หม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์

หม่อมราชวงศ์จักรรถ  จิตรพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 เป็นโอรสของหม่อมเจ้าเพลารถ จิตรพงศ์ กับ หม่อมเจ้ากุมารีเฉลิมลักษณ์ จิตรพงศ์ (ดิศกุล) โดยหม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ เริ่มต้นจากชีวิตในวัง ไปสู่โลกแห่งการศึกษาในยุคกลางเก่ากลางใหม่ ของอังกฤษ จวบจนกลับมารับราชการการทำงานด้านวัฒนธรรมที่มีความสำคัญยิ่งนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

การศึกษาแก้ไข

หม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ สำเร็จการศึกษาในระดับต่างๆดังนี้[1]

- ชั้นประถมศึกษา จากโรงเรียนราชินี

- ชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย

- Bachelor of Arts with Honours (ศิลปศึกษา) University of Cambridge ประเทศอังกฤษ

- Master of Arts (ศิลปศึกษา) University of Cambridge ประเทศอังกฤษ

- Diploma in Architecture (สถาปัตยกรรมศาสตร์) University of Cambridge ประเทศอังกฤษ

- ศิลปกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

ครอบครัวแก้ไข

หม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ สมรสกับ หม่อมราชวงศ์พิศพัฒน์ รัชนี  มีบุตรธิดาสามคน ได้แก่

  • หม่อมหลวงสุธานิธิ จิตรพงศ์ เกิดวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2515
  • รองศาสตราจารย์ ดร. หม่อมหลวงจิตตวดี จิตรพงศ์ เกิดวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2520
  • หม่อมหลวงตรีจักร จิตรพงศ์ เกิดวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2523 สมรสกับนางกวิตา จิตรพงศ์ ณ อยุธยา (สกุลเดิม กิตติอำพน) มีบุตรสองคนคือ

1.เด็กชายรถจักร จิตรพงศ์ ณ อยุธยา 2.เด็กหญิงนิธฐา​ จิตรพงศ์​ ณ​ อยุธยา

การทำงานแก้ไข

ภายหลังจากสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ หม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ เริ่มเข้ารับราชการในกรมศิลปากร, อาจารย์ที่วิทยาลัยช่างศิลป์ สถาปนิก ช่างภาพ, หัวหน้างานสำรวจและโครงการที่กองสถาปัตยกรรม ชีวิตราชการเจริญก้าวหน้าตามลำดับ จนสุดท้ายหม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ เกษียณอายุราชการในตำแหน่ง ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ 08/10/2545 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำแหน่งนักบริหารระดับ 11 (หม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์) โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติแต่งตั้ง หม่อมราชวงศ์จักรรถ  จิตรพงศ์  ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (นักบริหาร 11) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เป็นต้นไป ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ 

ภายหลังจากเกษียณอายุราชการ หม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ ยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกด้วย

นอกจากนี้หม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2558 มาตรา 39/2 วรรคสอง บัญญัติให้สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนไม่เกินสองร้อยคนซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง และทำหน้าที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม[2]

หม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ ยังดำรงตำแหน่ง ประธานมูลนิธิมนตรี ตราโมท ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี[3]

ในพระราชพิธีออกพระเมรุพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในวันเชิญพระโกศออกพระเมรุ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ เมื่อวันเสาร์ที่ 15 พ.ย.2551 ประยูรญาติผู้ใกล้ชิด ซึ่งได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยโปรดเกล้าฯ ให้ร่วมส่งเสด็จในริ้วขบวนอัญเชิญเครื่องราชอิสริยยศตั้งแต่ริ้วที่ 1-6 โดยหม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ ได้ร่วมอัญเชิญเครื่องราชอิสริยยศ ชั้น มหาวชิรมงกุฎ[4]

นอกจากนี้หม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ ยังเป็นนักประพันธ์และนักวิชาการด้านวัฒนธรรม โดยได้เขียนหนังสือและตำราไว้มากมายหลายเรื่องด้วยกัน อาทิเช่น ก้าวเข้าสู่ควอร์เตอร์สุดท้ายแห่งชีวิต หม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ โดยนำเสนอเรื่องราวชีวประวัติของหม่อมราชวงศ์จักรรถ จิตรพงศ์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมคนแรกในยุคปัจจุบัน ท่านถือกำเนิดอยู่ในราชสกุลจิตรพงศ์ ซึ่งเป็นทายาทและผู้สืบสายสกุลรุ่นที่สามเพียงคนเดียวของปูชนียบุคคลถึงสองพระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าบรมงศ์เธอ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในเล่มนี้จะกล่าวถึงข้อเท็จจริงและความทรงจำในอดีตตลอดช่วงชีวิตเริ่มจากชีวิตในวัง ไปสู่โลกแห่งการศึกษาในยุคกลางเก่ากลางใหม่ ของอังกฤษ จวบจนกลับมารับราชการการทำงานด้านวัฒนธรรมที่มีความสำคัญยิ่งนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน, จิตรกรรมกรุงรัตนโกสินทร์ แปลโดย ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ เป็นต้น

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. https://hris.parliament.go.th/ss_detail.php?ssp_id=20241&lang=th
  2. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/D/133/27.PDF
  3. ไฟล์:///C:/Users/HPAIOPC07/Downloads/2188-7145-1-PB.pdf
  4. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2016-11-13. สืบค้นเมื่อ 2020-07-05.
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๒๑ ตอนที่ ๒๓ ข หน้า ๕, ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม ๑๑๙ ตอนที่ ๒๑ ข หน้า ๒๓, ๔ ธันวาคม ๒๕๔๕
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี ๒๕๖๐, เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๔๘ ข หน้า ๔, ๒๘ กันยายน ๒๕๖๐
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๑๓ ตอนที่ ๗ ข หน้า ๗, ๔ พฤษภาคม ๒๕๓๙
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๑๑๗ ตอนที่ ๔ ข หน้า ๓๔๒, ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓