กินทามะ (ญี่ปุ่น: 銀魂โรมาจิGintama; แปลว่า "จิตวิญญาณสีเงิน") เป็นซีรีส์มังงะญี่ปุ่น เขียนเรื่องและวาดภาพโดยฮิเดอากิ โซราจิ มีฉากในนครเอโดะที่ถูกครอบครองโดยมนุษย์ต่างดาวที่เรียกว่าชาวสวรรค์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับซามูไรชื่อซากาตะ กินโทกิ ซึ่งทำงานเป็นนักรับจ้างอิสระพร้อมด้วยลูกจ้างสองคนคือชิมูระ ชินปาจิและคางุระ เพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเช่าที่รายเดือน ตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็งจัมป์รายสัปดาห์ ของสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2546 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2561 และตีพิมพ์ต่อในนิตยสารจัมป์ GIGA ตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2561 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 และเผยแพร่ต่อถึงตอนจบในแอปพลิเคชัน กินทามะ ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน พ.ศ. 2562

กินทามะ
Gintama01.jpg
หน้าปกของหนังสือการ์ตูนกินทามะเล่มแรก
銀魂
(Gintama)
ชื่อภาษาอังกฤษGin Tama
แนว
มังงะ
เขียนโดยฮิเดอากิ โซราจิ
ตีพิมพ์โดยชูเอฉะ
ผู้จัดจำหน่ายภาษาไทยสยามอินเตอร์คอมิกส์
ในเครือจัมป์คอมิกส์
นิตยสาร
นิตยสารภาษาไทยซีคิดส์ เอ๊กซ์เพรส
กลุ่มเป้าหมายโชเน็ง
วางจำหน่ายตั้งแต่8 ธันวาคม พ.ศ. 254620 มิถุนายน พ.ศ. 2562
จำนวนรวมเล่ม77 (รายชื่อหนังสือรวมเล่ม)
โอวีเอ
สตูดิโอซันไรส์
ฉาย24 กันยายน พ.ศ. 2548
ยาว33 นาที
อนิเมะโทรทัศน์
กำกับชินจิ ทากามัตสึ (ตอนที่ 1-105)
โยอิจิ ฟูจิตะ (ตอนที่ 100-265)
จิซูรุ มิยาวากิ (ตอนที่ 266-328)
เขียนบทอากาซึกิ ยามาโทยะ (ตอนที่ 1–265)
ดนตรีAudio Highs
สตูดิโอซันไรส์ (ตอนที่ 1–265)
บันไดนัมโคพิคเจอร์ส (ตอนที่ 266–328)
ผู้ถือสิทธิ์ไทย
ฉายทางญี่ปุ่น TXN (ทีวีโตเกียว)
ไทย
ฉาย ญี่ปุ่น 4 เมษายน พ.ศ. 2549 - ปัจจุบัน
ไทย
  • 2 มกราคม พ.ศ. 2553 - ?
    (การ์ตูนคลับแชนแนล)
  • พ.ศ. 2550 - 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557
    (ทรู สปาร์ก)
  • 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556 -
    7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
    (ช่อง 6)
  • 6 มกราคม พ.ศ. 2558 -
    พ.ศ. 2558
    (จีเอ็มเอ็มแชนเนล)
  • 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560 – 12 มีนาคม พ.ศ. 2561
    (ทรู สปาร์ก จัมป์)
ตอนญี่ปุ่น 328 ตอน
ไทย 316 ตอน
ไลต์โนเวล
กินทามะ ปี 3 ห้อง Z ครูซ่ากินปาจิ
เขียนโดยโทโมฮิโตะ โอซากิ
วาดภาพโดยฮิเดอากิ โซราจิ
ตีพิมพ์โดยชูเอฉะ
ผู้จัดจำหน่ายภาษาไทยสยามอินเตอร์คอมิกส์ไลท์
ในเครือจัมป์ เจบุ๊คส์ (Jump jBooks)
วางจำหน่ายตั้งแต่ญี่ปุ่น 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 -
4 กันยายน พ.ศ. 2556
ไทย 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
20 มกราคม พ.ศ. 2560
จำนวนรวมเล่มญี่ปุ่น 7
ไทย 7
โอวีเอ
ชิโร่ยาฉะ โคทัน (กำเนิดชิโร่ยาฉะ)
สตูดิโอซันไรส์
ฉาย21 กันยายน พ.ศ. 2550
ยาว10 นาที
โอวีเอ
กำกับโยอิจิ ฟูจิตะ
อำนวยการ
  • ริเอโกะ เซคิงูจิ
  • ยาซูยูกิ บัง
  • ฮิโรมิซุ ฮิงูจิ
ดนตรีAudio Highs
สตูดิโอซันไรส์
ฉาย9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ยาว25 นาที
โอวีเอ
กินทามะ: จัมป์ เฟสต้า 2015 สเปเชียล
สตูดิโอบันไดนัมโคพิคเจอร์ส
ฉาย3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
ยาว12 นาที
โอเอดีวีดี
กินทามะ°: ภาคหอมย้อมรัก
กำกับจิซูรุ มิยาวากิ
ดนตรีAudio Highs
สตูดิโอบันไดนัมโคพิคเจอร์ส
ฉาย 4 สิงหาคม พ.ศ. 2559 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
ตอน2
ภาพยนตร์อนิเมะ
ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชัน
วิดีโอเกม
  • Gintama Dee-Ess: Odd Jobs Grand Riot! (พ.ศ. 2549)
  • Gintama: Gintoki vs. Hijikata!? The Huge Fight Over Silver Souls in the Kabuki District!! (พ.ศ. 2549)
  • Gintama: Together with Gin! My Kabuki District Journal (พ.ศ. 2550)
  • Gintama: General Store Tube: Tsukkomi-able Cartoon (พ.ศ. 2550)
  • Gintama: Silver Ball Quest: Gin's Job-Change to Save the World (พ.ศ. 2550)
  • Gintama's Sugoroku (พ.ศ. 2556)
  • Gintama Rumble (พ.ศ. 2561)

ซีรีส์ได้รับการดัดแปลงเป็นออริจินอลวิดีโอแอนิเมชัน (โอวีเอ) ผลิตโดยสตูดิโอซันไรส์ ได้รับการฉายในงานจัมป์เฟสต้า 2006 อนิเมะทัวร์ ในปี พ.ศ. 2548 หลังจากนั้นจึงจัดทำเป็นซีรีส์อนิเมะโทรทัศน์ความยาวรวม 367 ตอนเริ่มออกอากาศเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2549 ทางช่องทีวีโตเกียว กระทั่งออกอากาศถึงตอนสุดท้ายในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2561 ได้มีการการสร้างเป็นภาพยนตร์อนิเมะ 3 เรื่อง ภาพยนตร์เรื่องแรกเข้าฉายในเดือนเมษายน พ.ศ. 2553 ภาพยนตร์เรื่องที่สองเข้าฉายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2556 ภาพยนตร์เรื่องที่สามและเรื่องสุดท้ายเข้าฉายในเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 นอกจากซีรีส์อนิเมะแล้ว ยังมีการดัดแปลงกินทามะเป็นไลต์โนเวลหลายเล่มและวิดีโอเกมหลายเกม ภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันดัดแปลงชื่อเรื่องว่า กินทามะ ซามูไร เพี้ยนสารพัด เข้าฉายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2560 ในประเทศญี่ปุ่นโดยวอร์เนอร์บราเธอส์ ประเทศญี่ปุ่น[3] และมีภาพยนตร์ภาคต่อในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561

มังงะมีลิขสิทธิ์ในประเทศไทยโดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ ตีพิมพ์รายสัปดาห์ในนิตยสารการ์ตูนซีคิดส์หรีอภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นซีคิดส์ เอ๊กซ์เพรส และตีพิมพ์เป็นฉบับรวมเล่ม อนิเมะเริ่มจัดจำหน่ายฤดูกาลที่ 1 ในประเทศไทยโดยบริษัททีไอจีเอ ฤดูกาลที่ 2, 3, 4 จัดจำหน่ายโดยบริษัทไรท์บียอนด์ ซีรีส์ กินทามะ' และ กินทามะ': ภาคล่วงเวลา จัดจำหน่ายโดยบริษัทโรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ซีรีส์อนิเมะเคยมีการออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ ได้แก่ ทรูสปาร์ก, ทรูสปาร์กจัมพ์, การ์ตูนคลับแชนแนล, ช่อง 6, จีเอ็มเอ็มวัน, จีเอ็มเอ็มแชนเนล และช่องแก๊งการ์ตูนแชนแนล

เนื้อเรื่องแก้ไข

เนื้อเรื่องมีฉากเป็นประวัติศาสตร์คู่ขนานในช่วงปลายยุคเอโดะ ยุคที่มนุษยชาติถูกโจมตีโดยมนุษย์ต่างดาวที่เรียกกันว่า ชาวสวรรค์ (ญี่ปุ่น: 天人โรมาจิAmanto) ซามูไรแห่งนครเอโดะประเทศญี่ปุ่นพยายามต่อสู้เพื่อปกป้องโลก แต่เมื่อโชกุนรู้ถึงพลังและวิทยาการของชาวสวรรค์จึงหวาดกลัวแล้วยอมจำนน โชกุนยินยอมลงนามในสนธิสัญญาที่ไม่เท่าเทียมกับชาวสวรรค์ ออกคำสั่งห้ามพกดาบในที่สาธารณะและอนุญาตให้ชาวสวรรค์เข้าประเทศ ดาบของซามูไรถูกยึดไปและรัฐบาลบาคุฟุของโชกุนตระกูลโทกุงาว่าได้กลายเป็๋นรัฐบาลหุ่นเชิด

ซีรีส์เรื่องนี้เน้นที่เรื่องราวของซามูไรเพี้ยน ๆ ชื่อซากาตะ กินโทกิ ผู้ทำงานเป็นนักรับจ้างอิสระรับทำทุกอย่าง กินโทกิได้ช่วยเด็กหนุ่มชื่อชิมูระ ชินปาจิในการช่วยเหลือพี่สาวคือชิมูระ ทาเอะจากกลุ่มชาวสวรรค์ที่ต้องการนำตัวเธอไปทำงานใช้หนี้ในซ่องโสเภณี ชินปาจิรู้สึกประทับใจกินโทกิจึงผันตัวมาเป็นเด็กฝึกงานลูกจ้างของกินโทกิเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายและเพื่อเรียนรู้วิถีซามูไรเพิ่มเติม ทั้งคู่บังเอิญไปช่วยเด็กหญิงชาวสวรรค์ที่มีพลังเหนือมนุษย์ชื่อคางุระจากกลุ่มยากูซ่า พวกเขารับคางุระเข้าทำงานเป็นลูกจ้าง แล้วทั้งสามคนก็เป็นที่รู้จักในชื่อ "ร้านรับจ้างสารพัด" (ญี่ปุ่น: 万事屋โรมาจิYorozuya)

แม้ว่าเนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องจบเป็นตอน ๆ แต่ก็มีพัฒนาการของเนื้อเรื่องในเนื้อเรื่องบางภาคและตัวละครปฏิปักษ์ที่กลับมาซ้ำ[4] ตัวอย่างเช่นอดีตสหายของกินโทกิชื่อทากาสุงิ ชินสุเกะผู้ถือว่ากินโทกิและอดีตสหายคนอื่นคือศัตรูและหาทางจะทำลายรัฐบาลโชกุน ในเวลาต่อมาทากาสุงิได้พันธมิตรอันได้แก่ คามุอิพี่ชายของคางุระ และหน่วยรบชั้นสูงมิมาวาริงุมิ เพื่อเตรียมก่อการรัฐประหารครั้งใหญ่ ภายหลังเมื่อปฏิปักษ์ที่แท้จริงคืออุซึโร่ผู้เป็นอมตะปรากฏตัว กินโทกิจึงร่วมกับทั้งสหายและศัตรูในการยับยั้งอุซึโร่ไม่ให้ทำลายโลก

แนวและรูปแบบการดำเนินเรื่องแก้ไข

จุดเน้นหลักของฮิเดอากิ โซราจิในการเขียนกินทามะคือการใช้มุกตลก ต่อมาระหว่างการเขียนมังงะเป็นปีที่ 2 ได้เริ่มเพิ่มความเป็นนาฏกรรมในเนื้อเรื่องโดยยังคงความตลกขบขันไว้.[5] มุกตลกหลายครั้งในมังงะเป็นเสียดสีภาพจำเจจากซีรีส์มังงะแนวโชเน็งเรื่องอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น ในตอนแรกสุด หลังจากกินโทกิต่อสู้กับกลุ่มชาวสวรรค์เพื่อปกป้องชินปาจิและทาเอะ ชินปาจิบ่นว่ากินโทกิสู้ได้เพียง "หน้าเดียว" เอง กินโทกิจึงตอบว่า "เจ้าบ้า สำหรับคนเขียนการ์ตูนแล้วหน้าเดียวนี่ก็เสียเวลาวาดนะเฟ้ย!!" ในฉากที่กินโกทิอยากอ่านนิตยสารโชเน็งจัมป์รายสัปดาห์ (ในมังงะฉบับภาษาไทยแปลงเป็นนิตยสารซีคิดส์) อย่างจริงจังเกินจริง (ที่ถึงขั้นทำให้เขาต้องต่อสู้กับผู้อ่านคนอื่นเพื่อแย่งชิงมาอ่าน) ก็มีการพูดล้อเลียนซีรีส์มังงะแนวโชเน็งเช่นกัน[2][6] สถานการณ์ตลกขบขันอื่น ๆ มีความเฉพาะตัว ซึ่งผู้อ่านต้องรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นจึงจะสามารถเข้าใจมุกตลกได้[7] อารมณ์ขันในเรื่องได้รับการระบุโดยสิ่งพิมพ์ว่า "แปลก" และ "ประหลาด" ทั้งยังมีการระบุแนวเรื่องโดยแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ "ตลกบันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์" และ "ตลกซามูไร" สำหรับประเภทแรกอ้างถึงมนุษย์ต่างดาว (ชาวสวรรค์)[8]

ประวัติการสร้างแก้ไข

ในปี พ.ศ. 2546 ฮิเดอากิ โซราจิเป็นศิลปินมังงะหน้าใหม่ผู้เขียนมังงะเรื่องสั้นตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็งจัมป์รายสัปดาห์แล้ว 2 เรื่อง[9] และกำลังเตรียมจะเขียนซีรีส์มังงะเรื่องแรก บรรณาธิการของเขาแนะนำให้เขาสร้างซีรีส์มังงะอิงจากเรื่องราวของกองกำลังตำรวจพิเศษชินเซ็นงุมิ โดยได้แรงบันดาลใจจากละครโทรทัศน์ที่กำลังจะออกอากาศ โซราจิพยายามสร้างซีรีส์นี้เพราะตัวเขาเองก็ยอมรับว่าชื่นชอบชินเซ็นงุมิ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ แทนที่จะทิ้งแนวคิดทั้งหมดโดยสิ้นเชิง โซราจิยังคงมุ่งเน้นที่เรื่องราวของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นแลต่เริ่มเริ่มสร้างเรื่องราวของตนเอง โดยเพิ่มองค์ประกอบความเป็นบันเทิงคดีแนววิทยาศาตร์และดัดแปลงบุคคลในประวัติศาสตร์จำนวนมากเพื่อสร้างเรื่องราวตามความชอบของตนมากขึ้น[10] ชื่อเรื่องดั้งเดิมของซีรีส์เคยตั้งเป็นชื่อว่า "โยโรซูยะ กิน-ซัง" (万事屋銀さん, แปลว่า "คุณกินนักรับจ้างสารพัด") แต่โซราจิเห็นว่าชื่อไม่ดึงดูดมากพอ หลังจากถกเถียงกันอย่างหนัก จึงตัดสินใจใช้ชื่อว่า กินทามะ หลังจากไปปรึกษากับครอบครัว ตัดสินใจใช้ชื่อที่ฟังดูสองแง่สองง่าม[11] แม้ว่าโซราจิเห็นว่ามังงะเรื่องสั้นของเขาเรื่อง "ซามูไรดะ" เป็นเรื่องที่แย่มาก แต่ฉากในมังงะเรื่องสั้นเรื่องนี้ก็เป็นพื้นฐานให้เรื่องกินทามะในการเพิ่มตัวละครมนุษย์ต่างดาว[12] โซราจิชอบยุคบากูมัตสึและยุคเซ็งโงกุเนืองจากทั้งสองยุคเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงปละสะท้อนด้านบวกและด้านลบของมนุษย์ ซีรีส์จึงให้มีฉากในยุคบากูมัตสึในโลกคู่ขนานเพื่อให้ความสำคัญของบูชิโดของตัวละครในฐานะที่เวลานั้นซามูไรอยู่ในช่วงตกต่ำของชีวิต[13] โซราจิยังได้อ้างอิงซีรีส์มังงะเรื่อง ซามูไรพเนจร (พ.ศ. 2537–2542) ซึ่งมีฉากในยุคบากูมัตสึและยุคเมจิว่าเป็นแหล่งแรงบันดาลใจสำคัญ[14]

รายชื่อตอนแก้ไข

ดูบทความหลักที่ รายชื่อตอนในกินทามะ (มังงะ) และ รายชื่อตอนในกินทามะ (อนิเมะ)

ชื่อตอนของกินทามะจะมีลักษณะพิเศษคือ มีชื่อตอนทีมีความยาวมาก มีลักษณะคล้าย ๆ สุภาษิต และดูเหมือนไม่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องในบางตอน แต่จริง ๆ แล้ว ชื่อตอนมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บางส่วนในตอนนั้น ๆ แต่อาจจะเป็นส่วนที่สั้น ๆ หรือไม่ค่อยมีความสำคัญ

เพลงประกอบแก้ไข

เพลงเปิดแก้ไข

  • 1. "Pray" ร้องโดย "Tommy Heavenly6" (ตอนที่ 1-24)
  • 2. "Tooi Nioi (遠い匂い)" ร้องโดย "YO-KING" (ตอนที่ 25-49)
  • 3. "Giniro no Sora (銀色の空)" ร้องโดย "redballoon" (ตอนที่ 50-75)
  • 4. "Kasanaru Kage (かさなる影)" ร้องโดย "Hearts Grow" (ตอนที่ 76-99)
  • 5. "Donten (曇天)" ร้องโดย "DOES" (ตอนที่ 100-125)
  • 6. "Anata magic (アナタ Magic)" ร้องโดย "Monobright" (ตอนที่ 126-150)
  • 7. "Stairway Generation" ร้องโดย "Base Ball Bear" (ตอนที่ 151-176)
  • 8. "Light Infection" ร้องโดย "Prague" (ตอนที่ 177-201)
  • 9. "Tougenkyou Alien" ร้องโดย "Serial TV Drama" (ตอนที่ 202-227)
  • 10. "Dilemma" ร้องโดย "ecosystem'" (ตอนที่ 228-240)
  • 11. "Wonderland" ร้องโดย "FLiP" (ตอนที่ 241-252)
  • 12. "LET'S GO OUT" ร้องโดย "AMOYAMO" (ตอนที่ 253-256)
  • 13. "Sakura Mitsu Tsuki" ร้องโดย "SPYAIR" (ตอนที่ 257-265)
  • 14. "DAYxDAY" ร้องโดย "BLUE ENCOUNT" (ตอนที่ 266-277)
  • 15. "『プライド革命』“PURAIDO kakumei" ร้องโดย "CHiCO with HoneyWorks" (ตอนที่ 278-291)
  • 16. "Beautiful Days" ร้องโดย "OKAMOTO'S" (ตอนที่ 292-303)
  • 17. "KNOW KNOW KNOW" ร้องโดย "DOES" (ตอนที่ 304-316)
  • 18. "Kagerou" ร้องโดย "ЯeaL" (ตอนที่ 317-328)
  • 19. "VS" ร้องโดย "BLUE ENCOUNT" (ตอนที่ 329-341)
  • 20. "勝手にMY SOUL" ร้องโดย "DISH" (ตอนที่

342-353)

เพลงปิดแก้ไข

  • 1. "Fuusen Gamu (風船ガム)" ร้องโดย "Captain Straydum" (ตอนที่ 1-13)
  • 2. "Mr. Raindrop" ร้องโดย "amplified" (ตอนที่ 14-24)
  • 3. "Yuki no Tsubasa (雪のツバサ)" ร้องโดย "redballoon" (ตอนที่ 25-37)
  • 4. "Candy Line (キャンディ・ライン)" ร้องโดย "Takahashi Hitomi" (ตอนที่ 38-49)
  • 5. "Shura (修羅)" ร้องโดย "DOES" (ตอนที่ 50-62)
  • 6. "Kiseki (奇跡)" ร้องโดย "Snowkel" (ตอนที่ 63-75)
  • 7. "SIGNAL" ร้องโดย "KELUN" (ตอนที่ 76-87)
  • 8. "Speed of flow" ร้องโดย "The Rodeo Carburetto" (ตอนที่ 88-99)
  • 9. "Sanagi" ร้องโดย "POSSIBILITY" (ตอนที่ 100-112)
  • 10. "This world is Yours" ร้องโดย "Plingmin" (ตอนที่ 113-125)
  • 11. "I, ai, ai (I 、愛、会い)" ร้องโดย "ghostnote" (ตอนที่ 126-138)
  • 12. "kagayaita (輝いた)" ร้องโดย "Shigi" (ตอนที่ 139-150)
  • 13. "Asa answer (朝ANSWER)" ร้องโดย "PENGIN" (ตอนที่ 151-163)
  • 14. "Wo Ai Ni (ウォーアイニー)" ร้องโดย "Takahashi Hitomi & BEATCRUSADERS" (ตอนที่ 164-176)
  • 15. "Wonderful Days (ワンダフルデイズ)" ร้องโดย "ONE☆DRAFT" (ตอนที่ 177-189)
  • 16. "Sayonara no Sora (サヨナラの空)" ร้องโดย "Qwai" (ตอนที่ 190-201)
  • 17. "Samurai Heart (Some Like It Hot!!)" ร้องโดย "SPYAIR" (ตอนที่ 202-214)
  • 18. "Balance Doll" ร้องโดย "Prague" (ตอนที่ 215-227)
  • 19. "Anagura" ร้องโดย "Kuroneko Chelsea" (ตอนที่ 228-240)
  • 20. "Nakama" ร้องโดย "Good Coming" (ตอนที่ 241-252)
  • 21. "Moonwalk" ร้องโดย "Monobright" (ตอนที่ 253-256)
  • 22. "Expect" ร้องโดย "PAGE" (ตอนที่ 257-265)
  • 23. "DESTINY" ร้องโดย "Negoto" (ตอนที่ 266-277)
  • 24. "『最後までⅡ』“Saigomade Ⅱ" ร้องโดย "Aqua Timez" (ตอนที่ 278-291)
  • 25. "Glorious Days (グロリアスデイズ)" ร้องโดย "THREE LIGHTS DOWN KINGS" (ตอนที่ 292-303)
  • 26. "Acchi Muite (あっちむいて)" ร้องโดย "Swimy" (ตอนที่ 304-316)
  • 27 "silver" ร้องโดย "rize" (ตอนที่ 317-328)
  • 28 "Hankou Seimei" ร้องโดย "Ayumikurikamaki" (ตอนที่ 329-341)
  • 29 "hana ichi monme" ร้องโดย "burnout syndromes" (ตอนที่ 342-353)

รูปแบบต่าง ๆแก้ไข

หนังสือการ์ตูนแก้ไข

การ์ตูนเรื่องกินทามะเริ่มลงตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นจัมป์ ของสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2546[15] จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนตอนมากกว่า 200 ตอน และตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2547[16] จนถึงปัจจุบัน ออกมาถึงเล่มที่ 41[17] นอกจากนี้ สำนักพิมพ์ชูเอฉะยังลงกินทามะลงตอนแรกในหน้าเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ชูเอฉะ[18]

ในอเมริกาเหนือ กินทามะได้รับลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์วิซมีเดีย ตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นจัมป์ระหว่าง เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม พ.ศ. 2550 และเริ่มตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2550[19] โดยได้ตีพิมพ์ถึงเล่มที่ 23 แล้วหยุดการตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มต่อ [20]

ในประเทศไทย กินทามะได้ลิขสิทธิ์โดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ ตีพิมพ์ลงในนิตยสารการ์ตูนซีคิดส์ เอ๊กซ์เพรสรายสัปดาห์ และตีพิมพ์ฉบับรวมเล่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548[21] วางจำหน่ายจนครบ 77 เล่มในปี พ.ศ. 2565[22]

หนังสือการ์ตูนกินทามะที่ตีพิมพ์แล้วในประเทศไทย 77 เล่ม มีชื่อปกบนแต่ละเล่มดังนี้

  1. คนดีมักเป็นคนผมหยักศกตามธรรมชาติ
  2. ความมานะบากบั่นและความดื้อด้านต่างกันเพียงกระดาษกั้น
  3. มาลองคิดดูแล้ว ชีวิตคนเราหลังจากกลายเป็นคุณลุงเนี่ยมันนานกว่าตอนหนุ่มไม่ใช่เรอะ !! น่ากลัว น่ากลัว
  4. คนเป็นพ่อลูกมักเกลียดอะไรเหมือน ๆ กัน
  5. ระวังสายพานให้ดี
  6. มีสิ่งที่ดาบฟาดฟันไม่ได้อยู่
  7. เรื่องไร้สาระเนี่ยจำกันแม่นซะจริง
  8. แฟนของลูกสาวต้องเขกซักโป๊ก
  9. ถ้าริจะเที่ยวคาบาเร่ต์อายุจะต้องถึง 20 ขวบก่อนนะ
  10. แมลงตัวเล็ก ๆ ก็มีจิตวิญญาณเหมือนกัน
  11. อาทิตย์ยังทอแสง
  12. ถ้าเร่งนักก็วิ่งเข้า
  13. ศัตรูเมื่อวาน วันนี้ก็ยังเป็นศัตรูเหมือนเดิม
  14. เมื่อสี่คนเรียงหน้า จะเกิดเชาว์ปัญญามากมาย
  15. รอยยิ้มคือการตกแต่งใบหน้าที่ดีที่สุดของผู้หญิง
  16. ผู้หญิงที่พูดว่าระหว่างฉันกับงานอันไหนสำคัญกว่ากัน ต้องโดนท่าเยอรมันซูเพล็กซ์
  17. ควรเล่นเกมส์แค่วันละหนึ่งชั่วโมง
  18. เหล่าบุรุษทั้งหลายจงเป็นลูกผู้ชายที่ไม่ยอมแพ้
  19. นักวางแผนมักตกหลุมพราง
  20. ก่อนหน้าจะเข้าสู่ช่วงหยุด ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด
  21. แม้สะโพกจะบิดเบี้ยว แต่ก็จะเดินเป็นเส้นตรง
  22. คนเรามักมีแรงผลักดันอยู่ที่หัวใจเสมอ...
  23. เมื่อถึงที่หมายในการไปเที่ยว มักมีเรื่องให้ทะเลาะกัน
  24. มีบางเรื่องที่แม้นพบกันแล้วก็ไม่อาจจะเข้าใจ...
  25. หนังสือที่ใช้หน้าคู่เยอะ ๆ เนี่ยเหมือนหนังสือการ์ตูนเลยเนอะ
  26. การดื่มเหล้าตอนกลางวันจะได้รสชาติที่แตกต่างไป
  27. สวรรค์ไม่ได้สร้างสรรค์ยอดคน แต่เป็นผู้ประดิษฐ์ทรงผม
  28. ยามเข้าไปในร้านแผงลอยจะพบความกล้าที่แสนบอบบาง
  29. แมงมุมยามราตรีมักไม่น่าอภิรมย์
  30. ความยิ่งใหญ่ของวงหัวนมกับความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ถือเป็นความสัมพันธ์ที่ผกผันของซึ่งกันและกัน
  31. การลงคะแนนวัดความนิยมน่ะเรอะ ก็แค่เรื่องไม่เป็นเรื่อง
  32. แมวเถื่อนแห่งคาบุกิโจคือเพลงช้าแต่ก็มีจังหวะหนักแน่น...
  33. ไม่ว่าใครก็อยากแข็งแกร่งและงดงามในหนึ่งเดียว
  34. ในเมืองที่ไร้ขื่อแป มักมีแต่พวกเฮฮาไปวัน ๆ มารวมตัวกัน
  35. เป็นเกียรติที่ได้พบและรู้จัก
  36. อายุขัยไร้กำหนด
  37. เมื่อหมดช่วงหยุดพักฤดูร้อน เราจะมองเห็นทุกคนเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมานิดหนึ่ง
  38. เรื่องราวในครอบครัวของคุณลุง มักเป็นเรื่องที่ชวนให้เพลียหัวใจ
  39. ถึงจะเป็นงานเฮฮาส่งท้ายปี แต่ก็ไม่ควรเฮมากเดี๋ยวจะฮาไม่ออก
  40. โลกนี้มีแต่รัก
  41. อย่าพูดคำว่าลาก่อน
  42. จดหมายจากเด็กกวนเมือง
  43. คนดีมักเป็นคนผมเรียบเนียนตามธรรมชาติ
  44. ความงามที่ผกผัน
  45. เปล่งความในใจ
  46. หัวใจของสิ่งมีชีวิตทั้งมวลล้วนเปล่งประกายแสงออกมาได้
  47. คนดูแลต้นฉบับน่ะมีแค่คนเดียวก็เกินพอแล้ว
  48. หัวใจที่ติดไฟ
  49. ราเม็งพูนชาม
  50. 9+1=ยางิว จูเบ

การนำเสนอเนื้อหาข้ามเรื่องแก้ไข

 
หน้าปกนิตยสารโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ ฉบับที่ 18/2011 แจ้งการตีพิมพ์การ์ตูนข้ามเรื่อง (Crossover) ชุด "กินทามะ" และ "สเก็ต ดานซ์"

การ์ตูนชุด กินทามะ ได้มีการตีพิมพ์ตอนพิเศษซึ่งมีเนื้อหาข้ามเรื่อง (Crossover) กับการ์ตูนชุด "สเก็ต ดานซ์" ในโชเน็นจัมป์ฉบับที่ 18/2011 ประจำวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2554 เพื่อการประชาสัมพันธ์แอนิเมชั่นชุดใหม่ของกินทามะ และแอนิเมชั่นชุดแรกของเรื่องสเก็ต ดานซ์ ซึ่งเริ่มฉายเมื่อต้นเดือนเมษายนปีเดียวกัน โดยการ์ตูนข้ามเรื่องของกินทามะและสเก็ต ดานซ์ แบ่งออกเป็นสองตอน คือ สเก็ต ดานซ์ ตอนที่ 180 "กินทามะ x สเก็ต ดานซ์" (นับลำดับตอนต่อเนื่องกับการ์ตูนในชุดของตัวเอง) และกินทามะตอนพิเศษ "สเก็ต ดานซ์ x กินทามะ" โดยมีผู้เขียนเรื่องต้นฉบับของแต่ละเรื่อง (เคนตะ ชิโนฮาระ จากเรื่องสเก็ต ดานซ์ และฮิเดอากิ โซราจิ จากเรื่องกินทามะ) รับผิดชอบในเนื้อหาการ์ตูนชุดของตนเอง [23]

เนื้อหาของการ์ตูนข้ามเรื่องชุดนี้เริ่มขึ้นในการ์ตูนชุดสเก็ต ดานซ์ ตอนที่ 180 "กินทามะ x สเก็ต ดานซ์" โดยที่ตัวละครหลักของเรื่องกินทามะ (กินโทกิ, คางุระ, ชินปาจิ) ได้ข้ามมิติด้วยเครื่องย้ายมวลสารมายังห้องของชมรมสเก็ตดานซ์และได้พบกับสามตัวละครเอกของเรื่องดังกล่าว (บอสเซน, ฮิเมโกะ, สวิชต์) และจบลงด้วยเหล่าตัวละครเอกของทั้งสองเรื่องถูกเครื่องย้ายมวลสารดึงมาสู่มิติของเรื่องกินทามะ และต่อด้วยเรื่องกินทามะตอนพิเศษ "สเก็ต ดานซ์ x กินทามะ" ซึ่งกล่าวถึงการแข่งขันชิงความเป็นสุดยอดร้านรับจ้างสารพัดระหว่างทีมกินทามะกับทีมสเก็ต ดานซ์ โดยใช้ฉากที่คล้ายกับโลกในเรื่อง "วันพีซ x โทริโกะ" ซึ่งเป็นการ์ตูนข้ามเรื่องอีกชุดหนึ่งของโชเน็นจัมป์ ที่ตีพิมพ์ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน

อนึ่ง หลังจากได้มีการออกอากาศแอนิเมชั่นของการ์ตูนชุดกินทามะและสเก็ต ดานซ์ได้ 6 เดือน ได้มีการประกาศทำแอนิเมชั่นเนื้อหาข้ามเรื่องของทั้งสองเรื่องเป็นการเฉพาะ โดยมีกำหนดการออกอากาศในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 ทั้งนี้จะเริ่มออกอากาศในตอน "สเก็ต ดานซ์ x กินทามะ" ในวันจันทร์ที่ 26 กันยายน และออกอากาศตอน "กินทามะ x สเก็ต ดานซ์" ในวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน สตูดิโอที่รับผิดชอบการผลิดแอนิเมชั่นชุดนี้คือซันไรส์ ("สเก็ต ดานซ์ x กินทามะ") และทัตซึโนะโกะ โปรดัคชั่น ("กินทามะ x สเก็ต ดานซ์") ซึ่งเป็นสตูดิโอที่รับผิดชอบแอนิเมชั่นชุดกินทามะและสเก็ต ดานซ์ ตามลำดับ[24]

โอวีเอแก้ไข

ออริจินอลวิดีโอแอนิเมชัน (โอวีเอ) ของการ์ตูนกินทามะ ผลิตโดยบริษัทซันไรส์ โอวีเอตอนแรก ใช้ชื่อตอนเดียวกับชื่อเรื่อง ได้รับการฉายในงานจัมป์เฟสต้า 2005 โอวีเอตอนที่สองใช้ชื่อว่า "ชิโระยะฉะ โคทัน" (ญี่ปุ่น: 白夜叉降誕โรมาจิShiroyasha Kotan; "กำเนิดปีศาจขาว") ได้รับการฉายในงานจัมป์เฟสต้า 2008 ดีวีดีของโอวีเอทั้งสองตอน ใช้ชื่อว่า Gintama Jump Anime Tour 2008 & 2005 ผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัทอะนิเพล๊กซ์ในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552 [25]

ซีรีส์อนิเมะแก้ไข

กินทามะแก้ไข

ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์เรื่อง กินทามะ ผลิตโดยบริษัทซันไรส์ 99 ตอนแรกกำกับโดยชินจิ ทากามาสึ ตอนที่ 100 ถึง 105 กำกับร่วมกันโดยชินจิ ทากามาสึและโยอิจิ ฟูจิตะ ตั้งแต่ตอนที่ 106 เป็นต้นไปกำกับโดยโยอิจิ ฟูจิตะ [26] ออกอากาศทางทีวีโตเกียว ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2549 ถึง วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553

ในประเทศญี่ปุ่น บริษัทอะนิเพล๊กซ์ได้จำหน่ายดีวีดีภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะตามลำดับเวลาดังนี้

ส่วนในประเทศไทย มีบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะ ได้แก่ บริษัททีไอทีเอ และบริษัทไรท์บิยอนด์

  • บริษัททีไอทีเอ ได้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะปี 1 [32] และวางจำหน่ายในรูปแบบวีซีดี 25 แผ่น[33] และ ดีวีดี 12 แผ่น[34]
  • บริษัทไรท์บิยอนด์ ได้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะปี 2, ปี 3 และ ปี 4
    • วางจำหน่ายภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะปี 2 ในรูปแบบวีซีดี 23 แผ่น ดีวีดี 12 แผ่น
    • วางจำหน่ายภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะปี 3 ในรูปแบบวีซีดี 25 แผ่น ดีวีดี 13 แผ่น
    • วางจำหน่ายภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะปี 4 ในรูปแบบวีซีดี 25 แผ่น ดีวีดี 13 แผ่น

ภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะออกอากาศทางโทรทัศน์ครั้งแรกในวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553 ในประเทศไทยทางช่องการ์ตูนคลับแชนแนล เมื่อในวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553 จนถึงปัจจุบัน โดยออกอากาศตอนที่ 1 ถึง ตอนที่ 52 และเคยมีการออกอากาศภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะครบทุกตอนทางช่องทรู สปาร์ค ในปัจจุบันมีการออกอากาศภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะทางช่อง 6 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน

โยรินูกิ กินทามะ-ซังแก้ไข

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในภาษาญี่ปุ่นที่ ja:よりぬき銀魂さん

หลังจบแอนิเมชั่นชุดกินทามะ ภาค 4 สถานีโทรทัศน์ทีวีโตเกียวได้ออกอากาศภาพยนตร์แอนิเมชั่นทางโทรทัศน์ชุด "โยรินุกิ กินทามะ-ซัง" (ญี่ปุ่น: よりぬき銀魂さんทับศัพท์: Yorinuki Gintama-san; "รวมตอนที่ดีที่สุดของกินทามะ") ซึ่งเป็นการคัดเลือกตอนเก่า ๆ ของแอนิเมชั่นชุดกินทามะจากทั้งสี่ภาคมาออกอากาศซ้ำในระบบโทรทัศน์รายละเอียดสูง (HDTV) โดยชื่อของรายการนี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อล้อเลียนการออกอากาศซ้ำของแอนิเมชั่นชุด "ซาซาเอะซัง"[35] แอนิเมชั่นชุดนี้มีจำนวน 51 ตอน ออกอากาศตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553 จนถึงวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

ทั้งนี้ นอกจากการปรับปรุงระบบการออกอากาศจาก 4:3 มาเป็น 16:9 แล้ว ได้มีการเพิ่มเพลงเปิดและเพลงปิดรายการขึ้นใหม่อย่างละ 4 เพลง ดังรายชื่อต่อไปนี้

เพลงเปิดรายการ
  1. "บะคุจิ แดนเซอร์" (ญี่ปุ่น: バクチ・ダンサーโรมาจิBakuchi Dansā; "Bakuchi Dancer") โดย Does (ตอนที่ 1-9)
  2. "คะเซะ โน โงะโทะคุ" (ญี่ปุ่น: 風のごとく; "Kaze no Gotoku") โดย โจ อิโนะอุเอะ (ตอนที่ 10-26) [36]
  3. "คะโนเซ เกิร์ล" (ญี่ปุ่น: 可能性ガールทับศัพท์: Kanōsei Gāru; "Kanōsei Girl") โดย คุริยะมะ จิอะกิ (ตอนที่ 27-39)
  4. "คาโทะเนียโงะ" (ญี่ปุ่น: カートニアゴ) โดย FILP (ตอนที่ 40-51)
เพลงปิดรายการ
  1. "โบะคุทะจิ โนะ คิเซ็ทซึ" (ญี่ปุ่น: 僕たちの季節; "Bokutachi no Kisetsu") โดย Does (ตอนที่ 1-9)
  2. "เวฟ" (อังกฤษ: "WAVE") โดย Vijandeux (ตอนที่ 10-26)
  3. "อินมายไลฟ์" (อังกฤษ: "IN MY LIFE") โดย Azu (ตอนที่ 27-39)
  4. "ซะกุระเนะ" (ญี่ปุ่น: 桜音; "Sakurane") โดย Piko (ตอนที่ 40-51)

กินทามะ'แก้ไข

ดูบทความหลักที่: รายชื่อตอนในกินทามะ'

ในช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของการออกอากาศแอนิเมชั่นชุดกินทามะ ภาค 4 โยอิจิ ฟูจิตะ ผู้กำกับแอนิเมชั่นชุดนี้ได้กล่าวว่าแอนิเมชั่นชุดนี้จะออกอากาศต่อเมื่อทีมงานผลิตรายการสามารถรวมรวบวัตถุดิบสำหรับการทำแอนิเมชั่นได้เพียงพอ ส่วนชินจิ ทากามัตสึ ซึ่งเป็นผู้ดูแลรายการ ได้กล่าวย้ำว่า แอนิเมชั่นทางโทรทัศน์ชุดนี้ยังไม่จบ และจะกลับมาออกอากาศอีกครั้งอย่างแน่นอน[37] ต่อมาสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ได้ประกาศในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 ว่า แอนิเมชั่นชุดใหม่ของเรื่องนี้จะกลับมาแพร่ภาพในเดือนเมษายน พ.ศ. 2554[38]

เมื่อจบการออกอากาศแอนิเมชั่นชุด "โยรินุกิ กินทามะ-ซัง" ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554 แล้ว ในสัปดาห์ถัดมา ซึ่งตรงกับวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554 สถานีโทรทัศน์ทีวีโตเกียวจึงเริ่มการแพร่ภาพแอนิเมชั่นเรื่องกินทามะชุดใหม่ ภายใต้ชื่อ กินทามะ' (ญี่ปุ่น: 銀魂’โรมาจิGintama' มีการเพิ่มเครื่องหมายอะพอสทรอฟีไว้หลังชื่อ) ซึ่งเป็นแอนิเมชั่นเรื่องกินทามะชุดล่าสุดที่กำลังออกอากาศในขณะนี้[39] ทีมงานในการผลิตยังคงใช้ทีมงานชุดเดียวกันกับใน 4 ภาคก่อนหน้า โดยมีโยอิจิ ฟูจิตะ เป็นผู้กำกับรายการ สำหรับดีวีดีชุดแรกจากแอนิเมชั่นชุดนี้จะเริ่มจัดจัดจำหน่ายในวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554[40]

ในประเทศไทย มีบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะ' คือบริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ วางจำหน่ายในรูปแบบดีวีดี 13 แผ่น

กินทามะ ซีซั่น 6 ภาคล่วงเวลาแก้ไข

ภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะ ซีซั่น 6 ภาคล่วงเวลาสถานีโทรทัศน์ทีวีโตเกียวเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เป็นภาคต่อเนื่องจากภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะ' ที่จบไปเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2555 ทีมงานในการผลิตยังคงใช้ทีมงานชุดเดียวกันกับภาคก่อนหน้า โดยมีโยอิจิ ฟูจิตะ เป็นผู้กำกับรายการ[41] สิ้นสุดการออกอากาศเมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556 มีจำนวนตอนทั้งหมด 13 ตอน รวบรวมเป็นดีวีดีได้ 4 แผ่น วางจำหน่ายระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ถึงวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ในประเทศไทย มีบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะ ซีซั่น 6 ภาคล่วงเวลา คือบริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ วางจำหน่ายในรูปแบบดีวีดีบ๊อกซ์เซ็ต รวมดีวีดี 4 แผ่น วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2557

กินทามะ มารุแก้ไข

กินทามะ พีเรียดแก้ไข

กินทามะ พีเรียด ภาคโปโรริแก้ไข

กินทามะ พีเรียด ภาคชิโรงาเนะ โนะ ทามาชีแก้ไข

ภาพยนตร์แก้ไข

ภาพยนตร์แอนิเมชันแก้ไข

มีภาพยนตร์สามเรื่องที่อิงจากแฟรนไชส์กินทามะเรื่องแรกคือ กินทามะ เดอะมูฟวี่ กำเนิดใหม่ดาบเบนิซากุระ เป็นการดัดแปลงมาจากเนื้อเรื่องภาคเบนิซากุระของเรื่องกินทามะ ซึ่งเป็นเหตุการณ์เมื่อคาซึระถูกคนของกองทหารอสุราลอบทำร้าย เหล่านักรับจ้างสารพัดจึงออกสืบหาต้นตอของเรื่องราวทั้งหมด [42][43] ภาพยนตร์ออกฉายที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อในวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553 ในประเทศไทย บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ได้ประกาศเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ภาคนี้บนเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ของบริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ เมื่อวันที่ วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554 [44] ได้ออกฉายในงาน Manga & Anime festa ณ เซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่า เมื่อวันที่ 6 และ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2554 [45] ออกวางจำหน่ายทั้งในรูปแบบดีวีดีและวีซีดีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554 และเคยออกอากาศทางช่องแก๊งการ์ตูน เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557 [46]

ภาพยนตร์เรื่องที่สองคือ กินทามะ เดอะมูฟวี่ บทสุดท้าย : กู้กาลเวลาฝ่าวิกฤตพิชิตอนาคต ออกฉายที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อในวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 ในประเทศไทย บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ได้ประกาศเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ภาคนี้ในงานฉายภาพยนตร์ ฮันเดอร์ x ฮันเตอร์ เดอะ มูฟวี่ เนตรสีเพลิงกับกองโจรเงามายาเซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556 [47] ออกวางจำหน่ายทั้งในรูปแบบดีวีดีและวีซีดี

ภาพยนตร์เรื่องที่สามประกาศสร้างในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 ในหนังสือมังงะเล่มที่ 77 [48] ภาพยนตร์มีชื่อเสียงว่า กินทามะ เดอะ ไฟนอล ในประเทศญี่ปุ่น และ กินทามะ เดอะ เวรี่ ไฟนอล ในประเทศไทย ออกฉายที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2564[49][50] ดัดแปลงจากบทสุดท้ายของมังงะต้นฉบับ ประกอบกับเนื้อเรื่องที่เพิ่มเข้าไปใหม่[51] วง Spyair ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เพลงหลักชื่อเพลง "วาดาจิ" (ญี่ปุ่น: 轍~Wadachi~; แปลว่า "รอยล้อรถ") ส่วนวง Does ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เพลงแทรก[52] การ์ดภาพวาดของตัวละครจากเรื่อง ดาบพิฆาตอสูร วาดโดยโซราจิ ประกอบด้วยภาพของโคมาโดะ ทันจิโร่และเสาหลัก เป็นของแจกให้ผู้เข้าชมในการฉายภาพยนตร์สัปดาห์แรก[53][54] อนิเมะตอนพิเศษ กินทามะ เดอะ เซมิ-ไฟนอล ซึ่งมีเนื้อเรื่องผูกกับภาพยนตร์ เริ่มฉายในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564 ทางบริการออนไลน์ dTV อนิเมะตอนพิเศษตอนที่สองฉายในวันที่ 20 มกราคม[55] ในประเทศไทย ภาพยนตร์กินทามะ เดอะ เวรี่ ไฟนอล จัดจำหน่ายโดยบริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และดูแลการตลาดโดยบริษัท ไฟว์สตาร์ เอเจนซี่ จำกัด ภาพยนตร์ออกฉายในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565[56]

ภาพยนตร์ไลฟ์แอคชันแก้ไข

เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2559 สำนักพิมพ์ชูเอฉะได้ประกาศว่าเรื่องกินทามะจะได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอคชัน และจะออกฉายในปี พ.ศ. 2560 กำกับและเขียนบทภาพยนตร์โดยยูอิจิ ฟุคุดะ และนำแสดงโดย ชุน โอะงุริ [57]

ภาพยนตร์ไลฟ์แอคชันดัดแปลงจากเรื่องกินทามะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 ในประเทศไทย ภาพยนตร์เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560 [58] โดยมีชื่อเรื่องภาษาไทยว่า กินทามะ ซามูไร เพี้ยนสารพัด

ซีดีซาวน์แทร็กแก้ไข

ดนตรีประกอบภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะ ประพันธ์โดย เออิจิ คามางาตะ ในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2549 ได้มีการจำหน่ายซีดีเซาด์แทร็กของภาพยนตร์การ์ตูนกินทามะ ประกอบด้วยเซาวน์แทร็กจำนวน 32 เพลง รวมไปถึงเพลงเปิดเพลงแรก และเพลงปิดสองเพลงแรก [59]

ซีดีซาวน์แทร็กลำดับที่ 2 วางจำหน่ายในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ประกอบด้วยซาวน์แทร็กจำนวน 40 เพลง[60] ส่วนซีดีซาวน์แทร็กลำดับที่ 3 ที่เป็นลำดับล่าสุด วางจำหน่ายในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ประกอบด้วยซาวน์แทร็กจำนวน 28 เพลง[61]

ไลต์โนเวลแก้ไข

 
ไลต์โนเวลกินทามะ ปี 3 ห้อง Z ครูซ่ากินปาจิ เล่มที่ 1

นิยายไลต์โนเวลที่อิงจากหนังสือการ์ตูน กินทามะ เขียนเนื้อเรื่องโดยโทโมฮิโตะ โอซากิ วาดภาพประกอบโดยฮิเดอากิ โซราจิ เจ้าของเรื่องต้นฉบับ และตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ชูเอฉะ ฉากของเรื่องเป็นโรงเรียนชื่อโรงเรียนกินทามะ โดยกินโทกิรับบทอาจารย์โดยใช้ชื่อว่า ซากาตะ กินปาจิ และตัวละครอื่น ๆ ส่วนใหญ่รับบทนักเรียนหรืออาจารย์คนอื่น ๆ ในโรงเรียน เนื้อเรื่องของไลต์โนเวลกินทามะตีพิมพ์ในนิตยสาร จัมป์สแควร์ ใช้ชื่อเรื่องว่า ปี 3 ห้อง Z ครูซ่ากินปาจิ (ญี่ปุ่น: 3年Z組銀八先生โรมาจิ3-Nen Z-Gumi Ginpachi-sensei; "ปี 3 ห้อง Z อาจารย์กินปาจิ") ไลต์โนเวลเล่มแรกตีพิมพ์ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 และตีพิมพ์ถึงเล่มที่ 7 [62][63] ซึ่งมีชื่อเรื่องดังต่อไปนี้

ในประเทศไทย นิยายไลต์โนเวลกินทามะ ปี 3 ห้อง Z ครูซ่ากินปาจิ เป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ไลท์ วางจำหน่ายเล่มที่ 1 เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 [64] ปัจจุบันตีพิมพ์ครบ 7 เล่มแล้ว ซึ่งมีชื่อเรื่องดังนี้

  1. กินทามะ ปี 3 ห้อง Z ครูซ่ากินปาจิ
  2. กินทามะ ปี 3 ห้อง Z ครูซ่ากินปาจิ 2: ทัศนศึกษาล่ะ! ทุกคนมารวมตัวกัน!!
  3. กินทามะ ปี 3 ห้อง Z ครูซ่ากินปาจิ 3: ไปห้องให้คำปรึกษาแก่นักเรียนกันเถอะ!
  4. กินทามะ ปี 3 ห้อง Z ครูซ่ากินปาจิ 4: มีเรื่องแบบนั้นกับเรื่องแบบนี้ด้วยเร้ออออออ!!
  5. กลับมาแล้วจ้ะ กินทามะ ปี 3 ห้อง Z ครูซ่ากินปาจิ RETURN: ไอ้หนุ่มเลือดเย็น ทากาสุงิคุง
  6. กลับมาแล้วจ้ะ กินทามะ ปี 3 ห้อง Z ครูซ่ากินปาจิ Phoenix: Funky Monkey Teachers
  7. กลับมาแล้วจ้ะ กินทามะ ปี 3 ห้อง Z ครูซ่ากินปาจิ Forever: ลาก่อน ชาว 3Z อันเป็นที่รัก

นอกจากนี้ ยังมีฉบับนิยายของภาพยนตร์กินทามะ เดอะมูฟวี่ บทสุดท้าย : กู้กาลเวลาฝ่าวิกฤตพิชิตอนาคต ที่เขียนโดยโทโมฮิโตะ โอซากิเช่นเดียวกัน วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 ปีเดียวกันกับที่ภาพยนตร์เข้าฉายที่ประเทศญี่ปุ่น [65] นิยายฉบับนี้ยังไม่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย

วิดีโอเกมแก้ไข

ไกด์บุ๊คแก้ไข

ปัจจุบันมีการตีพิมพ์ไกด์บุ๊คกินทามะแล้ว 3 เล่ม สำหรับมังงะ 2 เล่ม และอนิเมะ 1 เล่ม ไกด์บุ๊คสำหรับมังงะเล่มแรก มีชื่อว่า Gintama Official Character Book - Gin Channel (ญี่ปุ่น: 銀魂公式キャラクターブック「銀ちゃんねる!」) ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ชูเอฉะในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2549 ในตัวหนังสือประกอบด้วยข้อมูลตัวละคร บทสัมภาษณ์ฮิเดอากิ โซราจิ และสติกเกอร์ตัวละคร [71] ไกด์บุ๊คสำหรับมังงะเล่ม 2 มีชื่อว่า Gintama Official Character Book 2 - Fifth Grade (ญี่ปุ่น: 銀魂公式キャラクターブック2 「銀魂五年生」) ตีพิมพ์ในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นเล่มที่เพิ่มข้อมูลของตัวละครใหม่เพิ่มเติมจากเล่มแรก [72] ไกด์บุ๊คสำหรับอนิเมะมีชื่อว่า Gintama Official Animation Guide "Gayagaya Box" (ญี่ปุ่น: オフィシャルアニメーションガイド 銀魂あにめガヤガヤ箱) ตีพิมพ์ในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2551 เนื่องในโอกาสกินทามะออกอากาศถึงตอนที่ 100 มีข้อมูลเกี่ยกวับนักพาย์ผู้พากย์เป็นตัวละครในกินทามะ[73]

เสียงตอบรับแก้ไข

ในประเทศญี่ปุ่น การ์ตูนเรื่องกินทามะได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ในปี พ.ศ. 2549 [74] หนังสือการ์ตูนกินทามะ 12 เล่มที่ออกวางแผงในปีนั้น ขายได้จำนวนรวมกัน 7,500,000 เล่ม ในปี พ.ศ. 2550 ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 16 ล้านเล่ม ติดอันดับการ์ตูนขายดีของนิตยสารโซเน็นจัมป์ในปี พ.ศ. 2550 [75] ในปี พ.ศ. 2551 ยอดจำหน่ายของการ์ตูนกินทามะเป็น 20 ล้านเล่ม[76]

ส่วนในประเทศไทย ในระยะแรก กระแสตอบรับของการ์ตูนกินทามะเป็นไปในทางลบ เนื่องจากผู้อ่านบางกลุ่มอ่านกินทามะไม่เข้าใจ[21] แต่ด้วยการพัฒนาเนื้อหาของผู้แต่งในระยะต่อมา และการแปลเป็นภาษาไทยที่ได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น จึงทำให้กินทามะกลับมามีความนิยมอย่างท่วมท้นในประเทศไทย โดยเฉพาะการประกาศเรื่องและตัวละครชายดีเด่นในปี2010 ผลการโหวตปรากฏว่า การ์ตูนกินทามะได้อันดับที่สองรองจากK-on! และซากาตะ กินโทกิ ได้รับการโหวตให้เป็นตัวละครชายยอดนิยมแห่งปี

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 "The Official Website for Gin Tama". Viz Media. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ August 21, 2018. สืบค้นเมื่อ October 27, 2017.
  2. 2.0 2.1 Aoki, Deb. "Gin Tama, volume 1 by Hideaki Sorachi". About.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ February 8, 2009. สืบค้นเมื่อ July 11, 2009.
  3. 銀魂. eiga.com (ภาษาญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ September 6, 2016.
  4. Santos, Carlo (May 12, 2009). "RIGHT TURN ONLY!! Gin and Juice". Anime News Network. สืบค้นเมื่อ August 3, 2009.
  5. โซราจิ, ฮิเดอากิ (2005). กินทามะ เล่ม 6. สยามอินเตอร์คอมิกส์. p. 26. ISBN 978-4-08-873781-2.
  6. Santos, Carlo (July 8, 2008). "RIGHT TURN ONLY!! Strange Times". Anime News Network. สืบค้นเมื่อ July 8, 2009.
  7. Santos, Carlo (April 4, 2008). "Gin Tama, vol. 5 review". Anime News Network. สืบค้นเมื่อ July 11, 2009.
  8. Douresseaux, Leroy (June 29, 2009). "Gin Tama: Volume 13". Comic Book Bin. สืบค้นเมื่อ August 4, 2009.
  9. Sorachi, Hideaki (2007). Gin Tama, Vol. 2. Viz Media. pp. 152. ISBN 978-1-4215-1359-1.
  10. Sorachi, Hideaki (2007). Gin Tama, Vol. 1. Viz Media. pp. 204–205. ISBN 978-1-4215-1358-4.
  11. Sorachi, Hideaki (2008). Gin Tama, Vol. 5. Viz Media. p. 46. ISBN 978-1-4215-1618-9.
  12. Sorachi, Hideaki (2007). Gin Tama, Vol. 1. Viz Media. p. 203. ISBN 978-1-4215-1358-4.
  13. Quick Japan (ภาษาญี่ปุ่น). Otashuppan. October 2009. pp. 22–41. ISBN 978-4778311940.
  14. Sorachi, Hideaki (25 January 2021). "15作家の「祝辞」紹介" [Introduction of 15 writers' congratulations]. Twitter (ภาษาญี่ปุ่น). Shueisha. สืบค้นเมื่อ 29 September 2021. The reason why historical stories are being dealt with in all sorts of manga and game media today, and why they are being supported by the younger generation, is undoubtedly because of the work "Ruroken". As usual, I was one of the radish thieves, or rather, a senior member of the thieves, who trespassed into the fields cultivated by Mr. Watsuki without permission and sold radishes. (...) We are all children of the "Ruroken" bloodline, so please don't sue us or anything like that.
  15. "2004年新年2号" (ภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-02-05. สืบค้นเมื่อ June 18, 2009.
  16. "銀魂―ぎんたま― 1" (ภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. สืบค้นเมื่อ June 17, 2009.
  17. "銀魂―ぎんたま― 39" (ภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. สืบค้นเมื่อ March 14, 2011.
  18. "Shonen Jump Posts 1st Japanese Chapters of 22 Manga for Free". Anime News Network. August 3, 2009. สืบค้นเมื่อ August 10, 2009.
  19. "Gin Tama, Vol. 1" (ภาษาอังกฤษ). Viz Media. สืบค้นเมื่อ June 17, 2009.
  20. "Viz Confirms Gintama Manga 23 Is Final N. American Volume (Updated)". เครือข่ายข่าวอนิเมะ. สืบค้นเมื่อ August 1, 2016.
  21. 21.0 21.1 ข้อมูลการ์ตูนกินทามะ
  22. โซราจิ, ฮิเดอากิ. "เล่ม 77". กินทามะ. สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์.
  23. "บอกเล่าข่าวการ์ตูนประจำสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม - 3 เมษายน 2554". kartoon-discovery.com. April 3, 2011. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-11-05. สืบค้นเมื่อ September 16, 2011.
  24. "บอกเล่าข่าวการ์ตูนประจำสัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 5-11 กันยายน 2554". kartoon-discovery.com. September 11, 2011. สืบค้นเมื่อ September 16, 2011.[ลิงก์เสีย]
  25. "銀魂 ジャンプアニメツアー2008&2005 DVD" [Gintama Jump Anime Tour 2008 & 2005] (ภาษาญี่ปุ่น). Amazon.com. สืบค้นเมื่อ July 12, 2009.
  26. "Yoichi Fujita to Stop Directing Gintama This Spring". Anime News Network. January 11, 2009. สืบค้นเมื่อ July 11, 2009.
  27. "銀魂 1 通常版" (ภาษาอังกฤษ). Amazon.com. สืบค้นเมื่อ April 10, 2009.[ลิงก์เสีย]
  28. "銀魂 第1期のDVD情報はこちら!!" (ภาษาอังกฤษ). ซันไรซ์. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-07-26. สืบค้นเมื่อ June 20, 2009.
  29. "銀魂 シーズン其ノ弐のDVD情報はこちら!!". ซันไรส์. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-07-22. สืบค้นเมื่อ June 20, 2009.
  30. "Gintama - Products - DVD 3" (ภาษาญี่ปุ่น). ซันไรส์. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-07-04. สืบค้นเมื่อ July 20, 2009.
  31. "銀魂 シーズン其ノ四 1" [Gintama Season 4, Volume 1] (ภาษาญี่ปุ่น). Amazon.com. สืบค้นเมื่อ October 11, 2009.
  32. "ประกาศจากบริษัททีไอจีเอเรื่องการถือลิขสิทธิ์การ์ตูนกินทามะปี 2". ทีไอจีเอ. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-09-14. สืบค้นเมื่อ September 8, 2009.
  33. "วีซีดีกินทามะแผ่นที่ 1-25". ทีไอจีเอ. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-09-01. สืบค้นเมื่อ July 15, 2009.
  34. "ดีวีดีกินทามะแผ่นที่ 1-12". ทีไอจีเอ. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-09-01. สืบค้นเมื่อ July 15, 2009.
  35. "「銀魂」最終回の日に両国国技館でイベント、全国で約2万人が"2期宣言"に拍手喝采 - ザテレビジョン". March 29, 2010. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-11-19. สืบค้นเมื่อ June 21, 2010.
  36. "ナタリー - 井上ジョー新曲がアニメ「よりぬき銀魂さん」オープニング". May 25, 2010. สืบค้นเมื่อ June 21, 2010.
  37. "Gintama Director Shinji Takamatsu: 'It's Not Over'". Anime News Network. March 29, 2010. สืบค้นเมื่อ March 29, 2010.
  38. "News: Gintama TV Anime to Resume". Anime News Network. December 1, 2010. สืบค้นเมื่อ December 5, 2010.
  39. "News: Crunchyroll to Simulcast Gintama TV Anime's Return". Anime News Network. March 28, 2011. สืบค้นเมื่อ March 28, 2011.
  40. "Gintama' 1 Regular Edition". Neowing. สืบค้นเมื่อ June 7, 2011.
  41. "New Gintama Anime Episodes to Resume on TV" (ภาษาอังกฤษ). Anime News Network. สืบค้นเมื่อ October 26, 2012.
  42. "Gintama, Haruhi Suzumiya Films' Dates Listed in 2010". Anime News Network. November 2, 2009. สืบค้นเมื่อ November 3, 2009.
  43. "Gintama, Precure, Shin-chan Movie Trailers Streamed". Anime News Network. December 12, 2009. สืบค้นเมื่อ December 12, 2009.
  44. "ประกาศลิขสิทธิ์เซ็ตใหม่ บาคุมัง / ยัตเตอร์แมน / กินทามะเดอะมูวี / กาโร่เดอะมูวี่". โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์. April 6, 2011. สืบค้นเมื่อ June 14, 2011.
  45. "Manga & Anime festa". เซนชู พับลิชชิ่ง. July 20, 2011. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-04. สืบค้นเมื่อ October 20, 2014.
  46. นิตยสาร Rose Magazine ฉบับเดือนมกราคม พ.ศ. 2557
  47. "ประกาศลิขสิทธิ์ใหม่โรสมีเดีย ธันวาคม 2556 ครั้งที่ 3 X03 GintamaMovie2". โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์. December 21, 2013. สืบค้นเมื่อ October 20, 2014.
  48. Sherman, Jennifer (August 1, 2019). "Gintama Manga Gets New Anime Film". Anime News Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ August 1, 2019. สืบค้นเมื่อ August 1, 2019.
  49. Sherman, Jennifer (December 21, 2019). "New Gintama Anime Film Opens in 2021". Anime News Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ September 30, 2022. สืบค้นเมื่อ December 21, 2019.
  50. Pineda, Rafael Antonio (August 12, 2020). "New Gintama Anime Film's Teaser Claims January 2021 Film Is 'Finale for Real'". Anime News Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ August 17, 2020. สืบค้นเมื่อ August 12, 2020.
  51. Pineda, Rafael Antonio (August 19, 2020). "Gintama: The Final Anime Film Is Based on Manga's Finale". Anime News Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ August 21, 2020. สืบค้นเมื่อ August 20, 2020.
  52. Loo, Egan (October 9, 2020). "Gintama: The Final Film's Trailer Highlights SPYAIR's Theme Song, Story Finale 'For Real'". Anime News Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ September 30, 2022. สืบค้นเมื่อ October 11, 2020.
  53. Pineda, Rafael Antonio (December 7, 2020). "Gintama The Final Film Presents Trailer, Demon Slayer Card Drawn By Gintama's Hideaki Sorachi". Anime News Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ November 23, 2021. สืบค้นเมื่อ December 8, 2020.
  54. Loo, Egan (December 19, 2020). "See Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba Characters — as Drawn by Gintama's Hideaki Sorachi". Anime News Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ December 19, 2020. สืบค้นเมื่อ December 19, 2020.
  55. Pineda, Rafael (January 27, 2021). "Gintama The Semi-Final Net Anime Also Gets Cast Commentary Track". Anime News Network. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ January 27, 2021. สืบค้นเมื่อ January 27, 2021.
  56. "กินทามะ เดอะ เวรี่ ไฟนอล". เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์. สืบค้นเมื่อ February 14, 2022.
  57. "Gintama Manga Gets Live-Action Film Adaptation in 2017 Starring Shun Oguri". Anime News Network. June 30, 2016. สืบค้นเมื่อ August 31, 2017.
  58. "กินทามะ ซามูไร เพี้ยนสารพัด". เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์. สืบค้นเมื่อ August 31, 2017.
  59. "銀魂 オリジナル・サウンドトラック Soundtrack" (ภาษาญี่ปุ่น). Amazon.com. สืบค้นเมื่อ July 12, 2009.
  60. "銀魂 オリジナル・サウンドトラック 2" (ภาษาญี่ปุ่น). Amazon.com. สืบค้นเมื่อ July 12, 2009.
  61. "銀魂 オリジナル・サウンドトラック 3" (ภาษาญี่ปุ่น). Amazon.com. สืบค้นเมื่อ July 12, 2009.
  62. "銀魂3年Z組銀八先生" (ภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. สืบค้นเมื่อ June 19, 2009.
  63. "帰ってきた3年Z組銀八先生フォーエバ- さらば、愛しき3Zたちよ" (ภาษาญี่ปุ่น). Shueisha. สืบค้นเมื่อ September 13, 2013.
  64. "กินทามะ‬ ปี 3 ห้อง Z ครูซ่ากินปาจิ". สยามอินเตอร์คอมิกส์ไลท์. สืบค้นเมื่อ July 11, 2015.
  65. "劇場版 銀魂 完結篇" (ภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. สืบค้นเมื่อ August 30, 2017.
  66. "Gintama Gin-San to Issho" (ภาษาอังกฤษ). GameSpot. สืบค้นเมื่อ July 10, 2009.
  67. "Gintama: Banji Oku Chuubu" (ภาษาอังกฤษ). GameSpot. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-22. สืบค้นเมื่อ July 10, 2009.
  68. "Gintama: Gin-Oh Quest" (ภาษาอังกฤษ). GameSpot. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-22. สืบค้นเมื่อ July 10, 2009.
  69. "Gintama DS: Yorozuya Daisoudou" (ภาษาอังกฤษ). GameSpot. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-07-22. สืบค้นเมื่อ July 10, 2009.
  70. "Gintama: Gintoki vs. Dokata" (ภาษาอังกฤษ). GameSpot. สืบค้นเมื่อ July 10, 2009.
  71. "銀魂公式キャラクターブック「銀ちゃんねる!」" (ภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. สืบค้นเมื่อ July 26, 2009.
  72. "銀魂公式キャラクターブック2 「銀魂五年生」" (ภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. สืบค้นเมื่อ July 26, 2009.
  73. "オフィシャルアニメーションガイド 銀魂あにめガヤガヤ箱" (ภาษาญี่ปุ่น). ชูเอฉะ. สืบค้นเมื่อ July 26, 2009.
  74. "Shounen Jump Manga Circulation Numbers". Comipress. June 1, 2006. สืบค้นเมื่อ August 27, 2009.
  75. "Comipress News article on "The Rise and Fall of Weekly Shōnen Jump"". Comipress. May 6, 2007. สืบค้นเมื่อ June 2, 2008.
  76. "ジャンプ作品売り上げ推移" (ภาษาญี่ปุ่น). GeoCities. สืบค้นเมื่อ March 28, 2008.

ดูเพิ่มแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข