โบอิง 737 เป็นเครื่องบินโดยสารที่มีพิสัยบินระยะปานกลาง ลำตัวแคบ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ผลิตโดยฝ่ายผลิตเครื่องบินพาณิชย์โบอิง โดยนับตั้งแต่วันที่ได้ทดสอบการบินครั้งแรกเมื่อ 9 เมษายน พ.ศ. 2510 เครื่องรุ่น 737 มียอดสั่งผลิตมากกว่า 8,000 ลำ และมียอดส่งมอบไปแล้วมากกว่า 6,000 ลำ ถือได้ว่าเป็นเครื่องบินโดยสารที่มียอดสั่งและส่งมอบสูงสุดตลอดกาล

โบอิง 737
บทบาทอากาศยานไอพ่นลำตัวแคบ
ชาติกำเนิดสหรัฐอเมริกา
บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินพาณิชย์โบอิง
บินครั้งแรก9 เมษายน พ.ศ. 2510
เริ่มใช้10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2511
สถานะในประจำการ
ผู้ใช้งานหลักเซาท์เวสต์แอร์ไลน์
ไรอันแอร์
ยูไนเต็ดแอร์ไลน์
อเมริกันแอร์ไลน์
ช่วงการผลิตพ.ศ. 2509-ปัจจุบัน
จำนวนที่ผลิต10,844 ลำ ณ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564
มูลค่า737-100: 3.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (พ.ศ. 2511), 26.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ตอนนี้
737-200: 4.0 ล้านเหรียญสหรัฐ (พ.ศ. 2511), 28.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ตอนนี้
737-200: 5.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (พ.ศ. 2515), 30.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ตอนนี้
แบบอื่นโบอิง ที-43
พัฒนาต่อเป็นโบอิง 737 คลาสสิก
โบอิง 737NG
โบอิง 737 MAX

737 ออริจินัลแก้ไข

แรกเริ่มนั้น ตลาดเส้นทางระยะสั้นมีบีเอซี 1-11, ซัด อาวิเอชั่น คาราเวลล์ และแมคดอนเนลล์ ดักลาส ดีซี-9 ครองส่วนแบ่งอยู่ โบอิงจึงหยิบเอาโครงสร้างและระบบการทำงานของ727มาต่อยอดเพื่อลดเวลาการพัฒนาเครื่องบินใหม่ และให้เข้าแข่งขันได้ทันตามคู่แข่งรายอื่น โบอิงจึงได้ส่งรุ่น -100 และ -200 ออกมาเป็นุร่นแรกในปีพ.ศ. 2511

737-100แก้ไข

รุ่น 100 เป็นรุ่นแรกของ 737 เปิดตัวครั้งแรกในพ.ศ. 2508 โดยสายการบินลุฟต์ฮันซา ก่อนที่จะเริ่มการผลิตอย่างเป็นทางการในพ.ศ. 2510 และเริ่มให้บริการในพ.ศ. 2511 เครื่องรุ่น 100 เป็นเครื่องที่เล็กที่สุดในบรรดา 737 ทั้งหมด มียอดการส่งมอบเพียง 30 ลำก่อนการเลิกผลิต และต่อมาก็เริ่มถูกปลด ในปัจจุบัน ไม่มีการใช้เครื่องรุ่น 100 ขึ้นบินอีกแล้ว โดยองค์การสุดท้ายที่ใช้เครื่องรุ่น 100 คือ องค์การนาซา[1][2]

737-200แก้ไข

รุ่น 200 เป็นรุ่นพิเศษของรุ่น 100 โดยจะมีลำตัวเครื่องกว้างกว่า เปิดตัวครั้งแรกใน พ.ศ. 2508 โดยสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ก่อนจะเริ่มสายการผลิตใน พ.ศ. 2510 และเริ่มให้บริการใน พ.ศ. 2511 ในปัจจุบัน ยังมีธุรกิจพาณิชย์จำนวนมากที่ยังใช้เครื่องรุ่น 200 แต่ในด้านธุรกิจเครื่องบินโดยสาร รุ่น 200 เสียเปรียบรุ่นที่ใหม่กว่า เพราะรุ่น 200 ค่อนข้างจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และมีเสียงเครื่องยนต์รบกวนดัง เมื่อเทียบกับรุ่นใหม่ ดังนั้น ธุรกิจเครื่องบินโดยสารจึงลดการใช้รุ่น 200 ลงไป และในที่สุด รุ่น 200 ก็บินโดยสารครั้งสุดท้ายใน พ.ศ. 2551กับ อโลฮ่าแอร์ไลน์ (Aloha Airlines) แต่ในปัจจุบัน ก็ยังมีรุ่น 200 ให้บริการอยู่กับผู้ให้บริการแบบเช่าเหมาลำ เช่น ซีเรียแปซิฟิก และยังได้มีการนำเครื่องบินไปดัดแปลงใหม่ โดยนำที่นั่งผู้โดยสารออกส่วนหนึ่ง แล้วทำเป็นที่บรรทุกสินค้า (Combi Aircraft) ซึ่งก็ยังให้บริการกับ อะแลสกาแอร์ไลน์, แคเนเดียนนอร์ท, แอร์อินนุต, นอลินอร์ และโครโน

การพัฒนาแก้ไข

จนกระทั่งปีพ.ศ. 2523 โบอิงได้พัฒนาเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และส่งรุ่น 737 คลาสสิก ได้แก่ -300, -400 และ -500 และต่อมาในปีพ.ศ. 2536 โบอิงพัฒนารุ่น 737 เนกซ์ เจเนอเรชั่น ได้แก่ -600, -700, -800 และ -900 โดยเพิ่มขนาดของตัวเครื่อง และประสิทธิภาพการบินให้มากขึ้นเพื่อตอบโต้เอ320รุ่นใหม่ของแอร์บัส ที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดไป

737 คลาสสิกแก้ไข

737-300แก้ไข

รุ่น 300 เริ่มให้บริการครั้งแรกใน พ.ศ. 2524 โดยสายการบินยูเอสแอร์เวย์ และ เซาธ์เวสต์ แอร์ไลน์ และผลิตต่อไปจนถึง พ.ศ. 2542 โดยสายการบินสุดท้ายที่สั่งซื้อรุ่น 300 คือ แอร์นิวซีแลนด์

737-400แก้ไข

รุ่น 400 เปิดตัวในพ.ศ. 2528 ในช่วงแรกออกแบบมาเพื่อสายการบินแบบเช่าเหมาลำ สายการบิน เพียดมอตแอร์ไลน์ เป็นสายการบินแรกที่สั่งซื้อเครื่องรุ่น 400 พร้อมกันถึง 25 ลำ และออกให้บริการครั้งแรกในพ.ศ. 2531 และเครื่องบินรุ่น 400 ลำสุดท้ายถูกส่งมอบให้สายการบิน เช็กแอร์ไลน์ ในพ.ศ. 2543

ในบางสายการบิน เช่น Alaska อะแลสกาแอร์ไลน์ มีการนำเครื่องรุ่น 400 ไปดัดแปลง โดยนำที่นั่งผู้โดยสารออกส่วนหนึ่ง แล้วทำเป็นที่บรรทุกสินค้าขนาด 10 พาเลต(pallets) ทำให้แต่ละเที่ยวบิน สามารถบรรทุกสินค้าและรับส่งผู้โดยสารได้พร้อมกัน (Combi Aircraft)

737-500แก้ไข

เครื่องรุ่น 500 เปิดตัวครั้งแรกใน พ.ศ. 2530 โดยสายการบิน เซาท์เวสต์แอร์ไลน์[3] และออกให้บริการครั้งแรกใน พ.ศ. 2533 รุ่น 500 ออกแบบมาเพื่อทดแทนรุ่น 200 โดยตรง มีประสิทธิภาพและประหยัดน้ำมันกว่ารุ่น 200 เครื่องรุ่น 500 ลำสุดท้ายถูกส่งมอบให้สายการบิน ออล นิปปอน แอร์เวย์ เมื่อ พ.ศ. 2542

รุ่น 500 เป็นที่นิยมในวงการสายการบินรัสเซีย สายการบินสัญชาติรัสเซียจำนวนมากรับซื้อเครื่องรุ่น 500 มือสอง เพื่อนำไปทดแทนเครื่องบินที่ผลิตในประเทศ หรือบ้างก็เพื่อทดแทนเครื่องรุ่น 200 ที่มีอยู่เดิม

737 Next Generationแก้ไข

ในช่วงหลังการเปิดตัวรุ่น 500 แอร์บัส เอ 320 ได้เข้ามาเป็นที่นิยมในวงกว้างแทนโบอิง 737 ทำให้โบอิงต้องปรับปรุง 737 ครั้งใหญ่ เพื่อตีตื้นแอร์บัส หลังการทดลองและวิจัย ก็ได้ออกเครื่องรุ่นใหม่กว่าออกมา มีคุณสมบัติเหนือกว่ารุ่นเดิม เช่น

  • ใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ CFM56-7 เทอร์โบแฟน ประหยัดเชื้อเพลิงกว่าเดิมประมาณ 6.5%
  • พิสัยการบินไกลกว่ารุ่น 500 ถึง 1200 กิโลเมตร
  • เพิ่มความจุถังเชื้อเพลิง และน้ำหนักบรรทุกสูงสุด
  • เกจบนห้องนักบินเปลี่ยนเป็นหน้าปัทม์ดิจิตอล LCD เป็นต้น

737-600แก้ไข

รุ่น 600 เปิดตัวครั้งแรกใน พ.ศ. 2538 โดยสายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ซิสเต็ม และเปิดให้บริการในพ.ศ. 2541

737-700แก้ไข

รุ่น 700 เป็นรุ่นแรกของ 737 NG เปิดตัวใน พ.ศ. 2536 เปิดให้บริการครั้งแรกใน พ.ศ. 2541 โดยสายการบินเซาท์เวสต์แอร์ไลน์[4]

737-800แก้ไข

รุ่น 800 เปิดตัวใน พ.ศ. 2537 โดยสายการบิน Hapeg-Lloyd Flug (ตุยฟลายแอร์ไลน์ ในปัจจุบัน) และเปิดให้บริการใน พ.ศ. 2541

737-900แก้ไข

รุ่น 900 เป็นรุ่นที่ลำตัวเครื่องยาวที่สุด และทรงพลังมากที่สุด เปิดตัวเมื่อ พ.ศ. 2540 โดยสายการบินอะแลสกาแอร์ไลน์ และได้รับมอบเครื่องบินใน พ.ศ. 2544

737 MAXแก้ไข

โบอิง 737 MAX เป็นตระกูลใหม่ของโบอิ้ง 737 ซึ่งผลิตโดยเครื่องบินพาณิชย์โบอิ้ง เพื่อนำมาแข่งขันกับเครื่องบินในตระกูลแอร์บัส เอ320นีโอ โดยจะมีการการเปลี่ยนแปลงมากกว่ารุ่นเก่า ๆ เช่น

  • เครื่องยนต์ CFM International LEAP-1B ใหม่ที่ดีกว่า
  • ลำตัวและปีกของเครื่องบินโดยรวม
  • ระบบปฏิบัติการบินที่มีความทันสมัยมากขึ้น

โดยโบอิง 737 MAX ลำแรกถูกส่งมอบในปี 2017, 50 ปีหลังจากโบอิ้ง 737 ลำแรกออกบิน โบอิ้งมีคำสั่งซื้อ 737 MAX 1,285 ลำ ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2013[5] รุ่นที่ใหญ่กว่าและเล็กกว่ามีความจุและช่วงที่แตกต่างกัน

หลังจากการตกของเครื่องบิน MAX 8 สองครั้งในเดือนตุลาคม 2018 และเดือนมีนาคม 2019 หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกได้สั่งให้สายการบินหยุดใช้เครื่องบิน MAX 8 และ MAX 9 จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2020

737 MAX 7แก้ไข

รุ่น MAX 7 ซึ่งเป็นรุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดในตระกูล 737 MAX โดยมีพื้นฐานมาจาก 737-700 บินได้ไกลกว่า 1,000 ไมล์ทะเล (1,900 กม.) และรองรับที่นั่งอีกสองแถวโดยลดค่าเชื้อเพลิงต่อที่นั่ง 18%[6] [7]โดยรุ่น MAX 7 เปิดตัวกับเซาท์เวสต์แอร์ไลน์ ในเดือนมกราคม 2019 แต่สายการบินได้เลื่อนคำสั่งซื้อเหล่านี้ออกไปจนถึงปี 2023–2024[8][9] รุ่น MAX 7 จะเข้ามาแทนที่ รุ่น 700 และคาดว่าจะบรรทุกผู้โดยสารได้ 12 คนและบินได้ไกลกว่าแอร์บัส เอ319นีโอประมาณ 400 ไมล์ทะเล (740 กม.)โดยมีต้นทุนการดำเนินงานลดลง 7% ต่อที่นั่ง[10]

737 MAX 8แก้ไข

รุ่น MAX 8 หรือรุ่น MAX 200 เป็นรุ่นแรกของตระกูล 737 MAX โดยมีลำตัวที่ยาวกว่า MAX 7 รุ่น MAX 8 เปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2017 กับ มาลินโดแอร์[11] ซึ่งจะเข้ามาแทนที่ 737-800 และแข่งขันกับ แอร์บัส เอ320นีโอ

737 MAX 200 ซึ่งเป็นรุ่นความจุสูงของ 737 MAX 8 ได้เปิดตัวในเดือนกันยายน 2014 และได้รับการตั้งชื่อสำหรับที่นั่งสำหรับผู้โดยสารได้ถึง 200 คนในรูปแบบชั้นเดียวที่มีที่นั่งแบบเพรียวบางซึ่งต้องใช้ประตูทางออกคู่พิเศษ MAX 200 จะประหยัดต้นทุนได้มากกว่า 20% ต่อที่นั่ง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ต่ำกว่า MAX 8 5% และจะเป็นรุ่นแคบที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในตลาดเมื่อเข้าสู่บริการ[12] ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2018 เครื่องบินรุ่น MAX 8, ลำแรกจาก 135 ลำแรก ไรอันแอร์ ได้สั่งซื้อเครื่องบินลำแรกในรูปแบบที่นั่ง 197 ที่นั่ง[13] มีการบินครั้งแรกจาก เรนทอน เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2019 และมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2019[14][15]

737 MAX 9แก้ไข

737 MAX 9 ซึ่งเป็นรุ่นขยายของ MAX 8 ได้เปิดตัวพร้อมกับคำสั่งซื้อเครื่องบิน 201 ลำในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยเปิดตัวในวันที่ 7 มีนาคม 2017 และเที่ยวบินแรกในวันที่ 13 เมษายน 2017 [16] ได้รับการรับรองโดยกุมภาพันธ์ 2018[17] ลูกค้าเปิดตัว, ไลอ้อนแอร์ กรุ๊ป, รับ MAX 9 เครื่องแรกเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561 ก่อนเข้าให้บริการกับไทยไลอ้อนแอร์[18] 737 MAX 9 จะเข้ามาแทนที่ 737-900 และแข่งขันกับ แอร์บัส เอ321นีโอ

737 MAX 10แก้ไข

รุ่น MAX 10 ได้รับการเสนอให้เป็น MAX 9 แบบขยายได้ในช่วงกลางปี 2016 โดยสามารถรองรับได้ 230 ที่นั่งในชั้นเดียวหรือ 189 ที่นั่งในรูปแบบสองชั้น เมื่อเทียบกับ 193 ในที่นั่งแบบสองชั้นของแอร์บัส เอ321นีโอ (รุ่น MAX 10 ยังอยู่ระหว่างการทดสอบ)

โดยรุ่น MAX 10 ได้ขึ้นบินครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2021[19] และได้มีคำสั่งซื้อจากหลายสายการบินทั่วโลกเพื่อนำมาให้บริการในอนาคตต่อไป

ข้อมูลจำเพาะแก้ไข

ข้อมูล 737-100 737-400 737-500 737-600 737-700 737-800 737 MAX 7 737 MAX 8 737 MAX 9 737 MAX 10
นักบิน (ขั้นต่ำ) 2
ความจุผู้โดยสาร 118 (ชั้นประหยัด) 168 (ชั้นประหยัด) 132 (ชั้นประหยัด) 149 (ชั้นประหยัด) 189 (ชั้นประหยัด) 172 (ชั้นประหยัด) 210 (ชั้นประหยัด) 220 (ชั้นประหยัด) 230 (ชั้นประหยัด)
ความยาว 28.6 เมตร
(94 ฟุต)
36.5 เมตร
(119 ฟุต 6 นิ้ว)
31.1 เมตร
(101 ฟุต 8 นิ้ว)
31.2 เมตร
(102 ฟุต 6 นิ้ว)
33.6 เมตร
(110 ฟุต 4 นิ้ว)
39.5 เมตร
(129 ฟุต 6 นิ้ว)
35.56 เมตร
(116 ฟุต 8 นิ้ว)
39.47 เมตร
(129 ฟุต 6 นิ้ว)
42.16เมตร
(13 ฟุต4 นิ้ว)
43.8 เมตร
(143 ฟุต 8 นิ้ว)
ความกว้างของปีก 28.3 เมตร
(93 ฟุต)
28.9 เมตร
(94 ฟุต 8 นิ้ว)
34.3 เมตร
(112 ฟุต 7 นิ้ว)
34.3 เมตร
(112 ฟุต 7 นิ้ว)
34.3 เมตร
(112 ฟุต 7 นิ้ว)
35.92 เมตร
(117 ฟุต 10 นิ้ว)
ความสูง 11.3 เมตร
(37 ฟุต)
11.1 เมตร
(36 ฟุต 5 นิ้ว)
12.6 เมตร
(41 ฟุต 3 นิ้ว)
12.5 เมตร
(41 ฟุต 2 นิ้ว)
12.3 เมตร
(40 ฟุต 4 นิ้ว)
ความกว้างของลำตัวเครื่อง 3.76 เมตร (12 ฟุต 4 นิ้ว)
น้ำหนักบรรทุกเปล่า 28,120 กิโลกรัม
(61,864 ปอนด์)
33,200 กิโลกรัม
(73,040 ปอนด์)
31,300 กิโลกรัม
(68,860 ปอนด์)
36,378 กิโลกรัม
(80,031 ปอนด์)
38,147 กิโลกรัม
(84,100 ปอนด์)
41,413 กิโลกรัม
(91,108 ปอนด์)
45,070 กิโลกรัม
(99,360 ปอนด์)
น้ำหนักสูงสุดขณะนำเครื่องขึ้น 49,190 กิโลกรัม
(108,218 ปอนด์)
68,050 กิโลกรัม
(149,710 ปอนด์)
60,550 กิโลกรัม
(133,210 ปอนด์)
66,000 กิโลกรัม
(145,500 ปอนด์)
70,080 กิโลกรัม
(154,500 ปอนด์)
79,010 กิโลกรัม
(174,200 ปอนด์)
80,286 กิโลกรัม (177,000 ปอนด์) 82,644 กิโลกรัม
(182,200 ปอนด์)
88,314 กิโลกรัม
(194,700 ปอนด์)
89,765 กิโลกรัม (197,900ปอนด์)
น้ำหนักสูงสุดขณะนำเครื่องลง 44,906 กิโลกรัม
(99,000 ปอนด์)
56,246 กิโลกรัม
(124,000 ปอนด์)
49,895 กิโลกรัม
(110,000 ปอนด์)
55,112 กิโลกรัม
(121,500 ปอนด์)
58,604 กิโลกรัม
(128,928 ปอนด์)
66,361 กิโลกรัม
(146,300 ปอนด์)
น้ำหนักบรรทุกโดยไม่บรรจุเชื้อเพลิง 40,824 กิโลกรัม
(90,000ปอนด์)
53,070 กิโลกรัม
(117,000ปอนด์)
46,720 กิโลกรัม
(103,000ปอนด์)
51,936 กิโลกรัม
(114,500ปอนด์)
55,202 กิโลกรัม
(121,700ปอนด์)
62,732

กิโลกรัม
(138,300ปอนด์)

45,070 กิโลกรัม
(99,360ปอนด์)
ความจุห้องสินค้า 18.4 ตร.ม.
(650 ตร.ฟ.)
38.9 ตร.ม.
(1,373 ตร.ฟ.)
23.3 ตร.ม.
(822 ตร.ฟ.)
21.4 ตร.ม.
(756 ตร.ฟ.)
27.3 ตร.ม.
(966 ตร.ฟ.)
45.1 ตร.ม.
(1,591 ตร.ฟ.)
32.3 ตร.ม.
(1,139 ตร.ฟ.)
43.6 ตร.ม.
(1,540 ตร.ฟ.)
51.3 ตร.ม.
(1,811 ตร.ฟ.)
55.5 ตร.ม.
(1,961 ตร.ฟ.)
เพดานบิน 10,510 เมตร
35,000 ฟุต
11,000 เมตร
37,000 ฟุต
12,300 เมตร
41,000 ฟุต
12,000 เมตร
(41,000 ฟุต)
ความเร็วปกติ 0.77 มัก 0.78 มัก 0.785 มัก 0.79 มัค
ความเร็วสูงสุด 0.82 มัก
พิสัยบิน เมื่อบรรทุกเต็มลำ 3,440 กิโลเมตร (1,860 ไมล์ทะเล) 4,005 กิโลเมตร (2,165 ไมล์ทะเล) 4,444 กิโลเมตร (2,402 ไมล์ทะเล) 5,648 กิโลเมตร (3,050 ไมล์ทะเล) 6,230 กิโลเมตร (3,365 ไมล์ทะเล)
(5,510 ไมล์ทะเล สำหรับรุ่น อีอาร์)
5,665 กิโลเมตร (3,060 ไมล์ทะเล) 7,130กิโลเมตร (3,850 ไมล์ทะเล) 6,570 กิโลเมตร (3,550 ไมล์ทะเล) 6,570กิโลเมตร (3,550 ไมล์ทะเล) 6,110 กิโลเมตร (3,300 ไมล์ทะเล)
ผู้ผลิตเครื่องยนต์ แพร็ตและวิตนีย์ ซีเอฟเอ็ม อินเตอร์เนชั่นเนล
ชนิดเครื่องยนต์ (x2) JT8D-7 56-3B-2 56-3B-1 56-7B20 56-7B26 56-7B27 LEAP-1B
แรงผลักดัน สูงสุด 19,000

ปอนด์ฟอร์ซ

22,000

ปอนด์ฟอร์ซ

20,000

ปอนด์ฟอร์ซ

20,600

ปอนด์ฟอร์ซ

26,300

ปอนด์ฟอร์ซ

27,300

ปอนด์ฟอร์ซ

การส่งมอบแก้ไข

2564 2563 2562 2561 2560 2559 2558 2557 2556 2555 2554 2553 2552 2551 2550 2549 2548 2547 2546 2545 2544 2543 2542 2541 2540 2539 2538


230 43 127 580 529 490 495 485 440 415 372 376 372 29 330 302 212 202 173 223 299 282 320 2822 135 76 89
2537 2536 2535 2534 2533 2532 2531 2530 2529 2528 2527 2526 2525 2524 2523 2522 2521 2520 2519 2518 2517 2516 2515 2514 2513 2512 2511 2510
121 152 218 215 174 146 165 161 141 115 67 82 95 108 92 77 40 25 41 51 55 23 22 29 37 114 105 4
  • ข้อมูล ณ พฤศจิกายน พ.ศ. 2564[20]

เครื่องบินที่ใกล้เคียงกันแก้ไข

เครื่องบินที่คล้ายกันแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

  1. https://en.wikipedia.org/wiki/Boeing_737#CITEREFShaw1999
  2. http://www.airfleets.net/ficheapp/plane-b737-19437.htm
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/Boeing_737#CITEREFShaw1999
  4. http://boeing.mediaroom.com/1997-12-17-First-Boeing-737-700-Goes-to-Southwest-Airlines
  5. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-11-21. สืบค้นเมื่อ 2022-01-09.
  6. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-07-11. สืบค้นเมื่อ 2022-01-09.
  7. https://www.flightglobal.com/news/articles/farnborough-boeing-confirms-737-max-7-redesign-427190/
  8. https://www.flightglobal.com/news/articles/boeing-starts-building-first-737-max-7-441830/
  9. https://www.flightglobal.com/news/articles/southwest-converts-options-for-40-more-737-max-8s-444563/
  10. http://aviationweek.com/new-civil-aircraft/boeing-begins-737-7-flight-test-program
  11. https://www.flightglobal.com/news/articles/malindo-operates-worlds-first-737-max-flight-437454/
  12. http://boeing.mediaroom.com/2014-09-08-Boeing-Launches-737-MAX-200-with-Ryanair
  13. https://www.aviation24.be/airlines/ryanair/first-boeing-737-max-200-aircraft-rolled-out-boeing-final-assembly-line/
  14. http://aviationweek.com/awincommercial/first-high-capacity-boeing-737-8-enters-flight-test
  15. https://www.flightglobal.com/news/articles/ryanair-max-to-make-debut-at-stansted-455782/
  16. http://www.seattletimes.com/business/boeing-aerospace/boeings-737-max-9-ready-for-first-flight-thursday/
  17. https://www.flightglobal.com/news/articles/boeing-737-max-9-receives-certification-445995/
  18. http://boeing.mediaroom.com/2018-03-21-Boeing-Delivers-First-737-MAX-9
  19. https://www.beartai.com/brief/worldnews/675790
  20. https://www.boeing.com/commercial/#/orders-deliveries