เปิดเมนูหลัก

กองบัญชาการกองทัพไทย

(เปลี่ยนทางจาก กองบัญชาการทหารสูงสุด)

กองบัญชาการกองทัพไทย (อังกฤษ: Royal Thai Armed Forces Headquarters) เป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อ กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม[1] ซึ่งแปรสภาพมาจากกองบัญชาการทหารสูงสุด (Supreme Command Headquarters) มีหน้าที่ควบคุม อำนวยการ สั่งการและกำกับดูแลการดำเนินงานของส่วนราชการในกองทัพไทยในการเตรียมกำลัง การป้องกันราชอาณาจักร และการดำเนินการเกี่ยวกับการใช้กำลังทหารตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ[2] มีที่ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 127 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210 ผู้บังคับบัญชา ปัจจุบันคือ พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พลเอก ชัยชนะ นาคเกิด รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (คนที่ 1), พลเอก ชูชาติ บัวขาว รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (คนที่ 2), พลเรือเอก พัชระ พุ่มพิเชฏฐ์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (คนที่ 3), พลอากาศเอก วันชัย นุชเกษม รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (คนที่ 4), พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร

กองบัญชาการกองทัพไทย
Emblem of the Royal Thai Armed Forces HQ.svg
เครื่องหมายราชการกองบัญชาการกองทัพไทย
ประจำการ พ.ศ. 2500
ประเทศ ไทย
ขึ้นกับ กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม
กองบัญชาการ ไทย เลขที่ 127 หมู่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210
คำขวัญ เทิดราชัน ทันสมัย พัฒนา
ผู้บังคับบัญชา
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี

ประวัติแก้ไข

ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการทหารสูงสุดได้จัดตั้งขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกในช่วงปี พ.ศ. 2483 เนื่องในกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส และในปีถัดมา จากการที่ไทยเข้าร่วมสงครามมหาเอเชียบูรพา เพื่อทำหน้าที่ด้านบัญชาการรบในแต่ละคราว จัดเป็นกองบัญชาการเฉพาะกิจ โดยมีจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในเวลานั้น ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นสงครามแต่ละคราวแล้ว ทางราชการจึงได้ยุบกองบัญชาการทหารสูงสุดลง

ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้รับการรื้อฟื้นอีกครั้ง เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2500 โดยมีกรมเสนาธิการกลาโหม กระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่เป็นส่วนบัญชาการของผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ต่อมา ใน พ.ศ. 2503 ทางราชการได้เล็งเห็นความจำเป็นในการจัดตั้งกองบัญชาการทหารสูงสุดเป็นการถาวร เพื่อทำหน้าที่ในการเตรียมกำลังรบและป้องกันประเทศ จึงได้มีการแปรสภาพกรมเสนาธิการกลาโหมเป็นกองบัญชาการทหารสูงสุด พร้อมทั้งปรับปรุงและเพิ่มหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พุทธศักราช 2503

ในระยะเริ่มแรก กองบัญชาการทหารสูงสุด ได้แบ่งส่วนราชการออกเป็น 4 ฝ่าย คือ ฝ่ายเสนาธิการ ฝ่ายกิจการพิเศษ ฝ่ายยุทธบริการ และฝ่ายการศึกษา ต่อมาได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรอีกหลายครั้ง จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ กองบัญชาการทหารสูงสุดจึงได้แบ่งส่วนราชการออกเป็น 5 ส่วน คือ ส่วนการบังคับบัญชา ส่วนเสนาธิการร่วม ส่วนปฏิบัติการ ส่วนกิจการพิเศษ และส่วนการศึกษา[3]

ใน พ.ศ. 2551 ได้มีการจัดส่วนราชการในกระทรวงกลาโหมใหม่ ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พุทธศักราช 2551 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2551 ซึ่งตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ กองบัญชาการทหารสูงสุดได้แปรสภาพเป็นกองบัญชาการกองทัพไทย โดยเป็นส่วนราชการในกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม มีหน้าที่ควบคุม อำนวยการ สั่งการ และกำกับดูแลการดำเนินงานของส่วนราชการในกองทัพไทย ในการเตรียมกำลัง การป้องกันราชอาณาจักร และการดำเนินการเกี่ยวกับการใช้กำลังทหารตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบ[1][4]

การจัดส่วนราชการแก้ไข

กองบัญชาการกองทัพไทยจัดผังการแบ่งส่วนราชการ ดังนี้

ส่วนบังคับบัญชา ส่วนเสนาธิการร่วม
  • สำนักผู้บัญชาการทหารไทย
    • • สำนักกองบัญชาการ กองบัญชาการกองทัพไทย • สำนักเลขานุการ กองบัญชาการกองทัพไทย • สำนักงานจเรทหาร • สำนักงานตรวจสอบภายในทหาร • สำนักงานพระธรรมนูญทหาร • สำนักสวัสดิการทหาร • สำนักยุทธโยธาทหาร • ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง • ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ • ศูนย์ไซเบอร์ทหาร
    • กองทัพบกไทย **กองทัพเรือไทย **กองทัพอากาศไทย
• กรมกำลังพลทหาร

• กรมข่าวทหาร

• กรมยุทธการทหาร

• กรมส่งกำลังบำรุงทหาร

• กรมกิจการพลเรือนทหาร

• กรมการสื่อสารทหาร

   - ศูนย์การโทรคมนาคมทหาร

   - ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศทหาร

   - สำนักแผนและอำนวยการสื่อสาร

   - กองฝึกอบรมกรมการสื่อสารทหาร

• สำนักงานปลัดบัญชีทหาร

ส่วนกิจการพิเศษ ส่วนปฏิบัติการ ส่วนการศึกษา
  • • กรมสารบรรณทหาร • กรมการเงินทหาร • กรมแผนที่ทหาร • กรมยุทธบริการทหาร    - สำนักงานแพทย์ทหาร • กรมกิจการชายแดนทหาร

[2][5]

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข