เปิดเมนูหลัก

ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปี 2544[1] และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคไทยรักไทย

ณหทัย ทิวไผ่งาม
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 – พ.ศ. 2547
นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 24 มิถุนายน พ.ศ. 2513 (49 ปี)
กรุงเทพฯ
พรรคการเมือง ประชาชาติ

เนื้อหา

ประวัติแก้ไข

ณหทัยเกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2513 เป็นบุตรของณรงค์และอุษา ทิวไผ่งาม ผู้ก่อตั้งโรงเรียนทิวไผ่งาม ดร.ณหทัย มีชื่อเล่นว่าอ้อ มีน้องชายหนึ่งคนคือ ดร.ณัฐกฤษฎ์ ทิวไผ่งาม เธอนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก[2]

ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม เข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีที่ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอกมัธยมศิลป์ – อังกฤษชั้นสูง หลังจากนั้นได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษา และ ปริญญาเอก สาขาบริหารจัดการอุดมศึกษานานาชาติ ที่ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน สหรัฐอเมริกา

การเมืองแก้ไข

เป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 เมื่อประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคไทยรักไทย ในเขต 10 กรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วยเขตห้วยขวาง โดย ดร.ณหทัย เป็นที่โดดเด่นและถูกจับตามองอย่างมากจากสังคม เพราะเป็นผู้สมัครที่เป็นผู้หญิงสวยและมีชาติตระกูลดี มีการศึกษา โดยคู่แข่งคนคนสำคัญคือ นายอิสรา สุนทรวัฒน์ บุตรชายอดีต ผอ.อสมท นายแสงชัย สุนทรวัฒน์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่เช่นเดียวกัน การสำรวจความนิยมของทั้งคู่ก่อนการเลือกตั้งคู่คี่มาก ท้ายสุด ผลการเลือกตั้งออกมา ปรากฏว่า ดร.ณหทัย มีคะแนนตามหลังนายอิสราเพียง 102 คะแนน ทำให้นายอิสรา ได้เป็น ส.ส.ในเขตนี้ไป

แต่หลังจากนั้น ดร.ณหทัย ก็ไม่ทิ้งงานการเมือง รับตำแหน่งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ช่วงปี พ.ศ. 2544 - พ.ศ. 2547 ผู้ช่วยเลขาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ผู้ช่วยเลขาธิการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, โฆษกประจำกระทรวงพาณิชย์

จากนั้น ในการเลือกตั้ง ปี พ.ศ. 2548 ดร.ณหทัย ได้ลงสมัครในเขตเดิมอีก พบกับคู่แข่งคนเดิมอีก และได้รับการเลือกตั้ง และในช่วงปี พ.ศ. 2548 ดร.ณหทัย ได้รับคัดเลือกจาก World Economic Forum ให้เป็นหนึ่งในสมาชิกของ Young Global Leaders ด้วย

ในช่วงหลังจากการรัฐประหารในคืนวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 และพรรคไทยรักไทยถูกยุบในเวลาต่อมาจากกาคดีว่าจ้างพรรคเล็กลง เลือกตั้งในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 บทบาททางการเมืองของ ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ก็ได้เงียบหายไป และได้ผันตัวมาดูแลสานต่อกิจการต่างๆ ของครอบครัวอย่างเต็มตัว โดยเป็นประธานที่ปรึกษา ของโรงเรียนทิวไผ่งาม ดูแลและพัฒนาโรงเรียน เป็นรุ่นที่ 2 ต่อจาก นายณรงค์ ทิวไผ่งาม และ นางอุษา ทิวไผ่งาม โดย มีน้องชายคือ ดร.ณัฐกฤษฎ์ ทิวไผ่งาม คอยดูแลด้วย

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ดร.ณหทัย ทิวไผ่งามได้สร้างความฮือฮาไม่น้อยด้วยการกลับสู่สนามการเมืองระดับชาติอีกครั้งหลังจากที่วางมือไปนานกว่าสิบปี [3] และเป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคประชาชาติต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เป็นนายกรัฐมนตรี [4] ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาชาติ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 25/2544 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง
  2. ""ทวี" นำผู้สมัคร ส.ส.ประชาชาติ ลุยหาเสียงเมืองเบตง มั่นใจกวาดที่นั่งเรียบ 3 จชต". ผู้จัดการออนไลน์. 14 มีนาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2562.
  3. https://www.publicpostonline.net/19224
  4. http://www.komchadluek.net/news/politic/360637
  5. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย ในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๔๖) เล่ม 120 ตอนที่ 19ข วันที่ 1 ธันวาคม 2546

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข