เปิดเมนูหลัก

แอมโมเนีย (อังกฤษ: ammonia) เป็น สารประกอบเคมี ที่ประกอบด้วยธาตุ ไนโตรเจน และ ไฮโดรเจน โดยมี สูตรเคมี ดังนี้ NH3. ที่ STP แอมโมเนียเป็น ก๊าซ มันเป็น พิษ และ กัดกร่อน วัสดุบางชนิด มี กลิ่น ฉุนเฉพาะตัว

แอมโมเนีย
Stereo structural formula of ammonia
Ball-and-stick model of the ammonia molecule
Space-filling model of the ammonia molecule
ชื่อตาม IUPAC Azane
ชื่ออื่น Hydrogen nitride

Trihydrogen nitride
ไนโตรซิล

เลขทะเบียน
เลขทะเบียน CAS [7664-41-7][CAS]
PubChem 222
EC number 231-635-3
UN number 1005
KEGG D02916
MeSH Ammonia
ChEBI 16134
RTECS number BO0875000
SMILES
InChI
Beilstein Reference 3587154
Gmelin Reference 79
ChemSpider ID 217
3DMet B00004
คุณสมบัติ
สูตรเคมี NH3
มวลต่อหนึ่งโมล 17.031 g/mol
ลักษณะทางกายภาพ เป็นก๊าซไม่มีสี มีกลิ่นฉุนมาก
ความหนาแน่น 0.86 kg/m3 (1.013 bar at boiling point)
0.73 kg/m3 (1.013 bar at 15 °C)
681.9 kg/m3 at −33.3 °C (liquid) [1]
817 kg/m3 at −80 °C (transparent solid) [2]
จุดหลอมเหลว

−77.73 °C, 195 K, -108 °F

จุดเดือด

−33.34 °C, 240 K, -28 °F

ความสามารถละลายได้ ใน น้ำ 47% (0 °C)
31% (25 °C)
28% (50 °C) [3]
pKa 32.5 (−33 °C), [4] 10.5 (DMSO)
Basicity (pKb) 4.75
โครงสร้าง
รูปร่างโมเลกุล Trigonal pyramid
Dipole moment 1.42 D
อุณหเคมี
Std enthalpy of
formation
ΔfHo298
−46 kJ·mol−1[5]
Standard molar
entropy
So298
193 J·mol−1·K−1[5]
ความอันตราย
GHS pictograms GHS-pictogram-bottle.svgGHS-pictogram-acid.svgGHS-pictogram-skull.svgGHS-pictogram-pollu.svg[6]
การจำแนกของ EU Toxic T, Corrosive C, Dangerous for the Environment (Nature) N
EU Index 007-001-00-5 (anhydrous)
007-001-01-2 (solutions)
NFPA 704
NFPA 704.svg
1
3
0
 
R-phrases R10, R23, R34, R50
S-phrases (S1/2), S9, S16, S26, S36/37/39, S45, S61
จุดวาบไฟ flammable gas (see text)
อุณหภูมิที่ติดไฟด้วยตัวเอง 651 °C
Explosive limits 15–28%
U.S. Permissible
exposure limit (PEL)
50 ppm (25 ppm ACGIH- TLV; 35 ppm STEL)
สารอื่นที่เกี่ยวข้อง
แคทไอออนที่เกี่ยวข้อง Phosphine
Arsine
Stibine
nitrogen hydridesที่เกี่ยวข้อง Hydrazine
Hydrazoic acid
สารประกอบที่เกี่ยวข้อง Ammonium hydroxide
 Yes check.svg 14 (verify) (what is: Yes check.svg 10/X mark.svg 10?)
หากมิได้ระบุเป็นอื่น ข้อมูลข้างต้นนี้คือข้อมูลสาร ณ ภาวะมาตรฐานที่ 25 °C, 100 kPa
สถานีย่อย:เคมี

โมเลกุลของแอมโมเนียไม่แบนราบ แต่จะมีลักษณะถูกอัดเป็นทรงสี่หน้า (tetrahedron) หรือเรียกว่าพีระมิดฐานสามเหลี่ยม, ซึ่งเป็นข้อสมมติฐานของทฤษฎี VSEPR รูปร่างโมเลกุลลักษณะนี้โดยรวมจะมีลักษณะเป็นไดโพล (dipole) และทำให้มันเป็นขั้ว ดังนั้นแอมโมเนียจึงละลายใน น้ำ ได้ดีมาก อะตอมไนโตรเจนในโมเลกุลจะมี อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว (lone electron pair) และทำให้แอมโมเนียมีฤทธิ์เป็น เบส ใน สารละลายน้ำ (aqueous solution) ที่ เป็นกรด หรือเป็นกลางมันสามารถจะมีพันธะกับ ไฮโดรเนียมไอออน (H3O+) ปลดปล่อยโมเลกุลของน้ำ (H2O) แล้วเกิดเป็นประจุบวกของ แอมโมเนียมไอออน (NH4+) , ซึ่งรูปร่างปกติทรงสี่หน้าที่แอมโมเนียจะเกิด แอมโมเนียมไอออน จะขึ้นอยู่กับ pH ของ สารละลาย

ประโยชน์หลักของแอมโมเนียคือ ใช้ผลิต

นอกจากนี้ยังเป็นสารสำคัญในน้ำยาทำความสะอาดกระจก แอมโมเนียมีในปริมาณเล็กน้อยในบรรยากาศ ซึ่งเกิดจากพูทรีแฟคชัน (putrefaction) ในวัตถุประเภทไนโตรเจนที่เกิดจากพืชและสัตว์ แอมโมเนียและเกลือของมันอาจพบได้ในปริมาณเล็กน้อยในน้ำฝน ในขณะที่ แอมโมเนียมคลอไรด์ (sal-ammoniac) และ แอมโมเนียมซัลเฟต สามารถพบได้ในแหล่งภูเขาไฟ ผลึกของ แอมโมเนียม ไบคาร์บอเนต พบมากใน ปาโกเนียน (Patagonia) กัวโน (guano) เกลือแอมโมเนียมสามารถพบได้ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ และในน้ำทะเลด้วย (สสารที่มีแอมโมเนียเราเรียกว่าแอมโมเนียคัล)

การเกิดเกลือ (Formation of salts)แก้ไข

หนึ่งในคุณสมบัติเฉพาะตัวที่สุดของแอมโมเนียคือพลังในการทำปฏิกิริยากับ กรด เกิดเป็น เกลือ; เช่น กับ กรดไฮโดรคลอริก ได้เป็น แอมโมเนียมคลอไรด์ (sal-ammoniac) ; กับ กรดไนตริก ได้เป็น แอมโมเนียมไนเตรต, เป็นต้น อย่างไรก็ดีแอมโมเนียที่แห้งสนิทจะไม่ทำปฏิกิริยากับ กรดไฮโดรคลอริกที่แห้งเช่นกัน ความชื้นจำเป็นสำหรับปฏิกิริยา

NH3 + HClNH4Cl

เกลือที่เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างแอมโมเนียกับกรด จะรู้จักกันในชื่อ เกลือแอมโมเนียม และทั้งหมดจะมีแอมโมเนียม ไอออน (NH4+).

ความเป็นกรดของแอมโมเนียแก้ไข

แม้แอมโมเนียเป็นด่าง มันก็มีฤทธิ์เป็นกรดด้วย แต่เป็นกรดที่อ่อนมาก เมื่อแตกตัวจะได้ อะไมด์ (NH2) ไออน, ตัวอย่างเช่น เมื่อใส่ผงลิเทียม ไนไตรต์ลงในแอมโมเนียเหลว จะเกิดเป็น สารละลายลิเทียม อะไมด์ ดังสมการ:

Li3N (s) + 2NH3 (l) → 3Li+ (am) + 3NH2 (am).

ตามหลักปฏิกิริยากรด-ด่างของ บรอนสเตด-โลว์รี (Bronsted-Lowry) แอมโมเนียจะทำหน้าที่เป็นกรด

การผลิต (Production)แก้ไข

เพราะประโยชน์ของมันมีมากมายมหาศาล แอมโมเนียจึงเป็นหนึ่งในสารประกอบอนินทรีย์เคมีที่มีการผลิตมาก โดยมีวิธีการผลิตดังนี้

2NH4Cl + 2CaO → CaCl2 + Ca (OH) 2 + 2NH3
Mg3N2 + 6H2O → 3Mg (OH) 2+ 2NH3
N2 + 3H2 → 2 NH3

วิธีนี้เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดเพราะ ไนโตรเจน ก็ได้จากอากาศเนื่องจากในอากาศมี ไนโตรเจน ถึง 78 % ส่วน ไฮโดรเจนได้จาก ก๊าซธรรมชาติ (natural gas)

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. Yost, Don M. (2007). "Ammonia and Liquid Ammonia Solutions". Systematic Inorganic Chemistry. READ BOOKS. p. 132. ISBN 1-4067-7302-6.
  2. Blum, Alexander (1975). "On crystalline character of transparent solid ammonia". Radiation Effects and Defects in Solids. 24 (4): 277. doi:10.1080/00337577508240819.
  3. Perry, Dale L.; Phillips, Sidney L. (1995). Handbook of inorganic compounds. CRC Press. p. 17. ISBN 0-8493-8671-3.
  4. Perrin, D. D., Ionisation Constants of Inorganic Acids and Bases in Aqueous Solution; 2nd Ed., Pergamon Press: Oxford, 1982.
  5. 5.0 5.1 Zumdahl, Steven S. (2009). Chemical Principles 6th Ed. Houghton Mifflin Company. p. A22. ISBN 0-618-94690-X.
  6. Online Sigma Catalogue , accessdate: 6 June 2011.
  • ^  Baker, H. B. (1894). J. Chem. Soc. 65: 612.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข