เปิดเมนูหลัก

สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ

สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (Office of Police Forensic Science) หน่วยงานระดับกองบัญชาการ ส่วนงานสนับสนุนป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเป็นที่รู้จักในชื่อ กองพิสูจน์หลักฐาน , สำนักงานวิทยาการตำรวจ มีภารกิจในการสนับสนุนงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม โดยใช้วิทยาการสมัยใหม่ในการตรวจหาและเพิ่มน้ำหนักพยานหลักฐานในทางคดีให้มีประสิทธิภาพ

สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
Office of Police Forensic Science
Logo forensic02.png
ชื่อย่อสพฐ.ตร.
คำขวัญ“พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประชาชนรักและศรัทธา งานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ”
ก่อตั้ง12 กรกฎาคม พ.ศ. 2498
จัดตั้งเป็นกองวิทยาการในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535
ยกฐานะเป็นสำนักงานวิทยาการตำรวจ
7 กันยายน พ.ศ. 2552
เปลี่ยนเป็นสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
ประเภทกองบัญชาการ
สำนักงานใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่ตั้ง
ผู้บัญชาการ
พลตำรวจโท มนู เมฆหมอก
บุคลากรหลัก
พลตำรวจตรี ประสิทธิ์ ทำดี
รองผู้บัญชาการ
พลตำรวจตรี เสน่ห์ อรุณพันธุ์
รองผู้บัญชาการ
พลตำรวจตรี สมพล อัครเดโชชัย
รองผู้บัญชาการ
พลตำรวจตรี รัษฎากร ยิ่งยง
รองผู้บัญชาการ
เว็บไซต์http://www.forensic.police.go.th/

ประวัติหน่วยงานแก้ไข

ยุคก่อนก่อตั้งกองวิทยาการแก้ไข

งานวิทยาการตำรวจ เริ่มมีความเป็นมาตั้งแต่ปี 2475 โดยมีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้จัดวางโครงสร้างตำรวจขึ้นใหม่โดยเปลี่ยนชื่อจาก กรมตำรวจภูธร เป็น กรมตำรวจ และให้เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยจัดแบ่งแผนงานโดยย่อยออกไปตามสมควรแก่รูปการ และในปีเดียวกัน พระยาจ่าเสนาบดีศรีบริบาล รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้จัดแบ่งแผนงานในกรมตำรวจสำหรับตำรวจสันติบาลโดยให้รวบรวมกรมตำรวจภูธร ตำรวจกองพิเศษ กับตำรวจภูธรกลางเป็นตำรวจสันติบาล มีหัวหน้าเป็นผู้บังคับการ 1 นาย แบ่งเป็นกองที่ 1 ,กองที่ 2, กองที่ 3 และกองตำรวจแผนกสรรพากร สำหรับกองที่ 3 มีระเบียนงานดังนี้ กองนี้เป็นกองวิทยาการตำรวจซึ่งต้องให้ผู้มีความรู้พิเศษ เช่น การตรวจพิสูจน์ลายมือของผู้ต้องหาหรือผู้ที่สมัครเข้ารับราชการว่าเคยต้อง โทษมาแล้วหรือไม่ บันทึกประวัติของผู้กระทำความผิด การตรวจของกลางต่างๆออกรูปพรรณของหายและออกประกาศสืบจับผู้ร้ายซึ่งหลบคดี อาญา จึงสรุปได้ว่ากองที่ 3 ของตำรวจสันติบาลในสมัยนั้น คือ จุดกำเนิดของ กองทะเบียนประวัติอาชญากรและกองพิสูจน์หลักฐาน

ในกาลต่อมา พ.ศ. 2476 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมต่างๆ ในกระทรวงมหาดไทยกำหนดงานของกรมตำรวจขึ้นใหม่ ซึ่งสำหรับกองตำรวจสันติบาลได้กำหนดไว้ดังนี้

  • กองกำกับการ 1 สืบสวนปราบปรามโจรผู้ร้าย
  • กองกำกับการ 2 สืบสวนราชการพิเศษ
  • กองกำกับการ 3 เทคนิคตำรวจ แบ่งเป็น 5 แผนกคือ แผนกทะเบียนพิมพ์ลายนิ้วมือ , แผนกบันทึกแผนประทุษกรรม , แผนกพิสูจน์หลักฐาน , แผนกบัญชีโจรผู้ร้าย , แผนกเนรเทศ และในปี พ.ศ. 2480 เพิ่มแผนกที่ 6 ทะเบียนต่างด้าว และไปอยู่ในสังกัดอื่น เมื่อ พ.ศ. 2484
  • กองกำกับการ 4 ทะเบียนตำรวจ

ในปี พ.ศ. 2484 จึงได้มีการปรับปรุงและขยายงานของกรมตำรวจโดยจัดตั้ง กองสอบสวนกลาง พร้อมทั้งแยกงานทางด้านวิทยาการจากกองตำรวจสันติบาลมาขึ้นตรงต่อกองสอบสวน กลาง ในปี พ.ศ. 2489 เปลี่ยนชื่อจากกองสอบสวนกลางเป็น กองตำรวจสอบสวนกลาง และในปี พ.ศ. 2491 กิจการของกองตำรวจสอบสวนกลางได้เจริญรุดหน้า จึงยกฐานนะขึ้นเป็นกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้น มีกองกำกับการหรือเรียกว่า "กองพิเศษ" [1]

กองวิทยาการแก้ไข

ในวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 กองวิทยาการได้ถือกำเนิดขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกรมตำรวจในกระทรวงมหาดไทย [2] โดยมีฐานะเป็นกองบังคับการ สังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มีการปรับปรุงหน่วยงานให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยมีการยุบ "กองพิเศษ" ไปรวมกับ "กองวิทยาการ" ที่ตั้งขึ้นใหม่ เพื่อต้องการให้ดำเนินงานทางด้าน พิสูจน์วัตถุพยาน ซึ่งเป็นงานของกองพิสูจน์หลักฐาน และการตรวจพิสูจน์ค้นคว้าตัวบุคคล ซึ่งเป็นงานของกองทะเบียนประวัติอาชญากร กองวิทยาการ แบ่งออกเป็น 3 กองกำกับการ คือ

  • กองกำกับการ 1 ประกอบด้วยแผนกถ่ายรูปสถานที่เกิดเหตุ แผนกเอกสารและวัตถุ แผนกหอทดลอง และแผนกพิพิธภัณฑ์ทางคดี
  • กองกำกับการ 2 ประกอบด้วยแผนกตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือ แผนกตรวจเก็บลายพิมพ์นิ้วมือ แผนกการต้องโทษ และแผนกบันทึกแผนประทุษกรรม
  • กองกำกับการ 3 ประกอบด้วยแผนกสถิติคดีอาชญากร แผนกสถานดูตัว แผนกสืบจับและของหายได้คืน

กองวิทยาการ ได้ถูกยุบเลิก [3] หลังจากดำเนินงานมา 7 ปี 4 เดือน 16 วัน โดยปรับปรุงใหม่และจัดตั้งเป็น กองพิสูจน์หลักฐาน และยกระดับ กองกำกับการ 3 ในกองวิทยาการ ขึ้นเป็นระดับกองบังคับการ โดยใช้ชื่อว่า กองทะเบียนประวัติอาชญากร

กองพิสูจน์หลักฐานและกองทะเบียนประวัติอาชญากรแก้ไข

กองพิสูจน์หลักฐาน และ กองทะเบียนประวัติอาชญากร เกิดขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการตำรวจ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2503 [3] โดยยุบเลิกกองวิทยาการ และแยกงานด้านการพิสูจน์วัตถุพยาน และงานตรวจสอบพิสูจน์ค้นคว้าในด้านดัวบุคคลออกจากกัน และได้มีการปรับปรุงหน่วยงานทั้งสองให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยยังคงสังกัดอยู่ภายในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเช่นเดิม

ในปี พ.ศ. 2500 สหรัฐอเมริกาได้ให้ความช่วยเหลือประเทศไทย โดยมองเห็นถึงความสำคัญของงานวิทยาการตำรวจ กรมตำรวจ จึงได้รับความช่วยเหลือจากประเทศสหรัฐอเมริกาในสัญญาที่เรียกว่า The Civil Police Administation Project (C.P.A.) ในสมัย เทรซี่ ปาร์ค เป็นผู้อำนวยการ การช่วยเหลือเน้นหนักทางด้านวิทยาการตำรวจ และได้มีการลงนามในสัญญากับประเทศสหรัฐอเมริการะหว่าง พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ ซึ่งเป็นอธิบดีกรมตำรวจในสมัยนั้น กับ องค์การบริหารวิเทศกิจสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2500 และการปรับปรุงการบริหารงานตำรวจในส่วนภูมิภาคก็เริ่มขึ้นตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา จนกระทั่งปี พ.ศ. 2513 องค์การบริหารวิเทศกิจสหรัฐอเมริกา ได้หยุดให้ความช่วยเหลือการปรับปรุงวิทยาการในส่วนภูมิภาค จึงทำให้งานปรับปรุงวิทยาการในส่วนภูมิภาคหยุดชะงักลง [1]

สำนักงานวิทยาการตำรวจแก้ไข

ในปีพ.ศ. 2523 ในสมัยของ พลตำรวจเอก มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น เป็นอธิบดีกรมตำรวจ ได้ไปตรวจราชการในส่วนภูมิภาค ได้พบว่างานด้านวิทยาการขาดประสิทธิภาพ จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานปรับปรุงวิทยาการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานวิทยาการในส่วนภูมิภาคให้สามารถปฏิบัติ งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเนื่องจากลักษณะงานของวิทยาการอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย วิทยาการตำรวจในส่วนกลาง คือ กองทะเบียนประวัติอาชญากร และกองพิสูจน์หลักฐาน มีสายการบังคับบัญชาขึ้นตรงกับกองบัญชาการตำรวจภูธร อันเป็นปัญหาทั้งทางด้านการสรรหาคนเข้ามาปฏิบัติงาน การพัฒนาบุคลากร การรักษาไว้ซึ่งบุคลากรที่จะปฏิบัติงาน เนื่องมาจากการขาดขวัญและกำลังใจ ความก้าวหน้าในชีวิตราชการต่ำอันเป็นปัญหาเกี่ยวกับระบบการบริหารงานบุคคล และองค์การโดยตรง จึงได้มีการปรับปรุงโครงสร้าง โดยรวมเอาหน่วยงานวิทยาการตำรวจในส่วนกลางและภูมิภาคไว้ด้วยกัน จัดตั้งเป็น "สำนักงานวิทยาการตำรวจ" ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2535 [4] [5] โดยแบ่งส่วนราชการเป็น 7 กองบังคับการ ดังนี้ [1]

  • กองบังคับการอำนวยการ
  • กองพิสูจน์หลักฐาน
  • กองทะเบียนประวัติอาชญากร
  • กองวิทยาการภาค 1
  • กองวิทยาการภาค 2
  • กองวิทยาการภาค 3
  • กองวิทยาการภาค 4

สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจแก้ไข

สำนักงานวิทยาการตำรวจได้รับการปรับปรุงหน่วยงานใหม่อีกครั้งหนึ่งเพื่อรองรับวิทยาการที่ก้าวหน้ามากขึ้น โดยเปลี่ยนชื่อจาก สำนักงานวิทยาการตำรวจ เป็น สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ ในช่วงแรก ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2548 [6] โดยยังคงการแบ่งส่วนราชการภายในกองบัญชาการไว้เช่นเดิม จนกระทั่งวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552 สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ตามพระราชกฤษฎีการแบ่งส่วนราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 [7] และแบ่งส่วนราชการภายในกองบัญชาการในส่วนกลางดังต่อไปนี้

  • กองบังคับการอำนวยการ
  • สถาบันฝึกอบรมและวิจัยนิติวิทยาศาสตร์
  • กองทะเบียนประวัติอาชญากร
  • กองพิสูจน์หลักฐานกลาง

ในส่วนภูมิภาคได้ยุบเลิกกองวิทยาการภาคทั้งหมด และยกฐานะกองกำกับการวิทยาการเขตต่าง ๆ ให้ขึ้นมาเป็นหน่วยงานระดับกองบังคับการ และเรียกชื่อใหม่ว่า ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วภูมิภาค ได้แก่

รายนามผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจแก้ไข

สำนักงานวิทยาการตำรวจ
รายนาม ระยะการดำรงตำแหน่ง
1. พลตำรวจโท สุพาสน์ จีระพันธุ์ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2532 - 30 กันยายน พ.ศ. 2533
2. พลตำรวจโท ประชุม สถาปิตานนท์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2533 - 30 กันยายน พ.ศ. 2535
3. พลตำรวจโท ประสาน วงศ์ใหญ่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2535 - 22 มกราคม พ.ศ. 2537
4. พลตำรวจโท ชำนาญ สุวรรณรักษ์ 23 มกราคม พ.ศ. 2537 - 30 กันยายน พ.ศ. 2538
5. พลตำรวจโท สมบัติ สุนทรวร 1 ตุลาคม พ.ศ. 2538 - 30 กันยายน พ.ศ. 2539
6. พลตำรวจโท โสภณ สะวิคามิน 4 ตุลาคม พ.ศ. 2539 - 6 ธันวาคม พ.ศ. 2540
7. พลตำรวจโท อรรถพล แช่มสุวรรณวงศ์ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2540 - 13 ตุลาคม พ.ศ. 2542
8. พลตำรวจโท โสภณ ปันกาญจนโต 14 ตุลาคม พ.ศ. 2542 - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2543
9. พลตำรวจโท บุญฤทธิ์ รัตนะพร 2 ตุลาคม พ.ศ. 2543 - 30 กันยายน พ.ศ. 2545
10. พลตำรวจโท ประกาศ ศาตะมาน 1 ตุลาคม พ.ศ. 2545 - 30 กันยายน พ.ศ. 2546
11. พลตำรวจโท ถาวรศักดิ์ เทพชาตรี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2546 - 4 เมษายน พ.ศ. 2548
สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ
11. พลตำรวจโท ถาวรศักดิ์ เทพชาตรี 4 เมษายน พ.ศ. 2548 - 30 กันยายน พ.ศ. 2548
12. พลตำรวจโท อัมรินทร์ เนียมสกุล 1 ตุลาคม พ.ศ. 2548 - 30 กันยายน พ.ศ. 2549
13. พลตำรวจโท เอก อังสนานนท์ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 - 29 เมษายน พ.ศ. 2550
14. พลตำรวจโท อัมพร จารุจินดา 30 เมษายน พ.ศ. 2550 - 30 กันยายน พ.ศ. 2551
15. พลตำรวจโท ดนัยธร วงศ์ไทย 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551 - 7 กันยายน พ.ศ. 2552
สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
15. พลตำรวจโท ดนัยธร วงศ์ไทย 7 กันยายน พ.ศ. 2552 - 30 กันยายน พ.ศ. 2553
16. พลตำรวจโท จรัมพร สุระมณี 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 - 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
17. พลตำรวจโท พีระพงศ์ ดามาพงศ์ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 30 กันยายน พ.ศ. 2555
18. พลตำรวจโท ปัญญา มาเม่น 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 - 30 กันยายน พ.ศ. 2556
19. พลตำรวจโท คำรบ ปัญญาแก้ว 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556 - 30 กันยายน พ.ศ. 2557
20. พลตำรวจโท มนู เมฆหมอก 1 ตุลาคม พ.ศ. 2557 - ปัจจุบัน

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข