ธงทอง จันทรางศุ

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ (8 มิถุนายน 2498 - ) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ภายใต้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.), กรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 8, กรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ[1], กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์ในคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ[2],ประธานกรรมการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ไวยาวัจกร วัดโสมนัสวิหาร, อุปนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[3], ประธานอนุกรรมการเครือข่ายสถาบันการศึกษาในรัชกาลที่ 6, ประธานกรรมการพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า, นายกสมาคมศิษย์เก่าสาธิตปทุมวัน, อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2539 (ส.ส.ร.) ประเภทผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน, อดีตที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, อดีตเลขาธิการสภาการศึกษา, อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม, อดีตรองโฆษกกระทรวงยุติธรรม, อดีตรองอธิบดีกรมคุมประพฤติ, อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอดีตผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (CPLO)

ธงทอง จันทรางศุ
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2554 – 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ก่อนหน้า จตุรงค์ ปัญญาดิลก
ถัดไป หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 8 มิถุนายน พ.ศ. 2498 (66 ปี)

นอกจากนี้แล้ว ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ยังมีความเชี่ยวชาญในด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม รวมทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ทางราชสำนัก และพระราชพิธีเป็นอย่างมาก จนได้แต่งหนังสือเกี่ยวกับเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่องราวประวัติศาสตร์ทางราชสำนัก และพระราชพิธี เป็นจำนวนมาก ตลอดจนยังได้หนังสือกฎหมายต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องทางด้านประวัติศาสตร์อีกด้วย และยังได้รับเชิญให้มาร่วมบรรยายถ่ายทอดสดในการพระราชพิธีต่างๆ ที่สำคัญมาแล้วหลายวาระ และล่าสุดในปีพ.ศ. 2559 ได้รับเชิญให้มาร่วมบรรยายถ่ายทอดสดในการพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ประวัติแก้ไข

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทองเป็นบุตรของนาวาอากาศเอก ธัชทอง จันทรางศุ (บุตรคนสุดท้องของอำมาตย์เอก พระยาสุนทรเทพกิจจารักษ์ (ทอง จันทรางศุ) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดคนแรกของประเทศไทย เป็นอดีตผู้ถวายงานแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และเป็นต้นตระกูลจันทรางศุ ซึ่งเป็นนามสกุลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามสกุล จันทรางศุ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2457 และคุณหญิงแม้น สุนทรเทพกิจจารักษ์ (แม้น จันทรางศุ) (เดิมชื่อช้อย สกุลเดิมปัตตะพงศ์)) และและนางสุคนธ์ จันทรางศุ (ธิดาของพระประมวลวินิจฉัย (ขัติ สุวรรณทัต) และนางประมวลวินิจฉัย (สุดใจ ประมวลวินิจฉัย) (นามสกุลเดิมฮุนตระกูล)) มีน้องชาย 1 คน คือ นายธารทอง จันทรางศุ เลขานุการ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

การศึกษาแก้ไข

ประวัติการทำงานแก้ไข

การรับราชการอาจารย์แก้ไข

ธงทองเริ่มรับราชการเป็นอาจารย์ ระดับ 3 ภาควิชากฎหมายกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2523 และได้เลื่อนเป็นอาจารย์ระดับ 4 เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2523 ต่อมาได้เป็นผู้อำนวยการหอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ระดับ 6 ในวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2526 ต่อมาเป็นรองศาสตราจารย์ ระดับ 7 ในวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2527 และรองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเลื่อนเป็นรองศาสตราจารย์ ระดับ 9 และเป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2542 ในระหว่างเป็นอาจารย์ ได้มีโอกาสปฏิบัติราชการถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี หลายวาระ

การรับราชการพลเรือนสามัญแก้ไข

ต่อจากนั้น ธงทองได้โอนมารับราชการพลเรือนสามัญ ในตำแหน่งรองอธิบดีกรมคุมประพฤติ ต่อมาดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2544 และดำรงตำแหน่งรองโฆษกกระทรวงยุติธรรมอีกตำแหน่งหนึ่ง ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสภาการศึกษา (ระดับ 11) กระทั่งในปี 2554 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเมื่อปี 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็สั่งให้ธงทองย้ายไปดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จนถึงเกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558 ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2559 ได้รับแต่งตั้งเป็น คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ด้านนิติศาสตร์

การทำงานที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์แก้ไข

ในระหว่างที่เป็นอาจารย์ ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง ได้มีโอกาสเข้าถวายงานปฏิบัติราชการถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อาทิการเสด็จพระราชดำเนินตรวจการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง ในโอกาสพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พุทธศักราช 2525 เป็นต้น และถวายงานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในหลายวาระ พร้อมกับดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เป็นต้น

และรวมทั้งในฐานะผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญในด้านราชสำนัก พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทำให้ได้รับเชิญจากทางรัฐบาลในสมัยต่าง ๆ เข้ามารับหน้ากรรมการในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีต่าง ๆ ตั้งแต่งานพระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พุทธศักราช 2525 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน และรวมทั้งยังเป็นกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ และกรรมการพิเศษต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องราชสำนัก พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กร เอกชน มูลนิธิ และหน่วยงานสาธารณกุศลต่าง ๆ หลายแห่ง

และปัจจุบัน ธงทองดำรงตำแหน่งกรรมการที่เกี่ยวเนื่องกับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่สำคัญ คือ ประธานกรรมการพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า, ประธานอนุกรรมการเครือข่ายสถาบันการศึกษาในรัชกาลที่ 6, และกรรมการมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

การทำงานด้านเอกชนแก้ไข

ต่อมาหลังจากเกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558 ในตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2559[4]

ด้านการเมืองแก้ไข

ธงทองเคยได้รับแต่งตั้ง ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการเมืองหลายครั้ง อาทิ

  • อดีตที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ในระหว่างปี พ.ศ. 2533 ถึงปี พ.ศ. 2534
  • อดีตกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างตุลาการ เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างอัยการ
  • อดีตผู้แทนคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในคณะกรรมการพิจารณาจัดตั้งศาลปกครอง (พ.ศ. 2538)
  • อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2539 (ส.ส.ร.) ประเภทผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน[5]
  • อดีตที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายและการบริหารงานยุติธรรมรัฐบาลของพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ
  • อดีตโฆษกคณะกรรมาธิการวิชาการและข้อมูล ประจำสภาร่างรัฐธรรมนูญ (20 ม.ค. 2540)
  • อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการจดหมายเหตุ ตรวจรายงานการประชุม และกิจการสภา คนที่ 1 ประจำสภาร่างรัฐธรรมนูญ (20 ม.ค. 2540)
  • อดีตผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (CPLO) ในปี พ.ศ. 2546
  • อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญและโฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อปี พ.ศ. 2550
  • อดีตผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (ปคร.) เมื่อปี พ.ศ. 2551
  • อดีตประธานคณะกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • อดีตกรรมการที่ปรึกษากฎหมายของนายกรัฐมนตรี รัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์
  • ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ภายใต้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.)

ด้านสื่อสารมวลชนแก้ไข

การบรรยายพระราชพิธีทางโทรทัศน์แก้ไข

ธงทองเป็นผู้มีความรอบรู้ ชอบอ่านหนังสือ จึงสามารถให้ข้อมูลได้เป็นอย่างดี และใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ดังนั้น โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) จึงเชิญให้เป็นผู้บรรยายประกอบ ในการต่างๆ อันเกี่ยวเนื่องในพระราชสำนัก มาตั้งแต่ พ.ศ. 2528 โดยงานแรกคือ การบรรยายสารคดีพระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ต่อมาระหว่าง พ.ศ. 2530-2539 ทรท.ก็มอบหมายขึ้นเป็นหัวหน้าผู้บรรยายประกอบ ในการถ่ายทอดพระราชพิธีทางโทรทัศน์ ทั้งระดับพระราชพิธีประจำปี เช่น พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และทั้งระดับพระราชพิธีพิเศษเฉพาะกาล เช่น พระราชพิธีกาญจนาภิเษก พระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นต้น และล่าสุดการเป็นการผู้บรรยายพระราชพิธีผ่านทางโทรทัศน์ในการถ่ายทอดพระราชพิธีบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ในช่วงพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร 7 วัน พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

การบรรยายและผู้ดำเนินรายการทางโทรทัศน์แก้ไข

ธงทอง เคยเป็นผู้บรรยายและผู้ดำเนินรายการท้าพิสูจน์ และรายการสารคดีแฝดสยาม (Siamese twins) ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

รางวัลแก้ไข

  • รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 7 พ.ศ. 2535 ประเภทข่าวและสถานการณ์ปัจจุบัน สาขาผู้บรรยายการถ่ายทอดเหตุการณ์จากสถานที่ดีเด่น จากชมรมส่งเสริมโทรทัศน์ พ.ศ. 2536
  • รางวัลกิตติคุณสัมพันธ์ สังข์เงิน สาขาผู้ประสบผลสำเร็จด้านการประชาสัมพันธ์ ประเภทภาครัฐ ครั้งที่ 17 จากสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2540
  • เข็มเครื่องหมายอภิรักษ์นาวี กองทัพเรือ พ.ศ. 2555
  • รางวัลเสมาธรรมจักร ผู้ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา ประเภทส่งเสริมกิจการคณะสงฆ์ พ.ศ. 2556
  • รางวัลประกาศเกียรติคุณศาสตราภิชาน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2557

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/099/22.PDF
  2. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/150/12.PDF
  3. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/034/36.PDF
  4. บมจ.ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ (RP) แต่งตั้ง ศ.พิเศษธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานบอร์ดคนใหม่
  5. ประกาศรัฐสภา เรื่อง ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญราชกิจจานุเบกษา เล่ม 114 ตอน 2ง วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2540
  6. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย หน้า ๔ เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๒๑ ข, ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
  7. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกีรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๔)
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ (จำนวน ๒,๖๕๙ ราย)
  9. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา [กระทรวงยุติธรรม]
  10. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ประจำปี ๒๕๕๒ [จำนวน ๑,๖๒๓ ราย]
  11. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ฉบับพิเศษ หน้า ๓๘ เล่ม ๑๐๑ ตอนที่ ๑๘๖, ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๗