โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย

โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี (ย่อ: ป.ร., P.R.C.) เป็นโรงเรียนสหศึกษาของเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 3 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่เขต 1 สังกัดสำนักงานพันธกิจการศึกษา มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย โรงเรียนก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2430 ในชื่อ "โรงเรียนชายวังสิงห์คำ" โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามโรงเรียนเป็น "โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย" ซึ่งมีความหมายว่า "โรงเรียนของเจ้าฟ้าชาย" เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2449

โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
The Prince Royal's College
Prc logo 2014-Color1.png
LUX ET VERITAS
"แสงสว่างและความจริง"
117 ถนนแก้วนวรัฐ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 50000
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ The Prince Royal's College
อักษรย่อ ป.ร. (P.R.C.)
ประเภท โรงเรียนเอกชน
ศาสนา คริสต์
สังกัด สำนักงานพันธกิจการศึกษา มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย
นิกาย โปรเตสแตนต์
สถาปนา • 2 มกราคม พ.ศ. 2449 (โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย)

• 19 มีนาคม พ.ศ. 2430 (โรงเรียนชายวังสิงห์คำ) (133 ปี 139 วัน)

เขตการศึกษา เชียงใหม่
ผู้อำนวยการ ผู้ปกครอง ดร.สิรินันท์ ศรีวีระสกุล
สี          น้ำเงิน-ขาว
เพลง เพลงประจำโรงเรียน
เว็บไซต์

ประวัติแก้ไข

โรงเรียนชายวังสิงห์คำแก้ไข

โรงเรียนก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2430 โดยมิชชันนารีคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียน ศาสนาจารย์ เดวิด คอลลินส์ ในชื่อ "Chiangmai Boys' School" หรือ "โรงเรียนชายวังสิงห์คำ" บริเวณหมู่บ้านวังสิงห์คำ อันเป็นที่ดินซึ่งได้รับพระราชทานจากพระเจ้าอินทวิชยานนท์[1] ทำการสอนโดยใช้ภาษาล้านนาและพระคัมภีร์เป็นหลัก เป็นโรงเรียนแบบตะวันตกสำหรับเด็กชายแห่งแรกในล้านนา[2]

ในปี พ.ศ. 2442 ศาสนาจารย์คอลลินส์ได้ลาออกจากตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ศาสนาจารย์ ดร. วิลเลียม แฮรีส ซึ่งเป็นผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2439 เข้ารับตำแหน่งแทน เมื่อเห็นว่าสถานที่ตั้งของโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำปิงคับแคบ จึงได้ย้ายมายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ซึ่งซื้อจากบริษัทอังกฤษในราคา 2,600 รูปี[1]

ก่อนและระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองแก้ไข

วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2449 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ได้พระราชทานนามโรงเรียนใหม่ว่า "The Prince Royal's College" และพระราชทานสีน้ำเงิน - ขาวให้เป็นสีประจำโรงเรียน ปีเดียวกันนั้น ศาสนาจารย์แฮรีสได้ซื้อที่ดินติดกับโรงเรียนเพิ่มอีก 71 ไร่ รวมมีพื้นที่ 90 ไร่ โดยปัจจุบัน มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทยเป็นเป็นเจ้าของและผู้รับใบอนุญาต[1]

ในปี พ.ศ. 2455 ได้เริ่มใช้ภาษาไทยในการสอนแทนคำเมือง ตามการสนับสนุนการใช้ภาษาไทยกลางของรัฐบาล[3] ตลอดจนการสอนภาษาอังกฤษ โรงเรียนได้รับรองฐานะเทียบเท่าโรงเรียนรัฐบาลในปี พ.ศ. 2464[2]

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ทางโรงเรียนได้ปิดการเรียนการสอน[4] รัฐบาลได้ยึดโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยใช้เป็นโรงเรียนสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในชื่อ "โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคพายัพ"[2] หลังสงครามสิ้นสุด โรงเรียนจึงได้เปิดทำการอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2452 เจ้าดารารัศมี พระราชชายา ได้เสด็จเยือนโรงเรียน

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2458 สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ได้เสด็จเยือนโรงเรียน

เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2471 สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้เสด็จมาเป็นองค์ประธานทำพิธีเปิดอาคาร Powers Hall

ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2แก้ไข

ในช่วงที่อาจารย์หมวก ไชยลังการณ์เป็นอาจารย์ใหญ่ ทางโรงเรียนได้จัดตั้ง "แผนกสหเตรียมอุดมศึกษาปรินส์ - ดารา" ขึ้นในระดับมัธยมศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2499 อันเป็นจุดเริ่มต้นของชั้นเรียนแบบสหศึกษาของโรงเรียน[2]

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยี่ยมโรงเรียนและทรงลงพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธยในสมุดเยี่ยมโรงเรียน มีข้อความว่า "รู้สึกยินดีที่เชียงใหม่มีโรงเรียนดีๆที่สง่างามและมีบริเวณกว้างขวาง ยินที่มีโอกาสพบครูที่ดีมีน้ำใจ อุตส่าห์สั่งสอนเด็กด้วยใจรักเป็นเวลานาน ขอให้ครูทุกท่านจงช่วยกันสั่งสอนเด็กเถิด เป็นบุญเหลือหลายที่ได้ช่วยเหลือเยาวชนของชาติ ยินดีที่เห็นเด็กนักเรียนทุกคนเรียบร้อย ได้อยู่ในโรงเรียนดี มีบริเวณงามมาก"

เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2529 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีทรงรับโรงเรียนไว้ในพระอุปถัมภ์และพระราชทานนามอาคารว่า "อาคารเพชรัตน์-สุวัฒนา"

แต่เดิมที่เคยรับสมัครเฉพาะนักเรียนชาย แต่นับตั้งแต่ พ.ศ. 2500 เป็นต้นมา การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้เปิดเป็นแบบสหศึกษา และในปี พ.ศ. 2536 ได้รับสมัครนักเรียนหญิงระดับชั้นอนุบาล 3 เป็นปีแรก[2] ทางโรงเรียนได้จัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปีการพระราชทานนามโรงเรียน โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2548 และวันที่ 3 มกราคม 2549[5]

ผู้จัดการ อาจารย์ใหญ่ และผู้อำนวยการแก้ไข

ลำดับ รายนามผู้จัดการ/อาจารย์ใหญ่/ผู้อำนวยการ ตำแหน่ง ระยะเวลาที่อยู่ในตำแหน่ง รวม(ปี) หมายเหตุ
1 ศาสนาจารย์ เดวิด กอร์มเลย์ คอลลินส์ อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2430 - พ.ศ. 2442 12
2 ศาสนาจารย์ ดร.วิลเลียม แฮรีส อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2442 - พ.ศ. 2482 40
3 ศาสนาจารย์ ดร.เคนเนธ เอลเมอร์ แวลส์ อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2483 - พ.ศ. 2484 2 พ.ศ. 2485 - พ.ศ. 2488 ได้เว้นระยะไปเนื่องด้วยเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ผู้จัดการ พ.ศ. 2489 - พ.ศ. 2493 4
4 อาจารย์หมวก ไชยลังการณ์ อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2489 - พ.ศ. 2491 2
ผู้จัดการ / อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2494 - พ.ศ. 2510 16
5 อาจารย์กำราบ ไชยาพันธ์ รักษาการอาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2492 - พ.ศ. 2494 2
ผู้จัดการ / อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2511 - พ.ศ. 2512 2
6 อาจารย์ ดร.จำรูญ ไชยลังการณ์ ผู้จัดการ / อาจารย์ใหญ่ พ.ศ. 2513 - พ.ศ. 2533 20
7 อาจารย์ พงษ์ ตนานนท์ ผู้อำนวยการ พ.ศ. 2534 - พ.ศ. 2548 14
8 ผู้ปกครอง ดร.สิริลักษณ์ เฟื่องกาญจน์ ผู้อำนวยการ พ.ศ. 2549 - พ.ศ. 2554 6
9 คุณถวิล กัลชาญพิเศษ รักษาการผู้จัดการ พ.ศ. 2551 1
10 ผู้ปกครองสมบูรณ์ ปัญญาพฤกษ์ ผู้จัดการ พ.ศ. 2552 1
11 คุณสเปน จริงเข้าใจ ผู้จัดการ พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2558 5
12 ผู้ปกครอง ดร.สิรินันท์ ศรีวีระสกุล ผู้อำนวยการ พ.ศ. 2555 - ปัจจุบัน ยังอยู่ในวาระ
ผู้จัดการ พ.ศ. 2559 - ปัจจุบัน ยังอยู่ในวาระ

กิจกรรมแก้ไข

ลูกเสือแก้ไข

พ.ศ. 2456 โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยได้รับอนุญาตให้ตั้งลูกเสือกองที่ 5 มณฑลพายัพ ก่อนจะเปลี่ยนเป็น "กองลูกเสือมณฑลพายัพที่ 3 ปรินส์รอยแยลส์คอลเลซ" ในอีกสองปีถัดมา ในปี พ.ศ. 2539 ผู้บริหารและผู้บังคับบัญชากองลูกเสือของโรงเรียนมีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ และได้รับการแต่งตั้งกองลูกเสือเป็น "กองลูกเสือเฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งประเทศสวีเดน โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย"[6] นับเป็นกองลูกเสือกองเดียวในโลก ทั้งยังได้รับพระราชทานธงประจำกองลูกเสือและเครื่องหมายกองลูกเสือพระมหากษัตริย์สวีเดน และมีตราประจำพระองค์อยู่กลางเครื่องหมาย เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ได้เสด็จเยี่ยมกองลูกเสือเกียรติยศในพระองค์ของโรงเรียน[6] นอกจากนี้ โรงเรียนยังจัดตั้งกองลูกเสืออาสา กกต. เพื่อประชาธิปไตย ด้วยการสนับสนุนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถือเป็นกองลูกเสือของโรงเรียนเอกชนกองแรกในประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและการเลือกตั้งโดยสุจริต[6]

โครงการพัฒนานักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษแก้ไข

โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยได้รับเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติให้เป็นโรงเรียนเครือข่ายในการจัดการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดให้จัดการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษด้วยรูปแบบที่เหมาะสม[7]

ปัจจุบัน ใน ระดับประถมศึกษามีโครงการพัฒนานักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษวิชาภาษาอังกฤษ(IEP, FEP) วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์-ภาษาอังกฤษ และ คอมพิวเตอร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีโครงการพัฒนานักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ(FEP) ห้องเรียนเตรียมวิศวะฯ และ สสวท. และในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีโครงการพัฒนานักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษวิชา ภาษาอังกฤษ และ คอมพิวเตอร์ และ ห้องเรียนพิเศษสสวท.

เศรษฐกิจพอเพียงแก้ไข

โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยมีกิจกรรมเด่นในด้านเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้ชื่อกิจกรรม "ออมเพื่อการลงทุน" โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนสามารถนำเงินที่ได้จากการออมไปใช้ในการลงทุนได้[8] นอกจากนี้ โรงเรียนยังให้การศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงในโครงการโรงเรียนต้นแบบ เงินทองของมีค่า ซึ่งได้รับการสนับสนุนการดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีทั้งการจัดกิจกรรม "จ้างฮิ จ้างหา ปายหน้าสบาย" "1 คน 1 อาชีพ" และ "ธนาคารขวด" ซึ่งทำให้เครือข่ายโรงเรียนพอเพียงขยายไปอีก 10 โรงเรียนแล้วในจังหวัดเชียงใหม่[9]

กรีฑาสีประจำปีแก้ไข

กรีฑาสีจัดขึ้นทุกปี แบ่งเป็น 7 สี ได้แก่ สีแดง เหลือง ชมพู เขียว แสด ฟ้า และ ม่วง แบ่งเป็นกรีฑาสีระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยทางโรงเรียนได้จัดที่สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ในระดับมัธยมศึกษา ส่วนระดับประถมศึกษาจะจัดภายในสนามฟุตบอลของโรงเรียน

กิจกรรมที่โดดเด่นแก้ไข

ราตรีเพลินเพลงแก้ไข

ราตรีเพลินเพลิง หรือ Music Night เป็นงานประจำปีของโรงเรียนที่จัดขึ้นทุกปีเพื่อส่งเสริมการแสดงความสามารถทางด้านดนตรีและทางการแสดงของนักเรียนทุกระดับชั้น โดยจะมีการจัดงานนี้ก่อนทางโรงเรียนปิดคริสต์มาสทุกปี

ดำหัวปีใหม่ ประชุมใหญ่ ส.น.ป.แก้ไข

ดำหัวปีใหม่ ประชุมใหญ่ ส.น.ป. เป็นงานประจำปีของโรงเรียน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้นักเรียนเก่าของโรงเรียนได้มาพบปะสังสรรค์และมีกิจกรรมรดน้ำดำหัวขอพรจากครูเก่าของโรงเรียน งานดังกล่าวจัดขึ้นก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ร่วมกับโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยเป็นผู้จัดกิจกรรมทุกปี

แฮรีสมินิมาราธอนแก้ไข

การแข่งขันแฮรีสมินิมาราธอนเป็นกิจกรรมวิ่งการกุศลที่โรงเรียนจัดขึ้นทุกปีตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือนพฤศจิกายน โดยมีจุดประสงค์เพื่อรำลึกถึงศาสนาจารย์วิลเลียม แฮรีส อดีตอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน ตลอดจนสมทบทุนมูลนิธิวิลเลียมแฮรีสอนุสรณ์และกองทุนของโรงเรียน แต่ในปี 2559 ไม่มีการจัดขึ้นเนี่องจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (วิ่งเพื่อโบสถ์นี้ที่เรารักษ์ ในวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2560 เพื่อนำเงินสมทบทุนมาซ่อมแซมโบสถ์ของโรงเรียนแทน)

อาคารและสถานที่แก้ไข

พิพิธภัณฑ์บ้านแฮรีสแก้ไข

พิพิธภัณฑ์บ้านแฮรีสเป็นอาคารหลักแรกของโรงเรียนที่สร้างด้วยไม้สัก สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2448 มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ใช้เป็นสถานที่รับเสด็จเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธเมื่อครั้งเสด็จมาพระราชทานนามโรงเรียนในปี พ.ศ. 2449 สมัยศาสนาจารย์วิลเลียม แฮรีสได้ใช้เป็นบ้านพักและอาคารอำนวยการ ต่อมา ได้ใช้เป็นอาคารดนตรีและห้องซ้อมดุรยางค์[1] วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2523 ได้เกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้บ้านแฮรีส ทางโรงเรียนได้ก่อสร้างบ้านแฮรีสขึ้นใหม่ตรงที่ตั้งเก่าตามลักษณะสถาปัตยกรรมแบบเดิมทุกประการ โดยมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2536[1]

พ.ศ. 2540 อดีตผู้อำนวยการ พงษ์ ตนานนท์ ดำริจะก่อตั้งพิพิธภัณฑ์โรงเรียนขึ้นมา เมื่อเสร็จแล้วจึงนับเป็นพิพิธภัณฑ์โรงเรียนแห่งแรกในภาคเหนือ[1] ภายในอาคารเก็บหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นภาพเหตุการณ์สำคัญมากกว่า 500 ภาพ

สถาบันแฮรีสแก้ไข

สถาบันแฮรีส หรือ "อาคาร 100 ปี" (Harris Institute) จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์การพัฒนาการเรียนรู้แบบพหุปัญญา ส่งเสริมทักษะความสามารถของนักเรียนในการคิด ทำและวิเคราะห์ ตลอดจนเพื่อให้เป็นอาคารศูนย์กลางการค้นคว้าด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย อีกทั้งยังเป็นการจัดเตรียมสถานที่การเรียนการสอนตามที่โรงเรียนได้รับการคัดเลือกจากสถาบันการเรียนรู้ในโครงการจัดการการเรียนรู้บนพื้นฐานของการพัฒนาสมอง[10] รูปแบบของอาคาร เกิดจากการทำงานร่วมกันของศิษย์เก่าที่เรียนจบทางด้านสถาปนิก เน้นการออกแบบให้เด็กมีพื้นที่ทำกิจกรรมและการแสดงออกให้มากที่สุด โดยมีทั้งหมด 4 ชั้น พื้นที่ 4,000 ตารางเมตร ค่าก่อสร้างประมาณตารางเมตรละ 1 หมื่นบาท มีการทำพิธีวางฐานรากเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2549[10]

27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานประกอบพิธีเปิดสถาบันแฮรีสอย่างเป็นทางการ[11]

โบสถ์แก้ไข

โบสถ์ประจำโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ก่อสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาคจากแรงศรัทธาของคริสตศาสนิกชนทั้งชาวไทยและอเมริกัน โดยพ่อครูดร.วิลเลียม แฮรีส เป็นผู้นำในการก่อตั้งโบสถ์ขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2472 เมื่อทุนทรัพย์พร้อมแล้ว นายแวน แอลเล็น แฮรีส (Van Allen Harris) น้องชายของพ่อครูแฮรีสซึ่งเป็นสถาปนิกและวิศวกร ได้เดินทางมายังเชียงใหม่ เพื่อออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโบสถ์ โดยไม่รับค่าตอบแทนใดๆ จนก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2473

อาคารโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์นที่นำเอาลักษณะอย่างโกธิคมาประยุกต์ใช้ โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาจั่ว ภายในเพดานสูงตามรูปจั่ว รองรับด้วยโครงหลังคาแบบ Hammer-beam roof ที่ทำเป็นซุ้มโค้งแหลมเป็นการนำเอาโครงสร้างอาคารมาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งได้อย่างดียิ่ง ส่วนองค์ประกอบต่างๆ เรียบง่าย แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่าและศักดิ์สิทธิ์ และได้ใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจประจำโรงเรียนตลอดมา[12] ซึ่งโบสถ์เป็นสถานที่สำคัญของโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่นมัสการพระเจ้า

โรงละครแก้ไข

สร้างขึ้นพร้อมกันกับโบสถ์ของโรงเรียน เมื่อปี ค.ศ.1929 เพื่อใช้งานอเนกประสงค์ เป็นสถานที่ใช้จัดกิจกรรมสร้าง เสริม การเรียนรู้ของนักเรียน การประชุม การแสดงและรวมถึงใช้จัดอบรมจริยธรรม โรงละครนี้สร้างขึ้นโดยเงินบริจาคจากสหายร่วมชั้นเรียน ในมหาวิทยาลัยปรินสตันของ พ่อครู ดร.วิลเลียม แฮรีส ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดยน้องชายของพ่อครูชื่อ วอลเตอร์ และแวน เอลเล็น แฮรีส

อนุสาวรีย์หินหัวมุมแก้ไข

สร้างขึ้นโดยสมาคมนักเรียนเก่าปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เพื่อเป็นที่ระลึกในการก่อตั้งโรงเรียน และได้นำแผ่นจารึกเมื่อครั้นพระราชทานนามโรงเรียน ที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธฯ พระราชทานให้เมื่อวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1906 ไปประดิษฐานไว้

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงแก้ไข

ด้านสังคมและการเมือง

ด้านวิชาการ

  • ศาสตราจารย์ สวาสดิ์ ไชยคุณา อดีตอธิการบดีวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา (หรือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลในปัจจุบัน)
  • ศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต จุลาสัย อดีตคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ / อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • รองศาสตราจารย์ ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการทางกฎหมาย

นักสื่อสารมวลชน

นักกีฬา

บุคคลในแวดวงบันเทิง

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 พิพิธภัณฑ์บ้านแฮรีส. ผู้จัดการ 360°. สืบค้น 6-12-2553.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 ประวัติโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 5-12-2553.
  3. ประวัติ P.R.C. : ยุคที่สี่ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. สมาคมนักเรียนเก่าปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 6-12-2553.
  4. ทะเบียนประธานรุ่นและสมาชิกสมาคมนักเรียนเก่าปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย (ส.น.ป.). สมาคมนักเรียนเก่าปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 5-12-2553.
  5. รำลึก 100 ปี ปรินส์รอยแยลส์ฯ ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี "มาถึงวันแรกผมนั่งร้องไห้ใต้ต้นฉำฉา". ประชาไท. สืบค้นเมื่อ 5-12-2553.
  6. 6.0 6.1 6.2 "กองลูกเสือเกียรติยศ" ในสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน "โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย". เชียงใหม่นิวส์. สืบค้นเมื่อ 5-12-2553.
  7. โครงการพัฒนานักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษทางด้านคณิตศาสตร์ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่. สืบค้นเมื่อ 6-12-2553.
  8. เอกสารกิจกรรมเด่นโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. โครงการวิจัยเศรษฐกิจพอเพียง. สืบค้น 6-12-2553.
  9. ติดอาวุธทางปัญญา นำ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ สู่รั้วโรงเรียน. ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย. สืบค้น 06-12-2553.
  10. 10.0 10.1 จาก 100 ปี 100 ล้าน สู่ปรินส์รอย 2. ผู้จัดการ 360°. สืบค้น 6-12-2553.
  11. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิด "อาคาร 100 ปี สถาบันแฮรีส" โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ในพระอุปถัมภ์ฯจังหวัดเชียงใหม่. สืบค้นเมื่อ 29-7-2554.
  12. อาคารอนุรักษ์ดีเด่น;โบสถ์ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย. สืบค้นเมื่อ 27-10-2560.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข