เปิดเมนูหลัก

นายอมเรศ ศิลาอ่อน เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 4 สมัย ในรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ (2 สมัย) และในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน (2 สมัย)

อมเรศ ศิลาอ่อน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ดำรงตำแหน่ง
26 สิงหาคม พ.ศ. 2533 – 9 ธันวาคม พ.ศ. 2533
นายกรัฐมนตรี พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ
ก่อนหน้า สุบิน ปิ่นขยัน
ดำรงตำแหน่ง
9 ธันวาคม พ.ศ. 2533 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534
ดำรงตำแหน่ง
23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 – 22 มีนาคม พ.ศ. 2535
นายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน
ถัดไป อนุวรรตน์ วัฒนพงศ์ศิริ
ดำรงตำแหน่ง
10 มิถุนายน พ.ศ. 2535 – 23 กันยายน พ.ศ. 2535
ก่อนหน้า อนุวรรตน์ วัฒนพงศ์ศิริ
ถัดไป อุทัย พิมพ์ใจชน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 19 ธันวาคม พ.ศ. 2476 (85 ปี)
คู่สมรส ภัทรา ศิลาอ่อน[1]

เนื้อหา

ประวัติแก้ไข

อมเรศ ศิลาอ่อน เกิดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2476 จบการศึกษาจากโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย จากนั้นได้เข้าเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และวิทยาลัยเซาธ์เอน มิวนิซิเบล ประเทศอังกฤษ เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยม) จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ. 2500

การทำงานแก้ไข

อมเรศ ศิลาอ่อน เริ่มรับราชการประจำกองธนาธิการ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ต่อมาจึงได้ลาออกไปทำงานกับบริษัทลูซอนเชลล์ ในประเทศฟิลิปปินส์ และกลับมาทำงานในบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด

ต่อมาในปี พ.ศ. 2533 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ แทนนายสุบิน ปิ่นขยัน ซึ่งถูกปรับไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในปีถัดมาเขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเดิมในคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 46 จนกระทั่งมีการยึดอำนาจโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) และเขาได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจและการคลัง ในคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ

เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในคณะรัฐมนตรีอีก 2 คณะ คือในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน (ครม.47[2], 49[3])

คดีความแก้ไข

ในปี พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา ได้มีคำพิพากษาคดีที่เขา ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) และนายวิรัตน์ วิจิตรวาทการ ในฐานะเลขาธิการ ปรส. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีขายสินทรัพย์สถาบันการเงิน 56 แห่ง โดยพิพากษาให้จำคุก 2 ปี และปรับ 20,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 3 ปี[4]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข