เปิดเมนูหลัก

วีระชัย วีระเมธีกุล

วีระชัย วีระเมธีกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ดำรงตำแหน่ง
6 มิถุนายน พ.ศ. 2553 – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554
นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ก่อนหน้า ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
ถัดไป ปลอดประสพ สุรัสวดี
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 – 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553
นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ก่อนหน้า สุขุมพงศ์ โง่นคำ
สุทิน คลังแสง
ถัดไป องอาจ คล้ามไพบูลย์
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 (52 ปี)
กรุงเทพฯ ประเทศไทย
พรรคการเมือง พรรคไทยรักไทย พ.ศ. 2541
คู่สมรส ทิพาภรณ์ เจียรวนนท์(หย่า)
ศาสนา พุทธ

ประวัติแก้ไข

วีระชัย วีระเมธีกุล หรือ ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล เกิดวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 เป็นบุตรของนายสุชัย กับนางสุมาลี วีระเมธีกุล จบการศึกษา BSBA จากมหาวิทยาลัยบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2528 ปีถัดมา (พ.ศ. 2529) จบการศึกษา MBA จากมหาวิทยาลัยคลาร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และในปี พ.ศ. 2537 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก บัญชีดุษฎีบัณฑิต จาก คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การทำงานแก้ไข

การรับราชการแก้ไข

หลังจบการศึกษาปริญญาเอกทางด้านบัญชีดุษฎีบัณฑิต ดร.วีระชัยได้เริ่มต้นชีวิตการทำงานในปี พ.ศ. 2533 โดยเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในขณะเดียวกันก็ยังได้รับเกียรติ เชิญให้เข้าเป็นอาจารย์สอนพิเศษในมหาวิทยาลัยต่างๆ อีกหลายแห่ง อาทิเช่น มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ภาคธุรกิจเอกชนแก้ไข

ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล รับราชการเป็นอาจารย์สอนหนังสือไม่กี่ปี ก็ลาออกจากราชการในปี พ.ศ. 2537 เพื่อเข้าไปทำงานในภาคเอกชน ประกอบกับเป็นเวลาเดียวกันที่ นายสุชัย วีระเมธีกุล บิดาของเขา ซึ่งเป็นนักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศจีน ได้รับการชักชวนให้ไปร่วมลงทุนในกิจการธนาคาร และสถาบันการเงินในช่วงที่ประเทศจีนกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านเศรษฐกิจ ที่จีนมุ่งหวังจะปรับเปลี่ยนประเทศให้เป็นทุนนิยมมากขึ้น ดร.วีระชัย จึงเข้าไปดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ในธนาคาร TM International ตามลำดับ และสุดท้ายมาดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการธนาคาร Business Development Bank

ทำงานทางการเมืองแก้ไข

เริ่มเข้าวงการแก้ไข

ดร.วีระชัย เริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองในปี พ.ศ. 2543 โดยการเข้าร่วมงานกับพรรคไทยรักไทย และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากการเลือกตั้งใน พ.ศ. 2544 มีโอกาสได้ทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติ โดยในปี พ.ศ. 2544 จนถึง พ.ศ. 2546 เป็นรองประธานคนที่หนึ่ง คณะกรรมาธิการการเงินการคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน และเป็นรองประธานคนที่หนึ่ง คณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ

สมัยรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรแก้ไข

ดร.วีระชัย ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ แต่บทบาทการทำงานของ ดร.วีระชัย ในกระทรวงต่างๆ ที่เข้าไปดำรงตำแหน่งจะเป็นการทำงานเบื้องหลัง ทั้งการประสานงาน และการบริหารภายใน จึงมิได้โดดเด่นเป็นที่รับรู้ของสาธารณชนมากนัก แต่ก็เป็นที่ไว้วางใจของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่ทำงานด้วยอย่างมาก เช่น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ถึงขั้นมอบหมายงานสำคัญให้ดำเนินการอยู่เสมอ โดยเฉพาะงานวิชาการ

สมัยรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์แก้ไข

เมื่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ดร. วีระชัย จึงได้รับการสนับสนุนให้ไปดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากเคยทำงานในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย จนทำให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ต้องออกมาตอบคำถามสื่อมวลชนหลายครั้งถึงความเป็นมืออาชีพของเขา แต่ยังคงได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก ดร.วีระชัยได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีอย่างกว้างขวาง จนเป็นที่กล่าวกันว่าเพียงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แต่กลับมีอำนาจยิ่งใหญ่เหนือรัฐมนตรีหลายๆ คน

การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแก้ไข

ดร.วีระชัย ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ในคณะรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ 1 โดยดูแลงานด้านเศรษฐกิจกับการบริหารจัดการ รวมทั้งได้รับมอบหมายให้ดูแลความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน ทั้งในระดับรัฐบาลกลางและรัฐบาลมณฑล และมักถูกใช้งานไปแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับจีนหลายครั้งโดยเฉพาะเรื่องการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว

ต่อมาในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ได้มีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับตำแหน่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี [1] โดยในช่วงดำรงตำแหน่งต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเรียกความเชื่อมั่นเกี่ยวกับด้านความปลอดภัยจากผลกระทบของรังสีที่รั่วไหลกลับสู่สังคมไทย เมื่อครั้งเกิดเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิระเบิด

ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์[2] และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.อีกสมัย

ตำแหน่งสำคัญต่างๆแก้ไข

  • รองประธานกรรมการธนาคาร Business Development Bank ประเทศจีน
  • พ.ศ. 2544 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ
  • พ.ศ. 2544 และพ.ศ. 2546 รองประธานคนที่หนึ่ง คณะกรรมาธิการ การเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน
  • พ.ศ. 2544 และพ.ศ. 2546 รองประธานคนที่หนึ่ง คณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ
  • พ.ศ. 2551 - พ.ศ. 2553 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  • พ.ศ. 2553 - พ.ศ. 2554 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • พ.ศ. 2562 ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ[3]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี (รวม ๑๘ ราย) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอน พิเศษ 72ง วันที่ 8 มิถุนายน 2553
  2. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคประชาธิปัตย์)
  3. "ประกาศคณะกรรมการการเลือกต้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 8 พฤษภาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 2019-05-10.
  4. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี 2553
  5. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข