เปิดเมนูหลัก

การพิชิตดินแดนโดยมุสลิม

การพิชิตดินแดนโดยมุสลิม หรือ การพิชิตดินแดนโดยอาหรับ (อังกฤษ: Muslim conquests; อาหรับ: الفتوحات الإسلاميةอัล-ฟุตูฮาต อัล-อิสลามิยยะฮ์ หรือ อาหรับ: فتح‎ “ฟะตะฮ์” แปลตรงตัวว่า การเปิด หรือญิฮัด[4]) (ค.ศ. 632–ค.ศ. 732) การพิชิตดินแดนโดยมุสลิมเริ่มขึ้นหลังจากการเสียชีวิตของนบีมุฮัมมัดของศาสนาอิสลาม นบีมุฮัมมัดก่อตั้งอาณาจักรทางการเมืองที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในคาบสมุทรอาหรับ ที่ต่อมาตกมาอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิกาหลิบรอชิดีน และ จักรวรรดิกาหลิปอุมัยยะห์ ซึ่งเป็นช่วงของการขยายดินแดนอันรวดเร็วของมุสลิมที่ไกลออกไปจากคาบสมุทรอาหรับ ในรูปของจักรวรรดิมุสลิม ที่ครอบคลุมดินแดนตั้งแต่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย, ข้ามเอเชียกลาง, ตะวันออกกลาง, แอฟริกาเหนือ, ตอนใต้ของอิตาลี, คาบสมุทรไอบีเรีย ไปจนถึงเทือกเขาพิเรนีส นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษเอ็ดเวิร์ด กิบบอน เขียน ประวัติศาสตร์ของการเสื่อมโทรมและการล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน (The History of the Decline and Fall of the Roman Empire) ว่า:

การพิชิตดินแดนโดยมุสลิม
Map of expansion of Caliphate.svg

การขยายในปีค.ศ.622–750 โดยมีเส้นเขตแดนเป็นเส้นปัจจุบัน
วันที่ ค.ศ.622–750
สถานที่ ลิแวนต์, เมโสโปเตเมีย, เปอร์เซีย, แอฟริกาเหนือ, คาบสมุทรไอบีเรีย, กอล, ทรานโซซาเนีย, แคว้นสินธ์, คาบูลสถาน, ซามินดาวาร์, ซาบูลิสถาน, คุรอซาน, ตูคาริสถาน, ซิสถาน และคอเคซัส
ผลลัพธ์
ดินแดน
เปลื่ยน
การขยายดินแดน:
  ภายใต้มุฮัมมัด, 622–632
คู่ขัดแย้ง
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ

ภายใต้การปกครองของประมุขอุมัยยะห์คนสุดท้าย จักรวรรดิอาหรับก็มีเนื้อที่ที่ใช้เวลาเดินสองร้อยวันตั้งแต่ตะวันออกไปจนถึงตะวันตก - ตั้งแต่ทาร์ทารี (Tartary) และอินเดียไปจนถึงฝั่งทะเลของมหาสมุทรแอตแลนติก

การพิชิตดินแดนโดยมุสลิมนำมาซึ่งการล่มสลายของจักรวรรดิซาสซานิยะห์และการสูญเสียดินแดนส่วนใหญ่ของจักรวรรดิไบแซนไทน์ สาเหตุของความสำเร็จของการขยายดินแดนเป็นการยากที่จะเข้าใจเพราะเอกสารที่มาจากสมัยที่ว่ามีหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่าในช่วงนั้นจักรวรรดิซาสซานิยะห์และจักรวรรดิไบแซนไทน์ก็เริ่มเสื่อมโทรมลงทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการทหารอยู่เป็นเวลาหลายสิบปีอยู่แล้ว นักประวัติศาสตร์ผู้อื่นเสนอความเห็นว่าประชาชนผู้อยู่ภายใต้การปกครองของสองจักรวรรดินี้ที่รวมทั้งชาวยิว และคริสเตียนในจักรวรรดิซาสซานิยะห์ และ ชาวยิว และชาวโมโนฟิซิทิสม์ในซีเรียมีความไม่พึงพอใจต่อประมุขผู้ปกครองในขณะนั้นและอาจจะยินดีที่มีมุสลิมเข้ามาปลดปล่อย ซึ่งมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางศาสนาของทั้งสองจักรวรรดิ[5] ในกรณีของอียิปต์ไบแซนไทน์, ปาเลสไตน์ และ ซีเรีย ดินแดนเหล่านี้เพิ่งตกไปเป็นของเปอร์เซียไม่นานก่อนหน้านั้น และมิได้ปกครองโดยไบแซนไทน์มาเป็นเวลากว่า 25 ปี แต่เฟรด ดอนเนอร์ แม็คกรอว์เสนอว่าลักษณะการก่อตั้งของรัฐในคาบสมุทร และ การประสานสัมพันธ์ในการเดินทัพ และในทางปรัชญาเป็นสาเหตุสำคัญในความสำเร็จของมุสลิมในการก่อตั้งจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน แต่ความคิดนี้ก็ไม่เป็นที่ยอมรับกันเท่าใดนัก การประมาณเนื้อที่ของจักรวรรดิกาหลิปมุสลิมเชื่อกันว่ามีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 5 ล้านตารางกิโลเมตรที่ทำให้เป็นจักรวรรดิที่ใหญ่กว่ารัฐใดๆ ในขณะนั้นนอกไปจากสหพันธรัฐรัสเซีย[6]

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 Nile Green (2016-12-12). Afghanistan's Islam: From Conversion to the Taliban. Cambridge University Press. p. 47. ISBN 9780520294134.
  2. 2.0 2.1 M. A. Sabhan (1979-03-08). The 'Abbāsid Revolution. Cambridge University Press. p. 11. ISBN 9780521295345.
  3. Pike, John. "Göktürk Empire". www.globalsecurity.org.
  4. Martin Sicker (2000), The Islamic World in Ascendancy: From the Arab Conquests to the Siege of Vienna, 'Praeger.
  5. Rosenwein, Barbara H. (2004). A Short History of the Middle Ages. Ontario. pp. 71–72.
  6. The End of the Jihad State, the Reign of Hisham Ibn 'Abd-al Malik and the collapse of the Umayyads.

ดูเพิ่มแก้ไข