อำเภอเมืองบุรีรัมย์

อำเภอในจังหวัดบุรีรัมย์ ประเทศไทย

เมืองบุรีรัมย์ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเป็นศูนย์กลางทางด้านการปกครอง เศรษฐกิจ และการคมนาคมของจังหวัด และเป็น 1 ใน 4 อำเภอของจังหวัดที่มีทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือผ่าน

อำเภอเมืองบุรีรัมย์
แผนที่จังหวัดบุรีรัมย์ เน้นอำเภอเมืองบุรีรัมย์
คำขวัญ: 
เขากระโดงหินแกร่ง แหล่งรวมสกุณา พระพุทธยอดฟ้าประกาศิต สุภัทรบพิตรคู่เมือง ลือเลื่องวัฒนธรรม
พิกัดภูมิศาสตร์: 14°59′42″N 103°6′12″E / 14.99500°N 103.10333°E / 14.99500; 103.10333
อักษรไทยอำเภอเมืองบุรีรัมย์
อักษรโรมันAmphoe Mueang Buri Ram
จังหวัดบุรีรัมย์
พื้นที่
 • ทั้งหมด718.235 ตร.กม. (277.312 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2563)
 • ทั้งหมด220,384 คน
 • ความหนาแน่น306.84 คน/ตร.กม. (794.7 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 31000
รหัสภูมิศาสตร์3101
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ถนนจิระ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 31000
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ประวัติแก้ไข

 
ที่ว่าการอำเภอเมืองบุรีรัมย์

บุรีรัมย์เป็นเมืองแห่งความรื่นรมย์ตามความหมายของชื่อเมืองที่น่าอยู่สำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นเมืองที่น่ามาเยือนสำหรับคนต่างถิ่น เมืองปราสาทหินในเขตจังหวัดบุรีรัมย์มากมีไปด้วย ปราสาทหินใหญ่น้อย อันหมายถึงความรุ่งเรืองมาแต่อดีต จากการศึกษาของนักโบราณคดีพบหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยทราวดีและที่สำคัญที่สุดพบกระจายอยู่ทั่วไปในจังหวัดบุรีรัมย์มากคือ หลักฐานทางวัฒนธรรมของเขมรโบราณ ซึ่งมีทั้งปราสาทอิฐ และปราสาทหินเป็นจำนวนมากกว่า 60 แห่ง รวมทั้งได้พบแหล่งโบราณคดีที่สำคัญคือเตาเผา ภาชนะดินเผา และภาชนะดินเผาแบบที่เรียกว่าเครื่องถ้วยเขมร ซึ่งกำหนดอายุได้ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึง 18 อยู่ทั่วไปหลังจากสมัยของวัฒนธรรมขอมหรือเขมรโบราณ แล้วหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มมีขึ้นอีกครั้งตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยปรากฏชื่อว่าเป็นเมืองขึ้นของเมืองนครราชสีมาและปรากฏชื่อต่อมาในสมัยกรุงธนบุรีถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ว่าบุรีรัมย์มีฐานะเป็นเมือง ๆ หนึ่ง จนถึง พ.ศ. 2476 ได้มีการจัดระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคใหม่ จึงได้ชื่อเป็นจังหวัดบุรีรัมย์มาจนถึงปัจจุบันนี้ชื่อเมืองบุรีรัมย์ ไม่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาและธนบุรีเฉพาะชื่อเมืองอื่น ซึ่งปัจจุบันเป็นอำเภอในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ เมืองนางรอง เมืองพุทไธสง และเมืองประโคนชัย พ.ศ. 2319

รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรี กรมการเมืองนครราชสีมา มีใบยอกเข้ามาว่า พระยานางรองคบคิดเป็น กบฏร่วมกับเจ้าโอ เจ้าอิน และอุปฮาดเมืองจำปาศักดิ์ จึงโปรดให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อยังดำรงคำแหน่ง เจ้าพระยาจักรีเป็นแม่ทัพไปปราบจับตัวพระยานางรองประหารชีวิตและสมทบเจ้าพระยาสุรสีห์ (สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท) คุมกองทัพหัวเมืองฝ่ายเหนือยกไปตีเมือง จำปาศักดิ์ เมืองโขง และเมืองอัตปือ ได้ทั้ง 3 เมือง ประหารชีวิต เจ้าโอ เจ้าอิน อุปฮาดเมืองจำปาศักดิ์ แล้วเกลี้ยกล่อมเมืองต่าง ๆ ใกล้เคียงให้สวามิภักดิ์ ได้แก่ เขมรป่าดง ตะลุบ สุรินทร์ สังขะ และเมืองขุขันธ์ รวบรวมผู้คนตั้งเมืองขึ้นในเขตขอมร้า เรียกว่า เมืองแปะ แต่งตั้งบุรีรัมย์บุตรเจ้าเมืองผไทสมัน (พุทไธสง) ให้เป็นเจ้าเมือง ซึ่งต่อมาได้เป็น พระยานครภักดี เจ้าเมืองคนแรก ปกครองชาวเขมรป่าดง,ชาวลาวเเละชนเผ่าอื่นๆ ซึ่งพื้นเพของเจ้าเมืองเเปะคนเเรกเดิมมีนามเดิมว่า เพี้ยเหล็กสะท้อน บุตรชายของเพี้ยศรีปากหรือพระยาเสนาสงคราม เจ้าเมืองพุทไธสงคนเเรก (อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์) เพี้ยศรีปากเเละเพี้ยเหล็กสะท้อนเคยเป็นกรมการเมืองในตำเเหน่งเพี้ยโฮงหลวงของเมืองสุวรรณภูมิราชบุรินทร์ประเทศราชหรือเมืองท่งศรีภูมิ (อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด) ก่อนที่ต่อมาเพี้ยศรีปากจะเเยกดินเเดนเมืองสุวรรณภูมิเดิมออกมาตั้งเป็นเมืองพุทไธสงในภายหลัง เพี้ยศรีปากเป็นบุตรของท้าวพร อัญญาเมืองสุวรรณภูมิบุตรชายของท้าวเซียงเจ้าเมืองสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นเจ้าหลานเเละสืบเชื้อสายมาจากเจ้าเเก้วมงคลเจ้าเมืองท่งศรีภูมิท่านเเรก อันมีเชื้อสายกษัตริย์ราชวงศ์ล้านช้าง อีกทั้งยังเป็นปฐมบรรพบุรุษของเจ้าเมืองภาคอีสานที่ส่งลูกหลานไปปกครองหัวเมืองอีสานกว่า20หัวเมืองเเละภาคเหนืออีก1หัวเมือง ได้เเก่ เมืองสุวรรณภูมิราชบุรีประเทษราช (เมืองสุวรรณภูมิ) เมืองร้อยเอ็ด เมืองชลบทวิบูลย์ เมืองขอนแก่น เมืองเพี้ย เมืองรัตนนคร เมืองมหาสารคาม เมืองศรีสระเกษ เมืองโกสุมพิสัย เมืองกันทรวิชัย (เมืองโคกพระ) เมืองวาปีปทุม เมืองหนองหาน (อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี) เมืองโพนพิสัย (อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย) เมืองพุทไธสง (เมืองผไทสมัน) เมืองบุรีรัมย์ (เมืองเเปะ) เมืองเกษตรวิสัย เมืองพนมไพรเเดนมฤค เมืองธวัชบุรี เมืองพยัคฆภูมิพิสัย (เมืองเสือ) เมืองจตุรพักตรพิมาน (เมืองหงษ์) เมืองขามเฒ่า เมืองเปือยใหญ่ (บ้านค้อ) เเละเมืองนันทบุรี (เมืองน่าน) ซึ่งบอกได้ว่าพระยานครภักดีเจ้าเมืองเเปะหรือบุรีรัมย์ท่านเเรกสืบเชื้อสายมาจากเจ้าจารย์เเก้วเเห่งเมืองท่งศรีภูมิเเละพระเสนาสงครามเเห่งเมืองพุทไธสง อีกทั้งยังมีเครือข่ายทางเครือญาติกับหลายหัวเมืองทั่วภาคอีสานร่วม20กว่าหัวเมือง[1]

ต่อมาปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือต้นราชการพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เปลี่ยนชื่อเมืองแปะเป็นบุรีรัมย์ด้วยปรากฏว่า ได้มีการแต่งตั้งพระสำแดงฤทธิรงค์เป็นพระนครภักดีศรีนครา ผู้สำเร็จราชการเมืองบุรีรัมย์ ขึ้นเมืองนครราชสีมาใน พ.ศ. 2411 เมืองบุรีรัมย์และเมืองนางรองผลัดกันมีความสำคัญเรื่อยมา พ.ศ. 2433 เมืองบุรีรัมย์โอนขึ้นไปขึ้นกับหัวเมืองลาวฝ่ายเหนือ มีหนองคายเป็นศูนย์กลาง และเมืองบุรีรัมย์มีเมืองในสังกัด 1 แห่ง คือเมืองนางรอง

ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2440-2441 เมืองบุรีรัมย์ได้กลับไปขึ้นกับมณฑลนครราชสีมาเรียกว่า"บริเวณนางรอง" ประกอบด้วย เมืองบุรีรัมย์ นางรอง รัตนบุรี ประโคนชัย และพุทไธสง พ.ศ. 2442 มีประกาศเปลี่ยนชื่อ มณฑลลาวเฉียงเป็น มณฑลฝ่ายตะวันตกเฉียงเหนือ มณฑลลาวพวนเป็นมณฑลฝ่ายเหนือ มณฑลลาวเป็นมณฑลตะวันออกเฉียงเหนือ มณฑลเขมร เป็นมณฑลตะวันออกและในคราวนี้เปลี่ยนชื่อ บริเวณนางรองเป็น "เมืองนางรอง"มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ตั้งที่ว่าการอยู่ที่เมืองบุรีรัมย์ แต่ตราตำแหน่งเป็นตราผู้ว่าการนางรอง กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น "บุรีรัมย์" และเปลี่ยนตราตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการเมืองบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2444 เป็นต้นมา

พ.ศ. 2450 กระทรวงมหาดไทยปรับปรุงหัวเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้มณฑลนครราชสีมาประกอบด้วย 3 เมือง 17 อำเภอ คือเมืองนครราชสีมา 10 อำเภอ เมืองชัยภูมิ 3 อำเภอ และเมืองบุรีรัมย์ 4 อำเภอ คือ นางรอง พุทไธสง ประโคนชัย รัตนบุรี และต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม พ.ศ. 2476 ขึ้น ยุบมณฑลนครราชสีมา จัดระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาคออกเป็นจังหวัดและอำเภอ เมืองบุรีรัมย์จึงมีฐานะเป็น จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา[2]

  • วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2478 แยกพื้นที่ตำบลทะเมนชัย ตำบลตลาดโพธิ์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ และตำบลยางลาว (ตำบลโคกกลางในปัจจุบัน) อำเภอนางรอง มาตั้งเป็น กิ่งอำเภอลำปลายมาศ ขึ้นกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์[3][4]
  • วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2479 จัดตั้งเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ในท้องที่บางส่วนของตำบลในเมือง[5]
  • วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2481 ตั้งตำบลสตึก แยกออกจากตำบลดงพลอง ตั้งตำบลทุ่งวัง แยกออกจากตำบลดงพลอง ตั้งตำบลปะเคียบ แยกออกจากตำบลพระครู ตั้งตำบลร่อนทอง แยกออกจากตำบลปราสาท และตั้งตำบลหนองใหญ่ แยกออกจากตำบลปราสาท[6]
  • วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2481 แยกพื้นที่ตำบลสตึก ตำบลทุ่งวัง ตำบลปะเคียบ ตำบลร่อนทอง ตำบลหนองใหญ่ และตำบลดงพลอง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ มาตั้งเป็น กิ่งอำเภอสตึก ขึ้นกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์[7]
  • วันที่ 3 เมษายน 2482 ตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตตำบลในท้องที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์ (1,2,3,4,5,6,7,8,9,10,11,12)[8]
    • (1) ตั้งตำบลสะแกโพรง แยกออกจากตำบลบ้านบัว
    • (2) ตั้งตำบลเสม็ด แยกออกจากตำบลบ้านบัว ตำบลในเมือง และตำบลสวายจีก
    • (3) ตั้งตำบลกระสัง แยกออกจากตำบลสองชั้น และตำบลห้วยราช
    • (4) ตั้งตำบลลำดวน แยกออกจากตำบลห้วยราช
    • (5) ตั้งตำบลสามแวง แยกออกจากตำบลห้วยราช และตำบลบ้านยาง
    • (6) โอนพื้นที่หมู่ 19,20 (ในขณะนั้น) ของตำบลสวายจีก ไปขึ้นกับตำบลสองชั้น
    • (7) โอนพื้นที่หมู่ 1,7,18,19 (ในขณะนั้น) ของตำบลในเมือง ไปขึ้นกับตำบลบ้านบัว
    • (8) โอนพื้นที่หมู่ 13 (ในขณะนั้น) ของตำบลในเมือง และพื้นที่หมู่ 14 ของตำบลปราสาท ไปขึ้นกับตำบลบ้านยาง
    • (9) โอนพื้นที่หมู่ 1,5,23 (ในขณะนั้น) ของตำบลสวายจีก และพื้นที่หมู่ 8,9 ของตำบลบ้านยาง ไปขึ้นกับตำบลห้วยราช
    • (10) โอนพื้นที่หมู่ 1,22,24 (ในขณะนั้น) ของตำบลพระครู ไปขึ้นกับตำบลดงพลอง กิ่งอำเภอสตึก อำเภอเมืองบุรีรัมย์
    • (11) โอนพื้นที่หมู่ 19 (ในขณะนั้น) ของตำบลบ้านบัว ไปขึ้นกับตำบลทะเมนชัย กิ่งอำเภอลำปลายมาศ อำเภอเมืองบุรีรัมย์
    • (12) ตั้งตำบลลำปลายมาศ แยกออกจากตำบลทะเมนชัย
  • วันที่ 30 กรกฎาคม 2483 เปลี่ยนแปลงชื่อตำบลยางลาว กิ่งอำเภอลำปลายมาศ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เป็น ตำบลโคกกลาง[9]
  • วันที่ 21 ตุลาคม 2490 ยกฐานะกิ่งอำเภอลำปลายมาศ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ และกิ่งอำเภอสตึก อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เป็น อำเภอลำปลายมาศ และ อำเภอสตึก[10]
  • วันที่ 24 พฤษภาคม 2492 ตั้งตำบลถลุงเหล็ก แยกออกจากตำบลพระครู ตั้งตำบลบ้านด่าน แยกออกจากตำบลปราสาท[11]
  • วันที่ 1 มิถุนายน 2497 แยกพื้นที่ตำบลกระสัง ตำบลลำดวน และตำบลสองชั้น อำเภอเมืองบุรีรัมย์ มาตั้งเป็น กิ่งอำเภอกระสัง ขึ้นกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์[12]
  • วันที่ 28 พฤศจิกายน 2499 จัดตั้งสุขาภิบาลกระสัง ในท้องที่บางส่วนของตำบลกระสัง[13]
  • วันที่ 17 ธันวาคม 2500 ตั้งตำบลเมืองไผ่ แยกออกจากตำบลกระสัง ตั้งตำบลชุมแสง แยกออกจากตำบลลำดวน[14]
  • วันที่ 22 กรกฎาคม 2501 ยกฐานะจากกิ่งอำเภอกระสัง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เป็น อำเภอกระสัง[15]
  • วันที่ 9 พฤษภาคม 2504 ขยายเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ให้ครอบคลุมพื้นที่ตำบลในเมืองทั้งตำบล[16]
  • วันที่ 11 กันยายน 2505 ตั้งตำบลคูเมือง แยกออกจากตำบลพระครู[17]
  • วันที 19 มิถุนายน 2505 จัดตั้งสุขาภิบาลห้วยราช ในท้องที่บางส่วนของตำบลห้วยราช[18]
  • วันที่ 6 พฤศจิกายน 2505 โอนพื้นที่หมู่ 14 (ในขณะนั้น) ของตำบลพระครู ไปตั้งเป็นหมู่ 10 ของตำบลคูเมือง[19]
  • วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2506 ตั้งตำบลตูมใหญ่ แยกออกจากตำบลถลุงเหล็ก[20]
  • วันที่ 20 เมษายน 2508 ตั้งตำบลหนองตาด แยกออกจากตำบลบ้านบัว และตำบลอิสาณ[21]
  • วันที่ 19 กรกฎาคม 2509 จัดตั้งสุขาภิบาลหินเหล็กไฟ ในท้องที่บางส่วนของตำบลตูมใหญ่[22]
  • วันที่ 25 มิถุนายน 2511 โอนพื้นที่ตำบลปะเคียบ อำเภอสตึก ไปขึ้นกับ อำเภอเมืองบุรีรัมย์[23]
  • วันที่ 11 พฤศจิกายน 2512 แยกพื้นที่ตำบลคูเมือง ตำบลปะเคียบ และตำบลตูมใหญ่ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ มาตั้งเป็น กิ่งอำเภอคูเมือง ขึ้นกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์[24]
  • วันที่ 19 ตุลาคม 2514 ตั้งตำบลบ้านแพ แยกออกจากตำบลปะเคียบ ตั้งตำบลหินเหล็กไฟ แยกออกจากตำบลตูมใหญ่ ตั้งตำบลพรสำราญ แยกออกจากตำบลคูเมือง[25]
  • วันที่ 8 สิงหาคม 2515 ตั้งตำบลโนนขวาง แยกออกจากตำบลบ้านด่าน[26]
  • วันที่ 21 พฤศจิกายน 2518 ยกฐานะจากกิ่งอำเภอคูเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เป็น อำเภอคูเมือง[27]
  • วันที่ 20 พฤศจิกายน 2522 ตั้งตำบลตาเสา แยกออกจากตำบลสามแวง ตั้งตำบลลุมปุ๊ก แยกออกจากตำบลบ้านบัว ตั้งตำบลสองห้อง แยกออกจากตำบลสะแกโพรง[28]
  • วันที่ 23 กันยายน 2523 ตั้งตำบลบัวทอง แยกออกจากตำบลบ้านยาง[29]
  • วันที่ 2 ตุลาคม 2527 ตั้งตำบลชุมเห็ด แยกออกจากตำบลอิสาณ[30]
  • วันที่ 23 ตุลาคม 2527 ตั้งตำบลสนวน แยกออกจากตำบลสวายจีก[31]
  • วันที่ 12 ธันวาคม 2529 ตั้งตำบลหลักเขต แยกออกจากตำบลสวายจีก[32]
  • วันที่ 6 สิงหาคม 2530 ตั้งตำบลวังเหนือ แยกออกจากตำบลปราสาท[33]
  • วันที่ 27 ธันวาคม 2531 ตั้งตำบลบ้านตะโก แยกออกจากตำบลห้วยราช[34]
  • วันที่ 18 ตุลาคม 2532 ตั้งตำบลสะแกซำ แยกออกจากตำบลเสม็ด[35]
  • วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2533 แยกพื้นที่ตำบลห้วยราช ตำบลสามแวง ตำบลตาเสา ตำบลบ้านตะโก และตำบลสนวน อำเภอเมืองบุรีรัมย์ มาตั้งเป็น กิ่งอำเภอห้วยราช ขึ้นกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์[36]
  • วันที่ 7 กันยายน 2533 ตั้งตำบลกลันทา แยกออกจากตำบลถลุงเหล็ก[37]
  • วันที่ 29 กรกฎาคม 2534 ตั้งตำบลกระสัง แยกออกจากตำบลบ้านบัว[38]
  • วันที่ 13 กันยายน 2534 ตั้งตำบลโคกเหล็ก แยกออกจากตำบลสามแวง[39]
  • วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2535 กำหนดเขตตำบลในท้องที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ตำบลเสม็ด ให้มีเขตการปกครองรวม 12 หมู่บ้าน[40] ตำบลห้วยราช ให้มีเขตการปกครองรวม 17 หมู่บ้าน[41] ตำบลบ้านบัว ให้มีเขตการปกครองรวม 27 หมู่บ้าน[42] ตำบลชุมเห็ด ให้มีเขตการปกครองรวม 18 หมู่บ้าน[43] ตำบลหนองตาด ให้มีเขตการปกครองรวม 18 หมู่บ้าน[44] ตำบลบ้านด่าน ให้มีเขตการปกครองรวม 18 หมู่บ้าน[45] ตำบลสะแกโพรง ให้มีเขตการปกครองรวม 19 หมู่บ้าน[46] ตำบลสวายจีก ให้มีเขตการปกครองรวม 16 หมู่บ้าน[47] ตำบลถลุงเหล็ก ให้มีเขตการปกครองรวม 18 หมู่บ้าน[48] ตำบลบ้านยาง ให้มีเขตการปกครองรวม 16 หมู่บ้าน[49] ตำบลสามแวง ให้มีเขตการปกครองรวม 18 หมู่บ้าน[50] ตำบลตาเสา ให้มีเขตการปกครองรวม 17 หมู่บ้าน[51] ตำบลปราสาท ให้มีเขตการปกครองรวม 15 หมู่บ้าน[52] ตำบลสองห้อง ให้มีเขตการปกครองรวม 17 หมู่บ้าน[53] ตำบลวังเหนือ ให้มีเขตการปกครองรวม 12 หมู่บ้าน[54] ตำบลอิสาณ ให้มีเขตการปกครองรวม 13 หมู่บ้าน[55] ตำบลบัวทอง ให้มีเขตการปกครองรวม 12 หมู่บ้าน[56] ตำบลพระครู ให้มีเขตการปกครองรวม 9 หมู่บ้าน[57] ตำบลโนนขวาง ให้มีเขตการปกครองรวม 9 หมู่บ้าน[58] ตำบลลุมปุ๊ก ให้มีเขตการปกครองรวม 12 หมู่บ้าน[59] ตำบลสนวน ให้มีเขตการปกครองรวม 9 หมู่บ้าน[60] ตำบลหลักเขต ให้มีเขตการปกครองรวม 10 หมู่บ้าน[61] ตำบลบ้านตะโก ให้มีเขตการปกครองรวม 9 หมู่บ้าน[62] และตำบลสะแกซำ ให้มีเขตการปกครองรวม 13 หมู่บ้าน[63]
  • วันที่ 13 พฤศจิกายน 2535 ตั้งตำบลเมืองฝาง แยกออกจากตำบลสองห้อง[64]
  • วันที่ 8 สิงหาคม 2538 ยกฐานะกิ่งอำเภอห้วยราช อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เป็น อำเภอห้วยราช[65]
  • วันที่ 14 พฤศจิกายน 2538 ตั้งตำบลเมืองโพธิ์ แยกออกจากตำบลตาเสา และตั้งตำบลห้วยราชา แยกออกจากตำบลห้วยราช[66]
  • วันที่ 26 มิถุนายน 2539 แยกพื้นที่ตำบลบ้านด่าน ตำบลปราสาท ตำบลวังเหนือ และตำบลโนนขวาง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ มาตั้งเป็น กิ่งอำเภอบ้านด่าน ขึ้นกับอำเภอเมืองบุรีรัมย์[67]
  • วันที 8 กันยายน 2550 ยกฐานะจากกิ่งอำเภอบ้านด่าน อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เป็น อำเภอบ้านด่าน[68]

ที่ตั้งและอาณาเขตแก้ไข

อำเภอเมืองบุรีรัมย์ตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

การแบ่งเขตการปกครองแก้ไข

การปกครองส่วนภูมิภาคแก้ไข

อำเภอเมืองบุรีรัมย์แบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 19 ตำบล 323 หมู่บ้าน

1. ในเมือง (Nai Mueang) - 13. บัวทอง (Bua Thong) 15 หมู่บ้าน
2. อิสาณ (Isan) 18 หมู่บ้าน 14. ชุมเห็ด (Chum Het) 22 หมู่บ้าน
3. เสม็ด (Samet) 19 หมู่บ้าน 15. หลักเขต (Lak Khet) 14 หมู่บ้าน
4. บ้านบัว (Ban Bua) 18 หมู่บ้าน 16. สะแกซำ (Sakae Sam) 19 หมู่บ้าน
5. สะแกโพรง (Sakae Phrong) 26 หมู่บ้าน 17. กลันทา (Kalantha) 13 หมู่บ้าน
6. สวายจีก (Sawai Chik) 19 หมู่บ้าน 18. กระสัง (Krasang) 19 หมู่บ้าน
7. บ้านยาง (Ban Yang) 19 หมู่บ้าน 19. เมืองฝาง (Mueang Fang) 16 หมู่บ้าน
8. พระครู (Phra Khru) 13 หมู่บ้าน
9. ถลุงเหล็ก (Thalung Lek) 16 หมู่บ้าน
10. หนองตาด (Nong Tat) 22 หมู่บ้าน
11. ลุมปุ๊ก (Lumpuk) 19 หมู่บ้าน
12. สองห้อง (Song Hong) 16 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่นแก้ไข

ท้องที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 19 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลในเมืองทั้งตำบล
  • เทศบาลเมืองชุมเห็ด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลชุมเห็ดทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลอิสาณ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอิสาณทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลหลักเขต ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหลักเขตทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลบ้านบัว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านบัวทั้งตำบล
  • เทศบาลตำบลหนองตาด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลหนองตาดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ด ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเสม็ดทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสะแกโพรง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสะแกโพรงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสวายจีก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสวายจีกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านยาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านยางทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลพระครู ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพระครูทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลถลุงเหล็ก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลถลุงเหล็กทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลลุมปุ๊ก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลลุมปุ๊กทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสองห้อง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสองห้องทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบัวทอง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบัวทองทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสะแกซำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสะแกซำทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกลันทา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกลันทาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกระสัง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกระสังทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเมืองฝาง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเมืองฝางทั้งตำบล

สถานที่สำคัญแก้ไข