บทความนี้เกี่ยวกับย่านการค้าใจกลางกรุงเทพมหานคร สำหรับความหมายอื่น ดูที่ สยาม (แก้ความกำกวม)

ย่านสยาม (อังกฤษ: Siam area) เป็นย่านศูนย์การค้าสำคัญในใจกลางกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ชิดกับทั้ง 2 ฝั่งของถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน ตั้งแต่แยกปทุมวัน ถึงแยกเฉลิมเผ่า เลยไปบรรจบกับย่านราชประสงค์ที่อยู่ติดกัน ย่านนี้เป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าขนาดใหญ่หลายแห่ง และเมื่อรวมกับย่านราชประสงค์ จึงเป็นรูปแบบที่เรียกว่า "ย่านการค้าใจกลางเมือง" ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นใจกลางเมืองสมัยใหม่ในด้านธุรกิจและการค้าของกรุงเทพมหานคร

พื้นที่สยามกับสยามสแควร์ ศูนย์การค้าแนวราบที่มุมขวาล่าง นอกเหนือจากเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสแล้วทางซ้ายมือยังมีสยามดิสคัฟเวอรี สยามเซ็นเตอร์ สยามพารากอน และด้านหลังคือพื้นที่สีเขียวของวังสระปทุม

พื้นที่ดังกล่าวตั้งชื่อตามสยามสแควร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ค้าปลีกแนวราบที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าของและผู้พัฒนา รวมถึงศูนย์การค้าที่อยู่ตรงข้ามอีกจำนวน 3 แห่ง ซึ่งล้วนแต่มี สยาม เป็นส่วนหนึ่งของชื่อ ได้แก่ สยามดิสคัฟเวอรี สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน ซึ่งมาแทนที่โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล ในปี พ.ศ. 2545 รวมถึงต่อมาศูนย์การค้าทั้ง 3 แห่งดังกล่าวถูกเรียกว่า "วันสยาม" ที่ดินดังกล่าวเช่ามาจากวังสระปทุม ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของพระบรมวงศานุวงศ์แห่งราชวงศ์จักรีในสายราชสกุลมหิดล ซึ่งเป็นสายของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงยังมีเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ตรงข้ามแยกปทุมวัน

การพัฒนาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่เริ่มแรกเกิดขึ้นในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960 และ 1970 ควบคู่ไปกับย่านราชประสงค์ และพวกเขาก็ค่อย ๆ แทนที่ย่านวังบูรพา ในฐานะศูนย์กลางของการค้าปลีกในเมืองและวัฒนธรรมของเยาวชน นอกจากนี้รถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2542 และมีสถานีสยามเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ ยังช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับย่านนี้

ประวัติแก้ไข

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้สร้างพระราชวังและพระอารามหลวง (วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร) ใกล้กับพื้นที่สยามในปัจจุบันในช่วงประมาณ พ.ศ. 2398 ในขณะที่พื้นที่ที่ตั้งของย่านสยามในปัจจุบันได้รับพระราชทานมาจากพระรัชทายาทคือพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1880 ที่ได้พระราชทานที่ดินเพื่อก่อสร้างวังบริเวณด้านทิศเหนือของถนนพระรามที่ 1 (หรือเรียกว่า ถนนสระปทุม หรือ ถนนปทุมวัน) เพื่อพระราชทานให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ และต่อมามีชื่อว่า วังสระปทุม[1] ส่วนบริเวณทิศใต้ของถนนมีพระราชดำริที่จะพระราชทานสำหรับก่อสร้างวังวินด์เซอร์ เพื่อพระราชทานให้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร แต่พระองค์เสด็จสวรรคตลงเสียก่อน และในที่สุด พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ได้พระราชทานที่ดินของวังให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2460 ผนวกเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ของตน[2]

พื้นที่ริมถนนฝั่งใต้เดิมถูกปล่อยทิ้งไว้โดยมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้ใช้งาน กลายเป็นที่อยู่อาศัยรูปแบบชุมชนแออัด เป็นสวนผัก จนกระทั่งเกิดไฟไหม้ในปี พ.ศ. 2505 ชาวบ้านจึงออกจากพื้นที่ และนิสิตมหาวิทยาลัยได้ช่วยกันคุมพื้นที่ไม่ให้ชาวบ้านกลับเข้ามาอีก[3] จากนั้นสํานักงานจัดการทรัพย์สินก็ได้พัฒนาพื้นที่บริเวณนี้ให้เป็นย่านค้าปลีกแนวราบ และเปิดเป็นสยามสแควร์ในปี พ.ศ. 2506[4] ในช่วงเวลาเดียวกันกับการพัฒนาที่คล้ายคลึงกันในแยกราชประสงค์ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมีศูนย์การค้าปรับอากาศที่มีชื่อเสียงคือไทยไดมารู ที่เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2507 ส่วนโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัลที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนนพระรามที่ 1 สร้างขึ้นบนที่ดินที่เช่าจากวังสระปทุม และเป็นส่วนหนึ่งของเครือโรงแรมหรูระดับนานาชาติของสายการบินแพนอเมริกันเวิลด์แอร์เวส์ ก็เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2509 ดำเนินการโดย บริษัท บางกอกอินเตอร์คอนติเนนตอล โฮเต็ลส จำกัด (BIHC) และยังสร้างศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์เพิ่มด้วย ซึ่งเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2516 ส่วนศูนย์การค้ามาบุญครอง (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นเอ็มบีเคเซ็นเตอร์) เปิดบนที่ดินของมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2528 ซึ่งเป็นปีเดียวกับการเปิดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (ปัจจุบันคือเซ็นทรัลเวิลด์) ในย่านราชประสงค์ และทำให้เกิดการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจและการค้าที่น่ากลัวมากขึ้นใน 2 ย่านนี้ ต่อมา BIHC เปิดศูนย์การค้าแห่งที่ 2 คือสยามดิสคัฟเวอรี ในปี พ.ศ. 2540 ท่ามกลางวิกฤตการณ์การเงิน และความเปลี่ยนแปลงในรด้านการคมนาคมในพื้นที่ผ่านการก่อสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอสในปีนั้น[5][6]

ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 ย่านสยามและสยามสแควร์กลายเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งวิถีชีวิตหลักสำหรับวัยรุ่นในเมือง โดยเข้ามามีบทบาทแทนพื้นที่ย่านวังบูรพาในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1950-1960[5] ต่อมาการเปิดใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสในปี พ.ศ. 2542 โดยมีจุดเชื่อมต่อส่วนกลางที่สถานีสยาม ทำให้ความโดดเด่นของย่านสยามนี้มีมากขึ้น และเมื่อรวมกับย่านราชประสงค์แล้วจึงถูกมองว่าเป็นรูปแบบที่เรียกว่า "ย่านการค้าใจกลางเมือง"[7] สยามอินเตอร์คอนติเนนตัลปิดตัวลงในปี พ.ศ. 2545 และถูกแทนที่ด้วยสยามพารากอน ซึ่งถือเป็นศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในย่านสยาม โดยเปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2548[8] รวมถึงยังมีหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครที่เปิดให้บริการในปี พ.ศ. 2551

ด้วยความเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง ทำให้ผู้ประท้วงกลุ่มคนเสื้อแดงใช้พื้นที่นี้เข้ายึดครองในปี พ.ศ. 2553 ก่อนจะจบลงด้วยการสลายการชุมนุมที่บริเวณใกล้เคียง

ต่อมากลุ่มธุรกิจการค้าทั้งหมด ทั้ง บมจ.เอ็มบีเค, สยามพิวรรธน์ และกลุ่มธุรกิจของสยามสแควร์ ได้ร่วมกันก่อตั้งสมาคมการค้าพลังสยาม เพื่อร่วมกันพัฒนาย่านสยามให้เป็นย่านการค้าปลีกระดับโลก สะท้อนแนวคิดของกรุงเทพมหานครที่เป็น "มหานครแห่งความทันสมัยที่หลากหลาย"[9] โดยได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558[10] ส่งผลให้เกิดการพัฒนาในย่านสยามเกิดขึ้นอีกมากมาย รวมถึงสามารถดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวในย่านสยามได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย[11]

คำอธิบายแก้ไข

ย่านสยามตั้งอยู่บนถนนพระรามที่ 1 จากหัวมุมของแยกปทุมวัน ซึ่งเป็นจุดตัดระหว่างถนนพระรามที่ 1 กับถนนพญาไท ไปยังแยกเฉลิมเผ่า ที่บรรจบกับถนนอังรีดูนังต์ สยามสแควร์คือตึกทั้งหมดที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของถนนไปจนถึงซอยจุฬาลงกรณ์ 64 ในขณะที่ศูนย์การค้ากลุ่มวันสยาม คือสยามดิสคัฟเวอรี สยามเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน อยู่ทางทิศเหนือของถนน จากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออกตามลำดับ ถัดจากนั้นทางตอนเหนือเป็นวังสระปทุม กินพื้นที่ยาวไปจนถึงสะพานหัวช้าง ส่วนหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแยกปทุมวัน ในขณะที่เอ็มบีเคเซ็นเตอร์อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้บนที่ดินของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถัดจากเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ไปทางทิศตะวันตกเป็นกรีฑาสถานแห่งชาติ ส่วนทางทิศตะวันออกของแยกเฉลิมเผ่าเป็นวัดปทุมวนารามราชวรวิหารตั้งอยู่ทางทิศเหนือของถนน เป็นการแยกสยามพารากอนออกจากเซ็นทรัลเวิลด์ในย่านราชประสงค์ และมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ตรงข้ามวัดปทุมวนารามราชวรวิหารทางด้านทิศใต้

อ้างอิงแก้ไข

  1. คณะทำงานหนังสือวัดปทุมวนารามราชวิหาร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2011). วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร. Chulalongkorn University Press. Reproduced in "เขตประทุมวัน : โดย บัณฑิต จุลาสัย และ รัชดา โชติพานิช". Matichon Online. 29 April 2018. สืบค้นเมื่อ 11 October 2020.
  2. พีรศรี โพวาทอง (8 June 2020) [Originally published June 2005]. "วังใหม่ที่ปทุมวัน : ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม "ความทรงจำอันเลือนราง"". Silpa Wattanatham. สืบค้นเมื่อ 11 October 2020.
  3. Lucky Charm สยามสแควร์ Positioning Magazine ตุลาคม 2550
  4. ย้อนตำนาน"สยามสแควร์" จากปาก กอบชัย ซอโสตถิกุล
  5. 5.0 5.1 Prepanod Nainapat (4 April 2017). "'สยามสแควร์' ถนนวัยรุ่นสู่วัยรุ่นอีกรุ่น". The Matter.
  6. อรวรรณ บัณฑิตกุล (April 2002). "42 ปี บางกอกอินเตอร์คอนติเนนตอลโฮเต็ลส". Manager. สืบค้นเมื่อ 28 January 2021.
  7. McGrath, Brian (2005). "Bangkok's CSD". ใน Benites, Cecilia; Lyster, Clare (บ.ก.). Regarding Public Space. New York: Princeton Architectural Press. pp. 46–53. ISBN 9781568985442.
  8. ยุทธศักดิ์ คณาสวัสดิ์ (25 December 2005). "สยามพารากอน....อีกก้าวหนึ่งของประเทศไทยไปสู่สวรรค์แห่งการชอปปิ้ง". Manager Daily. สืบค้นเมื่อ 21 October 2020.
  9. "เกี่ยวกับเรา". สมาคมการค้าพลังสยาม. สืบค้นเมื่อ 2021-02-27.
  10. "พันธมิตรพลังสยามผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์ ผลักดัน "ย่านสยาม" ยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจการค้า". สมาคมการค้าพลังสยาม. 2015-09-30. สืบค้นเมื่อ 2021-02-27.
  11. ""แลนด์มาร์ก" ค้าปลีก 5 ย่าน 5 ทำเล...แห่ยึดใจกลางเมือง". สนุก.คอม. 2015-10-06. สืบค้นเมื่อ 2021-02-27.

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′44″N 100°32′3″E / 13.74556°N 100.53417°E / 13.74556; 100.53417