ภาษาพม่า

ภาษาที่พูดในประเทศพม่า

ภาษาพม่า หรือ ภาษาเมียนมา (พม่า: မြန်မာဘာသာ, ออกเสียง: [mjəmà bàðà]) เป็นภาษาตระกูลจีน-ทิเบตที่พูดกันในประเทศพม่า มีสถานะเป็นภาษาทางการและภาษาของชาวพม่าซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์หลักของประเทศ ใน ค.ศ. 2007 มีผู้พูดภาษานี้เป็นภาษาแม่ 33 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวพม่าและกลุ่มชาติพันธุ์ใกล้ชิด และมีผู้พูดเป็นภาษาที่สอง 10 ล้านคน โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่าและประเทศเพื่อนบ้าน ใน ค.ศ. 2014 ประชากรพม่ามี 36.39 ล้านคน และในเดือนเมษายน ค.ศ. 2020 มีประชากรประมาณ 38.2 ล้านคน

ภาษาพม่า
ภาษาเมียนมา
မြန်မာစာ (ภาษาเขียน);
မြန်မာစာစကား (ภาษาพูด)
ออกเสียง[mjəmàzà];
[mjəmà zəɡá]
ประเทศที่มีการพูดพม่า, บังกลาเทศ
ชาติพันธุ์ชาวพม่า
จำนวนผู้พูด33 ล้านคน  (2007)
ภาษาที่สอง: 10 ล้านคน (ไม่ทราบปี)[1]
ตระกูลภาษา
รูปแบบก่อนหน้า
ระบบการเขียนอักษรพม่า
อักษรเบรลล์พม่า
สถานภาพทางการ
ภาษาทางการ พม่า
 อาเซียน
ภาษาชนกลุ่มน้อยที่รับรองใน บังกลาเทศ
ผู้วางระเบียบคณะกรรมการภาษาพม่า
รหัสภาษา
ISO 639-1my
ISO 639-2bur (B)
mya (T)
ISO 639-3myaรหัสรวม
รหัสเอกเทศ:
int — ภาษาอี้นต้า
tvn — กลุ่มภาษาย่อยทวาย
tco — กลุ่มภาษาย่อยตองโย่
rki — ภาษายะไข่
rmz — มะระมา
Linguasphere77-AAA-a
Idioma birmano.png
บทความนี้มีสัญลักษณ์สัทอักษรสากล หากระบบของคุณไม่รองรับการแสดงผลที่ถูกต้อง คุณอาจเห็นปรัศนี กล่อง หรือสัญลักษณ์อย่างอื่นแทนที่อักขระยูนิโคด
ผู้พูดภาษาพม่า บันทึกในประเทศไต้หวัน

ภาษาพม่าเป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์ ลักษณะน้ำเสียง (รวมถึงทำเนียบภาษา) และเป็นภาษาเน้นพยางค์[2]

การจำแนกแก้ไข

ภาษาพม่าอยู่ในกลุ่มภาษาพม่าใต้ในตระกูลภาษาจีน-ทิเบต โดยภาษาพม่าเป็นภาษานอกกลุ่มภาษาจีนที่มีผู้พูดมากที่สุดในตระกูล[3] ภาษานี้เป็นภาษาลำดับที่ 5 ในตระกูลภาษาจีน-ทิเบตที่พัฒนาระบบการเขียนของตน ถัดจากอักษรจีน, อักษรปยู, อักษรทิเบต และอักษรตันกุต[4]

ภาษาถิ่นและสำเนียงแก้ไข

ภาษาพม่ามาตรฐานคือสำเนียงย่างกุ้ง ภาษาถิ่นในพม่าภาคเหนือและภาคใต้จะต่างจากภาษากลาง ภาษาถิ่นในรัฐยะไข่ยังมีเสียง /ร/ แต่สำเนียงย่างกุ้งออกเสียงเป็น /ย/ ภาษาพม่าแบ่งอย่างกว้าง ๆ ได้ 2 ระดับ คือระดับทางการใช้งานวรรณคดี งานราชการและวิทยุกระจายเสียง ระดับไม่เป็นทางการใช้ภายในครอบครัวและกับเพื่อน พระภิกษุชาวพม่ามักพูดกันเองด้วยภาษาบาลี ซึ่งได้รับอิทธิพลจากศาสนาพุทธ

ระบบเสียงแก้ไข

พยัญชนะแก้ไข

หน่วยเสียงพยัญชนะในภาษาพม่ามีดังต่อไปนี้

เสียงพยัญชนะ[5][6]
ริมฝีปาก ฟัน ปุ่มเหงือก หลังปุ่มเหงือก/
เพดานแข็ง
เพดานอ่อน เส้นเสียง
นาสิก ก้อง m n ɲ [ŋ]
ไม่ก้อง ɲ̊ [ŋ̊]
หยุด/
กักเสียดแทรก
ก้อง b d ɡ
ธรรมดา p t k ʔ
พ่นลม tʃʰ
เสียดแทรก ก้อง ð ([d̪ð~d̪]) z
ไม่ก้อง θ ([t̪θ~t̪]) s ʃ
พ่นลม h
เปิด ก้อง l j w
ไม่ก้อง ʍ

สระแก้ไข

หน่วยเสียงสระในภาษาพม่ามีดังต่อไปนี้

เสียงสระ
สระเดี่ยว สระประสมสองเสียง
หน้า กลาง หลัง เสียงหลังเป็นสระหน้า เสียงหลังเป็นสระหลัง
ปิด i u
กึ่งปิด e ə o ei ou
กึ่งเปิด ɛ ɔ
เปิด a ai au

วรรณยุกต์แก้ไข

โดยทั่วไปถือว่าภาษาพม่ามีหน่วยเสียงวรรณยุกต์ 4 หน่วยเสียง ในตารางข้างล่างนี้ สัญลักษณ์แทนวรรณยุกต์จะแสดงไว้เหนือสระ /a/ ดังตัวอย่าง

วรรณยุกต์ ภาษาพม่า สัทอักษรสากล
(กำกับสระ a)
สัญลักษณ์
(แสดงเหนือสระ a)
การทำงานของเส้นเสียง ความสั้นยาว ความเข้ม ระดับเสียง
ต่ำ နိမ့်သံ [aː˧˧˦] à ปกติ ปกติ ต่ำ ต่ำ มักเลื่อนขึ้นเล็กน้อย[7]
สูง တက်သံ [aː˥˥˦] á บางครั้งมีลมแทรกเล็กน้อย ยาว สูง สูง มักเลื่อนตกก่อนการหยุดเปล่งเสียงพูด[7]
ต่ำลึก သက်သံ [aˀ˥˧] เกร็งหรือต่ำลึก บางครั้งมีการบีบที่เส้นเสียง ปานกลาง สูง สูง มักเลื่อนตกเล็กน้อย[7]
กัก တိုင်သံ [ăʔ˥˧] สระค่อนกลาง มีการปิดเส้นเสียง สั้น สูง สูง (ในคำเดี่ยว; อาจแปรไปตามสัทบริบท)[7]

การถอดเป็นอักษรโรมันแก้ไข

ภาษาพม่าไม่มีระบบการถอดเป็นอักษรโรมันที่แน่นอน คำหลายคำสะกดต่างจากที่ออกเสียง เช่น คำว่าพระพุทธเจ้า ออกเสียงว่า pha-ya แต่เขียนว่า bu-ya การถอดภาษาพม่าเป็นอักษรโรมันจึงทำได้ยากแต่พอจะใช้การถอดเป็นอักษรโรมันของภาษาบาลีมาเทียบเคียงได้ หรือบางครั้งอาจใช้ระบบเอ็มแอลซีทีเอส

ไวยากรณ์แก้ไข

การเรียงคำเป็นแบบ ประธาน-กรรม-กริยา ยกเว้นคำว่า ga (เป็น) ซึ่งจะวางต่อจากประธาน คำสรรพนามเปลี่ยนตามเพศและสถานะของผู้ฟัง เป็นภาษาพยางค์เดี่ยว แต่มีรากศัพท์และการเติมคำอุปสรรค การเรียงคำในประโยคไม่มีบุพบท สันธานแต่ใช้การเติมปัจจัย

คำคุณศัพท์แก้ไข

คำคุณศัพท์มาก่อนคำนาม เช่น chuo-dé lu (สวยงาม + dé + คน = คนสวย) หรือตามหลังนาม เช่น lu chuo (คนสวย) การเปรียบเทียบใช้คำอุปสรรค à-คำคุณศัพท์-ปัจจัย zon คำคุณศัพท์บอกจำนวน ตามหลังคำนาม

คำกริยาแก้ไข

รากศัพท์ของคำกริยามักเติมปัจจัยอย่างน้อย 1 ตัว เพื่อบอกกาล ความสุภาพ รูปแบบกริยา เป็นต้น ไม่มีการใช้คำสันธาน รูปกริยาไม่เปลี่ยนตามบุคคล จำนวน หรือเพศของประธาน ตัวอย่างเช่น คำกริยา sá (กิน) เป็น

  • sá-dè = กิน ปัจจัย dè ใช้แสดงปัจจุบันกาลหรือใช้เน้นย้ำ
  • sá-gè-dè = กินแล้ว ปัจจัย gè/kè แสดงอดีตแต่ไม่จำเป็นต้องใช้เสมอไป ปัจจัย dè ในที่นี้เป็นการเน้นย้ำ
  • sá-nei-dè = กำลังกิน nei เป็นอนุภาคแสดงว่าการกระทำนั้นกำลังเกิดขึ้น
  • sá-bi = กำลังกินอยู่ ปัจจัย bi นี้ใช้กับการกระทำที่ประธานเริ่มกระทำและยังไม่เสร็จสิ้น
  • sá-mè = จะกิน อนุภาค mè นี้ใช้แสดงอนาคตและยังไม่เกิดขึ้น
  • sá-daw-mè = จะกิน (ในไม่ช้า) อนุภาค daw ใช้กับเหตุการณ์ที่ใกล้จะเกิดขึ้น

คำนามแก้ไข

คำนามภาษาพม่าทำให้เป็นพหูพจน์โดยเติมปัจจัย dei (หรือ tei ถ้ามีเสียงตัวสะกด) อาจใช้ปัจจัย myà ที่แปลว่ามากได้ด้วย ตัวอย่างเช่น nwá = วัว nwá- dei = วัวหลายตัว จะไม่ใช้ปัจจัยแสดงพหูพจน์เมื่อมีการแสดงการนับคำนาม เช่น เด็ก 5 คน ใช้ว่า kelei (เด็ก) ngá (5) yauk (คน)

ลักษณนามแก้ไข

ภาษาพม่ามีลักษณนามเช่นเดียวกับภาษาจีน ภาษาไทย และภาษามลายู คำลักษณนามที่ใช้ทั่วไปได้แก่

  • bá ใช้กับคน (เฉพาะพระสงฆ์และแม่ชี)
  • hli ใช้กับสิ่งที่เป็นชิ้น เช่น ขนมปัง
  • kaung ใช้กับสัตว์
  • ku ใช้กับสิ่งไม่มีชีวิตโดยทั่วไป
  • kwet ใช้กับสิ่งที่บรรจุของเหลวเช่น ถ้วย
  • lóun ใช้กับวัตถุรุปกลม
  • pyá ใช้กับวัตถุแบน
  • sin หรือ zín ใช้กับสิ่งที่มีล้อ เช่นรถ
  • su ใช้กับกลุ่ม
  • ú ใช้กับคน (เป็นทางการ)
  • yauk ใช้กับคน (ไม่เป็นทางการ)

คำสรรพนามแก้ไข

คำสรรพนามที่เป็นรูปประธานใช้ขึ้นต้นประโยค รูปกรรมจะมีปัจจัย –go ต่อท้าย ตัวอย่างคำสรพนาม เช่น

  • ฉัน เป็นทางการ ผู้ชายใช้ kyaw-naw ผู้หญิงใช้ kyaw-myaไม่เป็นทางการใช้ nga พูดกับพระสงฆ์ใช้ da-ga หรือ da-be-daw (หมายถึง นักเรียน)
  • เธอ ไม่เป็นทางการใช้ nei หรือ min เป็นทางการใช้ a-shin หรือ ka-mya
  • เรา ใช้ nga-do
  • พวกคุณ ใช้ nei-do
  • เขา ใช้ thu
  • พวกเขา ใช้ thu-do
  • มัน หรือ นั่น ใช้ (ai) ha

คำศัพท์แก้ไข

คำศัพท์ส่วนใหญ่มาจากภาษาตระกูลทิเบต-พม่า ศัพท์เกี่ยวกับศาสนา การศึกษา ปรัชญา รัฐบาลและศิลปะ ได้มาจากภาษาบาลีเป็นส่วนใหญ่ คำยืมจากภาษาอังกฤษมักเกี่ยวกับธุรกิจหรือการปกครองสมัยใหม่ คำยืมจากภาษาฮินดีมักเกี่ยวกับอาหารและการปรุงอาหาร

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

อ่านเพิ่มแก้ไข

บรรณานุกรมแก้ไข

  • Becker, Alton L. (1984). "Biography of a sentence: A Burmese proverb". ใน E. M. Bruner (บ.ก.). Text, play, and story: The construction and reconstruction of self and society. Washington, D.C.: American Ethnological Society. pp. 135–55. ISBN 9780942976052.
  • Bernot, Denise (1980). Le prédicat en birman parlé (ภาษาฝรั่งเศส). Paris: SELAF. ISBN 978-2-85297-072-4.
  • Cornyn, William Stewart (1944). Outline of Burmese grammar. Baltimore: Linguistic Society of America.
  • Cornyn, William Stewart; D. Haigh Roop (1968). Beginning Burmese. New Haven: Yale University Press.
  • Cooper, Lisa; Beau Cooper; Sigrid Lew (2012). "A phonetic description of Burmese obstruents". 45th International Conference on Sino-Tibetan Languages and Linguistics. Nanyang Technological University, Singapore.
  • Green, Antony D. (2005). "Word, foot, and syllable structure in Burmese". ใน J. Watkins (บ.ก.). Studies in Burmese linguistics. Canberra: Pacific Linguistics. pp. 1–25. ISBN 978-0-85883-559-7.
  • Okell, John (1969). A reference grammar of colloquial Burmese. London: Oxford University Press. ISBN 978-0-7007-1136-9.
  • Roop, D. Haigh (1972). An introduction to the Burmese writing system. New Haven: Yale University Press. ISBN 978-0-300-01528-7.
  • Taw Sein Ko (1924). Elementary handbook of the Burmese language. Rangoon: American Baptist Mission Press.
  • Waxman, Nathan; Aung, Soe Tun (2014). "The Naturalization of Indic Loan-Words into Burmese: Adoption and Lexical Transformation". Journal of Burma Studies. 18 (2): 259–290. doi:10.1353/jbs.2014.0016. S2CID 110774660.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข