เปิดเมนูหลัก

สภาคริสตจักรในประเทศไทย

สภาคริสตจักรในประเทศไทย (อังกฤษ: The Church of Christ in Thailand) เป็นองค์การทางศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทย ปัจจุบันแบ่งการปกครองออกเป็น 20 จุด

สภาคริสตจักรในประเทศไทย
สภาคริสตจักร.gif
ชื่อย่อCCT
ก่อตั้งพ.ศ. 2477
ประเภทองค์การทางศาสนาคริสต์
สำนักงานใหญ่328 ถนนพญาไท (เชิงสะพานหัวช้าง)
แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี
กรุงเทพมหานคร 10400
ประธาน
ศาสนาจารย์ ดร.ทวีศักดิ์ มหชวโรจน์
เว็บไซต์http://www.cct.or.th/

เนื้อหา

ประวัติแก้ไข

มีการเผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทยมาก่อนการก่อตั้งสภาคริสตจักรอยู่แล้ว โดยคณะมิชชันนารีเริ่มเข้ามาเผยแพร่ครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 3 ต่อมาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เหล่าศาสนาจารย์จากคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนเริ่มเข้ามาเผยแพร่ศาสนาอย่างเป็นกิจลักษณะ ขยายไปยังจังหวัดอื่น ๆ เช่น เชียงใหม่ รวมถึงขยายไปยังประเทศลาวด้วย

ในปี ค.ศ. 1928 ซึ่งครบรอบวาระ 100 ปีโปรเตสแตนต์ในประเทศไทยมีการเสนอให้จัดตั้งสภาคริสตจักรแห่งชาติขึ้น และในปี ค.ศ. 1930 ได้มีการจัดตั้ง "สยามคริสตสภา" ขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ยังอยู่ภายใต้การกำกับควบคุมดูแลของมิชชันนารีชาวต่างประเทศ ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อประเทศจึงเปลี่ยนเป็น "สภาคริสตจักรในประเทศไทย" และในปี ค.ศ. 1957 มิชชันนารีคณะเพรสไบทีเรียนสลายตัว มอบความรับผิดชอบการเผยแพร่ศาสนาให้แก่สภาคริสตจักรไทยโดยตรง

หลักข้อเชื่อแก้ไข

สภาคริสตจักรในประเทศไทยยึดถือหลักข้อเชื่อจาก 3 แหล่ง คือคัมภีร์ไบเบิล หลักข้อเชื่อของอัครทูต และหลักข้อเชื่อไนซีน[1]

วัตถุประสงค์แก้ไข

วัตถุประสงค์ขององค์การมีอยู่สามประการด้วยกันคือ

  1. เพื่อรวบรวมชาวคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ทั้งหลายในประเทศไทยเข้าด้วยกัน
  2. เพื่อให้มีความสัมพันธ์ในการเผยแพร่พระกิตติคุณ และรับใช้พระเจ้าและชุมชนตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ด้วยวิธีการเลี้ยงตนเอง ปกครองตนเอง และสร้างเสริมกิจกรรมทั้งปวงให้เจริญเติบโตมั่นคงยิ่งขึ้น
  3. เพื่อกระทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ

การทำงานเพื่อสังคมแก้ไข

สภาคริสตจักรได้ก่อตั้งโรงพยาบาลและสถานศึกษาต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน มหาวิทยาลัยคริสเตียน มหาวิทยาลัยพายัพ ตลอดจนบรรเทาสาธารณภัย ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในเขตสลัม [2]

โรงเรียนในสังกัดแก้ไข

มูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย มีโรงเรียนในเครือ 28 แห่ง และมีมหาวิทยาลัย 2 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยคริสเตียน และมหาวิทยาลัยพายัพ

โรงเรียนในสังกัด ได้แก่

ผังองค์กรแก้ไข

ปัจจุบันคณะผู้บริหารสภาคริสตจักรในประเทศไทย ไม่ได้มาจากศาสนาจารย์หรือผู้เผยแพร่ศาสนาที่ต้องการรับใช้พระเจ้าแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นนักธุรกิจที่เข้ามาเป็นคณะผู้บริหารสภาคริสตจักรในประเทศไทย และยังแต่งตั้งลูกหลานญาติพี่น้อง เข้ามาดูแลหน่วยงานต่างๆในสังกัด อาทิเช่น โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เป็นต้น จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า การแต่งตั้งระบบเครือญาติเข้ามาบริหารหน่วยงานในสังกัดในวาระปี 2019-2022 นี้ จะมีความน่าเชื่อถือในเรื่องการทำงานเพื่อสังคมหรือเพื่อพันธกิจของศาสนาได้มากน้อยเพียงใด หรือเพื่อผลประโยชน์ของครอบครัวตัวเองหรือหมู่คณะฯ เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

เหตุการณ์และปัญหาของสภาฯกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยแก้ไข

เรียงลำดับปัญหาที่เกิดขึ้นกับ โรงเรียน

1. เปลี่ยนบอร์ดบริหารโรงเรียนชุดใหม่ใน เดือนพฤษภาคม 2562  

2. บอร์ดบริหารโรงเรียนชุดใหม่ ระงับการจ่ายเช็คค่าใช้จ่ายประจำของโรงเรียนหลายรายการ ทำให้ครูและนักเรียนประสบปัญหา

3. บอร์ดบริหารโรงเรียนชุดใหม่ ตั้งข้อกล่าวหาว่า ผู้อำนวยการและผู้จัดการได้กระทำการผิดระเบียบหลายรายการและยื่นข้อเสนอให้ลาออกเพื่อรับผิดนั้น โดยไม่สืบหาข้อเท็จจริง

4. ผอ/ผจก เห็นว่า การดำเนินการทุกๆ เรื่องได้ผ่านการอนุมัติจากสภาคริสตจักร ผู้บริหารสภาคริสตจักรหรือบอร์ดของโรงเรียน รวมถึงเป็นวิธีปฏิบัติในการบริหารที่กระทำสืบทอดกันมา

คณะกรรมการบริหารรับรู้และอนุมัติทุกเรื่อง จึงขอให้มีการสอบสวนบอร์ดโรงเรียนทั้งคณะ

5. สภาคริสตจักร ออกคำสั่งพักงานและแต่งตั้งกรรมการสอบสวน แต่ไม่แจ้งรายละเอียดข้อกล่าวหา โรงเรียนจึงได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรม ไปยังสภาคริสตจักรคัดค้านคณะกรรมการสอบสวนที่เป็นผู้กล่าวหาและ

ขอให้แจ้งข้อกล่าวหาอย่างละเอียด เพื่อชี้แจง และแจ้งว่าคำสั่งพักงานอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย

6. สภาคริสตจักรได้พยายามเจรจานอกรอบ

7. ประธานบอร์ดโรงเรียน มีมติเปลี่ยนลายเซ็นผู้มีอำนาจในการเซ็นเช็ค  และ ยกเลิกอำนาจเซ็นเช็คของผู้จัดการและ ผู้อำนวยการ

8. สภาคริสตจักร ยกเลิกคำสั่งพักงาน เปลี่ยนเป็นสั่งโยกย้ายไปปฏิบัติงานที่เชียงใหม่แทนโดยไม่มีกำหนด ซึ่งมีผลเป็นการพักงานให้ย้ายทันทีในวันที่มีคำสั่ง

9. สภาคริสตจักร แต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความสัมพันธ์กับสภาฯและสั่งได้ รักษาการทั้ง 2 ตำแหน่งพร้อมกัน

10. ผู้ปกครอง ครู นักเรียนปัจจุบัน และ ศิษย์เก่า จับได้ถึงความไม่โปร่งใสและต่อต้านการกระทำดังกล่าวเนื่องจาก โรงเรียนไม่ได้รับความเป็นธรรม และได้มีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงมหาดไทย ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ

อ้างอิงแก้ไข