เปิดเมนูหลัก

รองศาสตราจารย์ ดร.โภคิน พลกุล นักวิชาการและนักการเมืองชาวไทย ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคด้านนโยบายและแผนงาน พรรคเพื่อไทย นายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) อดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุด อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และ อดีตประธานรัฐสภา

โภคิน พลกุล
ประธานรัฐสภา
(ประธานสภาผู้แทนราษฎร)
ดำรงตำแหน่ง
8 มีนาคม พ.ศ. 2548 – 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549
(0 ปี 353 วัน)
ก่อนหน้า อุทัย พิมพ์ใจชน
ถัดไป มีชัย ฤชุพันธุ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ดำรงตำแหน่ง
10 มีนาคม พ.ศ. 2547 – 11 มีนาคม พ.ศ. 2548
นายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร
ก่อนหน้า วันมูหะมัดนอร์ มะทา
ถัดไป พลตำรวจเอก ดร.ชิดชัย วรรณสถิตย์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 15 เมษายน พ.ศ. 2495 (67 ปี)
กรุงเทพมหานคร
พรรคการเมือง ความหวังใหม่ (?-2545)
ไทยรักไทย (2545-2550)
เพื่อไทย (2556-ปัจจุบัน)
คู่สมรส นางรุ่งระวี พลกุล
ศาสนา พุทธ
ลายมือชื่อ

ประวัติแก้ไข

โภคิน พลกุล เกิดวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2495 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของนายศรีกรุง พลกุล ซึ่งเป็นบุตรของเจ้าดวงพิกุล พลกุล (สกุลเดิม ณ เชียงใหม่) กับพลเรือตรี พระยาวินัยสุนทร (วิม พลกุล)[1] สืบทอดเชื้อสายเจ้าหลวงเศรษฐีคำฝั้น เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 3 (เป็นลำดับชั้นที่ 9 แห่งราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์)

การศึกษาแก้ไข

โภคิน พลกุล จบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2517 ในปีถัดมาได้ศึกษาจนสำเร็จเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และปี พ.ศ. 2520 จบประกาศนียบัตรชั้นสูง กฎหมายมหาชน จากมหาวิทยาลัยปารีส 2 ประเทศฝรั่งเศส อีกสองปีถัดจากนั้นก็ได้สำเร็จประกาศนียบัตรชั้นสูง ความรู้เกี่ยวกับโลกที่สาม และ พ.ศ. 2523 สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก กฎหมายมหาชน จากมหาวิทยาลัยแห่งเดียวกัน ในปี พ.ศ. 2525

การทำงานแก้ไข

งานราชการแก้ไข

หลังจากจบการศึกษาในปี พ.ศ. 2517 นายโภคิน ได้เข้ารับราชการเป็นนายเวร สังกัดกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ต่อมาในปี พ.ศ. 2518 ได้โอนมารับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ในปี พ.ศ. 2525 และเป็นรองศาสตราจารย์ ในปี พ.ศ. 2529 ในด้านการบริหาร ได้รับแต่งตั้งเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ ในระหว่างปี พ.ศ. 2532 ถึงปี พ.ศ. 2534 และในปี พ.ศ. 2536 ถึง พ.ศ. 2538 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการบัณฑิตศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

งานการเมืองแก้ไข

ต่อมาได้ลาออกมารับตำแหน่งทางการเมือง เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี[2] ในระหว่างปี พ.ศ. 2538 ถึง พ.ศ. 2540 และเข้าทำงานด้านตุลาการในปี พ.ศ. 2543 - 2545 เป็นรองประธานศาลปกครองสูงสุด จากนั้นได้เข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคความหวังใหม่ และพรรคไทยรักไทยตามลำดับ

ในรัฐบาลของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต่อมาได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎร และได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ในปี พ.ศ. 2548 จนกระทั่งมีการยุบสภาในปี พ.ศ. 2549

ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549[3]

ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เขาได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ต่อมาได้ขอลาออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2557[4]

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 เขาได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 11[5]

การดำรงตำแหน่งอื่นๆแก้ไข

  • เลขาธิการสมาคมกฎหมายมหาชนแห่งประเทศไทย
  • นายกสมาคมกฎหมายมหาชนแห่งประเทศไทย
  • ประธานสมาพันธ์สัตว์ปีกสวยงามแห่งประเทศไทย
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ได้รับพระราชทานยศนายกองใหญ่ เป็น นายกองใหญ่ โภคิน พลกุล[6]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. รายพระนาม นาม เหล่าพระประยูรญาติ และเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือ
  2. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน ๔๙ ราย)
  3. เปิดรายชื่อ ทั้ง 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี !!!
  4. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ข้าราชการการเมืองลาออกจากตำแหน่ง (นายโภคิน พลกุล)
  5. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคเพื่อไทย)
  6. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/0B/00140534.PDF
  7. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำนวน ๔,๗๙๙ ราย)
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๔,๕๒๔ ราย) เล่ม ๑๑๓ ตอน ๒๒ ข ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑
  9. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2538/B/017V001/1_1.PDF