หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล

หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล (เกิด 30 เมษายน พ.ศ. 2521) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์


อภิมงคล โสณกุล

เกิด30 เมษายน พ.ศ. 2521 (46 ปี)
ไทย กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
สัญชาติไทย ไทย
พรรคการเมืองประชาธิปัตย์ (2546–ปัจจุบัน)
คู่สมรสนาเดีย โสณกุล
บิดามารดาหม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล
คุณหญิงบูลย์วิภา โสณกุล ณ อยุธยา

ประวัติ แก้

หม่อมหลวงอภิมงคล มีชื่อเล่นว่า "คุณภิ" เป็นบุตรของหม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กับคุณหญิงบูลย์วิภา โสณกุล ณ อยุธยา (สกุลเดิม ทองไข่มุกข์)

หม่อมหลวงอภิมงคลเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 6 ว. สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน และเคยได้รับการประเมินให้เป็น ข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (Fast Track) คนเดียวของสำนักงานอีกด้วย [1]

หม่อมหลวงอภิมงคลชอบการแข่งรถ โดยมีทีมของตัวเองในชื่อ "หม่อมเต่าเรสซิ่ง"

หม่อมหลวงอภิมงคลได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า "หล่อจิ๋ว" จากหน้าตาที่หล่อเหลา น่าเอ็นดู ทั้งนี้หม่อมหลวงอภิมงคล มีศักดิ์เป็นพระนัดดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน และพระปนัดดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี

การศึกษา แก้

ผลงานทางการเมือง แก้

หม่อมหลวงอภิมงคลเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 6 (เขตบางรัก เขตสาทร และเขตปทุมวัน) ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับคะแนนเสียง 34,931 เสียง จากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2548 ชนะอรทัย ฐานะจาโร ผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทยไปได้[2]

ต่อมาได้รับตำแหน่งรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์และผู้อำนวยการสำนักงานกิจการเยาวชนของพรรคประชาธิปัตย์

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 ได้รับเลือกเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 1 (เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตบางรัก เขตสาทร เขตปทุมวัน เขตดุสิต และเขตราชเทวี) สังกัดพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง คู่กับอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ และเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ซึ่งได้รับเลือกตั้งทั้งสามคน

ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 ที่กลับมาใช้การเลือกตั้งแบบเขตเดียว เบอร์เดียวอีกครั้ง หม่อมหลวงอภิมงคลได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 3 (เขตยานนาวา และเขตบางคอแหลม) ก็ได้รับการเลือกตั้งอีกครั้งหลังจากเดิมที่เคยตั้งใจว่าจะลงสมัครในเขต 5 คือ เขตดุสิต และเขตราชเทวี[3][4]

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

ชีวิตครอบครัว แก้

หม่อมหลวงอภิมงคลสมรสกับนาเดีย โสณกุล (สกุลเดิม นิมิตรวานิช) พิธีกรและนักแสดงหญิงชาวไทยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ หลังจากคบหากันมาระยะหนึ่ง[5] ทั้งสองมีบุตร-ธิดาสองคน คือ นพมงคล โสณกุล ณ อยุธยา[6] และอภิญมงคล โสณกุล ณ อยุธยา[7][8]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก้

ลำดับสาแหรก แก้

อ้างอิง แก้

  1. Fast Track เก็บถาวร 2017-05-16 ที่ เวย์แบ็กแมชชีนจาก เว็บไซต์ส่วนตัว หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล
  2. หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล : ขับช้ามาที่หลังอาจได้ที่ 1เก็บถาวร 2016-03-05 ที่ เวย์แบ็กแมชชีนจากผู้จัดการออนไลน์
  3. อภิมงคลน้ำตาคลอแถลงหลีกทางให้อรอนงค์
  4. เปิดผลการเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเทพ ปชป. 23 เพื่อไทย 10 ที่นั่ง จากมติชน
  5. “นาเดีย” แต่ง “คุณภิ” 18 ก.ค.นี้ ปัดตอบเรื่องฝ่ายชายต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามตาม จากผู้จัดการออนไลน์
  6. นาเดีย เผยลูกชาย 1 เดือน เลี้ยงง่ายตั้งชื่อ นพมงคล
  7. "นาเดีย ภรรยา ม.ล.อภิมงคล คลอดลูกสาว น้องโมนา ปลอดภัยทั้งแม่ลูก". ไทยรัฐออนไลน์. 29 เมษายน 2562. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  8. "น่าเอ็นดู "นาเดีย โสณกุล" กับโมเมนต์พาลูกเที่ยวทะเลพัทยา". ผู้จัดการออนไลน์. 12 เมษายน 2562. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2562. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖ เก็บถาวร 2013-12-28 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๓๐ ข หน้า ๑๓, ๖ ธันวาคม ๒๕๕๖
  10. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๓ เก็บถาวร 2011-01-24 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, เล่ม ๑๒๗ ตอนที่ ๑๔ ข หน้า ๓๗, ๘ ธันวาคม ๒๕๕๓