เปิดเมนูหลัก

เจ้าวงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่

เจ้าวงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่ (คำเมือง: LN-Chao Wongsak Na Chiang Mai.png) ผู้สืบราชสกุลเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เจ้านายฝ่ายเหนือ ทายาทในเจ้าพงษ์อินทร์ ณ เชียงใหม่ กับหม่อมจันทร์สม ณ เชียงใหม่ (สกุลเดิม "ชนะนนท์") เป็นหลานปู่ ใน พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าหลวงผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 9

เจ้าวงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่
เจ้าวงศ์สักก์.jpg

พระนาม เจ้าวงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่
พระอิสริยยศ เจ้าหลวงนครเชียงใหม่ (แต่ในนาม)
ฐานันดรศักดิ์ เจ้านายฝ่ายเหนือ
ราชวงศ์ ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน (ทิพย์จักราธิวงศ์)
ข้อมูลส่วนพระองค์
ประสูติ 25 กันยายน พ.ศ. 2478 (84 ปี)
คุ้มรินแก้ว จังหวัดเชียงใหม่
พระบิดา เจ้าพงษ์อินทร์ ณ เชียงใหม่
พระมารดา หม่อมจันทร์สม (ชนะนนท์) ณ เชียงใหม่
หม่อม ชนิดา (จุลละรัต) ณ เชียงใหม่
โอรส/ธิดา สักก์ดนัย ณ เชียงใหม่

วัยเยาว์แก้ไข

เจ้าวงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่ ประสูติที่คุ้มรินแก้ว (เดิมชื่อคุ้มแจ่งหัวริน) เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2478 เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ก่อนจะถูกส่งเข้าไปเรียนต่อที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ขณะที่อายุได้ 12 ปี จวบจนอายุ 16 ปี ย้ายไปศึกษาที่เมืองเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์ เป็นเวลา 3 ปี แล้วจึงย้ายมาศึกษาต่อที่ College of Aeronautical and Automobile Engineering, Chelsea กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จนกลายเป็นวิศวกรการบิน และเป็นนักบินสมัครเล่น

สมรสกับ ชนิดา ณ เชียงใหม่ (สกุลเดิม "จุลละรัต")[1] ในปี พ.ศ. 2521 มีบุตร 1 คน คือ สักก์ดนัย ณ เชียงใหม่ (พ.ศ. 2521 - 10 มีนาคม พ.ศ. 2553) เจ้าสักก์ดนัย ณ เชียงใหม่ ถึงแก่กรรมโดยไม่มีทายาท ปัจจุบัน เจ้าวงศ์สักก์ มีทายาทลูกหลาน (หลานลุง) คนสนิทคอยดูแล คือ เจ้าพงษ์กฤษณ์ ณ เชียงใหม่ และเจ้าพันธุ์ปิติ ณ เชียงใหม่ (ทั้งสองท่านเป็นปนัดดาในพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐที่ปัจจุบันเป็นกรรมการในมูลนิธินวราชดำริอนุรักษ์ฝ่ายเหนือ,กรรมการมูลนิธิกู่เจ้านายฝ่ายเหนือและเคยถวายงานรับเสด็จรวมถึงถวายงานในพิธีบายศรีทูลพระขวัญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ รัชกาลที่ 9 พระบรมวงศานุวงศ์และพระราชอาคันตุกะจากต่างประเทศ และเป็นผู้ร่วมดำเนินงานจัดทำหนังสือเทิดพระเกียรติ ฯ )

กลับมาทำงานที่เมืองไทยแก้ไข

หลังจากสำเร็จการศึกษาจึงกลับมาทำงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท ในปี พ.ศ. 2502 ที่กรมช่างอากาศ กองพันอากาศ กองทัพอากาศ แต่รับราชการได้ไม่นานก็ลาออกจากราชการมาทำงานกับบริษัท International Engineering จำกัด

การสืบราชสกุลเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่แก้ไข

เมื่อเจ้าพงษ์อินทร์ ณ เชียงใหม่ ถึงแก่อนิจกรรมในปี พ.ศ. 2532 เจ้าวงศ์สักก์ ในฐานะบุตรชายคนโตจึงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตติยจุลจอมเกล้า (ต.จ.) สืบต่อมา[2] นับเป็นการสืบราชสกุล ณ เชียงใหม่ อย่างเป็นทางการ[3]

เจ้าวงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่ ได้ร่วมกิจกรรมกับภาคราชการ รัฐวิสาหกิจ และประชาชนทั่วไป ในการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างสม่ำเสมอ และกิจกรรมถวายพระเกียรติพระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ[4] และเจ้านายฝ่ายเหนือ[5] ในฐานะที่เป็นผู้สืบราชสกุล ณ เชียงใหม่[6] นอกจากนั้นยังมีบทบาทในการสนับสนุนกิจกรรมสาธารณะ อาทิ สนับสนุน "โครงการรณรงค์ น้อมนำพระราชดำรัส พระบรมราโชวาท พระราชดำริ แนวทางทรงงานและพระราชปรัชญา ประพฤติเป็นวัตรปฏิบัติ ในโครงการบัณฑิตอุดมคติไทย" ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่[7]

ปัจจุบันเจ้าวงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่ ดำรงสถานะเจ้านายฝ่ายเหนือผู้เป็นประมุขแห่งสายสกุล ณ เชียงใหม่ และเป็นผู้นำในการกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ อาทิ การนำคณะทายาทและประชาชนสักการะกู่เจ้านายฝ่ายเหนือ ณ วัดสวนดอก ซึ่งเป็นประเพณีในสายตระกูลที่ปฏิบัติสืบต่อจากเจ้าพงษ์อินทร์ ณ เชียงใหม่ ที่ได้ริเริ่มไว้และได้จัดตั้งมูลนิธิกู่เจ้าหลวงเชียงใหม่ (วัดสวนดอก) ภายหลังได้รับการยกสถานะขึ้นเป็นประเพณีดำหัวกู่เจ้าหลวงของจังหวัดเชียงใหม่ถึงปัจจุบัน[8]

ในวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561 เจ้าวงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่ ได้ดำเนินการส่งมอบไม้เท้าหุ้มทอง ซึ่งเป็นสมบัติที่ตกทอดมาจากเจ้าแก้วนวรัฐ ให้แก่เจ้าวีระยุทธ ณ เชียงใหม่ หรือเจ้าน้อย เพื่อเก็บรักษาและส่งต่อให้แก่บุตรชาย (คือเจ้าพงษ์บุรินทร์ ณ เชียงใหม่) โดยมีเจ้านายทายาทพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐร่วมเป็นสักขีพยาน และเจ้าวงศ์สักก์ได้มอบหมายให้เจ้าวีระยุทธสานต่องานสาธารณประโยชน์ที่ดำเนินการในนามของมูลนิธนวราชดำริอนุรักษ์ฝ่ายเหนือและปฏิบัติหน้าที่ผู้สืบสายเจ้าผู้ครองนครในพิธีสำคัญร่วมกับทางจังหวัดสืบต่อไป[9]

การดำเนินงานสาธารณะกุศลแก้ไข

ด้วยวิสัยทัศน์และอุตสาหะในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาจึงจัดตั้งกองทุนเจ้าหลวงเชียงใหม่ เพื่อมอบทุนแก่นักศึกษาและอาจารย์ในมหาวิทยาลัยในการศึกษาวิจัยทางประวัติศาสตร์และสิ่งแวดล้อม มอบทุนการศึกษาด้านพยาบาล และมอบทุนให้คณะวิศวะกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำร่องจัดทำฝายกั้นน้ำให้กับชุมชนในภาคเหนือ และจัดทำหนังสือให้เป็นมรดกของแผ่นดิน ได้แก่

"เจ้าหลวงเชียงใหม่"[10] ปี พ.ศ. 2537 จัดทำหนังสือพระราชประวัติของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ทั้งหมด ในนาม มูลนิธินวราชดำริอนุรักษ์ฝ่ายเหนือ เป็นมูลนิธิจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการอนุรักษ์ฟื้นฟู และเผยแพร่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมโบราณของฝ่ายเหนือ ได้แก่ โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปกรรม วรรณกรรม ดนตรีพื้นเมือง และทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นมรดกของไทยที่ทรงคุณค่า และสืบทอดมาแต่โบราณ ซึ่งมูลนิธินี้ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานโดยตำแหน่ง

"เจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์" ทำถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ วันที่ 5 ธันวาคม 2542

"ขัตติยานีศรีล้านนา" ทำถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2547

นอกจากนี้ยังได้ดำเนินงานสาธารณกุศลในด้านอื่น ๆ อีกจำนวนมาก เช่น

  • จัดสร้างกู่พระเจ้าอินทรวิชยานนท์ครอบกู่เดิมที่ผุพัง บนดอยอ่างกา ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
  • มอบฆ้องตราประจำพระองค์พลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ เพื่อจัดแสดงในหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่
  • มอบดาบงาช้าง ดาบเขี่ยวนาค และดาบเงิน เพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เฮือนเจียงลือ เวียงกุมกาม
  • มอบทุนทรัพย์ส่วนตัวให้กับโรงพยาบาลแมคคอมมิคจัดทำห้องพักฟื้นผู้ป่วยและจัดหาอุปกรณ์การแพทย์
  • มอบพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรฯ พระบรมราชชนก เพื่อจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์หมอเจ้าฟ้า อ.เมืองเชียงใหม่
  • มอบทุนทรัพย์ส่วนตัวในการบูรณะกู่เจ้านายฝ่ายเหนือ และบำเพ็ญกุศลถวายบูรพกษัตริย์เป็นประจำทุกปี ณ วัดสวนดอก
  • ถวายทุนทรัพย์ส่วนตัวทำนุบำรุงวัดศรีนวรัฐ อาทิ การจัดสร้างพิพิธภัณฑ์เรือนไทขึน การจัดสร้างหอไตร และงานปฏิสังขรณ์อื่น ๆ
  • มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนในจังหวัดเชียงใหม่
  • มอบทุนสำหรับการศึกษาค้นคว้าวิจัย

ภายหลังเมื่ออายุมากแล้ว การปฏิบัติภารกิจได้มอบหมายให้ทายาทคือ เจ้าพงษ์กฤษณ์ ณ เชียงใหม่ ปฏิบัติหน้าที่แทนในด้านงานสาธาณะกุศลต่างๆ ในสังคมเชียงใหม่ อาทิ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 เจ้าพงษ์กฤษณ์ ณ เชียงใหม่ เป็นผู้แทนมอบหนังสือเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลเดช แก่อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิคเผยแพร่พระเกียรติคุณ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

แม่แบบ:ต.จ. สืบราชสกุล เจ้าพงษ์อินทร์ ณ เชียงใหม่[11]

ราชตระกูลแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ , นาวาอากาศเอก. เจ้านายฝ่ายเหนือ.
  2. http://www.matichon.co.th/matichon/m...day=2007/01/07
  3. http://news.mediathai.net/detail_news.php?newsid=23828
  4. เชียงใหม่จัดพิธีเทิดพระเกียรติ “พระเจ้าค่ายกาวิละ”
  5. ต้นตระกูล ณ เชียงใหม่ร่วมจุฬาฯ ทำบุญคล้ายวันประสูติ "พระราชชายาเจ้าดารารัศมี" เสวนา-ฟ้อนเล็บยิ่งใหญ่
  6. http://region3.prd.go.th/ct/news/showprint.php?ID=090419115125
  7. "เจ้าวงศ์สักก์" มอบทุนหนุนวิศวฯมช. นำร่อง50มหา'ลัยสร้างฝายให้ชุมชน
  8. ชาวเชียงใหม่หลั่งไหลสักการะกู่เจ้าหลวงเชียงใหม่คับคั่งจาก มติชน วันที่ 17 เมษายน 2555 สืบค้นวันที่ 9 กรกฎาคม 2558
  9. เจ้าวงศ์สักก์ฯส่งมอบไม้เท้าหุ้มทองคำให้ "เจ้าน้อย" สืบสมบัติ "เจ้าแก้วนวรัฐ" ณ เชียงใหม่ จาก มติชน วันที่ 29 มีนาคม 2561 สืบค้นวันที่ 29 สิงหาคม 2561
  10. เจ้าวงศ์สัก ณ เชียงใหม่, คณะทายาทสายสกุล ณ เชียงใหม่. เจ้าหลวงเชียงใหม่. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), 2539.
  11. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เล่ม 110 ตอนที่ 57 วันที่ 3 พฤษภาคม 2536
ก่อนหน้า เจ้าวงศ์สักก์ ณ เชียงใหม่ ถัดไป
เจ้าพงษ์อินทร์ ณ เชียงใหม่    
ผู้สืบสกุลเจ้านครเชียงใหม่
(พ.ศ. 2532 - ปัจจุบัน)
  ยังอยู่ในตำแหน่ง