ดยุกแห่งเอดินบะระ

ดยุกแห่งเอดินบะระ (อังกฤษ: Duke of Edinburgh) เป็นบรรดาศักดิ์ชั้นดยุกในบรรดาศักดิ์แห่งสหราชอาณาจักร (ตั้งตามชื่อเมืองเอดินบะระของสกอตแลนด์) โดยได้มีการพระราชทานบรรดาศักดิ์นี้ทั้งสิ้น 3 สมัย

ดยุกแห่งเอดินบะระ
Coat of Arms of Philip, Duke of Edinburgh.svg
ตราอาร์มประจำบรรดาศักดิ์ในเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ (ค.ศ. 1947–2021)
สถาปนา26 กรกฎาคม​ ค.ศ. 1726
สิ้นสุด8 กันยายน ค.ศ. 2022
องค์แรกเจ้าชายเฟรเดอริก เจ้าชายแห่งเวลส์
องค์สุดท้ายสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงดำรงตำแหน่งเป็นพระองค์สุดท้าย จนกระทั่งพระองค์เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระองค์ได้รับการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2564 ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระราชบิดา ทรงดำรงตำแหน่งจนถึงวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565 ดยุกแห่งเอดินบะระถูกผนวกเข้ากับพระมหากษัตริย์เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชมารดา

สมัยที่สาม พ.ศ. 2490แก้ไข

บรรดาศักดิ์นี้ได้พระราชทานครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 โดยสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 เพื่อพระราชทานแก่พระชามาดา (ลูกเขย) ในวโรกาสงานพระราชพิธีเสกสมรสกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธ พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ของพระองค์ ซึ่งต่อจากนั้นมาเจ้าหญิงเอลิซาเบธ จึงได้เปลี่ยนการออกพระนามของพระองค์เป็นเจ้าหญิงเอลิซาเบธ ดัชเชสแห่งเอดินบะระจนกระทั่งเสด็จขึ้นสืบราชสมบัติต่อจากพระราชบิดาในปีพ.ศ. 2495 ไม่นานหลังจากนั้นพระองค์ก็ได้ทรงสละฐานันดรในฐานะของเจ้าชายแห่งกรีซและเดนมาร์ก พร้อมทั้งทรงสละสิทธิในราชบัลลังก์กรีกอีกด้วย ต่อมาในปีพ.ศ. 2500 ดยุกแห่งเอดินบะระ จึงได้รับการเฉลิมพระอิสริยยศเป็น เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ ในฐานะ "เจ้าชายแห่งสหราชอาณาจักร"

สมัยที่สอง พ.ศ. 2409แก้ไข

 
เจ้าชายอัลเฟรด "ดยุกแห่งเอดินบะระ" พระองค์เดียวในสมัยที่ 2 ของการพระราชทานบรรดาศักดิ์

บรรดาศักดิ์นี้ได้ถูกนำกลับมาใช้เป็นสมัยที่ 2 ในรัชสมัยของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียพระราชทานบรรดาศักดิ์นี้ให้แก่พระราชโอรสพระองค์รอง[1] คือ เจ้าชายอัลเฟรด ซึ่งต่อมาเมื่อพระองค์ได้ขึ้นเป็นประมุขแห่งดัชชีซัคเซิน-โคบูร์กและโกทาในปีพ.ศ. 2436 พระองค์ยังคงใช้พระนามตามบรรดาศักดิ์อังกฤษ ซึ่งในภายหลังบรรดาศักดิ์นี้ก็สืบทอดให้แก่พระโอรสของพระองค์ คือ เจ้าชายอัลเฟรดแห่งเอดินบะระ เจ้าชายรัชทายาทแห่งซัคเซิน-โคบูร์กและโกทา แต่ทว่าพระองค์ได้ทรงกระทำอัตวินิบาตกรรมในปีพ.ศ. 2442 จึงเป็นการสิ้นสุดแห่งการสืบบรรดาศักดิ์นี้ลงเป็นครั้งที่ 2 เมื่อเจ้าชายอัลเฟรด ดยุกแห่งเอดินบะระและแห่งซัคเซิน-โคบูร์กและโกทา (พระราชบิดา) สิ้นพระชนม์ในปีพ.ศ. 2443

รายพระนามแก้ไข

สมัยแรก (ค.ศ. 1726)แก้ไข

Duke พระฉายาลักษณ์ ตราอาร์ม พระราชสมภพ อภิเษกสมรส สวรรคต
เจ้าชายเฟรเดอริก
ราชวงศ์ฮันโนเฟอร์
1726–1751
มาร์ควิสแห่งไอล์ออฟอีลีย์, เอิร์ลแห่งเอลแธม, ไวเคานต์ลอนสตัน,
บารอนสโนว์ดอน (1726–1729);
เจ้าชายแห่งเวลส์ (1729), ดยุกแห่งคอร์นวอลล์ (1337), ดยุกแห่งรอธซี (1398)
    1 กุมภาพันธ์ 1707
เลนเนสลอส ฮันโนเฟอร์
พระราชโอรสในพระเจ้าจอร์จที่ 2 กับสมเด็จพระราชินีแคโรไลน์
เจ้าหญิงเอากุสทาแห่งซัคเซิน-โกทา
17 เมษายน 1736
พระโอรสธิดา 9 พระองค์
31 มีนาคม 1751
บ้านเลสเตอร์ จตุรัสเลสเตอร์ ลอนดอน
พระชนมายุ 44 พรรษา
เจ้าชายจอร์จ
ราชวงศ์ฮันโนเฟอร์
1751–1760
มาร์ควิสแห่งไอล์ออฟอีลีย์, เอิร์ลแห่งเอลแธม, ไวเคานต์ลอนสตัน,
บารอนสโนว์ดอน (1751–1760);
เจ้าชายแห่งเวลส์ (1751)
    4 มิถุนายน 1738
บ้านนอร์ฟอล์ก ลอนดอน
พระโอรสในเจ้าชายเฟรเดอริก กับเจ้าหญิงออกัสตา
เจ้าหญิงชาร์ล็อทเทอแห่งเมคเลินบวร์ค-ชเตรลิทซ์
8 กันยายน 1761
พระโอรสธิดา 15 พระองค์
29 มกราคม 1820
ปราสาทวินด์เซอร์ วินเซอร์
พระชนมายุ 81 พรรษา
เจ้าชายจอร์จสืบราชบัลลังก์เป็น พระเจ้าจอร์จที่ 3 ต่อจากพระอัยกาในปีค.ศ. 1760 บรรดาศักดิ์นี้จึงผนวกเข้ากับพระมหากษัตริย์

สมัยที่สอง (ค.ศ. 1866)แก้ไข

ดยุก พระฉายาลักษณ์ ตราอาร์ม พระราชสมภพ อภิเษกสมรส สวรรคต
เจ้าชายอัลเฟรด
ราชวงศ์ซัคเซิน-โคบวร์คและโกทา
1866–1900
เอิร์ลแห่งเคนต์ และ เอิร์ลแห่งอัลสเตอร์ (1866)
    6 สิงหาคม 1844
ปราสาทวินด์เซอร์ วินด์เซอร์
พระราชโอรสในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย กับเจ้าชายอัลเบิร์ต
แกรนด์ดัชเชสมาเรีย อเล็กซานดรอฟนาแห่งรัสเซีย
23 มกราคม 1874
พระโอรสธิดา 6 พระองค์
30 กรกฎาคม 1900
ชลอสส์ โรสเนา โคบวร์ค
พระชนมายุ 55 พรรษา
เจ้าชายอัลเฟรด และแกรนด์ดัชเชสมาเรีย อเล็กซานดรอฟนา มีพระโอรสหนึ่งพระองค์คือ เจ้าชายอัลเฟรดแห่งเอดินบะระ เจ้าชายรัชทายาทแห่งซัคเซิน-โคบวร์คและโกทาซึ่งถึงแก่ทิวงคตก่อนพระบิดา ทำให้บรรดาศักดิ์อันเป็นสิ้นสุดเมื่อเจ้าชายอัลเฟรดสิ้นพระชนม์

สมัยที่สาม (ค.ศ. 1947)แก้ไข

ดยุก พระฉายาลักษณ์ ตราอาร์ม พระราชสมภพ อภิเษกสมรส สวรรคต
เจ้าชายฟิลิป
เมานต์แบ็ตเทน
1947–2021
เอิร์ลแห่งแมริโอเน็ธ และ บารอนกรีนิช (1947)
    10 มิถุนายน 1921
มอน เรโปส คอร์ฟู
พระโอรสในเจ้าชายแอนดรูว์แห่งกรีซและเดนมาร์ก กับเจ้าหญิงอลิซแห่งบัทเทินแบร์ค
เจ้าหญิงเอลิซาเบธ
20 พฤศจิกายน 1947
พระโอรสธิดา 4 พระองค์
9 เมษายน 2021
ปราสาทวินด์เซอร์ วินด์เซอร์
พระชนมายุ 99 พรรษา
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3
ราชวงศ์วินด์เซอร์
2021–2022
เจ้าชายแห่งเวลส์ และ เอิร์ลแห่งเชสเตอร์ (1958), ดยุกแห่งคอร์นวอลล์, ดยุกแห่งรอธซี (1952), เอิร์ลแห่งแมริโอเน็ธ และ บารอนกรีนิช (2021)
    14 พฤศจิกายน 1948
พระราชวังบักกิงแฮม ลอนดอน
พระราชโอรสในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กับเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ
เลดีไดอานา สเปนเซอร์
29 กรกฎาคม 1981 – 28 สิงหาคม 1996
พระโอรส 2 พระองค์
คามิลลา พาร์กเกอร์-โบลส์
9 เมษายน 2005
เจ้าชายชาร์ลส์สืบราชบัลลังก์เป็น พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ต่อจากพระราชมารดาในวันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2022 บรรดาศักดิ์นี้จึงผนวกเข้ากับพระมหากษัตริย์

ลำดับการสืบตระกูลแก้ไข

จากจดหมายตราบรรดาศักดิ์นี้ระบุในการพระราชทานเมื่อปีค.ศ. 1947 เจ้าชายแห่งเวลส์ ในฐานะพระโอรสพระองค์ใหญ่จะได้รับบรรดาศักดิ์นี้สืบตระกูลเมื่อพระบิดาสิ้นพระชนม์[2] ซึ่งจะทรงเป็นดยุกที่ 2 สำหรับสมัยพระราชทานสมัยที่ 3 ถึงแม้รายพระนามตามระบุข้างล่างนี้เป็นลำดับสืบตระกูลของบรรดาศักดิ์นี้ แต่ก็เป็นลำดับเดียวกับการสืบสันตติวงศ์ของสหราชอาณาจักรเช่นเดียวกัน ทำให้เมื่อใดก็ตามที่ดยุกพระองค์ไหนได้เสวยราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แล้วบรรดาศักดิ์นี้ย่อมผนวกกลับเข้าพระมหากษัตริย์โดยปริยาย

ในกรณีที่ดยุกพระองค์ปัจจุบันได้เสด็จขึ้นครองราชย์ ได้มีการคาดการณ์ว่าจะพระราชทานบรรดาศักดิ์ชั้นดยุกนี้ให้กับพระอนุชาพระองค์เล็ก (เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์) ซึ่งจะทำให้เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดจะกลายเป็นดยุกที่ 1 ในสมัยพระราชทานสมัยที่ 4[2]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "No. 23119". The London Gazette. 25 May 1866.
  2. 2.0 2.1 Channon, Max (9 April 2021). "Prince Philip: Duke of Edinburgh title will be inherited by Earl - but not yet". Derbyshire Telegraph. สืบค้นเมื่อ 9 April 2021.

ดูเพิ่มแก้ไข