พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าวรวรรณากร เป็นพระบิดาแห่งการละครร้อง เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับเจ้าจอมมารดาเขียน ทรงเป็นกวีและนักประพันธ์ ทรงเข้ารับราชการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงตำแหน่งรองเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ ทรงเป็นต้นราชสกุลวรวรรณ[3]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น 4
กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์.jpg
องคมนตรี[1]
[2]
ดำรงตำแหน่ง7 พฤษภาคม พ.ศ. 2430
รองเสนาบดีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ
หม่อมหม่อมหลวงต่วนศรี วรวรรณ
หม่อมผัน วรวรรณ ณ อยุธยา
หม่อมอินทร์ วรวรรณ ณ อยุธยา
หม่อมบุญ วรวรรณ ณ อยุธยา
หม่อมหลวงตาด วรวรรณ
หม่อมแช่ม วรวรรณ ณ อยุธยา
หม่อมสุ่น วรวรรณ ณ อยุธยา
หม่อมแสร์ วรวรรณ ณ อยุธยา
หม่อมพร้อม วรวรรณ ณ อยุธยา
หม่อมเจียม วรวรรณ ณ อยุธยา
หม่อมเชื้อเล็ก วรวรรณ ณ อยุธยา
หม่อมต่วนใหญ่ วรวรรณ ณ อยุธยา
หม่อมแถม วรวรรณ ณ อยุธยา
พระบุตร35 พระองค์
ราชวงศ์ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดาเจ้าจอมมารดาเขียน ในรัชกาลที่ 4
ประสูติ20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2404
สิ้นพระชนม์1 ตุลาคม พ.ศ. 2474 (69 ปี)

พระประวัติแก้ไข

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ มีพระนามเดิมว่า "พระองค์เจ้าวรวรรณากร" เป็นพระราชโอรสลำดับที่ 56 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเขียน ประสูติเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2404

พระองค์เจ้าวรวรรณากร ทรงเริ่มรับราชการที่หอรัษฏากรพิพัฒ เป็นพนักงานการเงินที่ฝากแบงค์ต่างประเทศ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรมมีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงศ์ เมื่อปี พ.ศ. 2432[4] ดำรงตำแหน่งรองเสนาบดีกรมพระคลังมหาสมบัติ ต่อมาในปี พ.ศ. 2464 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลื่อนกรมขึ้นเป็น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า[5]

"พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ มกุฏวงศ์นฤบดี มหากวีนิพันธนวิจิตร ราชโกษาธิกิจจิรุปการ บรมนฤบาลมหาสวามิภักดิ์ ขัตติยศักดิ์อดุลพหุลกัลยาณวัตร ศรีรัตนไตรย์คุณาลงกรณ์ นรินทรบพิตร"

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ประชวรพระโรคพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) และสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2474 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระชันษาได้ 70 ปี[6]มีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2476 ณ พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส[7]

พระโอรสและพระธิดาแก้ไข

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงเป็นต้นราชสกุลวรวรรณ มีหม่อม 13 ท่าน ได้แก่

  1. หม่อมต่วนใหญ่
  2. หม่อมผัน
  3. หม่อมเจียม
  4. หม่อมหลวงต่วนศรี (ราชสกุลเดิม: มนตรีกุล) ธิดาหม่อมราชวงศ์ตาบ มนตรีกุล
  5. หม่อมอินทร์
  6. หม่อมบุญ
  7. หม่อมหลวงตาด (ราชสกุลเดิม: มนตรีกุล) ธิดาหม่อมราชวงศ์ตาบ มนตรีกุล
  8. หม่อมแช่ม (สกุลเดิม: วงศาโรจน์)
  9. หม่อมแถม
  10. หม่อมสุ่น (สกุลเดิม: เพ็ญกุล) บุตรนายแสง หลานเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง เพ็ญกุล)
  11. หม่อมเชื้อเล็ก
  12. หม่อมพร้อม
  13. หม่อมแสร์

โดยมีพระโอรสธิดารวมทั้งหมด 35 พระองค์ เป็นชาย 21 พระองค์ และหญิง 14 พระองค์

พระรูป พระนาม หม่อมมารดา ประสูติ สิ้นพระชนม์/สิ้นชีพิตักษัย คู่สมรส
  1. หม่อมเจ้าหญิงพรรณพิมล (ท่านหญิงใหญ่) ที่ 1 ในหม่อมต่วนใหญ่ 13 กันยายน 2423 1 พฤษภาคม 2443
  2. หม่อมเจ้าสกลวรรณากร (ท่านชายตุ๊) ที่ 1 ในหม่อมผัน 9 มิถุนายน 2431 19 มิถุนายน 2496 หม่อมโจฮันนา (เวเบอร์)
หม่อมสมรวย (มุกแจ้ง)
  3. หม่อมเจ้าหญิงพรพิมลพรรณ (ท่านหญิงตุ้ม) ที่ 2 ในหม่อมผัน 1 พฤษภาคม 2433 18 พฤศจิกายน 2524 พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์
  4. หม่อมเจ้าชาย (ไม่ปรากฏพระนาม) พ.ศ. 2433 พ.ศ. 2433
  5. หม่อมเจ้าหญิงสิริวันต์ (ท่านหญิงต่อม) หม่อมเจียม 13 สิงหาคม 2434 ในวันประสูติ
  6. หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร
(พ.ศ. 2482: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร
พ.ศ. 2486: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร
พ.ศ. 2495: กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์) (ท่านชายต้อม)
ที่ 1 ในหม่อมหลวงต่วนศรี 25 สิงหาคม 2434 5 กันยายน 2519 หม่อมเจ้าหญิงพิบูลย์เบ็ญจางค์ (กิติยากร)
หม่อมพร้อยสุพิณ (บุนนาค)
  7. หม่อมเจ้าวัลภากร (ท่านชายตุ๋ยตุ่ย) ที่ 3 ในหม่อมผัน 25 กุมภาพันธ์ 2434 1 กรกฎาคม 2522 หม่อมชั้น (บุนนาค)
หม่อมฟื้น (บุนนาค)
  8. หม่อมเจ้าหญิงวรรณวิมล

(ตุลาคม 2463: หม่อมเจ้าหญิงวัลลภาเทวี

พฤศจิกายน 2463: พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าหญิงวัลลภาเทวี
มีนาคม 2464: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงวัลลภาเทวี) (ท่านหญิงเตอะ)

ที่ 1 ในหม่อมอินทร์ 25 ตุลาคม 2435 7 มีนาคม 2494
  9. หม่อมเจ้าปริญญากร (ท่านชายโต) ที่ 1 ในหม่อมบุญ 2 เมษายน 2436 29 มีนาคม 2452
  10. หม่อมเจ้านิตยากร (ท่านชายเต๋อ) ที่ 4 ในหม่อมผัน 5 เมษายน 2436 16 มีนาคม 2514 หม่อมแก้ว (เอี่ยมจำนงค์)
หม่อมเล็ก (เจริญจันทร์แดง)
  11. หม่อมเจ้าหญิงวิมลวรรณ
(พ.ศ. 2463: หม่อมเจ้าวรรณีศรีสมร) (ท่านหญิงต้อย)
ที่ 2 ในหม่อมต่วนใหญ่ 1 มิถุนายน 2436 พ.ศ. 2487
  12. หม่อมเจ้าเต๋า (ท่านชายเต๋า) 12 กันยายน 2437 24 พฤษภาคม 2438
  13. หม่อมเจ้าหญิงอรทิพยประพันธ์ (ท่านหญิงตุ้ย) ที่ 5 ในหม่อมผัน 26 เมษายน 2438 19 กุมภาพันธ์ 2505 หม่อมเจ้าดำรัสดำรง เทวกุล
  14. หม่อมเจ้าศิลปากร
(หม่อมเจ้าสุวิชากร) (ท่านชายตั๋ง)
ที่ 2 ในหม่อมบุญ 8 กันยายน 2439 2 กุมภาพันธ์ 2511 หม่อมพริ้ม (เลาหเศรษฐี)
  15. หม่อมเจ้าหญิงพิมลวรรณ
(พ.ศ. 2463: หม่อมเจ้าหญิงนันทนามารศรี) (ท่านหญิงเต่า)
ที่ 2 ในหม่อมอินทร์ 4 ธันวาคม 2439 29 กรกฎาคม 2503
  16. หม่อมเจ้าศิวากร (ท่านชายต่อ) ที่ 2 ในหม่อมหลวงต่วนศรี 20 มีนาคม 2439 5 มีนาคม 2503
  17. หม่อมเจ้าสิทธยากร (ท่านชายต้อ) ที่ 6 ในหม่อมผัน 13 เมษายน 2440 27 เมษายน 2508 หม่อมดำริห์ (บุนนาค)
  18. หม่อมเจ้าไปรมากร ที่ 7 ในหม่อมผัน 16 มีนาคม 2441 25 มีนาคม 2519 หม่อมน้อย (สุวรรณศร)
หม่อมสมศรี (ประภาเพ็ชร)
หม่อมอรุณ
  19. หม่อมเจ้าหญิงวรรณพิมล
(พ.ศ. 2463: หม่อมเจ้าหญิงลักษมีลาวัณ
พ.ศ. 2464: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงลักษมีลาวัณ
พ.ศ. 2465: พระนางเธอลักษมีลาวัณ) (ท่านหญิงติ๋ว)
หม่อมหลวงตาด 3 กรกฎาคม 2442 31 สิงหาคม 2504 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
  20. หม่อมเจ้าวรวีรากร (ท่านชายตัน) หม่อมแช่ม 8 กันยายน 2443 30 กรกฎาคม 2509 หม่อมแพร (ศรีวรรธนะ)
หม่อมเริ่มจิตต์ (พึ่งบารมี)
  21. หม่อมเจ้าโวฒยากร (ท่านชายติ่ง) ที่ 3 ในหม่อมบุญ 9 พฤศจิกายน 2443 27 สิงหาคม 2524 หม่อมสรรพางค์ (บุรณะปินท์)
หม่อมจิตรา (ปันยารชุน)
  22. หม่อมเจ้าดุลภากร (ท่านชายเต๋าเล็ก) ที่ 3 ในหม่อมอินทร์ 15 ธันวาคม 2443 30 พฤศจิกายน 2544 หม่อมสิรี (ตัณฑัยย์)
  23. หม่อมเจ้าหญิงบรรเจิดวรรณวรางค์
(ลาออกจากฐานันดรศักดิ์) (ท่านหญิงแต๋ว)
ที่ 8 ในหม่อมผัน 1 เมษายน 2445 26 พฤศจิกายน 2528 พลเอก มังกร พรหมโยธี
  24. หม่อมเจ้าชาย (ไม่ปรากฏพระนาม) หม่อมแถม พ.ศ. 2445 ในวันประสูติ
  25. หม่อมเจ้าหัชชากร (ท่านชายติ๊ด) ที่ 4 ในหม่อมบุญ 21 สิงหาคม 2446 9 มีนาคม 2528 หม่อมสมหทัย (เสนีเศรษฐ)
  26. หม่อมเจ้าหญิงสรรพางค์พิมล (ท่านหญิงติ๋น) ที่ 9 ในหม่อมผัน 25 ตุลาคม 2446 28 สิงหาคม 2463
  27. หม่อมเจ้าหญิงวัลลีวรินทร์
(พ.ศ. 2463: หม่อมเจ้าหญิงศรีสอางค์นฤมล) (ท่านหญิงตวง)
ที่ 4 ในหม่อมอินทร์ 12 เมษายน 2448 1 กุมภาพันธ์ 2541 หม่อมเจ้าลักษณากร เกษมสันต์
  28. หม่อมเจ้าหญิงอุบลพรรณี
(ถูกถอดจากฐานันดรศักดิ์) (ท่านหญิงตัด)
ที่ 10 ในหม่อมผัน 17 สิงหาคม 2448 6 ธันวาคม 2528 ฮาโรลด์ แครบบ์
  29. หม่อมเจ้าหญิงฤดีวรวรรณ
(ลาออกจากฐานันดรศักดิ์) (ท่านหญิงน้อย)
ที่ 1 ในหม่อมสุ่น 1 เมษายน 2454 20 พฤศจิกายน 2550 หม่อมเจ้าชิดชนก กฤดากร
ปุ๊ ประไพลักษณ์
โรเบิร์ต เอส. อาร์โนลด์
  30. หม่อมเจ้าหญิงดวงตา (ท่านหญิงนิด) หม่อมเชื้อเล็ก 4 เมษายน 2454 23 ธันวาคม 2454
  31. หม่อมเจ้าบุษยากร (ท่านชายเติบ) หม่อมพร้อม 13 พฤษภาคม 2456 16 กุมภาพันธ์ 2457
  32. หม่อมเจ้าฉันทนากร (ท่านชายตั๋น) ที่ 2 ในหม่อมสุ่น 7 ธันวาคม 2458 พ.ศ. 2506 หม่อมมนวิภา (โมชดารา)
  33. หม่อมเจ้าเจตนากร (ท่านชายเต้ก) ที่ 1 ในหม่อมแสร์ 18 กรกฎาคม 2459 3 มกราคม 2491 หม่อมมนิตย์ (รามโยธิน)
  34. หม่อมเจ้าอภิญญากร ที่ 2 ในหม่อมแสร์ 12 กุมภาพันธ์ 2464 18 เมษายน 2516
  35. หม่อมเจ้าสุนทรากร (ท่านชายอ้วน) ที่ 3 ในหม่อมสุ่น 3 ตุลาคม 2467 18 กรกฎาคม 2525

พระราชนิพนธ์แก้ไข

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงมีชื่อเสียงจากงานพระนิพนธ์หลายชิ้นที่รู้จักกันดี ได้แก่ บทละครพูดเรื่อง " สร้อยคอที่หาย" ซึ่งเคยบรรจุในหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยของกระทรวงศึกษาธิการ บทละครร้อง "สาวเครือฟ้า" ซึ่งได้สร้างตัวละครให้กลายเป็นคนที่เหมือนกับมีตัวจริงขึ้นมา 2 คน คือ ร้อยตรีพร้อม และสาวเครือฟ้า ทรงก่อตั้งโรงละครร้องขึ้นในบริเวณตำหนักที่ประทับ ชื่อว่า "โรงละครปรีดาลัย" เป็นโรงละครร้องแห่งแรกในสยาม

นอกจากนี้ยังทรงมีงานที่สำคัญ คือ พระนิพนธ์แปล จดหมายเหตุลาลูแบร์ โดยทรงแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ "ตำนานพระแท่นมนังคศิลาอาสน์" รุไบยาตของโอมาร์ คัยยาม และ "นวางกุโรวาท" เป็นต้น และพระองค์ยังทรงใช้นามปากกาว่า "ประเสริฐอักษร" เพื่อทรงพระ นิพนธ์เรื่องสั้นไว้จำนวนหนึ่งอีกด้วย

ผลงานในด้านพระนิพนธ์บางเรื่อง คือ ละครปักษีปะกรนัมเรื่อง "พญาระกา"ทำให้เกิดคดีพญาระกาในเวลาต่อมา เนื่องจากเนื้อเรื่องนั้นกระทบกระเทือนถึงกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ที่ทรงคุ้มครองและช่วยเหลือนางละครของคณะพระองค์เอง ทั้งยังเป็นชายาของพระองค์อีกด้วย ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขังพระองค์ไว้ในพระบรมมหาราชวัง มีกำหนด 1 ปี โดยหม่อมและพระโอรสธิดาเข้าเยี่ยมได้เป็นเวลาตามควร [8]

บทละครเรื่องสาวเครือฟ้าแก้ไข

กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงได้เค้าเรื่องนี้จากละครอุปรากร (โอเปรา) เรื่องมาดามบัตเตอร์ฟลาย ของจาโกโม ปุชชีนี อุปรากรเรื่องนี้ได้ต้นเค้ามาจากนวนิยายของจอห์น ลูเธอร์ ลอง อีกต่อหนึ่งในคราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรปครั้งที่2 เมื่อพ.ศ. 2450 ได้ทอดพระเนตรการแสดงละครอุปรากรที่ฝรั่งเศส เรื่องมาดามบัตเตอร์ฟลายซึ่งเป็นเรื่องความรักและความผิดหวังระหว่างสาวญี่ปุ่นชื่อโจโจ้ซังกับทหารหนุ่มฝรั่ง เมื่อเสด็จนิวัติพระนครได้ทรงเล่าให้กรมนราธิปประพันธ์พงศ์ฟัง กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ทรงดัดแปลงเรื่องนี้มาเป็นละครร้องแสดงถวายหน้าพระที่นั่ง เป็นที่พอพระหฤทัยมาก นับเป็นการเริ่มต้นกำเนิดละครร้องที่ทรงดัดแปลงมาจากละครอุปรากรของยุโรป

ทรงพระนิพนธ์เป็นบทละครร้องสลับพูด คำประพันธ์ที่ใช้เป็นประเภทกลอนเพลงไทย เพื่อใช้เป็นบทสำหรับเล่นละครร้อง

เรื่องย่อแก้ไข

ร้อยตรีพร้อม ย้ายไปรับราชการที่เชียงใหม่ เกิดรักใคร่กับ สาวเครือฟ้า หญิงชาวเชียงใหม่ ภายหลังได้เป็นสามีภรรยากันจนสาวเครือฟ้าให้กำเนิดบุตร ร้อยตรีพร้อมได้คำสั่งย้ายกลับกรุงเทพฯ ถูกผู้ใหญ่บังคับให้แต่งงานกับหญิงสาวชาวกรุงเทพฯ สาวเครือฟ้าเฝ้ารอสามี เมื่อได้ข่าวว่าสามีกลับเชียงใหม่ก็ดีใจไปคอยต้อนรับ ครั้นปรากฏว่าร้อยตรีพร้อมพาภรรยาชาวกรุงเทพฯมาด้วย สาวเครือฟ้าเสียใจใช้มีดแทงตัวตาย ร้อยตรีพร้อมรับบุตรไปอุปการะ

แพร่งนราแก้ไข

วังวรวรรณ เป็นวังที่ประทับของกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ตั้งอยู่ระหว่างวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารกับวัดมหรรณพารามวรวิหาร ต่อมาวังนี้ถูกเวนคืนเพื่อนำพื้นที่มาสร้างเป็นถนน ตามโครงการขยายความเจริญของพระนครในสมัยนั้น คงเหลือเพียงพระตำหนักไม้เก่าหลังเล็ก ที่เดิมเป็นที่ตั้งของโรงละครปรีดาลัย ถูกปรับให้เป็นโรงเรียนตะละภัฏศึกษา และมีการแบ่งพื้นที่ริมถนนสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ขายให้แก่เอกชน ชาวบ้านแถบนั้นจึงเรียกย่านนั้นว่า แพร่งนรา ตามพระนามของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์

พระเกียรติยศแก้ไข

พระอิสริยยศแก้ไข

  • พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร (20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2404 – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าวรวรรณากร (1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 – 8 ธันวาคม พ.ศ. 2432)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงศ์ (8 ธันวาคม พ.ศ. 2432 – 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453)
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงศ์ (23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 – 11 พฤศิกายน พ.ศ. 2454)
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ (11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454 – ปัจจุบัน)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

พระองค์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของตระกูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้[6]

อ้างอิงแก้ไข

เชิงอรรถ
  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2430/006/45.PDF
  2. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2430/006/47.PDF
  3. "ประกาศกรมราชเลขานุการ เรื่อง พระราชทานนามสกุล สำหรับสืบเชื้อพระวงศ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น ๔" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 32 (0 ง): 137. 18 เมษายน พ.ศ. 2458. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2561.
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศตั้งกรมพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนราธิปประพันธุพงษ์, เล่ม 6, ตอน 36, 8 ธันวาคม พ.ศ. 2432, หน้า 304
  5. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เลื่อนกรมตั้งพระองค์เจ้าและตั้งเจ้าพระยา, เล่ม 38, ตอน 0 ก, 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2464, หน้า 422
  6. 6.0 6.1 ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวสิ้นพระชนม์, เล่ม 48, ตอน ง, 18 ตุลาคม พ.ศ. 2474, หน้า 2569
  7. ราชกิจจานุเบกษา,หมายกำหนดการ พระราชทานเพลิงพระศพและศพ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส เล่ม 49, ตอน ๐ ง, 12 มีนาคม พ.ศ. 2475, หน้า 4254
  8. [1]
  9. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔, เล่ม ๒๑, ตอน ๓๒, ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๕๖๔
  10. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลปัจจุบันฝ่ายหน้า, เล่ม ๒๖, ตอน ๐ ง, ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๒, หน้า ๒๖๒๘
  11. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา, เล่ม ๒๖, ตอน ๐ ง, ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๒, หน้า ๑๐๐
บรรณานุกรม
  • สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร. ราชสกุลวงศ์. พิมพ์ครั้งที่ 14, กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2554. 296 หน้า. หน้า 69. ISBN 978-974-417-594-6
  • Jeffy Finestone. 2542. สมุดพระรูป พระราชโอรส พระราชธิดา พระราชนัดดาใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. ปรียนันทนา รังสิต,ม.ร.ว. โลมาโฮลดิ้ง

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข