เปิดเมนูหลัก

กองทัพกัมพูชา มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า กองยุทธพลเขมรภูมินท์ (เขมร: កងយុទ្ធពលខេមរភូមិន្ទ; กงยุทฺธพลเขมรภูมินฺท) เป็นกำลังทหารแห่งชาติของประเทศกัมพูชา พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนีเป็นผู้บัญชาการทหาร กองทัพกัมพูชาประกอบด้วยกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศและกองกำลังพิเศษ

กองยุทธพลเขมรภูมินท์
កងយុទ្ធពលខេមរភូមិន្ទ
Royal Cambodian Armed Forces Logo.gif

ก่อตั้ง พ.ศ. 2496
เหล่า กองทัพบกกัมพูชา
กองทัพเรือกัมพูชา
กองทัพอากาศกัมพูชา
กองราชอาวุธหัตถ์
ที่ตั้ง บก. พนมเปญ
ผู้บังคับบัญชา
ผบ. สูงสุด พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี
รมว. กลาโหม พลเอก เตีย บัญ
เสนาธิการ พลเอก เจีย ซารัน
กำลังพล
อายุเริ่มบรรจุ 18-60
ประชากร
ในวัยบรรจุ
ชาย 3,980,995  อายุ 18–49 (2010 est.),
หญิง 3,970,244  อายุ 18–49 (2010 est.)
ประชากร
ฉกรรจ์
ชาย 2,751,618 , อายุ 18–49 (2010 est.),
หญิง 2,835,807 , อายุ 18–49 (2010 est.)
ประชากรที่อายุถึงขั้น
รับราชการทุกปี
ชาย 175,497 (2010 est.),
หญิง 172,788 (2010 est.)
ยอดกำลังประจำการ 124,000
ยอดกำลังสำรอง 192,000
รายจ่าย
งบประมาณ 445 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (FY01 est.)
ร้อยละต่อจีดีพี 3% (2010)
อุตสาหกรรม
แหล่งผลิตนอกประเทศ  จีน
 รัสเซีย
 บัลแกเรีย[1]

 อินเดีย
 เช็กเกีย
 โปแลนด์
 เกาหลีใต้
 สหรัฐอเมริกา
 เบลเยียม
 อิสราเอล
 อินโดนีเซีย
 มาเลเซีย
 ฟิลิปปินส์

บทความที่เกี่ยวข้อง
ประวัติ ประวัติศาสตร์การทหารของกัมพูชา
ยศ ยศทหารกัมพูชา

เนื้อหา

ประวัติแก้ไข

กองทัพเขมร (2496-2513)แก้ไข

 
ธงชาติสมัยสาธารณรัฐเขมร

กองทัพกัมพูชาเดิมมีชื่อว่า "กองทัพเขมร" (Forces armées royales khmères; FARK) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2496 ภายใต้สนธิสัญญาฝรั่งเศส - เขมร สนธิสัญญานี้ทำให้เกิดการสิ้นสุดของสถานะรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสและทำให้กัมพูชาได้รับสิทธิในการบริหารจัดการกิจการทหารของตนเป็นครั้งแรก ในช่วงเริ่มแรกบทบาทของกองทัพมีดังต่อไปนี้:

  • เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติและปกป้ององค์พระมหากษัตริย์
  • เพื่อความมั่นคงความมั่นคงทางสังคมและการเคารพในกฎหมาย และเพื่อปกป้องราชอาณาจักรกัมพูชา

มีกองกำลัง 50,000 นาย กองทัพเขมร ได้จัดขึ้นที่ระดับกองพันภายใต้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพบกประมุขแห่งรัฐ ในช่วงเริ่มต้นของกองทัพนี้ไม่มีอาวุธอะไรมากกว่าปืนเล็กยาวปลอมที่ทำด้วยไม้เพื่อลวงกองทหารเวียดมิญ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กษัตริย์นโรดมสีหนุทรงจำใจลงนามในสนธิสัญญากับเวียดนามซึ่งไม่เป็นผลดีต่อกัมพูชาอย่างมาก ส่งผลให้กัมพูชาเสียดินแดนจำนวนมากให้แก่เวียดนามเหนือ

โครงสร้างแก้ไข

งบประมาณแก้ไข

บุคลากรแก้ไข

กำลังพลประจำการแก้ไข

กองทัพ กำลังพล
  กองทัพบก 115,000
  กองทัพเรือ 10,400
  กองทัพอากาศ 1,200
  กองกำลังปฏิบัติการพิเศษ 3,200
  กองราชอาวุธหัตถ์ 2,000
รวม 131,800'

กำลังพลสำรองแก้ไข

เครื่องแบบแก้ไข

การศึกษาแก้ไข

การศึกษาแบบเต่า โดยอาศัยอาจารย์เต่า เป็นผู้สอน

มีอาจารย์เต่าเป็นผู้สอน

ภาคแก้ไข

กองยุทธพลเขมรภูมินทร์แบ่งเขตทหารตามสภาพภูมิศาสตร์ออกเป็น 5 ภูมิภาคทหารและ 1 ภูมิภาคทหารพิเศษ แต่ละภูมิภาคดูแลขึ้นตรงต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาตามเมืองและจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้[2]:

อาวุธและยุทโธปกรณ์แก้ไข

กองทัพบกกัมพูชาแก้ไข

กองทัพบกกัมพูชาเป็นเหล่าทัพที่สำคัญที่สุดในจำนวน 3 เหล่าทัพ อาวุธส่วนมากของกัมพูชาจะเป็นอาวุธจากค่ายสังคมนิยมเดิมอย่างรัสเซียและจีน กองทัพกัมพูชาประกอบด้วย กรมทหารราบ 9 กรม, กองพันยานเกราะ 3 กองพัน, กรมทหารช่าง 4 กรม, และกองพลน้อยต่อต้านการก่อการร้าย 3 กองพล มีกำลังทหาร 124,000 นาย งบประมาณกลาโหม 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีโดยประมาณ

อาวุธส่วนมากเป็นอาวุธในยุคสงครามเย็นที่เคยใช้ในสงครามกลางเมือง ในปัจจุบันอาวุธหลายรายการได้รับการช่วยเหลือจากจีน รัสเซีย และสหรัฐ สำหรับอาวุธหลักของกองทัพบกกัมพูชาประกอบไปด้วย

อาวุธประจำกาย (ในหน่วยหลัก)แก้ไข
ปืนเล็กแก้ไข
จำนวน รายการ
N/A ปืนเล็กสั้น China North Industries Corporation QBZ-95 (ขนาด 5.56 x 45 มม.)
N/A ปืนเล็กยาว Izhmash AK-47 (ขนาด 7.62 x 39 มม.)
N/A ปืนเล็กสั้น China North Industries Corporation QBZ-95 (ขนาด 5.56 x 45 มม.)
N/A ปืนเล็กยาว Colt M16A1 (ขนาด 5.56 x 45 มม)
อาวุธประจำหน่วยทหารราบแก้ไข
อาวุธต่อสู้รถถังแก้ไข
จำนวน รายการ
N/A เครื่องยิงจรวด China North Industries Type 56 RPG (RPG-2) (ขนาด 82 มม. หัวรบ HEAT)
N/A เครื่องยิงจรวด China North Industries Type 69 RPG (RPG-7) (ขนาด 85 มม. หัวรบ HEAT)
อาวุธประจำหน่วยทหารปืนใหญ่แก้ไข
ปืนใหญ่แก้ไข
จำนวน รายการ
100 ปืนใหญ่สนามลากจูงแบบ Type 59-1 ขนาด 130 มม. (จีน)
100 ปืนใหญ่สนามลากจูงแบบ Petrov Artillery Design Bureau 2A18 (D-30) ขนาด 120 มม.
100 ปืนใหญ่สนามลากจูงแบบ Design bureau of Motovilikha Plants M1938 ขนาด 122 มม.
100 ปืนใหญ่สนามลากจูงแบบ design bureau of No. 92 Artillery Factory M1942 (ZiS-3) ขนาด 76 มม.
จรวดแก้ไข
จำนวน รายการ
50 ระบบจรวดหลายลำกล้อง อัตราจร China North Industries Type 81 (ขนาด 122 มม. 40 ท่อยิงต่อแท่นยิง)
100 ระบบจรวดหลายลำกล้อง อัตราจร Motovilikha Plants BM-21 (ขนาด 122 มม. 40 ท่อยิงต่อแท่นยิง)
ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานแก้ไข

ปืนกลต่อสู้อากาศยาน Soviet Army ZU-23-2 (ขนาด 23 มม. 4 ลำกล้อง)
ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน Bofors 40L60 (M1) (ขนาด 40 มม. แท่นเดี่ยว)
ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน Soviet Army AZP S-60 (ขนาด 57 มม. แท่นเดี่ยว)

อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยานแก้ไข

อาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยานระดับต่ำ ประทับบ่ายิง Kolomna Strela 2 หรือ SA-7 (นำวิถีด้วยอินฟราเรด)
แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน Almaz Central Design Bureau S-125 Neva/Pechora หรือ SA-3 (นำวิถีด้วยเรดาร์แบบเซมิ-แอ็คทีฟ อวป. 4 นัดต่อแท่นยิง)

ยานพาหนะสายสรรพาวุธแก้ไข
รถถังแก้ไข

100 x รถถังหลักแบบ Morozov T-54 (ติดตั้ง ป. 100 มม. ปก. 7.62 มม. 2 กระบอก)
250 x รถถังหลักแบบ OKB-520 T-55 (ติดตั้ง ป. 100 มม. ปก. 7.62 มม. 2 กระบอก)
200 x รถถังหลักแบบ Norinco Type-59 (ติดตั้ง ป. 100 มม. ปก.ร่วมแกน 7.62 มม. 2 กระบอก และ ปกตอ. 12.7 มม. 1 กระบอก)
100 x รถถังเบาแบบ N. Shashmurin and Zh.Y. Kotin PT-76 (ติดตั้ง ป. 76 มม. ปก. 7.62 มม. 1 กระบอก)

รถสายพานสนับสนุนการรบแก้ไข

50 x รถรบทหารราบแบบ Kurganmashzavod BMP-3 (ติดตั้ง ป. 100 มม.)

รถสายพานแก้ไข

70 x รถรบทหารราบแบบ Pavel Isakov BMP-1 (ติดตั้ง ปก. 7.62 มม. 3 กระบอก)

รถเกราะแก้ไข

204 x รถเกราะลำเลียงพล Gorkovsky Avtomobilny Zavod BTR-60
100 x รถเกราะลำเลียงพล Automotive Factory No. 2 Zavod imeni Likhacheva BTR-152
160 x รถเกราะลำเลียงพล Fabryka Samochodów Ciężarowych OT-64

อากาศยานแก้ไข

1 x เฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ Eurocopter SA 365 Dauphin
4 x เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลางแบบ Mil Moscow Helicopter Plant Mi-8
5 x เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดกลางแบบ Mil Moscow Helicopter Plant Mi-17

กองทัพเรือกัมพูชาแก้ไข

กองทัพเรือกัมพูชายังมีสถานการณ์เป็นกองทัพเรือใกล้ฝั่ง (Green Navy) โดยกัมพูชามีเรือตรวจการณ์ลำน้ำชั้น Kaoh จำนวน 2 ลำ และเรือเร็วโจมตี (ปืน) อีก 2 ลำ

ในปี 2548 รัฐบาลจีนได้บริจาคเรือตรวจการณ์ขนาด 46 เมตรจำนวน 4 ลำ เรือตรวจการณ์ขนาด 20 เมตรจำนวน 3 ลำ และเรือลำเลียงสัมภาระอีก 1 ลำให้กองทัพเรือกัมพูชาเพื่อช่วยเหลือในการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายทางทะเลและลาดตระเวนปราบโจรสลัด

ทั้งนี้หลังจากการค้นพบแหล่งน้ำมันของกัมพูชาในบริเวณอ่าวไทย ทำให้เชื่อได้ว่ากองทัพเรือกัมพูชาอาจจำเป็นต้องจัดหาเรือตรวจการณ์ที่มีขนาดใหญ่เพิ่มเติมเพื่อลาดตระเวนคุ้มกันแหล่งผลิตน้ำมันของตน

กองทัพอากาศกัมพูชาแก้ไข

กองทัพอากาศกัมพูชามีฐานบินอยู่สองฐานคือ ฐานทัพอากาศพระตะบองและฐานทัพอากาศพนมเปญ แต่มีเครื่องบินประจำการที่ฐานทัพอากาศพนมเปญเพียงที่เดียว

กัมพูชาเคยจัดหาเครื่องบินขับไล่แบบ MiG-21 จำนวน 22 ลำจากรัสเซียในปี 2529 แต่เครื่องบินถูกสั่งกราวน์ทั้งหมดในปี 2535 เนื่องจากขาดงบประมาณ ต่อมาในปี 2539 กองทัพอากาศกัมพูชาว่าจ้างบริษัท Israel Aircraft Industry ให้ทำการปรับปรุง MiG-21 จำนวน 12 ลำ และจัดหา L-39C มือสองที่ได้รับการปรับปรุงอีก 6 ลำ โดยกองทัพอากาศกัมพูชาได้รับมอบ L-39C ทั้งหมดในปี 2540 แต่จากการที่สมเด็จฮุนเซ็นขับเจ้านโรดมรณฤทธิ์ออกจากการร่วมรัฐบาล ทำให้ธนาคารโลกและสหรัฐตัดความช่วยเหลือต่อกัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบกับโครงการปรับปรุง MiG-21 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้อิสราเอลส่งมอบ MiG-21 คืนให้กับพูชา 2 ลำ ปัจจุบันเราไม่ทราบสถานะของเครื่องบินทั้ง 2 ลำนี้ แต่คาดว่าไม่สามารถทำการบินได้เนื่องจากขาดงบประมาณและขาดนักบินที่มีความชำนาญ

กองทัพอากาศกัมพูชามีอากาศยานดังต่อไปนี้

- เครื่องบินขับไล่ MiG-21 Bis และ MiG-21UM จากรัสเซียอย่างละ 1 ลำ (ทำการบินไม่ได้) - เครื่องบินขับไล่ฝึก L-39C จากสาธารณรัฐเช็กจำนวน 6 ลำ - เครื่องบินลำเลียง Y-12 จากจีนจำนวน 2 ลำ - เครื่องบินลำเลียง An-24RV จากรัสเซียจำนวน 2 ลำ (รับโอนจากกัมพูชาแอร์ไลน์) - เครื่องบินลำเลียงเบา BN-2A Islander จากอังกฤษจำนวน 2 ลำ - เครื่องบินรับส่งบุคคลสำคัญ Falcon 20E จากฝรั่งเศสจำนวน 1 ลำ (ได้รับบริจาคจากฝรั่งเศส) - เฮลิคอปเตอร์ AS350 Ecureuil จำนวน 2 ลำ (ได้รับบริจาคจากฝรั่งเศส) - เฮลิคอปเตอร์ SA365 Dauphin จำนวน 1 ลำ (ได้รับบริจาคจากฝรั่งเศส) - เฮลิคอปเตอร์ Mi-8/Mi-17 จำนวน 6 ลำ - เฮลิคอปเตอร์ Mi-26 จำนวน 2 ลำ - เฮลิคอปเตอร์ Zhi-9 จากสาธารณรัฐประชาชนจีนจำนวน 20 ลำ

ศาลทหารแก้ไข

ความสัมพันธ์ทางทหารแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. Yemen was Bulgaria's Biggest Arms Export Partner in 2010 - UN, Novinite, 9 August 2011
  2. Ian Ramage, Strong Fighting: Sexual Behavior and HIV/AIDS in the Cambodian Uniformed Services, 2002

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข