พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองดี สุรเตโช)

(เปลี่ยนทางจาก พระธรรมกิตติวงศ์)

พระมหาโพธิวงศาจารย์ นามเดิม ทองดี สุรเดช ฉายา สุรเตโช เป็นราชบัณฑิต พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 8 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระมหาโพธิวงศาจารย์
(ทองดี สุรเตโช)
พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ. ๙, ราชบัณฑิต)
เกิด15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2489
อายุ74
อุปสมบท26 มิถุนายน พ.ศ. 2510
พรรษา53
วัดวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร
จังหวัดกรุงเทพมหานคร
สังกัดมหานิกาย
วุฒิการศึกษานักธรรมชั้นเอก
เปรียญธรรม 9 ประโยค
พ.ม.
ตำแหน่งราชบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร หัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 8
พระพุทธศาสนา ส่วนหนึ่งของสารานุกรมพระพุทธศาสนา

ชีวิตและงานแก้ไข

พระมหาโพธิวงศาจารย์ มีนามเดิมว่า ทองดี สุรเดช เกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2489 ที่อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร เมื่ออายุ 14 ปี และจบชั้นมัธยมต้นแล้วก็ได้บรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุครบ 20 ปี ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดเดิมคือวัดไตรภูมิ อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร จากนั้นก็ได้ศึกษาธรรมที่สำนักเรียนวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค เมื่อ พ.ศ. 2515 ด้วยอายุ 26 ปี ในทางโลกสอบได้ประโยควิชาครูพิเศษมัธยม (พ.ม.) ในปีถัดมา

ด้านการงานแก้ไข

ด้านการงาน พระมหาโพธิวงศาจารย์ ได้เป็นเลขานุการเจ้าคณะอำเภอพรานกระต่าย เลขานุการเจ้าคณะเขตบางขุนเทียน ต่อมาได้เป็นอาจารย์สอนวิชาแต่งฉันท์ภาษามคธ ชั้นประโยค ป.ธ.8 ที่โรงเรียนพระปริยัติธรรมส่วนกลางของคณะสงฆ์ ก่อนที่จะเป็นเจ้าคณะแขวงบางค้อ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม เคยเป็นเจ้าคณะภาค 16 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ระหว่าง พ.ศ. 2535-พ.ศ. 2544

ด้านวิชาการแก้ไข

ด้านวิชาการ พระมหาโพธิวงศาจารย์ เคยเป็นรองประธานกรรมการตรวจสอบต้นฉบับพระไตรปิฎกฉบับสังคายนา ภาษาไทยและภาษาบาลี เป็นรองประธานกรรมการตรวจสำนวนการแปลพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการศึกษาของคณะสงฆ์ เป็นกรรมการจัดทำแผนพัฒนาด้านการศึกษา กรมการศาสนา ประธานกรรมการจัดทำต้นฉบับพระไตรปิฎก ฉบับภาษาไทย นอกจากนี้ยังเคยเป็นประธานกรรมการพิจารณาและดำเนินการจัดตั้งสำนักหุบผาสวรรค์เป็นสถานศึกษาทางพุทธศาสนาอีกด้วย

ด้านการเผยแผ่แก้ไข

พระมหาโพธิวงศาจารย์ ได้เขียนหนังสือและแต่งตำราเพื่อเผยแผ่พระธรรมจำนวนมากดังรายการผลงานเขียนของท่านข้างล่างนี้ นอกจากนี้พระมหาโพธิวงศาจารย์ยังได้อนุญาตให้นำศัพท์เกี่ยวกับพุทธศาสนาและคำที่ใช้กับพระและวัดในหนังสือ "คำวัด" มาเผยแพร่ในอภิธานศัพท์พุทธศาสนาในวิกิพีเดียอีกด้วย[ต้องการอ้างอิง]

ตำแหน่งหน้าที่สำคัญแก้ไข

หลังจากสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค แล้ว พระมหาโพธิวงศาจารย์ได้ปฏิบัติงานด้านการศาสนาในตำแหน่งต่างๆ มาเป็นลำดับ นอกจากตำแหน่งรองเจ้าอาวาสวัดราชโอรสารามดังกล่าวแล้วก็ได้เป็นเจ้าคณะภาค 16 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นเจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม เจ้าสำนักเรียนวัดราชโอรสาราม เป็นหัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 8 เป็นผู้อำนวยการฝึกอบรมพระนักเทศน์ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนกลางและหนใต้ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้อุปถัมภ์สร้างวัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน และวัดธรรมวิหาร เมืองฮันโนเฟอร์ ประเทศเยอรมนีอีกด้วย

วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2539 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตในประเภทวรรณศิลป์ สาขาวิชาตันติภาษา[1]

สมณศักดิ์แก้ไข

พระมหาโพธิวงศาจารย์ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์ตามลำดับดังนี้

  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2519 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีสุทธิวงศ์[2]
  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2524 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวิสุทธิโมลี ตรีปิฎกบัณฑิต ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[3]
  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2531 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปริยัติโมลี ศรีปาพจนานุสิฐ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[4]
  • 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมกิตติวงศ์ ปริยัติวิธานธำรง กวีวงศดิลก ตรีปิฎกบัณฑิต ธรรมิกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[5]
  • 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฎ ที่ พระมหาโพธิวงศาจารย์ ปริยัติกิจวิธานปรีชา ศีลาจารวิมล โสภณธรรมานุสิฐ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี[6]

หนังสือที่เขียนแก้ไข

  • สมณศักดิ์: ยศช้าง ขุนนางพระ
  • หลักการแต่งฉันท์ภาษามคธ
  • ธรรมสารทีปนี
  • คู่มือการศึกษาบาลี เล่ม 1-4
  • ข้อคิด ข้อเขียน
  • พระในบ้าน
  • ภาษาธรรม
  • คำวัด เล่ม 1-5
  • คำพ่อคำแม่
  • ภาษิตนิทัศน์
  • คนกินคน (หนังสือแปล)
  • หัวใจอมตะ (หนังสือแปล)
  • คลังธรรม เล่ม 1-3
  • ธรรมบทชีวิต
  • ศัพท์วิเคราะห์
  • แนวปฏิบัติศาสนพิธี
  • พุทธธรรม ๕ นาที
  • ประกายความคิด
  • กิร ดังได้สดับมา เล่ม ๑ - ๓, ฉบับรวมเล่ม
  • ไขข้อข้องใจ
  • ภาษาชาวบ้าน
  • ชาดกในธรรมบท (พิมพ์ครั้งที่ ๑ : กันยายน ๒๕๕๔)
  • การเรียนรู้พระพุทธพจน์ (พิมพ์ครั้งที่ ๑ : กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)
  • อุปมาสาธกในเทศนา (พิมพ์ครั้งที่ ๑ : พฤษภาคม ๒๕๕๕)

อ้างอิงแก้ไข

  1. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งราชบัณฑิต, เล่ม 114, ตอนที่ 3 ง, 9 มกราคม 2540, หน้า 5
  2. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 94, ตอนที่ 3 ง ฉบับพิเศษ, 6 มกราคม 2520, หน้า 7
  3. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 98, ตอนที่ 206 ฉบับพิเศษ, 17 ธันวาคม พ.ศ. 2524, หน้า 3
  4. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 105, ตอนที่ 207 ฉบับพิเศษ, 9 ธันวาคม พ.ศ. 2531, หน้า 2
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์, เล่ม 109, ตอนที่ 101 ฉบับพิเศษ, 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535, หน้า 2
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์, เล่ม 131, ตอนที่ 28 ข, 5 ธันวาคม พ.ศ. 2557, หน้า 1

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข