ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2563

ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2563 เป็นเหตุการณ์ในรอบวัฎจักรของการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนในปัจจุบันของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ฤดูกาลดังกล่าวลากยาวตลอด พ.ศ. 2563 โดยพายุหมุนส่วนใหญ่จะก่อตัวขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม

ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2563
2020 Pacific typhoon season summary.png
แผนที่สรุปฤดูกาล
ขอบเขตฤดูกาล
ระบบแรกก่อตัว10 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
ระบบสุดท้ายสลายตัวฤดูกาลยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน
พายุมีกำลังมากที่สุด
ชื่อหว่องฟ้ง
 • ลมแรงสูงสุด150 กม./ชม. (90 ไมล์/ชม.)
(เฉลี่ย 10 นาที)
 • ความกดอากาศต่ำที่สุด965 hPa (มิลลิบาร์)
สถิติฤดูกาล
พายุดีเปรสชันทั้งหมด6 ลูก
พายุโซนร้อนทั้งหมด3 ลูก
พายุไต้ฝุ่น1 ลูก
ผู้เสียชีวิตทั้งหมด6 คน
ความเสียหายทั้งหมด31.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
(ค่าเงิน USD ปี 2020)
ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก
2561, 2562, 2563, 2564, 2565

ขอบเขตของบทความนี้จำกัดเฉพาะมหาสมุทรแปซิฟิกที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ระหว่างเมอริเดียนที่ 100 และ 180 ตะวันออก ในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ มีสองหน่วยงานที่กำหนดชื่อพายุหมุนซึ่งอาจเป็นผลให้พายุลูกหนึ่งมีสองชื่อ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นจะตั้งชื่อพายุถ้าพายุลูกนั้นมีความเร็วลมที่รอบศูนย์กลางพายุที่สูงสุด 10 นาที อย่างน้อย 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดในแอ่ง ขณะที่สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์กำหนดชื่อพายุหมุนซึ่งเคลื่อนเข้าสู่หรือก่อตัวขึ้นเป็นดีเปรสชันเขตร้อนในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานฯ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างลองติจูด 135 และ 115 องศาตะวันออก และระหว่างละติจูด 5 ถึง 25 องศาเหนือ แม้พายุนั้นจะมีชื่อที่กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นตั้งแล้วก็ตาม นอกจากนี้พายุดีเปรสชันเขตร้อนซึ่งถูกเฝ้าจับตาโดยศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมของสหรัฐอเมริกายังได้กำหนดหมายเลขและเติมตัวอักษร "W" ต่อท้ายเป็นรหัสเรียกด้วย

การพยากรณ์ฤดูกาลแก้ไข

วันที่พยากรณ์โดย
TSR
จำนวน
พายุโซนร้อน
จำนวน
พายุไต้ฝุ่น
จำนวน
พายุรุนแรง
ดัชนีเอซีอี อ้างอิง
เฉลี่ย (2508–2562) 26 ลูก 16 ลูก 9 ลูก 294 หน่วย [1]
21 พฤษภาคม 2563 26 ลูก 15 ลูก 8 ลูก 258 หน่วย [1]
9 กรกฎาคม 2563 26 ลูก 14 ลูก 7 ลูก 216 หน่วย [2]
วันที่พยากรณ์ ศูนย์พยากรณ์ ช่วงเวลา ระบบพายุ อ้างอิง
22 มกราคม 2563 PAGASA มกราคม–มีนาคม 0–4 ลูก [3]
22 มกราคม 2563 PAGASA เมษายน—มิถุนายน 2–5 ลูก [3]
24 มิถุนายน 2563 PAGASA กรกฎาคม–กันยายน 6–10 ลูก [4]
24 มิถุนายน 2563 PAGASA ตุลาคม–ธันวาคม 4–7 ลูก [4]
ฤดูกาล 2563 ศูนย์พยากรณ์ พายุหมุน
เขตร้อน
พายุโซนร้อน พายุไต้ฝุ่น อ้างอิง
เกิดขึ้นจริง: JMA 6 ลูก 3 ลูก 1 ลูก
เกิดขึ้นจริง: JTWC 4 ลูก 3 ลูก 1 ลูก

ในระหว่างฤดูกาล หลายหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานทางวิทยาศาสตร์ของแต่ละประเทศจะมีการคาดการณ์ของพายุหมุนเขตร้อน, พายุโซนร้อนและพายุไต้ฝุ่น ที่จะก่อตัวในช่วงฤดู และ/หรือ จะมีพายุกี่ลูกที่ส่งผลกระทบต่อประเทศนั้น หลายหน่วยงานนี้ได้รวมไปถึงองค์กรความเสี่ยงพายุโซนร้อน (TSR) ของมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน, สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) และสำนักสภาพอากาศกลางของไต้หวันด้วย การพยากรณ์แรกถูกเผยแพร่โดย PAGASA ในวันที่ 22 มกราคม ซึ่งเป็นการพยากรณ์ครึ่งแรกของปี[3] โดยหน่วยงานพยากรณ์ว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อน ที่จะเข้าสู่พื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์ในระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมเพียง 0 ถึง 4 ลูกเท่านั้น ขณะที่เดือนเมษายนถึงมิถุนายนคาดว่าจะมี 2 ถึง 5 ลูก ทั้งนี้เนื่องมาจากสภาพเป็นกลางของความผันแปรของระบบอากาศในซีกโลกใต้–เอลนีโญทั่วมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งอาจสามารถปรากฏเช่นนี้ไปได้ถึงช่วงกลางปี[3] วันที่ 21 พฤษภาคม TSR ออกการคาดการณ์สำหรับปี 2563 โดยพยากรณ์ว่ากิจกรรมของพายุหมุนเขตร้อนจะต่ำกว่าค่าปกติ โดยมีพายุโซนร้อน 26 ลูก พายุไต้ฝุ่น 15 ลูก และพายุไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรง 8 ลูก[1] ตัวเลขเหล่านี้สนับสนุนค่าปัจจุบันของปรากฏการณ์ขั้วคู่มหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Dipole) โดยค่าพลังงานพายุหมุนสะสมและอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลในเขต 3.7 นีโญ (Niño 3.75 region) นำไปสู่การแรงขึ้นกว่าปกติของลมค้าทั่วทั้งมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก[1]

วันที่ 24 มิถุนายน PAGASA ได้ออกการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศ โดยพยากรณ์จำนวนพายุหมุนเขตร้อนในครึ่งปีหลังไว้ว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวขึ้น 6–10 ลูกก่อตัวขึ้นในระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ขณะที่ในเดือนตุลาคมถึงธันวาคมคาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวขึ้น 4–7 ลูก[4] วันที่ 9 กรกฎาคม TSR ออกการพยากรณ์ฤดูกาลอีกครั้ง โดยพยากรณ์ว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยฤดูกาล โดยมีพายุโซนร้อน 26 ลูก พายุไต้ฝุ่น 14 ลูก และพายุไต้ฝุ่นที่มีความรุนแรง 7 ลูก[2]

กรมอุตุนิยมวิทยาไทยแก้ไข

วันที่ 27 เมษายน กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกการคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2563 ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อน (ประกอบด้วยพายุดีเปรสชัน พายุโซนร้อน และ พายุไต้ฝุ่น) เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย 1 ถึง 2 ลูก โดยมีโอกาสสูงที่จะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือในช่วงเดือนสิงหาคมหรือกันยายน[5]

ภาพรวมฤดูกาลแก้ไข

มาตราพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก (คณะกรรมการไต้ฝุ่น)
     พายุดีเปรสชัน (≤61 กม./ชม.)      พายุโซนร้อนกำลังแรง (89–117 กม./ชม.)
     พายุโซนร้อน (62–88 กม./ชม.)      พายุไต้ฝุ่น (≥118 กม./ชม.)

ช่วงต้นถึงกลางปี พ.ศ. 2563 เป็นช่วงที่กิจกรรมของพายุหมุนเขตร้อนสงบเป็นอย่างมาก ไม่มีการก่อตัวขึ้นของพายุหมุนเขตร้อนใดเลยในเดือนมกราคมถึงเมษายน เป็นครั้งแรกนับแต่ฤดูกาลปี 2559 วันที่ 10 พฤษภาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนลูกแรกของฤดูกาลได้ก่อตัวขึ้น ทำให้ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่เริ่มช้าที่สุดเป็นอันดับที่หก นับตั้งแต่ฤดูกาล 2559 สองวันต่อมาระบบดังกล่าวทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนลูกแรกของฤดูกาล ได้รับชื่อว่า หว่องฟ้ง จากนั้นได้ทวีกำลังแรงขึ้นอีกเป็นพายุไต้ฝุ่น และได้พัดเข้าถล่มในภาคกลางของประเทศฟิลิปปินส์ในวันที่ 14 พฤษภาคม และนับเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกแรกที่พัดขึ้นฝั่งในเมืองซานโปลิการ์โป ซาร์มาตะวันออก และได้เคลื่อนตัวข้ามและขึ้นฝั่งมากกว่า 4 เกาะจากนั้นจึงพัดเข้าเกาะลูซอน

หลังจากหว่องฟ้งผ่านไปแล้ว นับเป็นเวลาอีกเกือบเดือนที่ไม่มีกิจกรรมพายุหมุนเขตร้อน จนในวันที่ 10 มิถุนายน พายุดีเปรสชันเขตร้อนลูกใหม่ก่อตัวขึ้นบริเวณชายฝั่งประเทศฟิลิปปินส์ โดยพายุดีเปรสชันดังกล่าวได้พัดเข้าประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเข้าสู่ทะเลฟิลิปปินตะวันตก พายุดังกล่าวได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ชื่อว่า นูรี โดยพายุโซนร้อนนูรีไปสลายตัวบริเวณเหนือแผ่นดินประเทศจีน หลังจากนั้น แอ่งก็กลับมาสงบเงียบอีกครั้ง และนับเป็นครั้งแรกเลยที่ไม่มีพายุก่อตัวขึ้นในเดือนกรกฎาคม นับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติที่เชื่อถือได้มาก

พายุแก้ไข

พายุไต้ฝุ่นหว่องฟ้งแก้ไข

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุไต้ฝุ่น (TMD)
พายุไต้ฝุ่นระดับ 3 (SSHWS)
   
ระยะเวลา 10 – 17 พฤษภาคม
ความรุนแรง 155 กม./ชม. (100 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
965 mbar (hPa; 28.5 inHg)
ชื่อท้องถิ่นของ PAGASA (ฟิลิปปินส์): อัมโบ

ตัวระบบบริเวณความกดอากาศต่ำถูกบันทึกไว้ครั้งแรกโดยศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมในวันที่ 9 พฤษภาคม ขณะที่ระบบอยู่ใกล้กับไมโครนีเซีย วันต่อมาระบบพัฒนาขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนทางตะวันออกของเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ และมีการเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกอย่างช้า ๆ ต่อมาศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ออกการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อน ขณะที่การพาความร้อนเริ่มเข้าบังศูนย์กลาง วันต่อมา PAGASA ได้จัดให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนตามมาตราของหน่วยงาน และให้ชื่อท้องถิ่นกับระบบว่า อัมโบ (Ambo) นับว่าเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกแรกของฤดูกาลที่เข้าสู่พื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงาน[6] โดย PAGASA ตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มสัญญาณเตือน เนื่องจากตัวระบบที่มีกำลังอ่อน[7] วันต่อมา ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ปรับให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และให้รหัสว่า 01W[8] ตัวพายุยังคงทวีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่อมากรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นปรับให้ระบบเป็นพายุโซนร้อน และให้ชื่อว่า หว่องฟ้ง (Vongfong)[9] หลังจากนั้นไม่นาน ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมก็ปรับให้ระบบเป็นพายุโซนร้อนเช่นกัน[10] จากสภาพแวดล้อมที่ดีคือมีลมเฉือนต่ำ อุณหภูมิน้ำทะเล 29 ถึง 30 องศาเซลเซียส และมีกระแสพัดออกที่ดี ทำให้พายุหว่องฟ้งมีการทวีกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นของวันที่ 13 พฤษภาคม[11] จากนั้นไม่นาน กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับให้หว่องฟ้งเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง และต่อมาศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมก็ปรับให้พายุเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 ที่ความเร็วลม 130 กม./ชม. ด้วย และยังระบุว่าตัวโครงสร้างพายุมีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับให้หว่องฟ้งเป็นพายุไต้ฝุ่นในวันเดียวกันนี้[11] ไม่นานนัก JTWC ได้ปรับให้พายุหว่องฟ้งเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 2 เมื่อตาพายุเริ่มปรากฏชัดขึ้น และอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พายุหว่องฟ่งได้บรรลุถึงความรุนแรงระดับพายุไต้ฝุ่นระดับ 3[12] หว่องฟ้งเกิดวัฏจักรการแทนที่กำแพงตาและอ่อนกำลังลงกลับไปเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 2 แต่หว่องฟ้งสิ้นสุดวัฏจักรดังกล่าวอย่างรวดเร็ว และได้ทวีกำลังกลับขึ้นมาเป็นระดับที่ 3 อีกครั้งหนึ่ง วันที่ 14 พฤษภาคม เวลา 12:15 น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศฟิลิปปินส์ พายุหว่องฟ้งพัดขึ้นฝั่งในเมืองซันโปลิการ์โป จังหวัดซีลางังซามาร์[13] และอ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่องขณะมีการเคลื่อนตัวผ่านช่องแคบติเกา และเข้าใกล้กับจังหวัดซอร์โซโกนมากขึ้น[14] วันต่อมา PAGASA พบว่าพายุพัดขึ้นฝั่งเพื่มอีกห้าแห่ง ได้แก่ เกาะดาลูปิริ เกาะกาปูล เกาะติเกา เกาะบูรีอัส และเมืองซันอันเดรส จังหวัดเคโซน ในคาบสมุทรบนด็อกของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์[15] พายุหว่องฟ้งอ่อนกำลังลงจากการพัดขึ้นฝั่งหลายที่ วันที่ 15 พฤษภาคม กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับให้พายุไต้ฝุ่นหว่องฟ้งเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง[16] ส่วนศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ปรับให้ระบบเป็นพายุโซนร้อน พายุโซนร้อนกำลังแรงหว่องฟ้งทำให้เกิดฝนตกหนักและลมแรงในพื้นที่เมโทรมะนิลา ซึ่งเป็นเขตเมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์ รวมถึงบริเวณอื่นของเกาะลูซอนด้วย ต่อมาพายุหว่องฟ้งพัดขึ้นฝั่งครั้งที่ 7 ที่เมืองรียัล จังหวัดเคโซน และมุ่งหน้าเข้าไปบนแผ่นดินของเกาะลูซอน ทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างมากไปทั่วเขตกิตนางลูโซน[17][18] ต่อมาพายุหว่องฟ้งอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนขณะกำลังอยู่บนแผ่นดินของเกาะลูซอน ต่อมาวันที่ 16 พฤษภาคม พายุหว่องฟ้งเคลื่อนตัวออกจากเกาะลูซอนลงสู่ทะเลฟิลิปปินตะวันตก ทางด้านตะวันตกของจังหวัดตีโมกอีโลโคส หลังจากที่พายุหว่องฟ้งโจมตีหลายพื้นที่ของประเทศฟิลิปปินส์ไปแล้ว ตัวพายุได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน ขณะที่ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมปรับให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และออกคำเตือนฉบับสุดท้ายพร้อมกันนั้นเลย แม้ว่ากรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยังคงจัดให้ตัวพายุเป็นพายุโซนร้อนอยู่ ในที่สุดทางกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นก็ได้ปรับให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และออกคำเตือนฉบับสุดท้ายให้กับพายุ

ในการเตรียมรับมือพายุของประเทศฟิลิปปินส์ มีการประกาศการเตือนภัยระดับ 3 ทั่วจังหวัดซีลางังซามาร์และบางส่วนของจังหวัดฮีลากังซามาร์[19] มีการสั่งอพยพประชาชนกว่าหมื่นครอบครัวในบริเวณซามาร์ออกไปยังศูนย์อพยพ และเนื่องจากการระบาดทั่วของโรค COVID-19 ทำให้ศูนย์อพยพรับผู้อพยพได้เพียงครึ่งหนึ่งของความจุเท่านั้น และยังมีการร้องขอให้มีการสวมหน้ากากเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสด้วย[20] โดยสภาการจัดการและลดความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งชาติฟิลิปปินส์ (NDRRMC) ได้ระบุว่า พายุไต้ฝุ่นหว่องฟ้งหรืออัมโบในท้องถิ่นสร้างความเสียหายต่อการเกษตร 79.9 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ (1.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 50.5 ล้านบาท) และทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 4 คน ณ วันที่ 17 พฤษภาคม[21]

พายุโซนร้อนนูรีแก้ไข

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (TMD)
พายุโซนร้อน (SSHWS)
   
ระยะเวลา 10 – 14 มิถุนายน
ความรุนแรง 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
996 mbar (hPa; 29.41 inHg)
ชื่อท้องถิ่นของ PAGASA (ฟิลิปปินส์): บุตโชย

วันที่ 10 มิถุนายน กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเริ่มติดตามพายุดีเปรสชันเขตร้อนกำลังอ่อน ที่ก่อตัวขึ้นทางตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ หลายวันต่อมา PAGASA ได้เริ่มติดตามระบบเช่นกัน และให้ชื่อท้องถิ่นกับระบบว่า บุตโชย (Butchoy)[22][23] โดย PAGASA ระบุว่าพายุดีเปรสชันเขตร้อนบุตโชยพัดขึ้นฝั่งครั้งแรกบนเกาะโปลิลโลในเวลา 17:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น และพัดขึ้นฝั่งครั้งที่สองในเมืองอินฟันตาในอีกไม่นานนัก ต่อมาศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ออกการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนให้กับระบบ

พายุทำให้เกิดอุทกภัยเป็นบริเวณกว้างทั่วประเทศฟิลิปปินส์ ขณะที่เคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอนและเสริมกำลังให้กับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ หลังจากนั้นไม่นาน ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ปรับให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และให้รหัสว่า 02W โดย 02W ได้เริ่มทวีกำลังแรงขึ้นในทะเลฟิลิปปินตะวันตก และกลายเป็นพายุโซนร้อนและได้รับชื่อ นูรี (Nuri) จากกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นในวันที่ 12 มิถุนายน

นูรีทวีกำลังแรงขึ้นอยู่ภายในทะเลจีนใต้ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้วิเคราะห์ว่าระบบมีความเร็วลม 75 กม./ชม. วันที่ 13 มิถุนายน ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ปรับให้นูรีเป็นพายุโซนร้อน อย่างไรก็ตาม ในวันถัดไป ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นและศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมต่างปรับลดความรุนแรงของนูรีเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน จากนั้นระบบได้เคลื่อนขึ้นฝั่งใกล้กับเมืองหยางเจียง โดยศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ออกคำเตือนฉบับสุดท้ายในเวลาต่อมา[24]

พายุโซนร้อนซินลากูแก้ไข

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (TMD)
พายุโซนร้อน (SSHWS)
   
ระยะเวลา 31 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม
ความรุนแรง 65 กม./ชม. (40 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
992 mbar (hPa; 29.29 inHg)

วันที่ 29 กรกฎาคม พื้นที่ความแปรปรวนในเขตร้อนอยู่ห่างจากมะนิลา ฟิลิปปินส์ปทางตะวันออกหลายร้อยกิโลเมตร ตัวระบบเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกมุ่งหน้าสู่ทะเลจีนใต้ บริเวณทะเลจีนใต้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา เนื่องจากหน้าปะทะอากาศเหมยหยูที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีนั้นอ่อนกำลังลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน ในช่วงต้นของวันที่ 31 กรกฎาคม ตัวพายุดีเปรสชันเขตร้อนพยายามรวบรวมการจัดระบบ เนื่องจากอยู่ใกล้กับแผ่นดินและการไหลเวียนระดับต่ำที่ศูนย์กลสงนั้นถูกเผยออกในวันที่ 31 กรกฎาคม จากนั้นช่วงต้นของวันที่ 1 สิงหาคม พายุดีเปรสชันได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน และได้รับชื่อว่า ซินลากู (Sinlaku)

พายุไต้ฝุ่นฮากูปิตแก้ไข

ฮากูปิต
สถานะปัจจุบันของพายุ
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุไต้ฝุ่น (TMD)
พายุไต้ฝุ่นระดับ 1 (SSHWS)
 
ภาพถ่ายดาวเทียม
 
แผนที่พยากรณ์
วันที่ 3 สิงหาคม เวลา 09:00 UTC
(เวลา 16:00 น. ตามเวลาประเทศไทย)
ตำแหน่ง: 26°36′N 122°06′E / 26.6°N 122.1°E / 26.6; 122.1 (ฮากูปิต)

ในทะเลจีนตะวันออก
ห่างจากไทเป ไต้หวัน ไปทางทิศตะวันออก
ที่ระยะประมาณ 114 ไมล์ทะเล (211 กม.; 131 ไมล์)

ลม: 120 กม./ชม. (65 นอต) (เฉลี่ย 10 นาที)
120 กม./ชม. (65 นอต) (เฉลี่ย 1 นาที)
ลมกระโชกถึง 175 กม./ชม. (95 นอต)
ความกดอากาศ: 980 เฮกโตปาสกาล (28.94 นิ้วปรอท)
ทิศทาง: เคลื่อนตัวไปทางทิศ NNW   ด้วยความเร็ว 15 นอต (28 กม./ชม.; 17 ไมล์/ชม.)
ชื่อท้องถิ่นของ PAGASA (ฟิลิปปินส์): ดินโด

วันที่ 1 สิงหาคม กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเริ่มเฝ้าติดตามพายุดีเปรสชันเขตร้อนกำลังอ่อนที่ก่อตัวขึ้นในตอนบนของทะเลฟิลิปปิน โดย PAGASA ได้จัดให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และให้ชื่อว่า ดินโด (Dindo)[25] จากนั้นศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ปรับให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และให้รหัสเรียกว่า 03W

พายุดีเปรสชันเขตร้อนแก้ไข

รายการพายุหมุนเขตร้อนที่มีความรุนแรงสูงสุดเป็นเพียงพายุดีเปรสชัน โดยอาจเป็นพายุที่มีรหัสเรียกตามหลังด้วยตัวอักษร W โดยศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม หรืออาจได้รับชื่อท้องถิ่นจากสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) แต่ไม่ถูกตั้งชื่อตามเกณฑ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวระบุเพียงแต่คำว่า TD (Tropical Depression) หรือพายุดีเปรสชันเท่านั้น

พายุดีเปรสชันเขตร้อนแก้ไข

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
   
ระยะเวลา 11 – 15 กรกฎาคม
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)
ชื่อท้องถิ่นของ PAGASA (ฟิลิปปินส์): การีนา

หลังจากหนึ่งเดือนที่ไม่มีกิจกรรมพายุ กลุ่มเมฆได้เริ่มก่อตัวขึ้นในทะเลฟิลิปปิน ซึ่งหย่อมความกดอากาศต่ำได้เริ่มจัดระบบขึ้น โดยศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ให้คำนิยามกับระบบว่าเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง (invest) ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นประกาศให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน ขณะที่ PAGASA ได้ปรับให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และให้ชื่อท้องถิ่นว่า การีนา (Carina)[26]

พายุดีเปรสชันเขตร้อนแก้ไข

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
พายุดีเปรสชันกึ่งเขตร้อน (SSHWS)
   
ระยะเวลา 27 – 29 กรกฎาคม
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (เฉลี่ย 10 นาที)
1010 mbar (hPa; 29.83 inHg)

วันที่ 27 กรกฎาคม กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้เริ่มติดตามพายุดีเปรสชันเขตร้อนกำลังอ่อน ขณะที่ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้จัดให้ระบบเป็นพายุดีเปรสชันกึ่งเขตร้อนอย่างไม่เป็นทางการ โดยระบบเป็นระบบที่มีโอกาสในการเป็นพายุหมุนเขตร้อนต่ำ อย่างไรก็ตาม ระบบได้สลายตัวไปในช่วงต้นของวันที่ 30 กรกฎาคม โดยไม่มีผลกระทบกับบริเวณใด

รายชื่อพายุแก้ไข

ภายในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) และสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ต่างทำหน้าที่กำหนดชื่อของพายุหมุนเขตร้อนซึ่งก่อตัวภายในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ซึ่งเป็นผลให้พายุหมุนเขตร้อนอาจมีสองชื่อ[27] RSMC โตเกียวโดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น — ศูนย์ไต้ฝุ่นจะกำหนดชื่อสากลให้กับพายุหมุนเขตร้อนในนามของคณะกรรมการไต้ฝุ่นขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ซึ่งพวกเขาจะประมาณความเร็วลมเฉลี่ยภายใน 10 นาทีของพายุหมุนเขตร้อน หากมีความเร็วลมถึง 65 กม./ชม. (40 mph) พายุหมุนเขตร้อนดังกล่าวจะได้รับชื่อ[28] ส่วน PAGASA จะกำหนดชื่อให้กับพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งเคลื่อนตัวเข้าหรือก่อตัวขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนภายในพื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์ มีขอบเขตอยู่ระหว่างเส้นเมริเดียนที่ 135°ดะวันออก ถึง 115°ตะวันออก และระหว่างเส้นขนานที่ 5°เหนือ ถึง 25°เหนือ แม้ว่าพายุหมุนเขตร้อนลูกนั้นจะได้รับชื่อสากลแล้วก็ตาม[27] โดยชื่อของพายุหมุนเขตร้อนที่มีนัยสำคัญจะถูกถอนโดยทั้ง PAGASA และ คณะกรรมการไต้ฝุ่น[28] ในระหว่างฤดูกาล หากรายชื่อของภูมิภาคฟิลิปปินส์ที่เตรียมไว้ถูกใช้จนหมด PAGASA จะใช้ชื่อจากรายชื่อเพิ่มเติม ซึ่งถูกกำหนดขึ้นไว้ในแต่ละฤดูกาลมาใช้กับพายุหมุนเขตร้อนแทนชื่อที่หมดไป

ชื่อสากลแก้ไข

กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) จะเป็นหน่วยงานที่กำหนดชื่อให้กับพายุหมุนเขตร้อน เมื่อระบบได้รับการประมาณว่า มีความเร็วลมเฉลี่ยภายใน 10 นาที ที่ 65 กม./ชม. (40 mph)[29] โดย JMA จะคัดเลือกชื่อจากรายการ 140 ชื่อ ซึ่งได้รับการปรับปรุงโดย 14 ประเทศสมาชิกและดินแดนของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP)/WMO คณะกรรมการไต้ฝุ่น[30] โดยรายชื่อด้านล่างจะเป็นรายชื่อ พร้อมเลขรหัสพายุถ้ามันถูกใช้ โดยชื่อที่ยังไม่ถูกใช้จะถูกทำเป็น อักษรสีเทา

ชุดที่ 3
  • หว่องฟ้ง (2001)
  • นูรี (2002)
  • ซินลากู (2003)
  • ฮากูปิต (2004) (ใช้ในปัจจุบัน)
  • ชังมี (ยังไม่ใช้)
  • เมขลา (ยังไม่ใช้)
  • ฮีโกส (ยังไม่ใช้)
  • บาหวี่ (ยังไม่ใช้)
  • ไมสัก (ยังไม่ใช้)
  • ไห่เฉิน (ยังไม่ใช้)
  • โนอึล (ยังไม่ใช้)
  • ดอลฟิน (ยังไม่ใช้)
  • คูจิระ (ยังไม่ใช้)
  • จันหอม (ยังไม่ใช้)
  • หลิ่นฟา (ยังไม่ใช้)
  • นังกา (ยังไม่ใช้)
  • โซเดล (ยังไม่ใช้)
  • โมลาเบ (ยังไม่ใช้)
  • โคนี (ยังไม่ใช้)
  • อัสนี (ยังไม่ใช้)
  • เอตาว (ยังไม่ใช้)
  • หว่ามก๋อ (ยังไม่ใช้)

ชุดที่ 4

  • กรอวาญ (ยังไม่ใช้)
  • ตู้เจวียน (ยังไม่ใช้)
  • ซูรีแค (ยังไม่ใช้)
  • ฉอยหวั่น (ยังไม่ใช้)
  • โคะงุมะ (ยังไม่ใช้)
  • จำปี (ยังไม่ใช้)
  • ยีนฟ้า (ยังไม่ใช้)
  • เจิมปากา (ยังไม่ใช้)
  • เนพาร์ตัก (ยังไม่ใช้)
  • ลูปิต (ยังไม่ใช้)
  • มีรีแน (ยังไม่ใช้)
  • นิดา (ยังไม่ใช้)
  • โอไมส์ (ยังไม่ใช้)

ฟิลิปปินส์แก้ไข

สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) จะใช้ชื่อของตัวเองหากมีพายุใดก่อตัวหรือเคลื่อนผ่านพื้นที่รับผิดชอบของตน[31] โดยชื่อที่ใช้ถูกนำมาจากรายชื่อ เป็นรายชื่อเดียวกับที่ถูกใช้ไปในฤดูกาล ค.ศ. 2016 (พ.ศ. 2559) และมีกำหนดจะถูกนำมาใช้อีกครั้งในฤดูกาล ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) ด้วย[31] ซึ่งรายชื่อทั้งหมดเหมือนเดิมกับครั้งก่อน เว้น กริสตีน (Kristine), เลโอน (Leon) และนีกา (Nika) ที่ถูกนำมาแทน กาเรน (Karen) ลาวิน (Lawin) และนีนา (Nina) ที่ถูกถอนไป[31] โดยชื่อที่ยังไม่ถูกใช้จะทำเป็น อักษรสีเทา

  • อัมโบ (Ambo)
  • บุตโชย (Butchoy)
  • การีนา (Carina)
  • ดินโด (Dindo) (ใช้ในปัจจุบัน)
  • เอนเตง (Enteng) (ยังไม่ใช้)
  • เฟร์ดี (Ferdie) (ยังไม่ใช้)
  • เฮร์เนอร์ (Gener) (ยังไม่ใช้)
  • เฮเลน (Helen) (ยังไม่ใช้)
  • อินเม (Igme) (ยังไม่ใช้)
  • ฮูเลียน (Julian) (ยังไม่ใช้)
  • กริสตีน (Kristine) (ยังไม่ใช้)
  • เลโอน (Leon) (ยังไม่ใช้)
  • มาร์เซ (Marce) (ยังไม่ใช้)
  • นีกา (Nika) (ยังไม่ใช้)
  • โอเฟล (Ofel) (ยังไม่ใช้)
  • เปปีโต (Pepito) (ยังไม่ใช้)
  • กินตา (Quinta) (ยังไม่ใช้)
  • รอลลี (Rolly) (ยังไม่ใช้)
  • โชนี (Siony) (ยังไม่ใช้)
  • โตนโย (Tonyo) (ยังไม่ใช้)
  • ยูลิสซีส (Ulysses) (ยังไม่ใช้)
  • บิกกี (Vicky) (ยังไม่ใช้)
  • วอร์เรน (Warren) (ยังไม่ใช้)
  • โยโยง (โยโยง) (ยังไม่ใช้)
  • โซซีโม (Zosimo) (ยังไม่ใช้)

รายชื่อเพิ่มเติม

  • อาลักดัน (Alakdan) (ยังไม่ใช้)
  • บัลโด (Baldo) (ยังไม่ใช้)
  • กลารา (Clara) (ยังไม่ใช้)
  • เดนซีโย (Dencio) (ยังไม่ใช้)
  • เอสโตง (Estong) (ยังไม่ใช้)
  • เฟลีเป (Felipe) (ยังไม่ใช้)
  • โกเมอร์ (Gomer) (ยังไม่ใช้)
  • เฮลิง (Heling) (ยังไม่ใช้)
  • อิสมาเอล (Ismael) (ยังไม่ใช้)
  • ฮูลีโย (Julio) (ยังไม่ใช้)

ผลกระทบแก้ไข

ตารางนี้รวมเอาทั้งหมดของระบบพายุที่ก่อตัวภายใน หรือ เคลื่อนตัวเข้ามาในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ทางฝั่งตะวันตกของเส้นแบ่งวันสากล ภายในปี พ.ศ. 2563 ตารางนี้ยังมีภาพรวมของความรุนแรงของระบบ ระยะเวลา บริเวณที่มีผลกระทบกับแผ่นดิน และจำนวนความเสียหายหรือจำนวนผู้เสียชีวิตใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบพายุ

ชื่อพายุ ช่วงวันที่ ระดับความรุนแรง
ขณะมีกำลังสูงสุด
ความเร็วลม
ต่อเนื่อง
ความกดอากาศ พื้นที่ผลกระทบ ความเสียหาย
(USD)
ผู้เสียชีวิต อ้างอิง
หว่องฟ้ง 10 – 17 พฤษภาคม พายุไต้ฝุ่น 155 กม./ชม. 965 hPa (28.50 นิ้วปรอท) ปาเลา, ฟิลิปปินส์ &000000002050000000000020.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 4
สรุปฤดูกาล
1 ลูก 10 พฤษภาคม–
ฤดูกาลยังดำเนินอยู่
  155 กม./ชม. 965 hPa (28.50 นิ้วปรอท)   &000000002050000000000020.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 4


ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 Saunders, Mark; Lea, Adam (May 21, 2020). Extended Range Forecast for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2020. Tropical Storm Risk Consortium. http://www.tropicalstormrisk.com/docs/TSRNWPForecastMay2020.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ May 21, 2020. 
  2. 2.0 2.1 Saunders, Mark; Lea, Adam (July 9, 2020). July Forecast Forecast Update for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2020. Tropical Storm Risk Consortium. http://www.tropicalstormrisk.com/docs/TSRNWPForecastJul2020.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ July 9, 2020. 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 121st Climate Forum March-August 2020 (Seasonal Climate Outlook). Philippine Atmospheric Geophysical and Astronomical Services Administration. January 22, 2020. Archived from the original on July 16, 2019. https://web.archive.org/web/20190716173609/https://pubfiles.pagasa.dost.gov.ph/climps/climateforum/climateoutlook.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ March 13, 2020. 
  4. 4.0 4.1 4.2 125th Climate Forum July-December 2020 (Seasonal Climate Outlook). Philippine Atmospheric Geophysical and Astronomical Services Administration. June 24, 2020. Archived on July 16, 2019. Error: If you specify |archivedate=, you must also specify |archiveurl=. https://za.opera.news/za/en/others-natural-disaster/653876879021ad678224110233c6ea2b?news_entry_id=1dfc9d41200625en_za. เรียกข้อมูลเมื่อ June 25, 2020. 
  5. "การคาดหมายลักษณะอากาศช่วงฤดูฝนของประเทศไทย พ.ศ. 2563". กรมอุตุนิยมวิทยา. 27 เมษายน 2563. Archived from the original on 8 พฤษภาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 8 พฤษภาคม 2563.
  6. "DOST-PAGASA upgrading of LPA to Tropical Depression "AMBO"". Facebook. May 10, 2020. สืบค้นเมื่อ May 10, 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  7. "Severe Weather Bulletin #2 - Tropical Depression "AMBO"" (PDF). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. สืบค้นเมื่อ April 10, 2020.
  8. "Tropical Depression 01W Warning Nr 1". Joint Typhoon Warning Center. April 12, 2020. Archived from the original on April 12, 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  9. Shu-fen, Wang; Hsin-Yin, Lee (May 12, 2020). "Tropical Storm Vongfong likely to approach Taiwan over weekend: CWB". Focus Taiwan. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  10. "Tropical Storm 01W (Vongfong) Warning Nr 004". Joint Typhoon Warning Center. May 12, 2020. Archived from the original on May 12, 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  11. 11.0 11.1 "Severe Weather Bulletin #10 - Typhoon "AMBO" (VONGFONG)" (PDF). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration.
  12. "Typhoon 01W (Vongfong) Warning Nr 009". Joint Typhoon Warning Center. May 13, 2020. Archived from the original on May 13, 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  13. "Severe Weather Bulletin #14 for Typhoon "Ambo" (Vongfong)" (PDF). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. May 14, 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  14. "Severe Weather Bulletin #17 - Typhoon "AMBO" (VONGFONG)" (PDF). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. สืบค้นเมื่อ May 14, 2020.
  15. "Severe Weather Bulletin #20 for Typhoon "Ambo" (Vongfong)" (PDF). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. May 15, 2020. สืบค้นเมื่อ May 15, 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  16. "Severe Weather Bulletin #22 for Severe Tropical Storm "Ambo" (Vongfong)" (PDF). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. May 15, 2020. สืบค้นเมื่อ May 15, 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  17. "Severe Weather Bulletin #25 - Severe Tropical Storm "AMBO" (VONGFONG)" (PDF). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. สืบค้นเมื่อ May 15, 2020.
  18. "Severe Tropical Storm Vongfong Takes Aim at Philippine Heartland" (May 15, 2020). The New York Times. สืบค้นเมื่อ May 15, 2020.
  19. "Severe Weather Bulletin #11 - Typhoon "AMBO" (VONGFONG)" (PDF). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. สืบค้นเมื่อ May 14, 2020.
  20. Garrett, Monica (May 14, 2020). "Tens of thousands under lockdown evacuate as Typhoon Vongfong strikes Philippines". CNN International. CNN.
  21. "SitRep No.04 re Preparedness Measures for Tropical Storm AMBO" (PDF). NDRRMC. May 16, 2020.
  22. "PAGASA-DOST on Twitter". Twitter (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-06-11. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  23. http://pubfiles.pagasa.dost.gov.ph/tamss/weather/bulletin/SWB%231.pdf
  24. Update, JTWC (13 June 2020). "JTWC upgraded Nuri to a Tropical storm". Joint Typhoon Warning Center. Archived from the original on 13 June 2020. สืบค้นเมื่อ 13 June 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  25. "PAGASA-DOST on Twitter: "At 8:00 PM today, the Low Pressure Area east of Cagayan develop into Tropical Depression #DindoPH. Severe Weather Bulletin will be issued starting at 11:00 PM tonight." / Twitter". Twitter (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-07-31. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  26. "Severe Weather Bulletin #1 Tropical Depression "Carina"" (PDF). July 13, 2020. สืบค้นเมื่อ July 15, 2020. Unknown parameter |url-status= ignored (help)
  27. 27.0 27.1 Padgett, Gary. "Monthly Tropical Cyclone Summary December 1999". Australian Severe Weather. Archived from the original on 28 สิงหาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2556.
  28. 28.0 28.1 The Typhoon Committee (21 กุมภาพันธ์ 2556). "Typhoon Committee Operational Manual 2013". World Meteorological Organization. pp. 37–38. Archived from the original (PDF) on 28 สิงหาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 1 ตุลาคม 2556.
  29. http://www.typhooncommittee.org/48th/docs/item%204%20technical%20presentations/4.1.Review2015TyphoonSeason.pdf
  30. Zhou, Xiao; Lei, Xiaotu (2012). "Summary of retired typhoons within the Western North Pacific Ocean". Tropical Cyclone Research and Review. The Economic and Social Commission for Asia and the Pacific/World Meteorological Organization's Typhoon Committee. 1 (1): 23–32. doi:10.6057/2012TCRR01.03. ISSN 2225-6032. สืบค้นเมื่อ 21 ธันวาคม 2557.
  31. 31.0 31.1 31.2 "Philippine Tropical Cyclone Names". Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. สืบค้นเมื่อ 18 เมษายน 2558.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข