ราฟาเอล นาดัล

ราฟาเอล นาดัล ปาเรรา (สเปน: Rafael Nadal Parera, ออกเสียง: [rafaˈel naˈðal paˈɾeɾa];[2] เกิด: 3 มิถุนายน ค.ศ. 1986) เป็นนักเทนนิสอาชีพชายชาวสเปน มือวางอันดับ 3 ของโลกคนปัจจุบัน เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เก่งที่สุดตลอดกาล[3][4][5] และ เป็นผู้เล่นที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นราชาแห่งคอร์ตดิน[6] นาดัลยังเป็นหนึ่งในสองผู้เล่นที่มีสถิติชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมประเภทชายเดี่ยวจำนวน 20 สมัย ร่วมกับโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (รวมทั้งสถิติชนะเลิศ เฟรนช์โอเพน 13 สมัย) เป็นหนึ่งในสองผู้เล่นที่ทำสถิติชนะเลิศรายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 มากที่สุดจำนวน 36 สมัย (สถิติร่วมกับ นอวาก จอกอวิช) และ เป็นหนึ่งในสองผู้เล่นที่สามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ครบทั้งสี่รายการรวมทั้งคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันโอลิมปิกในประเภทชายเดี่ยว (Career Golden Slam) โดยครองสถิติร่วมกับอานเดร แอกัสซี นาดัลยังถือเป็นผู้เล่นชายคนที่สองในยุคโอเพนที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ทั้งในประเภทเดี่ยวและประเภทคู่[7] (ต่อจาก นิโคลัส มาสซู ผู้เล่นชาวชิลี)[8]

ราฟาเอล นาดัล
Rafael Nadal (12054444625).jpg
นาดัลในรายการที่โดฮา ประเทศกาตาร์ ปี 2013
ชื่อเต็มราฟาเอล นาดัล ปาเรรา
ประเทศ สเปน
ถิ่นพำนักมานากอ หมู่เกาะแบลีแอริก ประเทศสเปน
วันเกิด3 มิถุนายน ค.ศ. 1986 (35 ปี)
มานากอ หมู่เกาะแบลีแอริก ประเทศสเปน
ส่วนสูง1.85 เมตร (6 ฟุต 1 นิ้ว)
เทิร์นโปรค.ศ. 2001
การเล่นมือซ้าย (แบ็กแฮนด์สองมือ)
ผู้ฝึกสอนโตนิ นาดัล
เงินรางวัล124,480,032 ดอลลาร์สหรัฐ
Official websiterafaelnadal.com
เดี่ยว
สถิติอาชีพ1,027 - 208 (83.2%)
รายการอาชีพที่ชนะ88 (สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ในประเภทชายเดี่ยว)
อันดับสูงสุดNo. 1 (18 สิงหาคม 2008)
อันดับปัจจุบันNo. 3 (14 มิถุนายน 2021)
ผลแกรนด์สแลมเดี่ยว
ออสเตรเลียนโอเพนชนะเลิศ (2009)
เฟรนช์โอเพนชนะเลิศ (2005, 2006, 2007, 2008, 2010, 2011, 2012, 2013, 2014, 2017, 2018, 2019, 2020)
วิมเบิลดันชนะเลิศ (2008, 2010)
ยูเอสโอเพนชนะเลิศ (2010, 2013,2017, 2019)
Other tournaments
Tour Finalsรองชนะเลิศ (2010, 2013)
Olympic GamesGold medal.svg เหรียญทอง (2008)
คู่
สถิติอาชีพ137-74
รายการอาชีพที่ชนะ11
อันดับสูงสุดNo. 26 (8 สิงหาคม 2005)
อันดับปัจจุบันNo. 515 (26 เมษายน 2021)[1]
ผลแกรนด์สแลมคู่
ออสเตรเลียนโอเพน3R (2004, 2005)
วิมเบิลดัน2R (2005)
ยูเอสโอเพนSF (2004)
Team Competitions
Davis Cupชนะเลิศ (2004, 2008, 2009, 2011, 2019)
อัปเดตล่าสุดเมื่อ: 26 เมษายน 2021
สถิติเหรียญรางวัล
ตัวแทนของ ธงของประเทศสเปน สเปน
เทนนิสประเภทชาย
เหรียญทอง - ชนะเลิศ 2008 กรุงปักกิ่ง ประเภทเดี่ยว
เหรียญทอง - ชนะเลิศ 2016 กรุงรีโอเดจาเนโร ประเภทคู่

ตั้งแต่วัยเด็กจนถึง ค.ศ. 2017 เขาอยู่ภายใต้การฝึกสอนและการดูแลของ โตนี นาดัล คุณลุงของเขา[9] นาดัลเริ่มสร้างชื่อเสียงด้วยการทำผลงานได้อย่างโดดเด่นโดยเขาขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 2 ของโลกได้ในวัยเพียง 19 ปี และ สามารถชนะเลิศแกรนด์สแลมเฟรนช์โอเพนได้เป็นครั้งแรกรวมทั้งรายการเอทีพี มาสเตอร์ ได้ถึง 6 รายการในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้เขาเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในขณะนั้น เขาเป็นมือวางอันดับ 2 ของโลกนานถึง 160 สัปดาห์ติดต่อกันโดยมีเฟเดอเรอร์เป็นมือวางอันดับ 1 ในขณะนั้น ต่อมาเขาสามารถแย่งตำแหน่งมือวางอันดับ 1 มาจากเฟเดอเรอร์ได้สำเร็จในวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 2008 โดยหากนับจนถึงปัจจุบันนาดัลครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกรวมทั้งสิ้น 209 สัปดาห์ และ ครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกเมื่อจบสิ้นปี 5 ครั้ง[10]

นาดัลได้รับการยกย่องโดยทั่วไปให้เป็นหนึ่งในสามนักเทนนิสชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล (Big Three)[11][12] ร่วมกับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ และ นอวาก จอกอวิช และ เขาเป็นผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จในการเล่นบนคอร์ตดินมากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทนนิส[13][14][15] กว่า 2 ใน 3 ของจำนวนแชมป์ทุกรายการที่เขาทำได้ตลอดอาชีพนั้นมาจากรายการคอร์ตดิน นอกจากนี้นาดัลยังทำสถิติชนะติดต่อกันบนคอร์ตดินมากที่สุดจำนวน 81 นัดติดต่อกัน[16] (ตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ. 2005 จนถึงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2007) และ เป็นผู้เล่นคนแรกที่ทำสถิติคว้าชัยชนะในรายการเฟรนช์โอเพนได้ครบ 100 นัด โดย จอห์น แมคเอนโรว์ ได้กล่าวยกย่องความยอดเยี่ยมในการเล่นบนคอร์ตดินของนาดัลว่า "การเอาชนะนาดัลในการแข่งขันเฟรนช์โอเพน ถือเป็นความท้าทายที่ยากที่สุดในในวงการกีฬา" จากผลงานดังกล่าวทำให้เขาได้รับการขนานนามว่าเป็นราชาแห่งคอร์ตดิน[17] โดยในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2021 ฝ่ายจัดการแข่งขันแกรนด์สแลมเฟรนช์โอเพน ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้เปิดตัวรูปปั้นของนาดัลบริเวณหน้าสนามแข่ง "Stade Roland Garros" [18] โดยรูปปั้นเหล็กดังกล่าวมีความสูง 3 เมตร ออกแบบโดย Jordi Díez Fernández หนึ่งในประติมากรที่มีชื่อเสียงที่สุดของสเปน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้แก่นาดัลในฐานะที่เป็นผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จในรายการนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์[19]

นาดัลครองสถิติโลกในยุคโอเพนมากมาย เช่น เป็นผู้เล่นที่คว้าแชมป์จากรายการคอร์ตดินได้มากที่สุดจำนวน 62 รายการ[20], เป็นผู้เล่นชาวสเปนคนแรกที่ชนะเลิศรายการออสเตรเลียนโอเพน, เป็นผู้เล่นคนแรกที่ชนะเลิศแกรนด์สแลมรายการใดรายการหนึ่งได้ 10 สมัย (เฟรนช์โอเพน), เป็นผู้เล่นชาวสเปนคนที่สองที่ชนะเลิศรายการวิมเบิลดัน (ต่อจาก คอนชิต้า มาร์ติเนซ), เป็นหนึ่งในสองผู้เล่นที่มีสถิติชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมในประเภทชายเดี่ยวมากที่สุด 20 สมัย เท่ากับกับเฟเดอเรอร์[21] ประกอบด้วยสถิติชนะเลิศเฟรนช์โอเพน 13 สมัย (มากที่สุดตลอดกาล), ยูเอสโอเพน 4 สมัย, วิมเบิลดัน 2 สมัย และ ออสเตรเลียนโอเพน 1 สมัย, และ ภายหลังจากคว้าแชมป์ยูเอสโอเพนได้ใน ค.ศ. 2010 ทำให้เขาเป็นผู้เล่นชายคนที่ 7 ที่สามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ครบทั้ง 4 รายการ (Career Grand Slam) และ ถือเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำได้ในยุคโอเพน (24 ปี)[22], ชนะเลิศรายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 มากที่สุดจำนวน 36 สมัย เท่ากับจอกอวิช อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสองผู้เล่นที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ทั้งในประเภทเดี่ยวและประเภทคู่ โดยเขาคว้าเหรียญทองจากประเภทชายเดี่ยวได้ในโอลิมปิกฤดูร้อน ค.ศ. 2008 และ ประเภทคู่ร่วมกับ มาร์ค โลเปซ ในโอลิมปิกฤดูร้อน 2016, คว้าแชมป์เดวิสคัพร่วมกับทีมชาติสเปน 5 สมัย, เขายังเป็นหนึ่งในสี่ผู้เล่นที่คว้าชัยชนะจากการแข่งขันในประเภทชายเดี่ยวได้มากกว่า 1,000 นัด[23][24] (ร่วมกับ จิมมี คอนเนอร์, อิวาน เลนเดิล และ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์)

ในด้านเกียรติประวัติส่วนตัวนอกสนาม นาดัลได้รับรางวัลนักเทนนิสยอดเยี่ยมประจำปีของ เอทีพี ทัวร์ จำนวน 5 สมัย และ รางวัลนักกีฬาชายยอดเยี่ยมแห่งปีของโลก (Laureus World Sportsman of the Year) 2 สมัย ใน ค.ศ. 2011 และ ค.ศ. 2021[25] รวมทั้งรางวัลนักเทนนิสยอดเยี่ยมจากการโหวตของเพื่อนนักนักเทนนิสด้วยกัน (Stefan Edberg Sportsmanship Award) อีก 4 สมัย

ครอบครัวและชีวิตในวัยเด็กแก้ไข

นาดัลเกิดที่เมืองมาจอร์กา ประเทศสเปน เป็นบุตรของนายเซบาสเตียน นาดัล ซึงเป็นนักธุรกิจโดยเป็นเจ้าของบริษัทประกันภัย และนางอนา มาเรีย พาเรรา ซึ่งประกอบอาชีพขายน้ำหอม เขามีน้องสาวนามว่า มาเรีย อิสซาเบล[26] ลุงของเขา มิกูเอล แองเจิล นาดัล เป็นนักฟุตบอลทีมชาติสเปนต้องการให้นาดัลเป็นนักฟุตบอลในอนาคต ในขณะที่ลุงอีกคนของเขา โตนี นาดัล เป็นอดีตนักเทนนิสอาชีพและได้แนะนำให้นาดัลเล่นเทนนิสตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และ ทำหน้าที่เป็นโค้ชของเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้นาดัลจะถนัดขวาแต่ก็ถูกฝึกฝนให้ตีเทนนิสด้วยมือซ้ายเพราะลุงโตนีต้องการสร้างอาวุธที่แตกต่างให้กับหลานชายเพื่อเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันและนั่นก็คือจุดกำเนิดของโฟร์แฮนด์ท็อปสปินในตำนานที่แข็งแกร่งที่สุดมาจนถึงทุกวันนี้[27]

จากการที่นาดัลมีคุณลุงสองคนเป็นผู้มีความสามารถทางกีฬาฟุตบอลและเทนนิส ส่งผลให้เขามีความรักในกีฬาทั้งสองเป็นอย่างมากและนาดัลได้ฝึกฝนกีฬาทั้งสองประเภทไปพร้อมๆกันตั้งแต่เด็ก[28] โดยเหตุการณ์ที่ทำให้ลุงโตนีได้มองเห็นถึงพรสวรรค์ในด้านเทนนิสของนาดัลคือเมื่อตอนเขา อายุ 8 ขวบ เขาสามารถคว้าแชมป์รายการ "Regional Tennis Championship" รุ่นอายุต่ำกว่า 12 ปี ได้พร้อมๆไปกับการเป็นนักฟุตบอลระดับจูเนียร์ ลุงโตนีจึงเข้มงวดกวดขันในการซ้อมเทนนิสให้กับเขามากยิ่งขึ้น เมื่ออายุ 12 ปี นาดัลสามารถชนะเลิศรายการเทนนิสทั้งในสเปนและในยุโรปและยังคงเล่นเทนนิสและฟุตบอลไปพร้อมๆกัน[29] พ่อของเขาไม่ต้องการให้การเรียนของเขาได้รับผลกระทบจากการเล่นกีฬามากจนเกินไป จึงให้เขาเลือกเล่นระหว่างเทนนิสและฟุตบอลเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งท้ายทื่สุดนาดัลก็ได้เลือกเล่นเทนนิสเพียงอย่างเดียว และ ในปี 2002 นาดัลก็ได้ก้าวขึ้นสู่ 50 อันดับแรกของโลกในวัยเพียง 16 ปี[30][31]

ประวัติการเล่นอาชีพแก้ไข

ปี 2001-2004: เริ่มเล่นอาชีพแก้ไข

นาดัลเริ่มเล่นอาชีพอย่างเป็นทางการเมื่ออายุ 15 ปี และ เข้าร่วมการแข่งขันสองรายการในรุ่น ITF (การแข่งขันรุ่นเยาว์)[32] และ เมื่อวันที่ 29 เมษายน ปี 2002 นาดัลในวัยเพียง 15 ปี 10 เดือน มือวางอันดับ 762 ของโลกในขณะนั้น ก็สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศได้เป็นรายการแรกในชีวิต และ ถือเป็นผู้เล่นคนที่ 9 ในยุคโอเพนที่สามารถชนะเลิศการแข่งขันอย่างเป็นทางการได้ก่อนอายุครบ 16 ปี[33] ต่อมาในช่วงกลางปี นาดัลในวัย 16 ปี สามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศของการแข่งขันชายเดี่ยวที่วิมเบิลดันในรุ่นไอทีเอฟจูเนียร์ได้เป็นครั้งแรก เขายังมีส่วนช่วยทีมชาติสเปนเอาชนะสหรัฐในรอบชิงชนะเลิศของจูเนียร์เดวิสคัพในรอบที่สองได้สำเร็จ[34] ถือได้ว่านาดัลเป็นนักเทนนิสรุ่นเยาว์ที่เป็นที่จับตามองมากที่สุดในขณะนั้น

ในปี 2004 นาดัลสร้างสถิติเป็นสมาชิกทีมเดวิสคัพที่อายุน้อยที่สุดและสามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้ โดยทีมชาติสเปนสามารถเอาชนะสหรัฐอเมริกาไปได้ 3-2 นัด ซึ่งนาดัลมีอายุ 18 ปี 6 เดือนในขณะนั้น ต่อมา นาดัลจบดูกาลโดยการขึ้นสู่อันดับที่ 51 ของโลกในช่วงปลายปี

ปี 2005-2007: แชมป์แกรนด์สแลมแรกในชีวิตแก้ไข

ในปี 2005 นาดัลประกาศศักดาในวงการโดยการก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับโลกอย่างเป็นทางการ โดยเขาคว้าตำแหน่งชนะเลิศแกรนด์สแลมได้เป็นครั้งแรกจากการแข่งขันเฟรนช์โอเพน โดยนาดัลเอาชนะมาเรียโน ปูเอร์ต้า จากอาร์เจนตินาไปได้ และ ทำสถิติเป็นผู้เล่นคนที่สองที่สามารถคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพนได้เป็นรายการแกรนด์สแลมแรกในอาชีพ ต่อจาก แมทส์ วิแลนเดอร์ ตำนานชาวสวีดิชในปี 1982[35] นาดัลจบฤดูกาลด้วยการขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 2 ของโลกได้เป็นครั้งแรก และ ได้รับรางวัลผู้เล่นที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยมประจำปีของ เอทีพี ทัวร์ (ATP Most Improved Player of the Year award) ไปครอง[36]

 
นาดัลกับถ้วยแชมป์เฟรนช์โอเพนปี 2006

นาดัลยังคงพัฒนาผลงานการเล่นได้อย่างต่อเนื่องในช่วงสองปีถัดมา โดยยังคงรักษาอันดับโลกเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น และ สามารถป้องกันแชมป์เฟรนช์โอเพนเอาไว้ได้ทั้งในปี 2006 และ 2007 รวมทั้งสามารถผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมวิมเบิลดันได้สองปีติดต่อกัน แต่ก็แพ้ให้กับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ผู้ซึ่งกลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญในอาชีพของนาดัลมาจนถึงปัจจุบันไปทั้งสองครั้ง ในช่วงเวลาดังกล่าวนาดัลได้รับการคาดหมายจากแฟนๆและสื่อว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นอันดับ 1 ของโลกได้ในอนาคตอันใกล้

ปี 2008: ขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกครั้งแรก และ เหรียญทองโอลิมปิกแก้ไข

ปี 2008 ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ในอาชีพของนาดัลอย่างแท้จริง โดยเขาสามารถชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมได้ถึง 2 รายการ (เฟรนช์โอเพน และ วิมเบิลดัน) โดยสามารถเอาชนะ โรเจอร์ เฟเดอเดอร์ ไปได้ในรอบชิงชนะเลิศทั้งสองรายการ[37] หลังจากที่ต้องผิดหวังพ่ายใหักับเฟเดอเรอร์ในรอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดันมาสองปีติดต่อกัน[38] โดยนาดัลถือเป็นผู้เล่นชาวสเปนคนที่สองในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์วิลเบิลดันได้ต่อจาก คอนชิต้า มาร์ติเนซ ในประเภทหญิงเดี่ยว นอกจากนี้นาดัลยังถือเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพนและวิมเบิลดันได้ภายในปีเดียวกัน ในปีนี้นาดัลยังสามารถผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศแกรนด์สแลมได้อีกสองรายการได้แก่ ออสเตรเลียนโอเพนและยูเอสโอเพน อีกทั้งยังคว้าแชมป์โลกในรายการเดวิสคัพร่วมกับทีมชาติสเปนซึ่งเป็นการคว้าแชมป์เป็นสมัยที่สองในอาชีพ[39]

นาดัลยังสามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขันโอลิมปิกได้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยคว้าเหรียญทองจากประเภทชายเดี่ยวได้ในโอลิมปิกฤดูร้อน ค.ศ. 2008 ณ กรุงปักกิ่ง ถือได้ว่าในฤดูกาล 2008 เป็นปีที่นาดัลประสบความสำเร็จมากที่สุดครั้งหนึ่งในอาชีพและนาดัลได้ขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 2008 ภายหลังจากที่เป็นมืออันดับ 2 ของโลกนานถึง 160 สัปดาห์ติดต่อกันตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2005[40]

ปี 2009: สร้างสถิติใหม่แก้ไข

แม้นาดัลจะเริ่มฤดูกาลใหม่ได้ไม่ดีนัก ด้วยการตกรอบ 8 คนสุดท้ายในการแข่งขันที่ โดฮา ประเทศกาตาร์ ในรายการเอทีพี 250 แต่นาดัลได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่ตนเองและวงการเทนนิสของสเปนได้ในปีนี้ ด้วยการคว้าตำแหน่งชนะเลิศแกรนด์สแลม ออสเตรเลียนโอเพน ได้เป็นสมัยสำเร็จหลังจากเอาชนะ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ในรอบชิงชนะเลิศ ทำให้นาดัลเป็นนักเทนนิสชาวสเปนคนแรกที่สามารถคว้าแชมป์ออสเตรเลียนโอเพนได้[41] และ ยังคงรักษาตำแหน่งมือวางอันดับ 1 เอาไว้ได้ต่อไป

อย่างไรก็ตามในปีนี้นาดัลไม่ประสบความสำเร็จในการลงแข่งขันแกรนด์สแลมอีก 3 รายการ โดยเขาตกรอบเฟรนช์โอเพนในรอบที่ 4 ซึ่งเป็นการหยุดสถิติการคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพน 4 ปีติดต่อกัน และ ตกรอบรองชนะเลิศในรายการยูเอสโอเพน โดยในปีนี้นาดัลไม่ได้ลงแข่งขันวิมเบิลดันเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า[42] นาดัลจบฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์ 5 รายการในปีนี้ รวมถึงการพาทีมชาติสเปนป้องกันแชมป์เดวิสคัพเอาไว้ได้อีก 1 สมัย[43] แต่เขาได้เสียตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกกลับไปให้เฟเดอร์เรอร์อีกครั้งในช่วงสิ้นปี ซึ่งเป็นปีที่เฟเดอเรอร์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจากการคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้สองรายการ (เฟรนช์โอเพนและวิมเบิลดัน) รวมทั้งผ่านเข้าชิงชนะเลิศในรายการยูเอสโอเพนและทำคะแนนแซงนาดัลได้สำเร็จในการจัดอันดับโลกช่วงสิ้นปี[44]

ปี 2010: Career Grand Slam และ ฤดูกาลที่ดีที่สุดในอาชีพแก้ไข

นาดัลเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยการคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศที่ โดฮา ก่อนจะไปแข่งขันออสเตรเลียนโอเพน ซึ่งนาดัลแพ้ให้กับ แอนดี มาร์รี นักเทนนิสชื่อดังชาวสก็อต ในการแข่งขันรอบ 8 คนสุดท้ายทำให้ไม่สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ โดยนาดัลได้ขอยอมแพ้ในการแข่งขันเซ็ตที่ 3 เนื่องจากอาการบาดเจ็บหัวเข่ากำเริบขึ้นอีกครั้ง ทำให้พลาดโอกาสในการป้องกันแชมป์ในรายการนี้ไปอย่างน่าเสียดาย[45] นาดัลต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บประมาณ 1 เดือน โดยไม่ได้ลงแข่งขันเลยตลอดเดือนกุมภาพันธ์

นาดัลกลับมาลงแข่งขันอีกครั้งในเดือนมีนาคมและสามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศรายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ได้ 2 รายการ ในการแข่งขันที่ อินเดียนเวลส์ และ ไมแอมี สหรัฐอเมริกา โดยแม้ว่านาดัลจะไม่ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์บนฮาร์ดคอร์ตในช่วง 3 เดือนแรกของฤดูกาล แต่เขาสามารถกลับมาทวงความยิ่งใหญ่บนรายการคอร์ตดินได้ โดยคว้าแชมป์รายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 คอร์ตดินได้ใน 3 รายการถัดมา ได้แก่ที่ มงเต-การ์โล, กรุงมาดริด และ กรุงโรม ก่อนที่จะกลับไปทวงแชมป์รายการแกรนด์สแลมเฟรนช์โอเพนได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพนได้เป็นสมัยที่ 5 ในอาชีพ รวมทั้งยังสามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้อีกสองรายการ ทั้งการแข่งขันวิมเบิลดันและยูเอสโอเพน[46] ซึ่งทำให้นาดัลสามารถชนะเลิศแกรนด์สแลมได้ถึง 3 รายการในปีนี้ และ จากการที่เขาชนะเลิศรายการยูเอสโอเพนได้ในเดือนกันยายน ส่งผลให้นาดัลเป็นนักเทนนิสชายคนที่ 7 ที่สามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ครบทั้ง 4 รายการในอาชีพ[47]

นาดัลจบฤดูกาลโดยการคว้าแชมป์ไปถึง 7 รายการ และ ครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกได้อีกครั้ง โดยในปีนี้นาดัลสามารถทำเงินรางวัลรวมจากการแข่งขันไปได้มากถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือได้ว่าเป็นฤดูกาลที่นาดัลประสบความสำเร็จมากที่สุดในอาชีพ[48]

ปี 2011: การก้าวขึ้นมาของนอวาก จอกอวิชแก้ไข

 
นาดัลในการแข่งขันออสเตรเลียนโอเพนปี 2011

ในปี 2011 นาดัลไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก เนื่องด้วยเป็นปีที่ นอวาก จอกอวิช ยอดผู้เล่นชาวเซอร์เบียก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่แย่งความสำเร็จจากนาดัลและเฟเดอเรอร์ได้ในทุกรายการอย่างเต็มตัว โดยนาดัลต้องแพ้ให้กับจอกอวิชในรอบชิงชนะเลิศถึง 6 รายการด้วยกัน โดยจอกอวิชสามารถชนะเลิศแกรนด์สแลมในปีนี้ได้ถึง 3 รายการรวมถึงเอาชนะนาดัลได้ในรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมวิมเบิลดันและยูเอสโอเพน[49] อย่างไรก็ตามนาดัลยังสามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมมาได้ 1 รายการด้วยกันโดยสามารถป้องกันแชมป์เฟรนช์โอเพนเอาไว้ได้ด้วยการเอาชนะเฟเดอเรอร์ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นแชมป์เฟรนช์โอเพนสมัยที่ 6 ของนาดัล[50]

ในการแข่งขันในนามทีมชาติ นาดัลสามารถพาทีมสเปนชนะเลิศรายการชิงแชมป์เดวิสคัพได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ของนาดัล เขาจบฤดูกาลด้วยการเสียตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกให้กับจอกอวิชในช่วงปลายปี โดยนาดัลคว้าแชมป์ทุกรายการในปีนี้ไปได้เพียง 3 รายการเท่านั้น อีกทั้งยังมีอาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อแฮมสตริงรบกวนบ่อยครั้งในปีนี้[51]

ปี 2012: ปีแห่งการบาดเจ็บแก้ไข

ในฤดูกาลนี้นาดัลถูกจอกอวิชย้ำแค้นได้อีกครั้งในรอบชิงชนะเลิศออสเตรเลียนโอเพน โดยนาดัลเป็นฝ่ายแพ้ไป 2-3 เซ็ต ซึ่งนัดนี้ถือเป็นการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ เนื่องจากใช้เวลาการแข่งขันยาวนานถึง 5 ชั่วโมง และ 53 นาที ถือเป็นสถิติการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมที่นานที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทนนิส[52] แต่นาดัลก็สามารถแก้มือเอาชนะจอกอวิชได้ในรอบชิงชนะเลิศเฟรนช์โอเพน โดยเอาชนะไปได้ 3-1 เซ็ต ป้องกันแชมป์เฟรนช์โอเพนเอาไว้ได้และเป็นการคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพนได้เป็นสมัยที่ 7 ในอาชีพ

อย่างไรก็ตามหลังจากการแข่งขันที่วิมเบิลดันซึ่งนาดัลตกรอบที่ 2 ของการแข่งขัน เขาต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าอีกครั้งและต้องพักรักษาตัวนานถึง 6 เดือนด้วยกันส่งผลให้เขาพลาดลงแข่งขันรายการสำคัญช่วงปลายปีทั้งแกรนด์สแลมยูเอสโอเพนและเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลที่กรุงลอนดอน[53] โดยในปีนี้อันดับโลกของนาดัลตกไปอยู่อันดับที่ 4

ปี 2013: ทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้งแก้ไข

 
นาดัลในการแข่งขันเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ที่อินเดียนเวลส์ปี 2013

นาดัลพลาดลงแข่งรายการออสเตรเลียนโอเพนเนื่องจากยังอยู่ในช่วงพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บหัวเข่า[54] นาดัลกลับมาลงแข่งขันอีกครั้งที่ประเทศชิลีในเดือนกุมภาพันธ์ แม้ว่านาดัลจะไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ แต่หลังจากนั้น เขาสามารถคว้าแชมป์ได้ 3 รายการติดต่อกัน ที่ประเทศบราซิล, ประเทศเม็กซิโก รวมทั้งรายการ บีเอ็นพี ปาริบาส โอเพ่น ที่อินเดียนเวลส์ สหรัฐอเมริกา ทำให้เขาทำลายสถิติคว้าแชมป์ระดับรายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ (ในขณะนั้น) จำนวน 22 รายการได้อีกด้วย

ในปีนี้นาดัลสามารถกลับมาคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้สองรายการด้วยกันในการแข่งขันเฟรนช์โอเพนและยูเอสโอเพน ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 8[55] และ สมัยที่ 2 ตามลำดับ[56] นาดัลสามารถจบฤดูกาลโดยการกลับมาครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกได้อีกครั้งและทำเงินรางวัลในปีนี้ไปได้ถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ปี 2014: แชมป์เฟรนช์โอเพนสมัยที่ 9แก้ไข

ในปีนี้นาดัลเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์แรกของปีในรายการที่ กรุงโดฮา โดยเอาชนะ กาแอล มงฟิล์ส ผู้เล่นชาวฝรั่งเศสไปได้ในรอบชิงชนะเลิศ ต่อมาในแกรนด์สแลมออสเตรเลียนโอเพน นาดัลสามารถเอาชนะเฟเดอเรอร์ได้ในรอบรองชนะเลิศและผ่านเข้าไปพบกับ สตาน วาวริงกา ผู้เล่นสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งนาดัลสามารถเอาชนะมาได้ทั้ง 12 ครั้งในการพบกันก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนาดัลได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังในช่วงลงอบอุ่นร่างกายก่อนการแข่งขัน แต่เขาก็ตัดสินใจฝืนลงทำการแข่งขันท่ามกลางเสียงปรบมือของแฟนๆในสนาม[57] แต่ในที่สุดนาดัลก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป 1-3 เซ็ต ทำได้เพียงตำแหน่งรองชนะเลิศ

นาดัลพักรักษาอาการบาดเจ็บประมาณ 3 สัปดาห์ก่อนกลับมาลงทำการแข่งขันในรายการที่กรุงรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิลซึ่งนาดัลสามารถคว้าแชมป์ไปได้ อย่างไรก็ตามนาดัลไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ในอีกสองรายการถัดมาที่อินเดียนเวลส์ และ ไมแอมี โดยแพ้ให้กับ อเล็กซานเดร ดอลโกโปลอฟ จาก ยูเครน และ นอวาก จอกอวิช ตามลำดับ

เข้าสู่ฤดูกาลการแข่งขันบนคอร์ตดิน นาดัลเริ่มต้นด้วยการตกรอบในรายการที่ มงเต-การ์โล และ บาร์เซโลนา ก่อนที่จะคว้าแชมป์ได้ในรายการที่กรุงมาดริด และ ในเดือนมิถุนายน นาดัลสามารถเอาชนะจอกอวิชในรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมเฟรนช์โอเพนได้อีกครั้ง โดยเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้ได้เป็นสมัยที่ 9 รวมทั้งเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกันตั้งแต่ปี 2010 แต่นาดัลก็ทำได้เพียงการเข้าถึงรอบที่ 4 ในการแข่งขันวิมเบิลดันโดยแพ้ให้กับ นิค เคียร์อีออส จากออสเตรเลีย[58][59] นาดัลได้ถอนตัวจากการแข่งขันยูเอสโอเพนในเดือนสิงหาคมเนื่องจากอาการบาดเจ็บบริเวณข้อมือ เขาจบฤดูกาลด้วยการเป็นมือวางอันดับ 3 ของโลก คว้าแชมป์ทุกรายการไปได้ทั้งสิ้น 4 รายการในปีนี้

ปี 2015: ปีแห่งความล้มเหลวแก้ไข

นาดัลเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการตกรอบแรกในรายการที่กรุงโดฮาซึ่งเขาเป็นแชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว ถัดมาในแกรนด์สแลมออสเตรเลียนโอเพน นาดัลตกรอบ 8 คนสุดท้ายโดยแพ้ให้กับ โทมัส เบอร์ดิช จากสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งเป็นการหยุดสถิติเอาชนะเบอร์ดิชได้ 17 ครั้งติดต่อกันนับตั้งแต่พบกันมา[60] ในเดือนกุมภาพันธ์เขาได้ตกรอบในการแข่งขันรายการที่กรุงรีโอเดจาเนโร ก่อนจะคว้าแชมป์คอร์ตดินรายการที่ 46 ในอาชีพได้ในการชนะเลิศรายการที่อาร์เจนตินา ในอีก 3 รายการถัดมา นาดัล ตกรอบในการแข่งขัน เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ทั้งที่อินเดียนเวลส์, ไมแอมี และ มงเต-การ์โล ก่อนจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในรายการที่กรุงมาดริดได้และแพ้ให้กับแอนดี มาร์รี ไป 2 เซ็ตรวด และ อันดับโลกของเขาได้หลุดจาก 5 อันดับแรกของโลกเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี และ ในรายการถัดมานาดัลก็ตกรอบ 8 คนสุดท้ายในการแข่งขันที่กรุงโรม โดยที่ยังไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใหญ่ในฤดูกาลนี้ได้เลย

นาดัลแพ้ให้กับจอกอวิชในรอบ 8 คนสุดท้ายเฟรนช์โอเพนซึ่งเป็นการหยุดสถิติชนะรวดติดต่อกันจำนวน 39 นัดในรายการเฟรนช์โอเพนของนาดัล นับตั้งแต่ปี 2009 และ เขาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลยในการแข่งขันแกรนด์สแลมสองรายการที่เหลือทั้งในวิมเบิลดันและยูเอสโอเพน[61] ซึ่งในปีนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่นาดัลจบฤดูกาลโดยไม่สามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้เลยแม้แต่รายการเดียวนับตั้งแต่ได้แชมป์เฟรนช์โอเพนสมัยแรกในปี 2005 ถือได้ว่าเป็นฤดูกาลที่เขาล้มเหลวมากที่สุดในรอบหลายปี

ปี 2016: เหรียญทองโอลิมปิกประเภทคู่ และ บาดเจ็บอีกครั้งแก้ไข

รายการแรกของนาดัลในปีนี้คือการคว้าแชมป์การแข่งขันรายการพิเศษที่อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยการเอาชนะ มิรอช ราวนิช ผู้เล่นแคนาดา ในรอบชิงชนะเลิศ[62] ก่อนจะพ่ายให้กับจอกอวิชในรอบชิงชนะเลิศที่โดฮา ต่อมานาดัลได้ตกรอบแรกในรายการออสเตรเลียนโอเพนเป็นครั้งแรก เมื่อแพ้ให้กับ เฟร์นันโด เบร์ดัสโก เพื่อนร่วมชาติชาวสเปนในการแข่งขัน 5 เซ็ต นาดัลคว้าแชมป์ในการแข่งขัน เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 รายการที่ 28 ในอาชีพที่ มงเต-การ์โล รวมทั้งคว้าแชมป์รายการเอทีพี มาสเตอร์ 500 รายการที่ 17 ด้วยการคว้าแชมป์ที่บาร์เซโลนา

ในการแข่งขันเฟรน์โอเพนแกรนด์สแลมที่สองของปี ในวันที่ 26 พฤษภาคม นาดัลทำสถิติเป็นผู้เล่นชายคนที่ 8 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าชัยชนะในแกรนด์สแลมได้ครบ 200 นัด[63] อย่างไรก็ตามนาดัลจำเป็นต้องถอนตัวจากรายการในรอบที่ 4 เนื่องจากอาการบาดเจ็บบริเวณข้อมือ ต่อมา วันที่ 9 มิถุนายน เขาได้ออกมาแถลงว่าอาการบาดเจ็บบริเวณข้อมือยังไม่หายดี ส่งผลให้เขาจำเป็นต้องถอนตัวจากการแข่งขันวิมเบิลดันในเดือนกรกฎาคม[64] แต่นาดัลก็มีช่วงเวลาที่ดีในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนที่ประเทศบราซิล โดยสามารถคว้าเหรียญทองในประเภทคู่ร่วมกับ มาร์ค โลเปซ เพื่อนร่วมชาติได้สำเร็จ และ ทำให้นาดัลเป็นผู้เล่นชายคนที่สองในยุคโอเพนที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ทั้งในประเภทเดี่ยวและเภทคู่ต่อจาก นิโคลัส มาสซู ผู้เล่นชาวชิลี ซึ่งทำสถิติได้ในโอลิมปิก 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรี[65] นาดัลลงแข่งขันรายการต่อไปในแกรนด์สแลมยูเอสโอเพนก่อนจะตกรอบที่ 4 และ ตกรอบในรายการเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ที่ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ก่อนที่จะประกาศปิดฤดูกาลเพื่อพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บโดยไม่ลงแข่งขันในรายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล ที่กรุงลอนดอนในเดือนพฤศจิกายน[66]

 
นาดัลในการแข่งขันยูเอสโอเพนปี 2016

ปี 2017: แชมป์เฟรนช์โอเพนสมัยที่ 10 และ ทวงคืนตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกแก้ไข

ในการแข่งขันออสเตรเลียนโอเพน นาดัลเข้ารอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีนับตั้งแต่รอบชิงชนะเลิศเฟรนช์โอเพนปี 2014 โดยในปีนี้นาดัลกลับมาพบกับ โรจอร์ เฟเดอเรอร์ คู่แข่งตลอดกาลของเขา ก่อนที่นาดัลจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป 2-3 เซ็ต[67] และ ถือเป็นการพ่ายแพ้ให้กับเฟเดอเรอร์ในรายการแกรนด์สแลมครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี นับตั้งแต่รอบชิงชนะเลิศวิมเบิลดันปี 2007 และ นาดัลก็โดนย้ำแค้นต่อเนื่องด้วยการแพ้ให้กับเฟเดอเรอร์อีกสองครั้งในการแข่งขันรายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ที่อินเดียนเวลส์ และ ไมแอมี แต่นาดัลก็สามารถกลับมาคว้าแชมป์ได้ในรายการที่ มงเต-การ์โล ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 10 อีกทั้งยังสามารถคว้าแชมป์ที่กรุงมาดริดได้ซึ่งเป็นการทำสถิติชนะเลิศการแข่งขัน เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 รายการที่ 30 เทียบเท่ากับจอกอวิชในขณะนั้น

นาดัลทำสถิติคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพนได้เป็นสมัยที่ 10 โดยเอาชนะ สตาน วาวรีงกา ในรอบชิงชนะเลิศ[68] ถือเป็นการยุติช่วงเวลาอันเลวร้ายที่เขาไม่สามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้เลยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา และ เป็นการทำสถิติเป็นผู้เล่นคนแรกในยุคโอเพนที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการใดรายการหนึ่งได้ถึง 10 รายการ และ นี่ถือเป็นแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 15 ในอาชีพของนาดัล อย่างไรก็ตาม เขาต้องตกรอบที่ 4 ในการแข่งขันวิมเบิลดัน โดยแพ้ให้กับ จิลล์ มุลเลอร์ จากลักเซมเบิร์ก ต่อมาในวันที่ 21 สิงหาคม นาดัลกลับขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกได้อีกครั้ง[69] และ สามารถคว้าแชมป์ยูเอสโอเพนได้เป็นสมัยที่ 4 โดยเอาชนะเควิน แอนเดอร์สัน ได้ในรอบชิงชนะเลิศ และ เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่นาดัลคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้สองรายการภายในปีเดียว นาดัลปิดฤดูกาลด้วยการเป็นมือวางอันดับ 1 ของโลกได้เป็นครั้งที่ 4 ในอาชีพ

ปี 2018: แชมป์เฟรนช์โอเพนสมัยที่ 11แก้ไข

นาดัลขอยอมแพ้ในระหว่างการแข่งขันออสเตรเลียนโอเพนรอบ 8 คนสุดท้ายที่พบกับ มาริน ซิลิช จากโครเอรเชีย เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บสะโพก ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์เขาเสียตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกกลับไปให้เฟเดอเรอร์ นาดัลได้ถอนตัวจากการแข่งขันรายการที่เม็กซิโก, อินเดียนเวลส์และไมแอมีเนื่องจากอาการบาดเจ็บซึ่งยังไม่หายขาด เขากลับขึ้นสู่ตำแหน่งมือวางอันดับ 1 อีกครั้งในเดือนเมษายนและช่วยทีมชาติสเปนเอาชนะเยอรมนีได้ในการแข่งขันเดวิสคัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย นาดัลคว้าแชมป์รายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 สมัยที่ 31 ได้ในรายการที่ มงเต-การ์โล ตามด้วยการคว้าแชมป์เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 500 ที่บาร์เซโลนา ได้เป็นสมัยที่ 11 และ ทำสถิติเป็นผู้เล่นคนแรกในยุคโอเพนที่คว้าชัยชนะบนฮาร์ดคอร์ตและคอร์ตดินได้อย่างน้อย 400 นัด ก่อนจะตกรอบ 8 คนสุดท้ายในการแข่งขันที่กรุงมาดริด แต่เขาสามารถแก้ตัวได้โดยการคว้าแชมป์ที่กรุงโรม

นาดัลสร้างสถิติคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพนได้เป็นสมัยที่ 10 และ เป็นแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 17 ในอาชีพ โดยเอาชนะ โดมินิค ธีม ได้ในรอบชิงชนะเลิศ[70] ก่อนที่จะตกรอบรองชนะเลิศวิมเบิลดันโดยแพ้ให้กับจอกอวิชในการแข่งขันมาราธอน 5 เซ็ต ซึ่งเป็นการตกรอบรองชนะเลิศแกรนด์สแลมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยูเอสโอเพนปี 2009 และ นาดัลต้องขอยอมแพ้ในการแข่งขันยูเอสโอเพนรอบรองชนะเลิศในนัดที่พบกับ ฆวน มาร์ติน เดล ปอร์โต เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บหัวเข่า ในเดือนตุลาคมเขาถอนตัวจากการแข่งขัน เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ที่กรุงปารีส ส่งผลให้เขาต้องเสียตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ให้แก่จอกอวิชซึ่งสามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลมวิมเบิลดันและยูเอสโอเพนได้ในปีนี้[71]

ปี 2019: แชมป์แกรนด์สแลม 2 รายการ และ แชมป์เดวิสคัพแก้ไข

นาดัลผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศออสเตรเลียนโอเพนได้สำเร็จก่อนจะแพ้ให้กับจอกอวิชไป 3 เซ็ตรวด หลังจากนั้นเขาได้ถอนตัวจากการแข่งขัน เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ทั้งสองรายการที่อินเดียนเวลส์และไมแอมีเนื่องจากอาการบาดเจ็บบริเวณสะโพก ในฤดูกาลการแข่งขันคอร์ตดิน นาดัลเริ่มต้นด้วยการตกรอบสามรายการที่มงเต-การ์โล, บาร์เซโลนา และ กรุงมาดริด ก่อนที่จะคว้าแชมป์แรกของปีได้ด้วยการเอาชนะจอกอวิชในรอบชิงชนะเลิศที่กรุงโรม และ ทำสถิติคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพนสมัยที่ 12 ได้สำเร็จด้วยการเอาชนะ โดมินิค ธีม ไปได้อีกครั้ง ก่อนจะตกรอบรองชนะเลิศวิมเบิลดันโดยแพ้ให้กับเฟเดอเรอร์ในการแข่งขัน 4 เซ็ต ก่อนจะเดินทางไปป้องกันแชมป์รายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ที่แคนาดาได้สำเร็จ

นาดัลคว้าแชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 19 ในอาชีพได้ในการแข่งขันยูเอสโอเพน โดยเอาชนะ ดานิล เมดเวเดฟ ได้ในรอบชิงชนะเลิศและถือเป็นแชมป์ยูเอสโอเพนสมัยที่ 4 ของนาดัล เขาปิดท้ายฤดูกาลด้วยการตกรอบแบ่งกลุ่มในการแข่งขัน เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล ที่กรุงลอนดอน แต่ยังสามารถพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์เดวิสคัพได้เป็นสมัยที่ 6 โดยเอาชนะแคนาดาได้ในรอบชิงชนะเลิศ[72][73] เขาจบฤดูกาลด้วยการเป็นมือวางอันดับ 1 เป็นครั้งที่ 5 ในอาชีพ

 
นาดัลได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เล่นที่เล่นบนคอร์ตดินได้ดีที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทนนิส

ปี 2020: แชมป์แกรนด์สแลมรายการที่ 20แก้ไข

ในปีนี้นาดัลร่วมแข่งขันในนามทีมชาติสเปนในรายการ ATP Cup ซึ่งจัดการแข่งขันขึ้นเป็นครั้งแรก[74] โดยนาดัลพาทีมชาติสเปนผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศก่อนจะแพ้ให้กับทีมชาติเซอร์เบียซึ่งนำโดยจอกอวิช ก่อนที่เขาจะตกรอบ 8 คนสุดท้ายในการแข่งขันออสเตรเลียนโอเพนโดยแพ้ให้กับโดมินิค ธีม ในการแข่งขัน 4 เซ็ต[75] แต่นาดัลสามารถคว้าแชมป์รายการเม็กซิกันโอเพน ที่ประเทศเม็กซิโกได้เป็นสมัยที่ 3 โดยเอาชนะ เทย์เลอร์ ฟริตซ์ จากกสหรัฐอเมริกาในรอบชิงชนะเลิศ

นาดัลทำสถิติคว้าแชมป์แกรนด์สแลมในประเภทชายเดี่ยวได้เป็นสมัยที่ 20 เท่ากับเฟเดอเรอร์ ภายหลังจากคว้าแชมป์เฟรนช์โอเพนได้เป็นสมัยที่ 13 โดยเอาชนะจอกอวิชในรอบชิงชนะเลิศ นอกจากนี้ นาดัลยังทำสถิติเป็นผู้เล่นคนแรกที่คว้าชัยชนะในรายการเฟรนช์โอเพนได้ครบ 100 นัด ต่อมาในการแข่งขัน เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 ที่กรุงปารีส นาดัลทำสถิติเป็นผู้เล่นชายคนที่ 4 ที่สามารถคว้าชัยชนะจากการแข่งขันในประเภทชายเดี่ยวได้ครบ 1,000 นัด ก่อนจะตกรอบรองชนะเลิศในรายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล ที่กรุงลอนดอน และ เขาจบฤดูกาลด้วยการเป็นมือวางอันดับ 2 ของโลก

ปี 2021: ลุ้นสร้างสถิติใหม่ในวงการอีกครั้งแก้ไข

ปี 2021 ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่มีความสำคัญในอาชีพของนาดัล โดยเขามีลุ้นทำสถิติในการชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมสมัยที่ 21 เพื่อให้เป็นเจ้าของสถิติที่มากที่สุดแต่เพียงผู้เดียว[76] นาดัลเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการตกรอบ 8 คนสุดท้ายการแข่งขันออสเตรเลียนโอเพนโดยแพ้ให้กับ สเตฟานอส ซิทซิปาส ผู้เล่นดาวรุ่งซึ่งมีผลงานโดดเด่ดจากประเทศกรีซ ในการแข่งขัน 5 เซ็ตทั้งที่ออกนำไปก่อนถึง 2-0 เซ็ต ก่อนที่จะตกรอบในรายการเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 คอร์ตดินที่ มงเต-การ์โล และ คว้าแชมป์รายการเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 500 ในการแข่งขันที่บาร์เซโลนาได้เป็นสมัยที่ 12 ซึ่งเป็นรายการที่เขาคว้าแชมป์ได้มากที่สุดเป็นลำดับที่ 2 ในอาชีพรองจากแกรนด์สแลมเฟรนช์โอเพน ต่อมานาดัลตกรอบ 8 คนสุดท้ายในรายการที่กรุงมาดริดก่อนจะคว้าแชมป์ในการแข่งขันที่กรุงโรมได้เป็นสมัยที่ 10 โดยเอาชนะจอกอวิชได้ในรอบชิงชนะเลิศและเป็นการคว้าแชมป์ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 เป็นรายการที่ 36 เท่ากับจอกอวิช

นาดัลลงแข่งขันเฟรนช์โอเพนในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมในฐานะแชมป์ 13 สมัยและเป็นแชมป์เก่า 4 สมัยซ้อนนับตั้งแต่ปี 2017 โดยในปีนี้เขาถูกจัดให้อยู่ในการแข่งขันสายบนร่วมกับจอกอวิชและเฟเดอเรอร์และในปีนี้ฝ่ายจัดการแข่งขันเฟรนช์โอเพนได้เปิตัวรูปปั้นเหล็กขนาดความสูง 3 เมตรของนาดัลบริเวณหน้าสนามแข่งขันเพื่อเป็นการยกย่องนาดัลในฐานะที่เป็นผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จในรายการนี้มากที่สุด นาดัลผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศพบกับจอกอวิชเป็นครั้งที่ 9 ในรายการนี้ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในการแข่งขัน 4 เซ็ต[77]

รูปแบบการเล่นแก้ไข

 
นาดัลถือเป็นผู้เล่นที่มีกราวนด์สโตรกที่หนักหน่วงและตีลูกโฟรแฮนด์ได้หนักที่สุดคนหนึ่งของโลก

นาดัลถือว่าเป็นผู้เล่นที่มีกราวนด์สโตรกที่หนักหน่วงมากที่สุดคนหนึ่งของโลก อีกทั้งยังสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างว่องไวและมีการตีที่แม่นยำ จุดเด่นของเขาคือการตีลูกท็อปสปินด้วยความแรงซึ่งคู่แข่งจะโต้กลับมาได้ยาก[78] เขาเป็นผู้เล่นถนัดซ้ายซึ่งทำให้เขาได้เปรียบผู้เล่นหลายคน เช่น โรเจอร์ เฟเดอร์เรอร์ เนื่องด้วยเฟเดอเรอร์นั้นมีรูปแบบการตีแบ็กแฮนด์มือเดียว ซึ่งทำให้นาดัลสามารถยิงลูกโฟร์แฮนด์ด้วยความเร็วและแรงเพื่อจี้ไปทางแบ็กแฮนด์ของเฟเดอร์เรอร์ได้ นอกจากนี้นาดัลยังรู้วิธีเปลี่ยนทิศทางการตีลูกเพื่อให้คู่แข่งหลุดออกจากตำแหน่ง รูปแบบการเล่นของเขาเหมาะกับคอร์ตดินเป็นอย่างมากเนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นที่ตีลูกท็อปสปินได้ดีและจังหวะการตกของลูกท็อปสปินนั้นเอื้อต่อการเล่นบนคอร์ตดินมาก[79] เนื่องด้วยพื้นผิวของคอร์ตดินนั้นส่งผลให้ลูกเคลื่อนที่ช้ากว่าคอร์ตหญ้า ทำให้นาดัลสามารถยิงลูกโฟร์แฮนด์อันหนักหน่วงของเขาได้อย่างเต็มที่ และ พื้นคอร์ตดินยังช่วยให้เขาตีได้แรงและแม่นยำมากขึ้นอีกด้วย และ รายการคอร์ตดินโดยส่วนมากมักทำการแข่งขันบนแผ่นดินใหญ่ในทวีปยุโรป เช่น ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสเปน และ ประเทศอิตาลี ซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่าประเทศอื่นทำให้ลูกที่นาดัลตีออกไปนั้นกระดอนสูงขึ้นกว่าเดิม

นาดัลเป็นคนที่สร้างสมดุลทางอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเทนนิสที่มี "ความเข้มแข็งทางจิตใจ" (Mental Toughness[80]) สูงที่สุดคนหนึ่ง จากที่ตามหลังคู่แข่งอยู่หลายครั้งก็สามารถพลิกกลับมาชนะได้เหลือเชื่อ เช่น การแข่งขันวิมเบิลดันรอบ 16 คนสุดท้าย ค.ศ. 2007 เขาตามหลัง มิคาอิล ยูซนี อยู่ 2 เซต ก่อนจะเก็บชัยชนะใน 3 เซตหลัง (4-6, 3-6, 6-1, 6-2, 6-2) หรือเมื่อครั้งเอาชนะ ดานิล เมดเวเดฟ ได้ในการแข่งขันเอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล ใน ค.ศ. 2019 หลังจากที่ตามหลังอยู่ 1-5 เกมในเซตตัดสิน ซึ่งความเข้มแข็งทางจิตใจนี้ถือเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นที่นักกีฬาระดับโลกพึงมี ซึ่งเป็นความสามารถในการควบคุมสภาวะทางความคิดและสมรรถภาพทางจิตใจ 7 ด้าน ได้แก่ ความมั่นใจในตนเอง การควบคุมพลังเชิงลบ การควบคุมสมาธิการจินตภาพ แรงจูงใจ พลังงานเชิงบวก และ การควบคุมทัศนคติ นั่นหมายความว่าเขาผ่านการฝึกฝนสภาวะจิตใจให้มีความคงเส้นคงวาอย่างเป็นระบบ (Psychological Skills Training: PST)[81]

เครดิต: อรรถสิทธิ์ เหมือนมาตย์ (สาลิกาคาบข่าว), ไทเกอร์ วืด (https://stadiumth.com)

สถิติโลกแก้ไข

 
นาดัลทำสถิติคว้าชัยชนะจากการแข่งขันบนคอร์ตดินติดต่อกันได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์จำนวน 81 นัด

นาดัลครองสถิติโลกในวงการเทนนิสมากมาย โดยมีสถิติที่สำคัญได้แก่:

  • เป็นหนึ่งในสองผู้เล่นที่ชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมในประเภทชายเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 20 สมัย (ร่วมกับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์)
  • เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในยุคโอเพนที่คว้าตำแหน่งชนะเลิศแกรนด์สแลมได้ครบทุกรายการ (ค.ศ. 2010: อายุ 24 ปี 3 เดือน)[82]
  • เป็นหนึ่งในสองผู้เล่นที่สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศแกรนด์สแลมได้ครบทั้ง 4 รายการรวมทั้งคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันโอลิมปิกในประเภทชายเดี่ยว (Career Golden Slam)[83] โดยครองสถิติร่วมกับอานเดร แอกัสซี
  • เป็นผู้เล่นชายคนที่สองในยุคโอเพนที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ทั้งในประเภทเดี่ยวและประเภทคู่ (ต่อจาก นิโคลัส มาสซู)
  • เป็นนักเทนนิสชาวสเปนคนแรกที่ชนะเลิศรายการออสเตรเลียนโอเพน (ค.ศ. 2009)[84]
  • เป็นผู้เล่นคนแรกในยุคโอเพนที่คว้าตำแหน่งชนะเลิศแกรนด์สแลมรายการใดรายการหนึ่งได้ถึง 10 รายการ (เฟรนช์โอเพน)
  • ชนะเลิศรายการเฟรนช์โอเพน 13 สมัย (มากที่สุดตลอดกาลนับรวมทุกประเภท)[85]
  • เป็นผู้เล่นคนเดียวที่คว้าชัยชนะได้มากกว่า 100 นัดในรายการเฟรนช์โอเพน (ค.ศ. 2020)
  • เป็นหนึ่งในสองผู้เล่นที่ชนะเลิศรายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000 มากที่สุดจำนวน 36 สมัย (ร่วมกับ นอวาก จอกอวิช)
  • ทำสถิติคว้าชัยชนะบนคอร์ตดินติดต่อกัน 81 นัด (ค.ศ. 2005 - ค.ศ. 2007)[86]
  • เป็นผู้เล่นที่คว้าตำแหน่งชนะเลิศรายการคอร์ตดินได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ (จำนวน 62 รายการ)[87]
  • ทำสถิติชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมได้โดยไม่เสียเซตเลยตลอดการแข่งขันจำนวน 4 ครั้ง (เฟรนช์โอเพนใน ค.ศ. 2008, ค.ศ. 2010, ค.ศ. 2017 และ ค.ศ. 2020)
  • เป็นผู้เล่นคนเดียวที่ชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมในพื้นคอร์ต 3 ประเภทได้ภายในปีเดียวกันใน (คอร์ตคอนกรีต-ยูเอสโอเพน, คอร์ตดิน-เฟรนช์โอเพน และ คอร์ตหญ้า-วิมเบิลดัน ใน ค.ศ. 2010)
  • เป็นผู้เล่นคนแรกในยุคโอเพนที่คว้าชัยชนะบนฮาร์ดคอร์ต (พื้นคอนกรีต) และ คอร์ตดินได้อย่างน้อย 400 นัดในทั้งสองพื้นคอร์ต
  • เป็นผู้เล่นคนเดียวที่ชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมบนฮาร์ดคอร์ต (พื้นคอนกรีต) และ คอร์ตดินได้อย่างน้อย 5 สมัยในทั้งสองพื้นคอร์ต (ฮาร์ดคอร์ตจำนวน 5 สมัย จากรายการ ออสเตรเลียนโอเพน 1 สมัย และ ยูเอสโอเพน 4 สมัย และ คอร์ตดินจำนวน 13 สมัย จากรายการเฟรนช์โอเพน )
  • เป็นผู้เล่นคนเดียวที่ชนะเลิศรายการเฟรนช์โอเพนและยูเอสโอเพนได้อย่างน้อย 4 สมัยทั้งสองรายการ
  • เป็นหนึ่งในสี่ผู้เล่นที่คว้าชัยชนะจากการแข่งขันในประเภทชายเดี่ยวได้มากกว่า 1,000 นัด (ร่วมกับ จิมมี คอนเนอร์, อิวาน เลนเดิล และ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์)

คู่แข่งคนสำคัญแก้ไข

 
นาดัลและเฟเดอเรอร์ในการแข่งขันวิมเบิลดันปี 2007

นาดัล/เฟเดอเรอร์

ตั้งแต่ ค.ศ. 2004 เป็นต้นมา นาดัลได้กลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ทั้งคู่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคู่แข่งขันที่สร้างความยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเทนนิสโลก[88] โดยพบกันในรอบชิงชนะเลิศแกรนด์สแลม 9 ครั้งด้วยกัน ซึ่งนาดัลเป็นฝ่ายเอาชนะเฟเดอเรอร์ได้ 6 ครั้ง ตลอดอาชีพของทั้งคู่นั้น เคยแข่งขันกันมาแล้วทั้งสิ้น 40 ครั้ง โดยเป็นชัยชนะของนาดัล 24 ครั้งและเป็นชัยชนะของเฟเดอเรอร์ 16 ครั้ง โดยเฟเดอร์เรอร์มีสถิติการพบกันบนฮาร์ดคอร์ต (พื้นคอนกรีต) ที่เหนือกว่านาดัล (ชนะ 11 ครั้ง พ่ายแพ้ 9 ครั้ง) และ ยังมีสถิติการพบกันบนคอร์ตหญ้าที่ดีกว่าเช่นกัน (ชนะ 3 ครั้ง พ่ายแพ้ 1 ครั้ง) แต่นาดัลเองก็มีสถิติการพบกันบนคอร์ตดินที่เหนือกว่าเฟเดอร์เรอร์มาก (ชนะ 14 ครั้งและพ่ายแพ้เพียง 2 ครั้ง) ทั้งคู่พบกันในการแข่งขันระดับแกรนด์สแลมรวม 14 ครั้ง และ นาดัลเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ถึง 10 ครั้งด้วยกัน นอกจากนี้นาดัลยังมีสถิติที่ดีกว่าในการพบกันในรายการออสเตรเลียนโอเพน โดยสามารถเอาชนะไปได้ 3 ครั้ง พ่ายแพ้ 1 ครั้ง และ นาดัลไม่เคยพ่ายแพ้ให้แก่เฟเดอร์เรอร์ในรายการเฟรนช์โอเพนจากการพบกัน 6 ครั้ง ในขณะที่เฟเดอร์เรอร์ก็มีสถิติที่เหนือกว่าในการพบกันที่วิมเบิลดันโดยเอาชนะนาดัลไปได้ 3 ครั้ง พ่ายแพ้ 1 ครั้งและทั้งคู่ยังไม่เคยพบกันในรายการ ยูเอสโอเพน[89] โดยนาดัลถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นไม่กี่คนที่มีสถิติการพบกันรวมทุกรายการ (เฮด ทู เฮด) ที่เหนือกว่าเฟเดอร์เรอร์[90]

นาดัล/จอกอวิช

 
นาดัลและจอกอวิชในการแข่งขันบนคอร์ตดินที่กรุงโรมในปี 2016

คู่แข่งที่สำคัญที่สุดอีกคนหนึ่งของนาดัล ได้แก่ นอวาก จอกอวิช โดยทั้งคู่มีสถิติพบกันมากถึง 58 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติการพบกันของนักเทนนิสสองคนที่มากที่สุดในยุคโอเพน โดยนาดัลเป็นฝ่ายชนะไปได้ 28 ครั้งและพ่ายแพ้ 30 ครั้ง ซึ่งจอกอวิชเป็นผู้เล่นที่สามารถเอาชนะนาดัลได้มากที่สุดนับตั้งแต่นาดัลเล่นอาชีพมา ในขณะเดียวกันนาดัลก็เป็นผู้เล่นที่สามารถเอาชนะจอกอวิชได้มากที่สุดนับตั้งแต่เล่นอาชีพมาเช่นกัน[91] ทั้งคู่มีสถิติพบกันในรอบชิงชนะเลิศทุกรายการรวม 28 ครั้งซึ่งนาดัลเอาชนะไปได้ 13 ครั้งและพ่ายแพ้ไป 15 ครั้ง อย่างไรก็ตาม นาดัลมีสถิติที่เหนือกว่าในการพบกันในรอบชิงชนะเลิศรายการแกรนด์สแลม จำนวนทั้ง 5-4 ครั้ง (จาการพบกัน 9 ครั้ง) ซึ่งจอกอวิชสามารถเอาชนะนาดัลในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ออสเตรเลียนโอเพนได้ 2 ครั้ง (ค.ศ. 2011 และ ค.ศ. 2019), วิมเบิลดัน 1 ครั้ง (ค.ศ. 2011) และ ยูเอสโอเพน 1 ครั้ง (ค.ศ. 2011) ในขณะที่นาดัลสามารถเอาชนะจอกอวิชได้ในรอบชิงชนะเลิศเฟรนช์โอเพน 3 ครั้ง (ค.ศ. 2012, ค.ศ. 2014 และ ค.ศ. 2020) และ ยูเอสโอเพน 2 ครั้ง (ค.ศ. 2010 และ ค.ศ. 2013)[92]

โดยการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ของทั้งคู่คือการพบกันในรอบชิงชนะเลิศออสเตรเลียนโอเพนใน ค.ศ. 2012 ซึ่งใช้เวลาแข่งขันยาวนานถึง 5 ชั่วโมง 53 นาที ถือเป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศรายการแกรนด์สแลมที่นานที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยนาดัลเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป 2-3 เซต นอกจากนี้จอกอวิชยังเป็นหนึ่งในสองผู้เล่นที่สามารถเอาชนะนาดัลได้ในการแข่งขันเฟรนช์โอเพนและเป็นผู้เล่นคนเดียวที่เอาชนะนาดัลได้สองครั้งในรายการดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีคอร์ตที่ตนเองถนัดและมักจะเอาชนะอีกฝ่ายได้บ่อยครั้งเมื่อได้ลงแข่งขันในพื้นสนามที่ตนเองถนัด โดยจอกอวิชสามารถชนะนาดัลได้ในการแข่งขันบนฮาร์ดคอร์ต (พื้นคอนกรีต) จำนวนทั้งสิ้น 20 ครั้ง พ่ายแพ้เพียง 7 ครั้ง ในขณะที่นาดัลเองก็สามารถเอาชนะจอกอวิชในการแข่งขันบนคอร์ตดินได้ถึง 19 ครั้ง พ่ายแพ้ไปเพียง 8 ครั้งเช่นกัน และ ทั้งคู่มีสถิติเท่ากันในการเผชิญหน้ากันบนคอร์ตหญ้าโดยผลัดกันแพ้ชนะคนละ 2 ครั้ง และ นาดัลได้กล่าวยกย่องจอกอวิชว่าเป็นผู้เล่นที่สร้างความยากลำบากให้กับเขามากที่สุดในการพบกันทุกครั้งไม่ว่ารายการใด[93][94]

ชีวิตส่วนตัวแก้ไข

แท้จริงแล้วนาดัลเป็นคนที่ถนัดมือขวาโดยเขามักเขียนหนังสือและหยิบจับสิ่งของด้วยมือขวาแต่เขาตีเทนนิสด้วยมือซ้ายตามคำแนะนำของลุงโตนี[95][96] นอกเหนือจากกีฬาเทนนิส นาดัลยังชื่นชอบกีฬาฟุตบอลมาก มีสโมสรที่เชียร์คือ เรอัล มาดริด[97] และ สนับสนุนทีมชาติสเปนบ้านเกิดในการแข่งขันฟุตบอลโลกและฟุตบอลยูโร เขามีทักษะการเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมมากเนื่องจากเขาเคยฝึกฝนการเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กก่อนที่จะเลือกเป็นนักเทนนิสอาชีพแทน นาดัลถือเป็นคนที่มีวินัยในการออกกำลังกายเป็นอย่างมาก มักปรากฏภาพเจ้าตัวเข้าฟิตเนสเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและออกกำลังกายอยู่เสมอโดยเฉพาะการเล่นเวท[98] ซึ่งนาดัลถือเป็นนักเทนนิสที่มีกล้ามเนื้อแขนที่ใหญ่และแข็งแรงมาก[99] นาดัลเคยเปิดเผยว่าตัวเขาไม่เชื่อในพระเจ้าและให้ความสำคัญกับการประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยพรสวรรค์และความมุ่งมั่นของมนุษย์มากกว่าการเสาะแสวงหาที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ[100][101]

นาดัลเปิดเผยถึงเรื่องอาหารจานโปรดของเขาในขณะไปออกรายการของ มาร์คัส ซามูเอลสัน ในปี 2016 ว่า "ซีฟู้ด คือสิ่งที่ต้องมีบนโต๊ะอาหารเสมอ" ไม่ว่าจะเป็น สเต็กปลาแซลมอน หรือ พาสต้ากับกุ้งและเห็ด ซึ่งพาสต้านั้นเป็นสิ่งที่เจ้าตัวชอบเนื่องจากให้พลังงานสูง และ เขายังชอบทานข้าวผัดสเปน (Paella) เป็นอย่างมาก[102] โดยเฉพาะหากเป็นฝีมือการปรุงจากแม่ของเขา โดยปกตินาดัลจะไม่เน้นการควบคุมอาหารมากนัก อาจจะเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมันหรืออาหารหนัก ๆ บ้าง ขึ้นอยู่กับว่าช่วงนั้นอยู่ในฤดูกาลแข่งขันและมีโปรแกรมลงสนามต่อเนื่องหรือไม่ และ นาดัลยอมรับว่าเขาเองก็มี "Guilty Pleasure" ซึ่งเป็นเมนูที่ไม่ได้ดีต่อสุขภาพนัก แต่เขาชอบทานเป็นอย่างมากซึ่งก็คือ ช็อกโกแลต และ เค้ก[103] รวมถึงของหวานซึ่งให้แคลอรีสูง แต่นาดัลก็ยังสามารถรักษารูปร่างได้เป็นอย่างดี ซึ่งเจ้าตัวเผยถึงเรื่องนี้กับทางนิตยสาร Men's Journal ว่า "ผมเองก็เบิร์นแคลอรี่ไปเยอะเช่นกัน" เครดิต: เจษฎา บุญประสม

นาดัลมีความสนิทสนมกับ คริสเตียโน โรนัลโด ยอดนักฟุตบอลชาวโปรตุเกสอย่างมาก ทั้งคู่เคยร่วมงานโฆษณาด้วยกันหลายครั้งกับทางไนกี้[104] และ โรนัลโดกล่าวว่านาดัลคือนักเทนนิสคนโปรดของเขา ในขณะที่นาดัลก็มักไปชมเกมส์การแข่งขันของทีมเรอัลมาดริดเป็นประจำเมื่อครั้งที่โรนัลโดยังค้าแข้งอยู่ที่สเปนและทั้งคู่กล่าวว่าต่างฝ่ายต่างเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่กันและกันในแง่ของระเบียบวินัยและการฝึกซ้อม ทางด้านชีวิตครอบครัว นาดัลเข้าพิธีวิวาห์กับฟรานซิสก้า “ซิสก้า” เปเรโญ่ แฟนสาว ณ ปราสาทลา ฟอร์ตาเลซ่า บนเกาะมายอร์ก้า เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ปี 2019 ที่ผ่านมา[105]

นาดัลยังมีธุรกิจส่วนตัวนอกสนามโดยเขาเปิดสถาบันฝึกสอนการเล่นเทนนิส Rafa Nadal Academy by Movistar ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมาที่มาร์ยอกา สเปน โดยเน้นสอนเยาวชนอายุ 12-18 ปี ในราคาเริ่มต้น 2,689 ยูโร/สัปดาห์ (ราว 97,500 บาท) ไปจนถึง 10,589 ยูโร/เดือน (ราว 385,000 บาท) และมีโปรแกรมสำหรับผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน โดยอยู่ภายใต้การดูแลของโค้ชมืออาชีพและยังเปิดสอนที่สหราชอาณาจักร,ไอร์แลนด์, คูเวต รวมถึงเปิดสาขา Rafa Nadal Tennis Centre Costa Mujeres ที่เม็กซิโกด้วย[106]

สปอนเซอร์และทรัพย์สินส่วนตัวแก้ไข

 
"ไนกี้" ถือเป็นหนึ่งในสปอนเซอร์หลักในอาชีพของนาดัล

ราฟาเอล นาดัล ทำเงินรางวัลจากการแข่งขันรวมกันทั้งสิ้นกว่า 125 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงที่สุดคนหนึ่งในเอทีพี ทัวร์[107] เขามีสปอนเซอร์หลายราย เช่น Nike (ชุดแข่งและรองเท้าเทนนิส), Telefonica (บริษัทโทรคมนาคม), Babolat (ไม้เทนนิส), Kia Motors (รถยนต์), Richard Mille (นาฬิกา), Mapfre (บริษัทประกันภัย), Santander (ธนาคารและบริการด้านการเงิน) และ Cantabria Labs (ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว) เป็นต้น ขณะที่นิตยสารฟอร์บส์ซึ่งจัดอันดับนักกีฬาที่มีรายได้มากที่สุดในโลกประจำปี 2020 ระบุว่าเขาอยู่อันดับที่ 27 ด้วยรายได้มูลค่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,245 ล้านบาท) ในปีนี้ แบ่งเป็นรายได้จากการเป็นพรีเซนเตอร์/แอมบาสเดอร์ 26 ล้านเหรียญสหรัฐ และ รายได้จากการแข่งขัน 14 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยนาดัลมีทรัพย์สินรวมกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[108]

การกุศลแก้ไข

นาดัลเปิดมูลนิธิภายใต้ชื่อ Rafa Nadal Foundation[109] ในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส โดยมีคติที่ว่า “I am always working for the same goal: to improve as a player and as a person”, นอกจากนี้เขายังร่วมโปรเจกต์ในการก่อตั้งมูลนิธิการกุศลร่วมกับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เนื่องด้วยทั้งคู่มีความสนิทสนมกันนอกสนาม และ นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา นาดัลได้ร่วมตั้งกองทุนร่วมกับ จอกอวิช และ เฟเดอเรอร์ ในโครงการช่วยเหลือนักเทนนิสที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากการแข่งขันเทนนิสอาชีพฤดูกาลที่ผ่านมาถูกหยุดพัก ซึ่งกลุ่มนักเทนนิสในอันดับ TOP 100 ยังไม่ได้รับผลกระทบมากเท่ากับกลุ่มนักเทนนิสอันดับโลกที่อยู่ต่ำลงไปซึ่งขาดเงินรางวัลจากการแข่งขัน โดยจอกอวิช ซึ่งเป็นประธานสภานักเทนนิสเอทีพี ต้องการช่วยเหลือผู้เล่นที่มีอันดับโลกในกลุ่มอันดับ 200-1,000 โดยหารือกับ เฟเดอเรอร์ และ นาดัล รวมถึงนักเทนนิสคนอื่นๆ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป[110][111]

สถิติการแข่งขันอาชีพในรายการสำคัญแก้ไข

รายการแกรนด์สแลมชายเดี่ยวรอบชิงชนะเลิศ (เข้าชิงชนะเลิศ 28 สมัย)แก้ไข

สถิติการแข่งขันอาชีพ
ประเภท รายการระดับ ชนะ แพ้ รวม (%)
เดี่ยว แกรนด์สแลม 20 8 28 0.71
กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1 1 1.00
เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล 2 1 0.00
เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000* 36 16 50 0.69
เอทีพี ทัวร์ มาสเตอร์ 500 22 6 26 0.76
รวม 87 37 124 0.70
คู่ แกรนด์สแลม
กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1
เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอล
เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ มาสเตอร์ 1000* 3 3 1.00
เอทีพี ทัวร์ 500 1 2 3 0.33
เอทีพี ทัวร์ 250 6 2 8 0.75
รวม 11 4 15 0.73
รวม 99 41 141 0.73
1) (%) = อัตราส่วนการชนะ
2) *ในอดีตรู้จักกันในชื่อของ "ซุปเปอร์ 9" (ค.ศ. 1996–1999), "เทนนิส มาสเตอร์ซีรีส์" (ค.ศ. 2000–2003) และ "เอทีพี มาสเตอร์ซีรีส์" (ค.ศ. 2004–2008)

ชนะเลิศ 20 สมัยแก้ไข

ปี รายการ คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
2005   เฟรนช์โอเพน (1)   มาเรียโน ปูเอร์ตา 6–7(6), 6–3, 6–1, 7–5
2006   เฟรนช์โอเพน (2)   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 1-6, 6-1, 6-4, 7-6(4)
2007   เฟรนช์โอเพน (3)   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6-3, 4-6, 6-3, 6-4
2008   เฟรนช์โอเพน (4)   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6-1, 6-3, 6-0
2008   วิมเบิลดัน (1)   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6-4, 6-4, 6-7(5), 6-7(8), 9-7
2009   ออสเตรเลียนโอเพน (1)   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 7-5, 3-6, 7-6(3), 3-6, 6-2
2010   เฟรนช์โอเพน (5)   โรบิน โซเดอร์ลิง 6–4, 6–2, 6–4
2010   วิมเบิลดัน (2)   โทมัส เบอร์ดิช 6–3, 7–5, 6–4
2010   ยูเอสโอเพน (1)   นอวาก จอกอวิช 6–4, 5–7, 6–4, 6–2
2011   เฟรนช์โอเพน (6)   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 7–5, 7–6(3), 5–7, 6–1
2012   เฟรนช์โอเพน (7)   นอวาก จอกอวิช 6-4, 6-3, 2-6, 7-6
2013   เฟรนช์โอเพน (8)   ดาบิล เฟร์เรร์ 6-3, 6-2, 6-3
2013   ยูเอสโอเพน (2)   นอวาก จอกอวิช 6–2, 3–6, 6–4, 6–1
2014   เฟรนช์โอเพน (9)   นอวาก จอกอวิช 3-6, 7-5, 6-2, 6-4
2017   เฟรนช์โอเพน (10)   สตานิสลาส วาวรินกา 6-2, 6-3, 6-1
2017   ยูเอสโอเพน (3)   เควิน แอนเดอร์สัน 6-3, 6-3, 6-4
2018   เฟรนช์โอเพน (11)   โดมินิค ธีม 6-4, 6-3, 6-2
2019   เฟรนช์โอเพน (12)   โดมินิค ธีม 6-3, 5-7, 6-1, 6-1
2019   ยูเอสโอเพน (4)   ดานีล เมดเวเดฟ 7-5, 6-3, 5-7, 4-6, 6-4
2020   เฟรนช์โอเพน (13)   นอวาก จอกอวิช 6–0, 6–2, 7–5

รองชนะเลิศ 8 สมัยแก้ไข

ปี รายการ คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
2006   วิมเบิลดัน   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6-0, 7-6(5), 6-7(2), 6-3
2007   วิมเบิลดัน   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 7-6(7), 4-6, 7-6(3), 2-6, 6-2
2011   วิมเบิลดัน   นอวาก จอกอวิช 6–4, 6–1, 1–6, 6–3
2011   ยูเอสโอเพน   นอวาก จอกอวิช 6–2, 6–4, 6–7(3), 6–1
2012   ออสเตรเลียนโอเพน   นอวาก จอกอวิช 7–5, 4–6, 2–6, 7–6(5), 5–7
2014   ออสเตรเลียนโอเพน   สตานิสลาส วาวรินกา 3-6, 2-6, 6-3, 3-6
2017   ออสเตรเลียนโอเพน   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 4-6, 6-3, 1-6, 6-3, 3-6
2019   ออสเตรเลียนโอเพน   นอวาก จอกอวิช 3-6, 2-6, 3-6

สรุปสถิติการแข่งขันแกรนด์สแลมรอบชิงชนะเลิศทุกรายการแก้ไข

  • ออสเตรเลียนโอเพน - เข้าชิงชนะเลิศ 5 สมัย (ชนะเลิศ 1 สมัย, รองชนะเลิศ 4 สมัย)
  • เฟรนช์โอเพน - เข้าชิงชนะเลิศ 13 สมัย (ชนะเลิศ 13 สมัย, รองชนะเลิศ 0)
  • วิมเบิลดัน - เข้าชิงชนะเลิศ 5 สมัย (ชนะเลิศ 2 สมัย, รองชนะเลิศ 3 สมัย)
  • ยูเอสโอเพน - เข้าชิงชนะเลิศ 5 สมัย (ชนะเลิศ 4 สมัย, รองชนะเลิศ 1 สมัย)

เข้าชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมรวม 28 สมัย (ชนะเลิศ 20 สมัย, รองชนะเลิศ 8 สมัย)

กีฬาโอลิมปิกเกมส์ รอบชิงชนะเลิศแก้ไข

เหรียญทอง 2 สมัย (ประเภทเดี่ยว 1 สมัย, ประเภทคู่ 1 สมัย)แก้ไข

ปี รายการ พื้นสนาม คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
2008   กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ณ กรุงปักกิ่ง (ประเภทชายเดี่ยว) คอนกรีต   เฟอร์นานโด กอนซาเลซ ชนะ 6–3, 7–6(2), 6–3
2016   กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ณ กรุงริ โอ เดอจาเนโร (ประเภทคู่) คอนกรีต   Florin Mergea
  Horia Tecău
ชนะ 6–2, 3–6, 6–4

รายการ เอทีพี เวิลด์ ทัวร์ ไฟนอลแก้ไข

ประเภทชายเดี่ยว: เข้าชิงชนะเลิศ 2 สมัย (คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศ 2 สมัย)แก้ไข

ปี สถานที่ คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
2010   ลอนดอน   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ แพ้ 3–6, 6–3, 1–6
2013   ลอนดอน   นอวาก จอกอวิช แพ้ 3-6, 4-6

รายการ เอทีพีมาสเตอร์ 1000 ประเภทชายเดี่ยวรอบชิงชนะเลิศ (เข้าชิงชนะเลิศ 52 รายการ)แก้ไข

ชนะเลิศ 36 รายการแก้ไข

ปี รายการ พื้นสนาม คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
2005   มงเต-การ์โล (1) ดิน   กิลเยร์โม โคเรีย 6–3, 6–1, 0–6, 7–5
2005   โรม (1) ดิน   กิลเยร์โม โคเรีย 6–4, 3–6, 6–3, 4–6, 7–6(6)
2005   แคนาดา (1) คอนกรีต   อานเดร แอกัสซี 6–3, 4–6, 6–2
2005   มาดริด (1) คอนกรีต (i)   อีวาน ลูบิซิช 3–6, 2–6, 6–3, 6–4, 7–6(3)
2006   มงเต-การ์โล (2) ดิน   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–2, 6–7(2), 6–3, 7–6(5)
2006   โรม (2) ดิน  โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–7(0), 7–6(5), 6–4, 2–6, 7–6(5)
2007   อินเดียนเวลส์ (1) คอนกรีต   นอวาก จอกอวิช 6–2, 7–5
2007   มงเต-การ์โล (3) ดิน   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–4, 6–4
2007   โรม (3) ดิน   เฟอร์นานโด กอนซาเลซ 6–2, 6–2
2008   มงเต-การ์โล (4) ดิน   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 7–5, 7–5
2008   ฮัมบวร์ค ดิน   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 7–5, 6–7(3), 6–3
2008   แคนาดา (2) คอนกรีต   นิโคลัส คีเฟอร์ 6–3, 6–2
2009   อินเดียนเวลส์ (2) คอนกรีต   แอนดี มาร์รี 6–1, 6–2
2009   มงเต-การ์โล (5) ดิน   นอวาก จอกอวิช 6–3, 2–6, 6-1
2009   โรม (4) ดิน   นอวาก จอกอวิช 7-6(2), 6–2
2010   มงเต-การ์โล (6) ดิน   เฟอร์นันโด เบร์ดาสโก 6–0, 6–1
2010   โรม (5) ดิน   ดาวิด เฟร์เรร์ 7–5, 6–2
2010   มาดริด (2) ดิน   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–4, 7–6(5)
2011   มงเต-การ์โล(7) ดิน   ดาวิด เฟร์เรร์ 6–4, 7–5
2012   มงเต-การ์โล(8) ดิน   นอวาก จอกอวิช 6-3, 6-1
2012   โรม (6) ดิน   นอวาก จอกอวิช 7–5, 6–3
2013   อินเดียนเวลส์ (3) คอนกรีต   ฮวน มาติน เดล ปอโตร 4-6, 6–3, 6-4
2013   มาดริด (3) ดิน   สตาน วาวรีงกา 6-2, 6-4
2013   โรม (7) ดิน   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6-1, 6–3
2013   แคนาดา (3) คอนกรีต   มิลอส ราโอนิส 6–2, 6–2
2013   ซินซินเนติ (1) คอนกรีต   จอห์น อิสเนอร์ 7-6 (10-8), 7–6 (7-3)
2014   มาดริด (4) ดิน   เคอิ นิชิโคริ 2-6, 6-4, 3-0 RET
2016   มงเต-การ์โล (9) ดิน   เกล มงฟิสก์ 7-5, 5-7, 6-0
2017   มงเต-การ์โล(10) ดิน   อัลเบิร์ท รามอส-วีโนลาส 6-1, 6-3
2017   มาดริด (5) ดิน   โดมินิค ธีม 7-6 (8), 6-4
2018   มงเต-การ์โล (11) ดิน  เคอิ นิชิโคริ 6-3, 6-2
2018   โรม (8) ดิน   อเลกซาเดอร์ ซเวเรฟ 6-1, 1-6, 6-3
2018   แคนาดา (4) คอนกรีต   สเตฟานอส ซิซิปาส 6-2, 4-6 (4)
2019   โรม (9) ดิน   นอวาก จอกอวิช 6-0, 4-6, 6-1
2019   แคนาดา (5) คอนกรีต   ดานีล เมดเวเดฟ 6-3, 6-0
2021   โรม (10) ดิน   นอวาก จอกอวิช 7-5, 1-6, 6-3

รองชนะเลิศ 16 รายการแก้ไข

ปี รายการ พื้นสนาม คู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศ ผลการแข่งขัน
2005   ไมแอมี คอนกรีต   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 2-6, 6-7(4), 7-6(5), 6-3, 6-1
2007   ฮัมบวร์ค ดิน   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 2-6, 6-2, 6-0
2007   ปารีส คอนกรีต (i)   ดาวิด นาบัลเดียน 6–4, 6–0
2008   ไมแอมี คอนกรีต   นิโคไล ดาวิเดนโก 6–4, 6–2
2009   มาดริด ดิน   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 6–4, 6–4
2009   เซี่ยงไฮ้ คอนกรีต   นิโคไล ดาวิเดนโก 7-6(3), 6-3
2011   อินเดียนเวลส์ คอนกรีต   นอวาก จอกอวิช 4–6, 6–3, 6–2
2011   ไมแอมี คอนกรีต   นอวาก จอกอวิช 4–6, 6–3, 7–6
2011   มาดริด ดิน   นอวาก จอกอวิช 7–5, 6–4
2011   โรม ดิน   นอวาก จอกอวิช 6–4, 6–4
2013   มงเต-การ์โล ดิน   นอวาก จอกอวิช 6–2, 7-6 (1)
2014   ไมแอมี คอนกรีต   นอวาก จอกอวิช 3-6, 3-6
2014   โรม ดิน   นอวาก จอกอวิช 6-4, 3-6, 3-6
2015   มาดริด ดิน   แอนดี มาร์รี 3-6, 2-6
2017   ไมแอมี คอนกรีต   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 3-6, 4-6
2017   เซี่ยงไฮ้ คอนกรีต   โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ 4-6, 3-6

รายการ ไอทีเอฟ เดวิสคัพแก้ไข

ชนะเลิศ 5 สมัย (แข่งขันในนามทีมชาติสเปน)แก้ไข

ปี สมาชิกในทีม (ทีมสเปน) รอบ/ชาติคู่แข่งขัน
2004 เดวิส คัพ   ราฟาเอล นาดัล
  คาร์ลอส โมยา
  ทอมมี โรเบรโด
  ฮวน คาร์ลอส เฟร์เรโร
  เฟลิเซียโน โลเปซ
  อัลแบร์โต มาร์ติน
1R:   2-3  
QF:   4-1  
SF:   4-1  
FN:   3-2  
2008 เดวิส คัพ   ราฟาเอล นาดัล
  ดาบิด เฟร์เรร์
  เฟลิเซียโน โลเปซ
  เฟอร์นันโด เบร์ดาสโก
  ทอมมี โรเบรโด
  นิโคลัส อัลมาโกร
1R:   0-5  
QF:   1-4  
SF:   4-1  
FN:   1-3  
2009 เดวิส คัพ   ราฟาเอล นาดัล
  เฟอร์นันโด เบร์ดาสโก
  ดาบิด เฟร์เรร์
  เฟลิเซียโน โลเปซ
  ทอมมี โรเบรโด
  ฮวน คาร์ลอส เฟร์เรโร
1R:   4-1  
QF:   3-2  
SF:   4-1  
FN:   5-0  
2011 เดวิส คัพ Rafael Nadal
David Ferrer
Feliciano López
Fernando Verdasco
Marcel Granollers
1R: Belgium 1–4 Spain
QF: USA 1–3 Spain
SF: Spain 4–1 France
FN: Spain 3–1 Argentina
2019 เดวิส คัพ Rafael Nadal
Roberto Bautista Agut
Feliciano López
Pablo Carreño Busta
Marcel Granollers
RR: Spain 2–1 Russia
RR: Croatia 0–3 Spain
QF: Argentina 1–2 Spain
SF: Great Britain 1–2 Spain
FN: Canada 0–2 Spain

เงินรางวัลที่ได้รับจากการแข่งขันตลอดอาชีพแก้ไข

ปี รายการ
แกรนด์สแลม
รายการ
ATP
รวม เงินรางวัล
($)
อันดับของ
เงินรางวัล
2001 0 0 0 $857 [1]
2002 0 0 0 $23,975 345
2003 0 0 0 $243,238 87
2004 0 1 1 $447,758 50
2005 1 10 11 $3,874,751 2
2006 1 4 5 $3,746,360 2
2007 1 5 6 $5,646,935 2
2008 2 6 8 $6,773,776 1
2009 1 4 5 $6,466,515 2
2010 3 4 7 $10,171,999 1
2011 1 2 3 $7,668,217 2
2012 1 3 4 $4,997,450 4
2013 2 8 10 $14,570,937 1
2014 1 3 4 $6,746,475 3
2015 0 3 3 $4,508,891 5
2016 0 2 2 $2,836,500 9[112]
2017 2 4 6 $15,864,000 1
2018 1 4 5 $8,663,347 2
2019 2 2 4 $16,349,586 1
2020 1 1 2 $3,881,202 3
2021 0 2 2 $997,268 8
Career* 20 68 88 $124,480,032 3
* Statistics correct ข้อมูลเมื่อ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 2021 (2021 -05-31).

อ้างอิงแก้ไข

  1. "ATP World Tour – Doubles Rankings". ATP Tour. สืบค้นเมื่อ 19 March 2012.
  2. https://www.atptour.com/-/media/player-names/59_rafael-nadal_player-name-2014.mp3
  3. Chambers, W. "Rafael Nadal Is The Greatest Competitor in Tennis History?". Bleacher Report (ภาษาอังกฤษ).
  4. "Rafael Nadal | Titles and Finals | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  5. mirror.co.uk, Mighty Nadal is one of best four players ever, says John McEnroe
  6. "Reasons why Rafael Nadal is called the King of Clay". EssentiallySports. 2018-06-03.
  7. Reuters (2016-08-13). "Rafael Nadal and Marc Lopez win tennis gold in Olympic men's doubles final". the Guardian (ภาษาอังกฤษ).
  8. "Nicolas MASSU". Olympics.com.
  9. "Toni Nadal joins Auger-Aliassime's team". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-06-06.
  10. "Rafael Nadal | Overview | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  11. Abbamonte, Lee (2021-02-21). "Who is the greatest men's tennis player of all time?". Lee Abbamonte (ภาษาอังกฤษ).
  12. CNN, Ben Morse. "'All three of the best players are playing in this generation,' Murray believes tennis' 'Big Three' are GOATs". CNN.
  13. lukealexdavis. "Rafael Nadal - The God of Clay | Playrface" (ภาษาอังกฤษ).
  14. "Despite his struggles, Nadal remains the king of clay". MARCA (ภาษาอังกฤษ). 2021-05-13.
  15. Correspondent (2020-10-12). "The god of clay". The Daily Guardian (ภาษาอังกฤษ).
  16. "Rafa's 81 - The list". Eurosport (ภาษาอังกฤษ). 2007-05-19.
  17. lovetennis (2020-10-11). "Rafa Nadal: King of clay, King of the World - French Open". Love Tennis (ภาษาอังกฤษ).
  18. "Statue in honour of Rafa unveiled at RG - Roland-Garros - The 2021 Roland-Garros Tournament official site". www.rolandgarros.com (ภาษาอังกฤษ).
  19. "French Open | History, Winners, & Facts". Encyclopedia Britannica (ภาษาอังกฤษ).
  20. "Rome Masters: Rafael Nadal wins 10th title in Italian capital with victory over Novak Djokovic". Sky Sports (ภาษาอังกฤษ).
  21. https://www.atptour.com/en/players/rafael-nadal/n409/overview
  22. ATP World tour, NADAL'S CAREER GRAND SLAM. Nadal A Man In A Hurry
  23. "Rafael Nadal Worldwide Fans บน Instagram: "A week after recording his 1,000th ATP win, Rafael Nadal has broken a long-standing record set by Jimmy Connors. The 20-time Grand Slam…"". Instagram.
  24. https://www.atptour.com/en/news/rafael-nadal-journey-to-1000-wins
  25. https://www.atptour.com/en/news/nadal-wins-laureus-world-sportsman-of-the-year-2021
  26. https://sportytell.com/biography/rafael-nadal-biography-facts-childhood-personal-life/
  27. "Subscribe to The Australian | Newspaper home delivery, website, iPad, iPhone & Android apps". www.theaustralian.com.au.
  28. ""He liked football more than tennis" Rafa Nadal made the right decision". Tennishead (ภาษาอังกฤษ). 2019-11-01.
  29. ""He liked football more than tennis" Rafa Nadal made the right decision". Tennishead (ภาษาอังกฤษ). 2019-11-01.
  30. Kervin, Alison (April 23, 2006). "The Big Interview: Rafael Nadal". The Sunday Times. TIMESONLINE. สืบค้นเมื่อ 2008-11-07. Unknown parameter |dateformat= ignored (help)
  31. Davis, Caris (June 23, 2008). "Tennis Hotshot Rafael Nadal Has a Secret Girlfriend". People. People.com. สืบค้นเมื่อ 2008-11-07. Unknown parameter |dateformat= ignored (help)
  32. "September 24, 2001: Rafael Nadal appears in the rankings for the first time". Tennis World USA (ภาษาอังกฤษ).
  33. "Rafael Nadal - year: 2001 - TennisLive.com". www.tennislive.net.
  34. "Davis Cup - Junior Davis Cup". www.daviscup.com.
  35. "TBT, 1982 French Open: Mats Wilander's great sportsmanship in Paris". Tennis.com.
  36. "ATP Awards Honour Roll | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  37. "Nadal tops Federer for fourth straight French title". ESPN.com (ภาษาอังกฤษ). 2008-06-08.
  38. "2006 Wimbledon F: Roger Federer vs Rafael Nadal Detailed Stats | Tennis Abstract". www.tennisabstract.com.
  39. "Davis Cup - Scorecards - 2008". www.daviscup.com.
  40. "Ultimate Tennis Statistics - Records Book". www.ultimatetennisstatistics.com.
  41. Press, Associated (2009-02-02). "Nadal first Spanish man to win Australian". Deseret News (ภาษาอังกฤษ).
  42. "Rafael Nadal pulls out of Wimbledon with knee injury". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2009-06-19.
  43. "Davis Cup - Scorecards - 2009". www.daviscup.com.
  44. "How Del Potro Defeated Federer In The 2009 US Open Final | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  45. "Andy Murray reaches Australian Open semi-finals as Rafael Nadal retires". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2010-01-26.
  46. "Nadal wins second Wimbledon title" (ภาษาอังกฤษ). 2010-07-04. สืบค้นเมื่อ 2021-05-24.
  47. Hazarika, Bhargav (2019-12-28). "10 most significant records created by Rafael Nadal in the decade that was 2010-2019". www.sportskeeda.com (ภาษาอังกฤษ).
  48. "Rafael Nadal: Best Tennis Players Of 2010 Decade | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  49. Langford, Richard. "Wimbledon 2011: Results and Reaction from the Tournament". Bleacher Report (ภาษาอังกฤษ).
  50. "2011 French Open final: Rafa Nadal most memorable matches". Tennishead (ภาษาอังกฤษ). 2020-05-20.
  51. "Nadal resumes training after hamstring injury". www.iol.co.za (ภาษาอังกฤษ).
  52. "Djokovic outlasts Nadal in longest Slam final". ESPN.com (ภาษาอังกฤษ). 2012-01-29.
  53. "Nadal out of Open due to ongoing knee issues". ESPN.com (ภาษาอังกฤษ). 2012-08-15.
  54. "Australian Open 2013: Rafael Nadal withdraws due to stomach virus". www.telegraph.co.uk.
  55. "Nadal wins eighth French Open title". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). 2013-06-08.
  56. "Nadal overpowers Djokovic to take his second US Open title". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2013-09-10.
  57. "Injured Nadal refused to quit final". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-05-23.
  58. "Nick Kyrgios stuns Rafael Nadal with four-set Wimbledon victory". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2014-07-01.
  59. "When Nick Kyrgios Stunned No. 1 Rafael Nadal On His Centre Court Debut | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  60. "Rafael Nadal VS Tomas Berdych | Head 2 Head | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  61. "Nadal stunned by qualifier Brown". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-05-23.
  62. "Ruthless Nadal reaches semi-finals". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-05-23.
  63. McCarvel, Nick. "Rafael Nadal wins 200th Grand Slam match at French Open". USA TODAY (ภาษาอังกฤษ).
  64. Zucker, Joseph. "What Rafael Nadal's Wrist Injury Means for Wimbledon 2016". Bleacher Report (ภาษาอังกฤษ).
  65. "August 22, 2004: The day Nicolas Massu made Olympic history for Chile". Tennis Majors (ภาษาอังกฤษ). 2020-08-22.
  66. Reuters (2016-10-20). "Rafael Nadal ends season early to recover from persistent wrist injury". the Guardian (ภาษาอังกฤษ).
  67. "How It Happened: Federer Beats Nadal For Australian Open Title | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  68. "Rafael Nadal Beats Stan Wawrinka For Historic 10th Roland Garros Title In Paris | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  69. "Nadal Starts Fourth Stint At No. 1 In Emirates ATP Rankings | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  70. "Nadal wins 11th French Open title". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-05-27.
  71. "Djokovic Completes Remarkable Return To No. 1 | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  72. "Rafael Nadal Clinches Davis Cup Title For Spain With Win Against Denis Shapovalov | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  73. "Davis Cup - Draws & Results". www.daviscup.com.
  74. "Novak Djokovic Beats Rafael Nadal At ATP Cup Final In Sydney | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  75. "Rafael Nadal crashes out of Australian Open after thriller with Dominic Thiem". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2020-01-29.
  76. "AUSTRALIAN OPEN 2021: Nadal seeks men's-record 21st major". AP NEWS. 2021-02-05.
  77. Lutz, Tom (2021-06-11). "Novak Djokovic beats Rafael Nadal in French Open 2021 semi-final – as it happened". The Guardian (ภาษาอังกฤษ). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2021-06-11.
  78. Basu, Sohinee (2020-05-19). "Science behind Rafael Nadal's vicious forehand topspin explained". www.sportskeeda.com (ภาษาอังกฤษ).
  79. thetennisbros (2020-12-20). "Rafael Nadal Forehand Analysis". TheTennisBros.com (ภาษาอังกฤษ).
  80. "Athlete's Mental Toughness Training | Sports Psychology Articles" (ภาษาอังกฤษ). 2016-03-17.
  81. https://www.sciencedirect.com/topics/psychology/psychological-skills-training
  82. 161385360554578 (2010-09-14). "Nadal becomes youngest ever to complete career Grand Slam". talkSPORT (ภาษาอังกฤษ).CS1 maint: numeric names: authors list (link)
  83. Pearson, Jade. "Rafael Nadal Wins The US Open To Complete Golden Slam". Bleacher Report (ภาษาอังกฤษ).
  84. Press, Associated (2009-02-02). "Nadal first Spanish man to win Australian". Deseret News (ภาษาอังกฤษ).
  85. "Nadal wins record 13th French Open". BBC Sport (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2021-06-14.
  86. Garber, Greg (May 20, 2007). "Federer ends Nadal's win streak". ESPN Tennis. ESPN.com. สืบค้นเมื่อ 2008-11-06. Unknown parameter |dateformat= ignored (help)
  87. "Ultimate Tennis Statistics - Most Clay Titles". www.ultimatetennisstatistics.com.
  88. Fendrich, Howard (July 7, 2008). "Federer-Nadal rivalry as good as it gets". International Herald Tribune. iht.com. สืบค้นเมื่อ 2008-11-06. Unknown parameter |dateformat= ignored (help)
  89. "Players — Head-to-head". ATPtennis.com. สืบค้นเมื่อ 2008-11-06. Unknown parameter |dateformat= ignored (help)
  90. "FedEx ATP Head 2 Head - Tennis - ATP World Tour". web.archive.org. 2013-08-14.
  91. "Rafael Nadal VS Novak Djokovic | Head 2 Head | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  92. "Novak Djokovic VS Rafael Nadal | Head 2 Head | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  93. "Nadal: 'It has always been more difficult to prepare for matches against Djokovic than Federer'". Tennishead (ภาษาอังกฤษ). 2020-10-02.
  94. ""He's Very Successful Normally Everywhere": Nadal Heaps Huge Praise on Djokovic". EssentiallySports. 2021-02-07.
  95. "The Peculiar Case Of The Right Handed Rafael Nadal". EssentiallySports. 2020-03-29.
  96. DelhiApril 20, India Today Web Desk New; April 20, 2020UPDATED:; Ist, 2020 23:23. "Why do you have to play with left hand when you are right-handed: Roger Federer asks Rafael Nadal". India Today (ภาษาอังกฤษ).CS1 maint: extra punctuation (link) CS1 maint: numeric names: authors list (link)
  97. https://www.marca.com/en/more-sports/2020/11/01/5f9ed709ca4741e3268b456b.html
  98. Bliss, Dominic. "Service charged". British GQ (ภาษาอังกฤษ).
  99. "All You Need To Know About Rafael Nadal's Training Routine". EssentiallySports. 2020-02-14.
  100. https://www.brainyquote.com/quotes/rafael_nadal_557524
  101. https://www.suggest.com/celebs/2116/17-celeb-atheists/
  102. Dawson, Alan. "This is everything tennis champion Rafa Nadal eats and drinks for breakfast, lunch, and dinner". Business Insider (ภาษาอังกฤษ).
  103. Times, The Sunday. "Nadal: 'I love Nutella'".
  104. https://bleacherreport.com/articles/1140831-rafael-nadal-vs-cristiano-ronaldo-is-this-best-commercial-in-tennis-history
  105. Hosie, Rachel. "Rafael Nadal shared a beautiful picture from his wedding at a grand Spanish castle". Insider (ภาษาอังกฤษ).
  106. https://www.salika.co/2020/11/02/rafael-nadal-the-great-inspiration/
  107. https://sportskhabri.com/top-10-richest-tennis-players-2020/
  108. "Rafael Nadal Net Worth". Celebrity Net Worth (ภาษาอังกฤษ). 2020-01-31.
  109. https://www.fundacionrafanadal.org/en/default.asp
  110. "ATP Serves: How Stars Are Helping Combat The COVID-19 Pandemic | ATP Tour | Tennis". ATP Tour.
  111. "Novak Djokovic, Roger Federer, Rafael Nadal working to help fund lower-ranked tennis players during COVID-19". CBSSports.com (ภาษาอังกฤษ).
  112. ATP Money Leader 2016 , 26 Dec 2016