เปิดเมนูหลัก

ดร.สมานฉันท์ ชมภูเทพ (ชื่อเดิม: สมาน ชมภูเทพ) อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน (อบจ.) และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่รู้จักในนาม "หนานหล้า"

สมานฉันท์ ชมภูเทพ
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2547 – พ.ศ. 2551
ถัดไป ทรงชัย วงศ์สวัสดิ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 25 เมษายน พ.ศ. 2486
อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน
เสียชีวิต 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557 (71 ปี)
จังหวัดลำพูน
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
ศาสนา พุทธ

ประวัติแก้ไข

สมานฉันท์ หรือ สมาน ชมภูเทพ (หนานหล้า) เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2486 ที่บ้านป่าป๋วย หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เป็นบุตรของนายทา นางคำมูล ชมภูเทพ พี่น้องร่วมบิดา-มารดาทั้งหมด 9 คน โดยเขาเป็นบุตรคนสุดท้อง บิดาเป็นผู้นำชุมชนในหมู่บ้าน ครอบครัวทำไร่ทำนา ช่วงชีวิตในวัยเยาว์มีฐานะทางครอบครัวอยู่ในขั้นยากจน การศึกษาขั้นเริ่มแรกได้อาศัยการศึกษาที่วัดเป็นหลักโดยอาศัยอยู่กับพี่ชายซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าป๋วย ต่อมาทางบิดาได้ฝากอาศัยอยู่คุ้มของเจ้าวรทัศน์ ณ ลำพูน และศึกษาต่อที่โรงเรียนเมธีวุฒิกร ไม่นานจึงลาออกจากโรงเรียนและออกจากคุ้มเจ้า มาศึกษาต่อที่โรงเรียนช่างไม้ (ปัจจุบันคือวิทยาลัยเทคนิคลำพูน) และเป็นประธานนักเรียน และสำเร็จการศึกษาจากที่นั่น จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย[1] และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาการบริหารองค์การภาครัฐและเอกชน จากวิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

สมาฉันท์ ชมภูเทพ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ณ โรงพยาบาลลำพูน หลังจากล้มป่วยมานานร่วม 2 ปี[2]

ด้านชีวิตครอบครัว สมรสกับ สวลี นิติธรรม คณบดีคณะภาษาและการสื่อสาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(NIDA) มีบุตร-ธิดา 2 คน โดยมีบุตรชายเป็นนักการเมือง คือ นายณัฐกานต์ ชมภูเทพ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำพูน สังกัดพรรคประชาธิปัตย์[3] ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

งานการเมืองแก้ไข

สมานฉันท์ ชมภูเทพ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำพูน 7 สมัย ได้รับเลือกตั้งครั้งแรกในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2518 สังกัดพรรคกิจสังคม และได้รับเลือกตั้งติดต่อกันรวม 4 สมัย ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2529 เป็นสมัยแรกที่สอบตก ต่อจากนั้นก็ได้รับเลือกตั้ง 3 สมัยติดต่อกัน คือ ในปี พ.ศ. 2531 สังกัดพรรคเอกภาพ และการเลือกตั้ง พ.ศ. 2535 ทั้ง 2 ครั้ง สังกัดพรรคความหวังใหม่ และพรรคชาติพัฒนาตามลำดับ จากนั้นจึงได้ย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ไม่ได้รับเลือกตั้ง

ต่อมาจึงได้หันมาสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน โดยสามารถเอาชนะผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนพรรคไทยรักไทย คือ มนตรี ด่านไพบูลย์

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้ง ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง โดยแพ้ให้กับนายสงวน พงษ์มณี จากพรรคเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2556 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดเขาโดยป.ป.ช. ส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยัง อัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญา ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2542 มาตรา 97 นายสมาน ชมพูเทพ” เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน กรณีเรียก รับ เงินเป็นค่าตอบแทน ในการจัดซื้อโปรแกรมสื่อการเรียนการสอน มัลติมิเดีย ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ e - Learning เฉลิมพระเกียรติ โดยวิธีพิเศษ จากมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ครั้งที่ 1[4]

เมื่อเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2558 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดนายสมาน หรือสมาฉันท์ ชมพูเทพ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน กับพวก กรณีกล่าวหาดำเนินการขุดลอกร่องน้ำทางเรือเดินในแม่น้ำปิงโดยไม่ชอบ และผู้ว่าราชการจังหวัดรู้ว่า อบจ.ลำพูน กระทำโดยไม่ชอบด้วยหน้าที่ ไม่แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อทำการสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2550 [5]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข