคัญจึงเป็นจำพวกแร่ธาตุและไม้ชนิดต่าง ๆ

รัฐชานมีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ข้างเคียงเรียงตามเข็มนาฬิกาดังนี้

ประวัติแก้ไข

ไทใหญ่เกิดขึ้น 96 ปี ก่อนคริสต์ศักราช พ.ศ. 448[ต้องการอ้างอิง] ในอดีตมีชื่อเรียกว่า "ไต" หรือที่เรียกกันว่า "เมิ้งไต๊" ในสำเนียงไทใหญ่ หรือ "เมืองไต" ในสำเนียงไทย มีประชากรหลายชนชาติอาศัยอยู่ร่วม โดยมีชนชาติไทใหญ่อาศัยอยู่มากที่สุด เมืองไตเคยมีเอกราชในการปกครองตนเองมาเป็นเวลาหลายพันปี[ต้องการอ้างอิง] ก่อนที่อังกฤษจะขยายอิทธิพลเข้ามาถึง อาณาเขตของเมืองไตประกอบด้วยเมืองรวมทั้งหมด 33 เมือง แต่ละเมืองปกครองด้วยระบบเจ้าฟ้าสืบต่อเนื่องกันมาตั้งแต่อดีต

เมืองไตกับพม่ามีการติดต่อค้าขายช่วยเหลือ และให้ความเคารพซึ่งกันและกันมาโดยตลอด เห็นได้จากในช่วงที่เจ้าฟ้าเมืองไตปกครองประเทศพม่าประมาณเกือบ 300 ปีไม่เคยมีการสู้รบกันเกิดขึ้น[ต้องการอ้างอิง] และยังมีการติดต่อค้าขายยังดำเนินไปอย่างสันติสุขเช่นกัน จนกระทั่งมาถึงสมัยบุเรงนอง ได้มีการสู้รบกันกับเจ้าฟ้าเมืองไตกับกษัตริย์พม่าเกิดขึ้น โดยฝ่ายเจ้าฟ้าเมืองไตเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ จึงทำให้ราชวงศ์เจ้าฟ้าบางเมือง ต้องจบสิ้นไปดังเช่นราชวงศ์เจ้าฟ้าเมืองนายซึ่งเป็นราชวงศ์ของกษัตริย์มังราย นอกจากนี้ยังมีอีกหลายราชวงศ์ที่ต้องสูญสิ้น ไปเพราะการสู้รบ[ต้องการอ้างอิง]

  • พ.ศ. 2305 ในสมัยพระเจ้าอลองพญา รัฐชานตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า กษัตริย์พม่าได้ทำการปราบปรามราชวงศ์ เจ้าฟ้าไทใหญ่จนหมดสิ้นไปเป็นจำนวนมาก
  • 1 มกราคม พ.ศ. 2428 อังกฤษได้ทำการจับกุมและยึดอำนาจกษัตริย์พม่า และขยายอาณาเขตไปยังเมืองเชียงตุงทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองไต
  • พ.ศ. 2433 อังกฤษได้ยึดเอาเมืองไตเรียบร้อยแล้ว

เนื่องจากพม่าตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่ม ส่วนเมืองไตตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาไม่ใช่ประเทศเดียวกัน อังกฤษจึงไม่ได้เข้ายึดพร้อมกัน แม้อังกฤษจะยึดทั้งสองเมืองเป็นเมืองขึ้นของตนแต่ก็ไม่ได้ปกครองทั้งสองเมืองในลักษณะเดียวกัน หากแบ่งการปกครองออกเป็นสองลักษณะ คือประเทศพม่าเป็นเมืองใต้อาณานิคม ส่วนเมืองไตเป็นเมืองใต้การอารักขา

อังกฤษได้ล้มล้างระบบกษัตริย์พม่า ส่วนเมืองไตอังกฤษไม่ได้ทำลายราชวงศ์เจ้าฟ้า อีกทั้งยังสนับสนุนให้เจ้าฟ้าแต่ละเมือง มีอำนาจปกครองบ้านเมืองของตนเอง และได้สถาปนาให้เมืองทั้งหมดเป็นสหพันธรัฐชานขึ้นกับอังกฤษ

  • 25 มกราคม พ.ศ. 2485 ญี่ปุ่นขอไทยสมัยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม ยกกำลังทหารยึดรัฐชาน เชียงตุง ในประเทศพม่า จากทหารจีนก๊กมินตั๋ง ของจอมพลเจียงไคเช็ค ญี่ปุ่นได้ส่งมอบให้ไทย ผนวกเป็นสหรัฐไทยเดิม เป็นจังหวัดไทใหญ่
  • 1 มกราคม พ.ศ. 2489 รัฐชานกลับมาสู่อิสรภาพ ครั้งนี้อังกฤษได้ผนวกเป็นส่วนหนึ่งของพม่า
  • พ.ศ. 2490 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางการพม่าพยายามโน้มน้าวเหล่าบรรดาเจ้าฟ้าไต ให้เข้าร่วมเรียกร้องเอกราชจากอังกฤษ เจ้าฟ้าไตจึงได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาปางโหลง พร้อมกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อขอเอกราชจากอังกฤษ โดยสัญญาดังกล่าวได้นำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุให้ชนชาติที่ร่วมลงนามในสัญญา สามารถแยกตัวเป็นอิสระได้หลังจากอยู่ร่วมกันครบสิบปี
  • พ.ศ. 2491 อังกฤษได้ให้เอกราชกับพม่าและไต ภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในพม่า สนธิสัญญาปางโหลงจึงเป็นโมฆะ เหตุนี้จึงทำให้ชาวไตหรือไทใหญ่ จึงก่อตั้งกองกำลังกู้ชาติของตนเองขึ้น

ทางรัฐบาลทหารพม่าได้ใช้ระบอบเผด็จการทหารกับชาวไต อีกทั้งยังได้ทำลายพระราชวังของไทใหญ่ในเมืองเชียงตุงและอีกหลายเมือง และเข้ามาจัดการศึกษาเกี่ยวกับพม่าให้แก่เด็กในพื้นที่ ประชาชนมักถูกเกณฑ์ไปบังคับใช้แรงงาน ทั้งโครงการก่อสร้างและเป็นลูกหาบอาวุธให้ทหาร ทำให้มีผู้ลี้ภัยจำนวนมากหนีเข้ามายังประเทศไทย[ต้องการอ้างอิง]

ปัจจุบันสถานการณ์ภายในรัฐชานก็ยังไม่มีเสถียรภาพทางความมั่นคงเท่าใดนัก และยังมีกองกำลังกู้ชาติของตนเองอยู่ ในปี พ.ศ. 2552 ได้มีการจัดตั้งสภารัฐชาน

การปกครองแก้ไข

 
แผนที่รัฐชาน แสดงเขตรัฐกิจระดับจังหวัด

พื้นที่ 62,500 ตารางไมล์ แบ่งการปกครองเป็น 11 จังหวัด

  1. จังหวัดตองจี
  2. จังหวัดดอยแหลม
  3. จังหวัดจ๊อกแม
  4. จังหวัดหมู่แจ้
  5. จังหวัดเล่าก์ก่าย
  6. จังหวัดกุนโหลง
  7. จังหวัดล่าเสี้ยว
  8. จังหวัดเชียงตุง
  9. จังหวัดเมืองสาด
  10. จังหวัดเมืองพยาก
  11. จังหวัดท่าขี้เหล็ก

ประชากรแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Union of Myanmar". City Population. สืบค้นเมื่อ 2008-12-25.
  2. Census Report. The 2014 Myanmar Population and Housing Census. 2. Naypyitaw: Ministry of Immigration and Population. May 2015. p. 17.
  3. "ประกาศราชบัณฑิตยสถาน เรื่อง กำหนดชื่อประเทศ ดินแดน เขตการปกครอง และเมืองหลวง (พ.ศ. 2544)" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 118 (ตอนพิเศษ 117ง): 2. 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544.
  4. "ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งรองกงสุล ณ เมืองเชียงตุง" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 85 (8ง): 152. 23 มกราคม พ.ศ. 2511.
  5. ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, 2556, หน้า 349. "ฉาน ๔ น. ชื่อรัฐหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศพม่า ติดต่อกับทางภาคเหนือของประเทศไทย, ไทใหญ่ ก็เรียก."

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข