เปิดเมนูหลัก

พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์

นักการเมืองไทย
(เปลี่ยนทางจาก พร้อมพงษ์ นพฤทธิ์)

ดร.พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ (ชื่อเดิม: นพพร ชื่อเล่น: ตั้ม)[2] อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคเพื่อไทย อดีตโฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อดีตโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และอดีตนักแสดง

พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 16 มกราคม พ.ศ. 2504 (58 ปี)
จังหวัดพังงา, ประเทศไทย[1]
พรรคการเมือง พลังประชาชน
เพื่อไทย
คู่สมรส พรพรรณ เชาวฤทธิ์ (หย่า)
ลายมือชื่อ
สังกัด สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7

ประวัติและการศึกษาแก้ไข

พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2504 ที่ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นบุตรชายของนวบ (บิดา) และประถมาภรณ์ (มารดา) พร้อมพงศ์สำเร็จปริญญาศึกษาศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต (การสื่อสารการเมือง) รุ่นที่ 2 ของมหาวิทยาลัยเกริก และปริญญาเอก คณะปรัชญา สาขาการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี[3] เขายังมีน้องชายอีกหนึ่งคน ชื่อเอกราช[4]

การแสดงแก้ไข

หลังจากจบชั้น มศ.5 พร้อมพงศ์เดินทางเข้าศึกษาต่อในกรุงเทพมหานคร เมื่ออายุย่าง 20 ปี พร้อมทั้งรับจ้างทำงานทุกประเภท จนกระทั่งเพื่อนชวนไปเป็นนายแบบ ต่อมาจึงเข้าเป็นนักแสดง ในสังกัดสรพงศ์ ชาตรี โดยเริ่มต้นจากเป็นตัวประกอบอยู่ 3 ปี จากนั้นจึงมีโอกาสแสดงเป็นพระเอก ในภาพยนตร์ไทยหลายเรื่อง โดยที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคือ การเป็นพระนางคู่กับจารุณี สุขสวัสดิ์ เกือบ 20 เรื่อง เช่น เขยบ้านนอก ในปี พ.ศ. 2528, แม่ดอกรักเร่ ในปี พ.ศ. 2529 เป็นต้น ซึ่งถือว่าเขาคือพระเอกคนสุดท้ายในวงการที่ได้แสดงกับจารุณี

บทบาทการแสดงซึ่งเป็นที่รู้จักดีที่สุดคือ ละครโทรทัศน์ประเภทจักร ๆ วงศ์ ๆ จนกระทั่งได้รับรางวัลเมขลา ผู้แสดงนำชายละครสนับสนุนนิยายพื้นบ้านดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2534 จากเรื่อง ดิน น้ำ ลม ไฟ หรือ สี่ยอดกุมาร อันเป็นที่มาของฉายา ที่เทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัว อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรียกว่า "เสด็จพี่" ซึ่งพร้อมพงศ์ตอบโต้ว่า จะเรียกเสด็จพี่ก็ได้ แต่อย่าเรียกเสด็จพ่อ[5]

การเมืองแก้ไข

พร้อมพงศ์ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี พ.ศ. 2550 ที่จังหวัดพังงา เขต 1 ในนามพรรคพลังประชาชน แต่ไม่ได้รับเลือก ต่อมา ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โฆษกกระทรวงวัฒนธรรม ที่ปรึกษากรรมาธิการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประธานคณะทำงานประชาสัมพันธ์กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้พิการ ตามลำดับ ปัจจุบัน นายพร้อมพงศ์ดำรงตำแหน่ง โฆษกพรรคเพื่อไทย

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 38[6]

ต่อมาในวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ศาลฎีกาพิพากษาให้เขาต้องโทษจำคุก 1 ปี จากกรณีหมิ่นประมาทนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ โดยไม่รอลงอาญา และเขาได้รับการพักโทษ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ตามหลักเกณฑ์ของกรมราชทัณฑ์ รวมระยะเวลาที่ต้องโทษในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เป็นเวลา 9 เดือน 16 วัน[7]

ผลงานภาพยนตร์แก้ไข

  • โคตรเพชฌฆาต (2548)
  • 2 ผู้ยุ่งเหยิง (2547)
  • ดอกไม้ร่วงที่สันทราย (2535)
  • ตัณหาเถื่อน (2531)
  • นางกลางไฟ (2531)
  • ราชสีห์หน้าเซ่อ (2531)
  • เพชรเหนือเพชร (2531)
  • รักสำรอง (2531)
  • แม่ดอกรักเร่ (2529)
  • ราชินีดอกหญ้า (2529)
  • เจ้าสาวมะลิซ้อน (2529)
  • เครื่องแบบสีขาว (2529)
  • แด่คุณครูด้วยหัวใจ (2529)
  • ลูกสาวเถ้าแก่เฮง (2529)
  • หยุดโลกเพื่อเธอ (2528)
  • วัยรักเพี้ยนรัก (2528)
  • เขยบ้านนอก (2528)
  • ตำรวจบ้าน (2528)
  • หลานสาวเจ้าสัว (2528)
  • เลดี้ฝรั่งดอง (2527)

ผลงานละครโทรทัศน์แก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ "สิ่งที่ทำไม่ได้สร้างภาพ"
  2. พระเอกละคร หึงเมียทุบรถ สำเนาจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, 12 เมษายน 2550
  3. สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยปทุมธานี
  4. http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9580000072730
  5. รายการบอกข่าวเล่าเรื่อง ทางช่อง 9 : 23 มกราคม พ.ศ. 2553
  6. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคเพื่อไทย)
  7. พักโทษ"พร้อมพงศ์-เกียรติอุดม"คืนสู่อิสรภาพ
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทยประจำปี 2551
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔, หน้า ๑๘๓
  10. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข