โจมอ (ค.ศ. 241 - 2 มิถุนายน ค.ศ. 260)[a] มีชื่อในภาษาจีนกลางว่า เฉา เหมา (จีน: 曹髦; พินอิน: Cáo Máo; การออกเสียง) ชื่อรอง เยี่ยนชื่อ (จีน: 彥士; พินอิน: Yànshì) เป็นจักพรรดิลำดับที่ 4 ของรัฐวุยก๊กในยุคสามก๊กของจีน โจมอเป็นพระนัดดา (หลานชาย) ของโจผีจักรพรรดิลำดับแรกของวุยก๊ก โจมอเป็นผู้ทรงเฉลียดฉลาดและขยันเล่าเรียน พระองค์พยายามชิงอำนาจรัฐคืนจากสุมาเจียวซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หลายครั้งแต่ล้มเหลว พระองค์ถูกปลงพระชนม์ระหว่างทรงพยายามก่อรัฐประหารต่อสุมาเจียว

โจมอ (เฉา เหมา)
曹髦
ภาพวาดโจมอจากนวนิยายภาพสามก๊ก (ค.ศ. 1957)
จักรพรรดิแห่งวุยก๊ก
ครองราชย์2 พฤศจิกายน ค.ศ. 254 – 2 มิถุนายน ค.ศ. 260[1]
ก่อนหน้าโจฮอง
ถัดไปโจฮวน
ผู้สำเร็จราชการสุมาสู
สุมาเจียว
เกากุ้ยเซียงกง (高貴鄉公)
ดำรงตำแหน่งค.ศ. 244 – 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 254
ประสูติ241[a]
สวรรคต2 มิถุนายน พ.ศ. 260[a]
ลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน
คู่อภิเษกจักพรรดินีเปี้ยน
พระนามเต็ม
ชื่อสกุล: โจ (曹 เฉา)
ชื่อตัว: มอ (髦 เหมา)
ชื่อรอง: เยี่ยนชื่อ (彥士)
รัชศก
ราชวงศ์ราชวงศ์โจ
พระราชบิดาเฉา หลิน

ภูมิหลังครอบครัวและการขึ้นครองราชย์

แก้

โจมอเป็นพระโอรสของเฉา หลิน (曹霖) อ๋องแห่งตองไฮ (東海王 ตงไห่หวาง) พระโอรสของโจผี ในปี ค.ศ. 244 ขณะมีพระชนมายุ 3 พรรษา ตามกฎหมายของวุยก๊กแล้วพระโอรสของอ๋อง (นอกเหนือจากพระโอรสองค์โตที่เกิดกับพระชายา ซึ่งตามธรรมเนียมกำหนดให้เป็นทายาทของอ๋อง) จะได้รับการแต่งตั้งให้มีบรรดาศักดิ์ก๋ง (公 กง) โจมอได้รับบรรดาศักดิ์เป็น "เกากุ้ยเซียงกง" (高貴鄉公)[3] เฉา หลินสิ้นพระชนม์ในปี ค.ศ. 249 ขณะโจมอมีพระชนมายุ 8 พรรษา พระเชษฐาของโจมอคือเฉา ฉี่ (曹啟) ได้สืบทอดบรรดาศักดิ์อ๋องแห่งตองไฮสืบจากพระบิดา

ในช่วงเวลานั้นอำนาจรัฐอยู่ใต้การควบคุมของตระกูลสุมาหลังจากที่สุมาอี้ได้ยึดอำนาจจากโจซองผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในปี ค.ศ. 249[3] หลังสุมาอี้เสียชีวิตในปี ค.ศ. 251 ตระกูลสุมาได้รับการนำโดยสุมาสูบุตรชายคนโตของสุมาอี้[3] ในปี ค.ศ. 254 สุมาสูกล่าวหาเตียวอิบซึ่งพระสัสสุระ (พ่อตา) ของโจฮอง รวมถึงพรรคพวกของเตียวอิบคือลิฮองและแฮเฮาเหียนในข้อหากบฏ สุมาสูสั่งให้ประหารชีวิตทั้งสามรวมถึงครอบครัว ในปีถัดมาโจฮองทรงพระดำริจะก่อรัฐประหารเพื่อยึดอำนาจตระกูลสุมา สุมาสูทราบความจึงปลดพระองค์ออกจากการเป็นจักพรรดิ[3]

เวลานั้นเองกวยทายเฮาผู้เป็นพระมารดาเลี้ยงของโจฮองพยายามอีกครั้งที่จะรักษาพระราขอำนาจของราชตระกูลโจโดยนำพระองค์ไปมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกจักรพรรดิองค์ถัดไป สุมาสูทูลกวยทายเฮาว่าตนต้องการจะตั้งให้โจกี๋ (曹據 เฉา จฺวี้) ผู้เป็นอ๋องแห่งแพเสีย (彭城王 เผิงเฉิงหวาง) และเป็นพระอนุชาของโจผีให้เป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ กวยทายเฮาทรงพยายามโน้มน้าวสุมาสูว่าการสืบราชบัลลังก์ดังกล่าวไม่เหมาะสม เพราะโจกี๋เป็นพระปิตุลา (อา) ของโจยอย (จักรพรรดิลำดับที่ 2 ของวุยก๊ก) ผู้เป็นพระสวามีของพระองค์ การสืบราชบัลลังก์เช่นนี้จะทำให้โจยอยไม่มีทายาท สุมาสูจึงจำต้องยอมเห็นด้วยกับข้อเสนอของกวยทายเฮาที่จะให้โจมอเปนจักรพรรดิ (เวลานั้นโจมอแม้ยังทรงพระเยาว์เพียง 13 พรรษา แต่ก็ทรงมีชื่อเสียงในเรื่องสติปัญญา และกวยทายเฮาก็อาจทรงเชื่อว่าโจมอเป็นเจ้าชายเพียงพระองค์เดียวที่มีโอกาสจะโต้กลับตระกูลสุมาได้) เมื่อสุมาสูทูลถามกวยทายเฮาถึงเรื่องพระราชลัญจกร กวยทายเฮาก็ทรงให้เหตุผลและปฏิเสธอย่างสุภาพ ด้วยเหตุผลที่ว่าพระองค์ทรงเคยพบกับโจมอมาก่อนและมีพระประสงค์จะถวายพระราชลัญจกรแก่โจมอด้วยพระองค์เอง เมื่อโจมอเสด็จมานครหลวง พระองค์ปฏิบัติตนตามธรรมเนียมในฐานะก๋งมากกว่าในฐานะจักรพรรดิจนกว่าพระองค์จะขึ้นเสวยราชย์ พระจริยวัตรนี้ทำให้พระองค์ได้รับการสนับสนุนและการสรรเสริญว่าเป็นจักรพรรดิหนุ่มผู้ถ่อมตน

รัชสมัย

แก้

ในปี 255 บู๊ขิวเขียมและบุนขิมก่อกบฏใน Shouchun แต่ก็ถูกสุมาสูปราบอย่างรวดเร็ว บู๊ขิวเขียมถูกฆ่าและตระกูลถูกสั่งประหาร บุนขิมพร้อมกับบุนเอ๋งและบุนเฮา (文虎) ผู้เป็นลูกชายหนีไปยังง่อก๊ก สุมาสูเสียชีวิตไม่นานหลังจากนั้น หลังจากสุมาสูเสียชีวิต พระเจ้าโจมอพยายามยึดอำนาจกลับคืนมา โดยมีพระบรมราชโองการให้สุมาเจียวอยู่ในฮูโต๋ต่อและให้ Fu Jia (傅嘏) ที่ปรึกษาของสุมาเจียว เดินทางกลับมาลกเอี๋ยงพร้อมกับทัพหลัก อย่างไรก็ตาม หลังจากฟังคำแนะนำของ Fu Jia (傅嘏) และจงโฮย สุมาเจียวขัดพระบรมราชโองการโดยเดินทางกลับมาลกเอี๋ยง และยังคงมีอำนาจเหมือนเดิม

ในปีถัด ๆ มา พระเจ้าโจมอทรงแต่งตั้งคนที่มีความสามารถขึ้นมารอบ ๆ พระองค์ ซึ่งมี Sima Wang ผู้เป็นญาติของสุมาเจียว Wang Shen (王沈) Pei Xiu และจงโฮย ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามีพรสวรรค์ด้านวรรณกรรม คนเหล่านี้จงรักภักดีต่อตระกูลสุมา แต่ก็อาจจะได้ประโยชน์บางอย่างถ้าพวกเขานอบน้อมต่อพระเจ้าโจมอ การกระทำนี้พระเจ้าโจมอทรงทำไปเพื่อลดความระแวงของสุมาเจียวและได้รับแรงสนับสนุนจากคนเหล่านี้ พระเจ้าโจมอมักจัดการประชุมเพื่อพูดคุยในเรื่องวรรณกรรม นอกจากนั้น พระเจ้าโจมอทรงมอบรถบรรทุกสองล้อที่เคลื่อนที่ได้เร็วและทหารรักษาพระองค์ห้าคนเป็นผู้คุ้มกันให้แก่ Sima Wang เพราะ Sima Wang อยู่ไกลจากวังมากกว่าคนอื่น ๆ

ประมาณปี 257 จูกัดเอี๋ยนก่อกบฏขึ้นใน Shouchun ด้วยแรงสนับสนุนจากง่อก๊ก สุมาเจียวนำทัพไปล้อมกบฏในเมืองช่วงต้นปี 258 จูกัดเอี๋ยนทะเลาะกับบุนขิมภายในเมืองและจบลงด้วยการตายของบุนขิมโดยจูกัดเอี๋ยนและการแปรพักตร์ของลูกชายบุนขิม Shouchun ตกให้กับทัพของสุมาเจียวและกบฏก็ถูกปราบ ในปี 259 พระเจ้าโจมอได้รับรายงานว่ามีการเห็นมังกรสีเหลือง (นิมิตรที่ดี) แต่พระองค์กลับมองว่าเป็นนิมิตรร้ายและประพันธ์บทกวีชื่อ Ode to the Hidden Dragon (濳龍詩)

สงสารมังกรน้อย ด้อยแรงทะยานเหิน
เหาะสู่ท้องนภา หรืออยู่กับลากดิน
จำขดตัวนอนก้นบ่อ ให้ปูปลาเยาะเย้ย
เก็บซ่อนเขียวแลเล็บ เฉกเช่นที่ข้าเป็น
บทกวีดังกล่าวทำให้สุมาเจียวไม่พอใจมาก ทำให้สุมาเจียวเพ่งเล็งพระเจ้าโจมอหนักขึ้นไปอีก ในปี 258 จากแรงกดดันของสุมาเจียว พระเจ้าโจมอมีพระบรมราชโองการให้มอบจิ่วซี (เครื่องราชเกียรติยศทั้ง 9)แก่สุมาเจียว แต่สุมาเจียวปฏิเสธ

ความพยายามก่อการรัฐประหารและการเสียชีวิต

แก้

ในปี 260 พระเจ้าโจมอถูกบังคับให้มีพระบรมราชโองการมอบตำแหน่งจิ้นก๋งและสิ่งของพระราชทานเก้าระดับ ซึ่งสุมาเจียวก็ปฏิเสธอีกเก้าครั้ง เมื่อพระองค์ถูกบังคับให้ทำอีกครั้ง สุมาเจียวก็ปฏิเสธอีก พระเจ้าโจมอทรงพิโรธ จึงเรียกตัว Wang Shen, Wang Jing และ Wang Ye มาบอกถึงความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะนำอำนาจกลับคืนมา Wang Shen และ Wang Ye จึงไปบอกสุมาเจียว พระเจ้าโจมอทรงนำทัพเอง สุมาเตี้ยมผู้เป็นน้องชายของสุมาเจียวพยายามป้องกันแต่ก็ต้องร่นถอย กาอุ้นนำทัพมาป้องกันที่หอสังเกตการณ์ฝั่งใต้และสั่งให้นายทหาร Cheng Ji (成濟) ฆ่าพระเจ้าโจมอ Cheng Ji จึงฆ่าพระเจ้าโจมอด้วยการแทงเข้าที่หน้าอกด้วยหอก

สุมาเจียวบังคับให้ Empress Dowager Guo ประกาศว่าโจมอมีแผนจะทำร้ายนางและให้ถอดยศโจมอย้อนหลัง เพื่อทำให้เหมือนว่าการบุกโจมตีนั้นเล็งไปที่ Empress Dowager ไม่ใช่ตัวสุมาเจียว สุมาหูผู้เป็นลุงของสุมาเจียวและข้าราชการระดับสูงร้องขอสุมาเจียวให้ลดยศโจมอกลับไปเป็นอ๋องและฝังศพในฐานะองค์ชาย - เพื่อแสดงถึงความผ่อนปรน อย่างไรก็ตาม สุมาเจียวปฏิเสธ โจมอจึงไม่ได้ถูกฝังศพในฐานะเจ้าชาย สุมาเจียวยังคงปฏิเสธบรรดาศักดิ์จิ้นก๋งและจิ่วซี

สุมาเจียวกล่าวโทษ Cheng Ji จากการปลงพระชนม์จักรพรรดิและสั่งประหารทั้งครอบครัว โจฮวง (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นโจฮวน) กลายเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ และเป็นจักรพรรดิหุ่นเชิดองค์สุดท้ายก่อนสุมาเอี๋ยนผู้เป็นบุตรชายของสุมาเจียวทำการล้มราชบัลลังก์ในปี 266

ชื่อรัชสมัย

แก้
  • Zhengyuan (正元) 254-256
  • Ganlu (甘露) 256-260

ครอบครัว

แก้

หมายเหตุ

แก้
  1. 1.0 1.1 1.2 บทพระราชประวัติโจมอในจดหมายเหตุสามก๊กบันทึกว่าพระองค์สวรรคตในวันจี๋โฉฺ่ว (己丑) ของเดือน 5 ศักราชกำลอ (甘露 กานลู่) ปีที่ 5 ในรัชสมัยของพระองค์ ขณะพระชนมายุ 20 พรรษา (ตามการนับอายุแบบเอเชียตะวันออก)[2] วันสวรรคตเทียบได้กับวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ. 260 ในปฏิทินเกรโกเรียน เมื่อคำนวณแล้ววันที่ที่พระองค์ประสูติอยู่ในปี ค.ศ. 241 เพราะพระองค์สวรรคตขณะพระชนมายุ 19 พรรษาในปี ค.ศ. 260

อ้างอิง

แก้
  1. Vervoorn 1990, p. 316.
  2. ([甘露五年]五月己丑,高貴鄉公卒,年二十。) จดหมายเหตุสามก๊ก เล่มที่ 4.
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 Chen, Shou (1999). Empresses and Consorts: Selections from Chen Shou's Records of the Three States With Pei Songzhi's Commentary. University of Hawaii Press. p. 197. ISBN 0824819454.
ก่อนหน้า โจมอ ถัดไป
โจฮอง
(พระเจ้าโจฮอง)
  จักรพรรดิจีน
วุยก๊ก

(พ.ศ. 797 - พ.ศ. 803)
  จักรพรรดิเว่ยยฺเหวียนตี้
(พระเจ้าโจฮวน)