เปิดเมนูหลัก

รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ สายหมอชิต–ปากเกร็ด

รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ สายหมอชิต-ปากเกร็ด หรือ รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ สายหมอชิต-ศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร เป็นโครงการก่อสร้างระบบรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (BRT) ของกรุงเทพมหานคร จำนวน 7 สถานี เกิดแนวคิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2551 ในสมัยของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มุ่งหวังรองรับบริการข้าราชการกว่า 30,000 คนที่ทำงานภายในศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร และเมืองทองธานี คาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร 56,000 คนต่อวัน และใช้เงินลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท

พื้นที่ให้บริการแก้ไข

เรื่มจากเขตกรุงเทพมหานคร ในพื้นที่แขวงจตุจักร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร แขวงทุ่งสองห้อง แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ สุดเขตกรุงเทพมหานคร เข้าเขตเทศบาลนครปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สุดทางที่เมืองทองธานี (ศูนย์ซ่อมบำรุง)

แนวเส้นทางแก้ไข

แนวเส้นทางที่ได้รับการพิจารณา มีระยะทางรวม 37 กิโลเมตร ใช้เวลาวิ่ง 73 นาที

รายชื่อสถานีแก้ไข

1. หมอชิต

สถานีฝั่งรับอยู่บนทางเท้าบริเวณสวนจตุจักร ใกล้กับทางลงสถานีรถไฟใต้ดินฝั่งสวนจตุจักร ออกแบบเชื่อมต่อกับทางลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสวนจตุจักร และบันไดเลื่อนสถานีบีทีเอสหมอชิต ส่วนสถานีฝั่งส่งจะอยู่บนเกาะกลางถนน โดยจอดรถส่งผู้โดยสารที่ชั้นล่าง แล้วขึ้นบันไดเลื่อนหรือลิฟต์ผ่านการตรวจตั๋วที่ชั้นบน สามารถเดินเชื่อมกับสะพานลอยบีทีเอสหรือลงสถานีบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดินได้

2. หอวัง

สถานีหอวัง จะใช้สะพานลอยเดิมบริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงาน ปตท.เป็นทางเชื่อมหลักระหว่างสถานีบีอาร์ทีรับผู้โดยสารฝั่ง ปตท.กับสถานีบีอาร์ที ส่งผู้โดยสารไปฝั่งโรงเรียนหอวัง ซึ่งสถานีฝั่งรับจะอยู่ใต้ทางลงทางด่วนด้านหน้าสำนักงาน ปตท. ออกแบบให้เชื่อมอาคารสถานีกับสะพานลอยเดิม สถานีฝั่งส่งอยู่บริเวณทางลงสะพานลอยด้านหน้าโรงแรมเซ็นทารา เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว และโรงเรียนหอวัง

3. หลักสี่

สถานีหลักสี่ จะก่อสร้างอาคารสถานีรับและส่งพร้อมสะพานลอยใหม่บริเวณด้านหน้ากระทรวงไอซีที ตั้งอยู่บนเกาะกลางถนน ชั้นล่างเป็นจุดรับ-ส่งผู้โดยสาร เพื่อขึ้นบันไดเลื่อนหรือบันไดธรรมดา ผ่านการตรวจตั๋วที่ชั้นบนก่อนจะเดินลงจากสถานี

4. การสื่อสารแห่งประเทศไทย

สถานีการสื่อสารแห่งประเทศไทย อยู่เกาะกลางถนน ส่วนทางขึ้น-ลง จะอยู่ริมทางเท้า

5. ศาลปกครอง
6. ศูนย์ราชการ

จะอยู่ระดับดิน ภายในศูนย์ราชการเสมือนเป็นศูนย์ขนส่งรถสาธารณะภายในศูนย์ราชการ ขนาดพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ โดยจะรวมพื้นที่จอดและจร ชัตเตอร์บัสของศูนย์ราชการ และเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางทั้งหมด

7. กรมการกงสุล

สถานีกรมการกงสุล อยู่ด้านหน้ากรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนถึงห้างบิ๊กซี สถานีตั้งอยู่บนเกาะกลางถนน และทางขึ้น-ลงอยู่ริมถนนเหมือนกับสถานีอื่นๆ

8. คลองประปา

สุดเขตกรุงเทพมหานคร เป็นสถานีที่ตั้งอยู่ด้านหน้าห้างโลตัส และบิ๊กซี ก่อนขึ้นสะพานข้ามแยกคลองประปา สถานีอยู่เกาะกลางถนน มีทางขึ้น-ลงริมถนนเช่นเดียวกัน

9. เมืองทองธานี

เข้าเขตเทศบาลนครปากเกร็ด เลี้ยวขวาเข้าเมืองทองธานี ถนนบอนด์สตรีท และสิ้นสุดที่ ทะเลสาบเมืองทองธานี สถานีปลายทาง ประกอบด้วย อู่ซ่อมบำรุง และอาคารจอดรถแล้วจร

รายละเอียดของระบบแก้ไข

  • อัตราค่าโดยสาร จากผลการศึกษาจะเท่ากับรถเมล์ปรับอากาศ เริ่มต้น 13 บาท สูงสุด 18 บาท
  • ใช้เวลาเดินทางตลอดสาย 22-35 นาที
  • ใช้รถโดยสาร 40 คัน
  • จะใช้ระบบตั๋วโดยสารแบบ contactless smart card

ความคืบหน้าของโครงการแก้ไข

  • กรุงเทพมหานครได้ออกแบบรายละเอียดเส้นทาง สถานี และงานระบบ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2551 แต่เพื่อความรวดเร็ว จึงทำเรื่องขออนุมัติเส้นทางเดินรถจากคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางควบคู่ไปด้วย เมื่อได้รับอนุมัติจะเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อให้ กทม.เดินรถในเส้นทางใหม่ จากนั้นจะประกวดราคาก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มกระบวนการได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน และเริ่มก่อสร้างต้นปี 2552 ใช้เวลา 1 ปี และน่าจะเปิดบริการได้ปลายปี 2552 หรือปี 2553[1]
  • สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ได้พิจารณาแบบรายละเอียด มูลค่าโครงการ รวมถึงการแบ่งสัญญางานประมูลให้เหมาะสม เพื่อวางแผนการประกวดราคาก่อสร้าง คาดว่าจะสามารถประกาศการประกวดราคาได้ประมาณเดือนมกราคม 2552 นี้[2]
  • กทม. เมืองทองธานี และนนทบุรี เห็นชอบการขยายแนวเส้นทางไปสิ้นสุดที่เมืองทองธานี ในท้องที่เทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อรองรับประชาชนจากอำเภอปากเกร็ด และผู้ทำงานในเมืองทองธานี เฉลี่ยวันละ 1 แสนคน

อ้างอิงแก้ไข

  1. มติชนออนไลน์ วันที่ 14 สิงหาคม 2551
  2. หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2378 27-29 พฤศจิกายน 2551

ดูเพิ่มแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข