การบุกลงใต้ของจูกัดเหลียง

การบุกลงใต้ของจูกัดเหลียง (จีน: 諸葛亮南征) สงครามในที่เกิดขึ้นในช่วง ค.ศ. 225 ระหว่างช่วงต้น ยุคสามก๊ก ของจีน (220—280) นำโดย จูกัดเหลียง อัครมหาเสนาบดีแห่ง จ๊กก๊ก

การบุกลงใต้ของจูกัดเหลียง
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามในยุคสามก๊ก
Zhuge Liang's Southern Campaign.png
เส้นทางการเคลื่อนทัพลงใต้ของจ๊กก๊ก
วันที่ ฤดูใบไม้ผลิ — ฤดูหนาว ค.ศ. 225
สถานที่ น่านจง, (ปัจจุบันคือ ยูนนาน, กุ้ยโจว และทางใต้ของ เสฉวน),  จีน
ผลลัพธ์
คู่ขัดแย้ง
จ๊กก๊ก
  • กองทัพหลวงจากเซงโต๋
  • กองทัพแต่ละสังกัด

ชาวม่านที่เข้าด้วยขงเบ้ง

  • ชาวเขางินอิสัน

ทหารเบ้งเฮ็กที่แปรพักตร์

  • กองทัพของสุนา
  • กองทัพของห้วยหลำ
ทหารจ๊กก๊กที่ก่อกบฏ
ชาวน่านม่าน
  • กองทัพของเบ้งเฮ็ก
  • กองทัพชนเผ่าต่าง ๆ
  • กองทัพเกราะหวาย

สนับสนุน
วุยก๊ก

ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
จูกัดเหลียง (ขงเบ้ง)
จูล่ง
อุยเอี๋ยน
อองเป๋ง
ม้าต้าย
เตียวหงี
ม้าตง
เอียวหอง
สุนา โทษประหารชีวิต
ห้วยหลำ โทษประหารชีวิต
ยงคี  
จูโพ
โกเตง
เบ้งเฮ็ก
เบ้งฮิว
นางจกหยง
โต้สู้ไต้อ๋อง 
บกล๊กไต๋อ๋อง 
ออโกก๊ก 
สนับสนุน
สุมาอี้


เบื้องหลังและสาเหตุแก้ไข

หลังจากพระเจ้าเล่าปี่สิ้นพระชนม์ ขงเบ้งได้ค้ำชูพระเจ้าเล่าเสี้ยนขึ้นเป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นจ๊กก๊ก สุมาอี้จึงใช้แผนกองทัพ 500,000 นาย โดยแบ่งเป็น 5 สาย คือ

สายที่ 1 คือโจจิ๋น บุกด่านแฮบังก๋วน แต่ขงเบ้งส่งจูล่งไปตั้งรับแต่ไม่ออกรบ จนกองทัพโจจิ๋นถอยไปเอง

สายที่ 2 คือเบ้งเฮ็ก ขงเบ้งสั่งอุยเอี๋ยนไปตั้งรับโดยใช้กลยุทธ์ และเป็นจุดกำเนิดการยกทัพปราบปรามเบ้งเฮ็กของขงเบ้ง

สายที่ 3 คือเผ่าเกี๋ยง ขงเบ้งส่งม้าเฉียวไปตั้งรับ ชาวเผ่าเกี๋ยงนับถือม้าเฉียวมาก จึงไม่รบด้วยกับม้าเฉียว

สายที่ 4 คือเบ้งตัด ขงเบ้งใช้ลิเงียมเกลี้ยกล่อมเบ้งตัดไม่ให้เคลื่อนพล

ส่วนสายที่ 5 คือซุนกวนแห่งง่อก๊ก ขงเบ้งส่งเตงจี๋ไปเชื่อมสัมพันธไมตรี

หลังจากขงเบ้งใช้กลอุบายสลายกองทัพ 500,000 นาย ของวุยก๊กสำเร็จ โดยการส่งเตงจี๋ไปเป็นทูตเพื่อคืนดีกับง่อก๊ก ได้เกิดการก่อกบฏของเบ้งเฮ็กขึ้น ทำให้ขงเบ้งต้องเรียกตัวจูล่งซึ่งกำลังยกทัพไปช่วยง่อก๊กทำศึกกับวุยก๊กซึ่งนำโดยโจผีกลับเพื่อรับศึกเบ้งเฮ็กและทหารจ๊กก๊กที่ก่อกบฏ

ยุทธการและการจับกุมแก้ไข

การรบกับชาวม่านของขงเบ้ง มีทั้งหมด 7 ครั้งด้วยกันคือ

ครั้งที่ 1 เบ้งเฮ็กส่งกิมห้วน สุนา และห้วยหลำออกมา สู้รบกับกองทัพจ๊กก๊ก กิมห้วนถูกสังหารกลางสนามรบ ส่วนสุนากับห้วยหลำถูกจับเป็นเชลยและยอมเข้ากับขงเบ้ง ทำให้เบ้งเฮ็กยกทัพออกมาเอง อองเป๋งแกล้งรบแพ้เพื่อล่อเข้าวงซุ่ม ทำให้จับตัวเบ้งเฮ็กได้สำเร็จ

ครั้งที่ 2 เบ้งเฮ็กตั้งมั่นในค่ายไม่ออกรบ โดยใช้แม่น้ำลกซุยขวางกั้น ทำให้ทหารจ๊กก๊กซึ่งนำโดยม้าต้ายป่วยตายเกือบทั้งกองทัพ ห้วยหลำซึ่งเป็นไส้ศึกให้กับขงเบ้งขี่ม้าข้ามแม่น้ำมาบอกวิธีข้ามแม่น้ำ ทำให้ม้าตายนำกองทัพข้ามแม่น้ำสำเร็จ

เบ้งเฮ็กได้ส่งสุนานำทหารออกไปตั้งรับม้าต้าย แต่กลับแกล้งแพ้จึงถูกลงโทษ ทำให้สุนากับห้วยหลำเกิดความแค้น จึงนำทหารเข้าไปจับเบ้งเฮ็กส่งให้ขงเบ้ง(วรรณกรรมบางฉบับบอกว่าสุนากับห้วยหลำถูกสังหารโดยเบ้งเฮ็ก)

ครั้งที่ 3 หลังจากถูกปล่อยตัว เบ้งเฮ็กใช้กลอุบายให้เบ้งฮิวแกล้งสวามิภักดิ์ แต่ถูกซ้อนกลโดยขงเบ้ง ซึ่งขงเบ้งได้สั่งทหารมอมสุราเบ้งฮิวกับทหารทั้งหมด แล้วใช้กลยุทธ์ค่ายร้างเพื่อล่อเบ้งเฮ็กเข้าวงซุ่ม ทำให้ถูกจับได้ในที่สุด

ครั้งที่ 4 เบ้งเฮ็กได้รวบรวมกองทัพจากหลายชนเผ่าได้ 200,000 คน ออกมาท้ารบกับขงเบ้ง ขงเบ้งจึงยกทัพเข้าค่าย โดยตั้งค่ายร้างที่ริมแม่น้ำเซียงหยีเพื่อล่อเบ้งเฮ็กมาปล้นค่ายแล้วตีตลบหลัง ทำให้จับกุมได้สำเร็จ

ครั้งที่ 5 เบ้งเฮ็กใช้กลยุทธ์คล้าย ๆ ครั้งที่ 2 โดยการตั้งรับอยู่ในถ้ำของโต้สู้ไต้อ๋อง แล้วถมทางลำธารด้วยมูลสัตว์ที่ตายแล้ว ทำให้ทหารอองเป๋งที่ลาดตระเวนในป่าดื่มน้ำจากลำธารถูกพิษจนป่วยและเป็นใบ้ แต่ได้เบ้งเจียดพี่ชายของเบ้งเฮ็กช่วยเอาไว้ ทำให้กองทัพขงเบ้งรอดชีวิต

ในขณะที่เอียวหองซึ่งขงเบ้งได้เคยไว้ชีวิตและเป็นคู่อริกับเบ้งเฮ็ก ได้ใช้อุบายนำกองทัพ 30,000 นาย ทำทีว่ามาช่วยเบ้งเฮ็ก โดยใช้อุบายนางระบำมอมสุราแล้วจับเบ้งเฮ็กและพรรคพวกไปให้ขงเบ้ง

ครั้งที่ 6 หลังจากถูกปล่อยตัว ขงเบ้งยกทัพตีสำกั๋งแตก โต้สู้ไต้อ๋องเสียชีวิตกลางสนามรบ จากนั้นขงเบ้งได้ตั้งค่ายที่นั่น แล้วสั่งให้เตียวหงีและม้าตงนำทหารไปหน้าเมืองงินแข แต่ถูกนางจกหยงจับไปเป็นเชลย ขงเบ้งใช้อุบายให้อุยเอี๋ยนกับจูล่งแกล้งรบแพ้ เพื่อล่อเข้าหุบเขาแล้วสั่งทหารโยนตะข่ายเพื่อจับกุม ทำให้นางจกหยงถูกจับ ขงเบ้งจึงใช้นางเป็นตัวประกันเพื่อแลกกับเตียวหงีและม้าตงซึ่งถูกเชลย เบ้งเฮ็กจึงไปขอความช่วยเหลือจากบกล๊กไต้อ๋อง

ขงเบ้งสั่งให้จูล่งและอุยเอี๋ยนยกทัพไปตั้งรับบกล๊กไต้อ๋องนำทัพ บกล๊กไต้อ๋องซึ่งบัญชาการบนหลังช้างได้มนต์เรียกเสือออกมาเพื่อข่มขวัญทหารฝ่ายจ๊กก๊ก แล้วจากนั้นได้สั่งทหารต้อนฝูงวัวเข้าพุ่งชนจนทหารจ๊กก๊กแตกพ่าย เมื่อขงเบ้งนำทหารออกไปตั้งรับ โดยใช้ปีศาจยนต์ซึ่งขงเบ้งได้ประดิษฐ์ขึ้นพ่นไฟใส่กองทัพบกล๊กไต้อ๋องและฝูงวัวจนแตกทัพ บกล๊กไต้อ๋องเสียชีวิตในสนามรบ ทำให้เบ้งเฮ็กและพรรคพวกถอยทัพหนีเข้าป่า ตั้วไหลน้องชายของนางจกหยกออกอุบายให้เบ้งเฮ็กแสร้งทำเป็นสวามิภักดิ์ โดยการซ่อนอาวุธเพื่อรอจังหวะลอบสังหารขงเบ้ง ขงเบ้งได้ซึ่งยึดเมืองงินแขได้จึงซ้อนกลโดยซุ่มทหารไว้เพื่อจับกุมและยึดอาวุธได้สำเร็จ

ครั้งที่ 7 หลังจากถูกปล่อยตัว เบ้งเฮ็กได้ขอความช่วยเหลือจากออโกก๊ก ออโกก๊กจึงนำทหารเกราะหวายไปตั้งค่ายที่ท่าโท่ฮัวสุย ขงเบ้งสั่งให้อุยเอี๋ยนเป็นทัพหน้าไปตั้งรับแต่พ่ายแพ้ไม่เป็นท่า เพราะเกราะหวายชุบน้ำมัน 10 กว่าครั้ง และใช้เวลาครึ่งเดือนในการทำเกราะ และสามารถลอยน้ำได้ ทำให้มีด ทวน ดาบ และธนูไม่สามารถฟันแทงได้

ขงเบ้งจึงยกทัพไปที่ช่องเขาจัวกัวสก โดยสั่งให้ม้าต้ายนำรถเกวียนน้ำมันเชื้อเพลิงไปสุมไว้ที่ช่องเขา แล้วให้จูล่งนำเกวียนฟางไม้ขอนทำทีว่าเป็นถูกปล้นเสบียง แล้วไปตั้งรับที่สำกั๋ง อุยเอี๋ยนตั้งค่าย 7 ค่ายที่ท่าโท่ฮัวสุย แล้วแสร้งแพ้รบ 15 ครั้ง เพื่อล่อให้ออโกก๊กเข้าช่องเขา จัวกัวสก แล้วเผาทัพของออโกก๊กจนสิ้นทัพ ออโกก๊กถูกไฟครอกเสียชีวิต

เบ้งเฮ็กและพรรคพวกเห็นท่าไม่ดีจึงนำทัพสู้จนวินาทีสุดท้ายทำให้ถูกจับได้ทั้งหมด

ยอมแพ้และยอมจำนนแก้ไข

หลังจากที่เบ้งเฮ็กและพรรคพวกถูกจับได้ เมื่อขงเบ้งปล่อยตัวทุกคน ทหารชาวม่านที่บาดเจ็บจากการสู้รบได้คุกเข่าร้องขอเบ้งเฮ็กไม่ให้สู้รบกับทัพจ๊กก๊กอีก เมื่อเบ้งเฮ็กและพรรคพวกยอมสวามิภักดิ์ ทำให้ชาวม่านยินดีเป็นอย่างยิ่ง ขงเบ้งจึงจัดงานเลี้ยงฉลองแล้วตั้งเบ้งเฮ็กเป็นอ๋องแห่งเผ่าม่านตามเดิมท่ามกลางความยินดีปรีดาของเหล่าราษฎรชาวม่าน ขงเบ้งจึงเลิกทัพกลับไปพักพลที่เซงโต๋เพื่อรอบุกขึ้นเหนือทำศึกกับวุยก๊กต่อ โดยไม่ทิ้งทหารจ๊กก๊กไว้ประจำการที่ภาคใต้ซักนายเดียว