ไททานิก (ภาพยนตร์)

(เปลี่ยนทางจาก ไททานิค (ภาพยนตร์))
สำหรับเรือ ไททานิก ดูที่ อาร์เอ็มเอสไททานิก

ไททานิก (อังกฤษ: Titanic) เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวมหากาพย์ความรักและภัยพิบัติ ออกฉายเมื่อปี ค.ศ. 1997 กำกับ, เขียนบท, ร่วมอำนวยการสร้างและร่วมตัดต่อโดย เจมส์ คาเมรอน ภาพยนตร์เรื่องนี้อิงจากเหตุการณ์การจมของ อาร์เอ็มเอส ไททานิก (อังกฤษ: RMS Titanic) ผสมผสานทั้งด้านประวัติศาสตร์และด้านสมมติ แสดงนำโดย ลีโอนาโด ดิคาปริโอ และ เคท วินสเลท เป็นคนในชนชั้นทางสังคมที่แตกต่างกันซึ่งตกหลุมรักบนเรือในระหว่างการเดินทางครั้งแรกที่อาภัพ

ไททานิก
Titanicposter.jpg
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับเจมส์ คาเมรอน
อำนวยการสร้าง
เขียนเจมส์ คาเมรอน
นักแสดงนำ
เพลงประกอบเจมส์ ออนเนอร์
กำกับภาพรัสเซลล์ คาร์เพนเตอร์
ตัดต่อคอนราด บัพพ์ ที่ 4
เจมส์ คาเมรอน
ริชาร์ด เอ. ฮาร์ริส
ผู้จัดจำหน่ายทเวนตีส์เซ็นจูรีฟ็อกซ์
(ทั่วโลก)
พาราเมาต์พิกเจอส์
(อเมริกาและแคนาดา)
วันฉาย19 ธันวาคม ค.ศ. 1997 (อเมริกา)
24 ธันวาคม ค.ศ. 1997 (ไทย)
5 เมษายน ค.ศ. 2012
(สามมิติและไอแมกซ์)
ความยาว195 นาที[1]
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาษาอังกฤษ
งบประมาณ200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2][3][4]
รายได้2,187 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[5]
ข้อมูลจาก All Movie Guide
ข้อมูลจาก IMDb

แรงบันดาลใจสำหรับภาพยนตร์ของคาเมรอนมาจากความหลงใหลในซากเรือแตก เขารู้สึกว่าเรื่องราวความรักสลับกับการสูญเสียของมนุษย์จะเป็นสิ่งสำคัญในการถ่ายทอดผลกระทบทางอารมณ์ของภัยพิบัติ งานสร้างเริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ. 1995 ซึ่งคาเมรอนได้ลงไปถ่ายทำซากเรือ ไททานิก ส่วนฉากในยุคปัจจุบันถ่ายทำบนเรือวิจัย Akademik Mstislav Keldysh ซึ่งคาเมรอนใช้เป็นฐานในการถ่ายทำซากเรือ มีการสร้างแบบขนาดจำลอง, การใช้ภาพที่สร้างจากคอมพิวเตอร์และการก่อสร้าง ไททานิก ใหม่ที่ บาฮาสตูดิโอ เพื่อใช้ในการถ่ายทำฉากการจม ภาพยนตร์ได้รับทุนสร้างร่วมกันจาก พาราเมาต์พิกเจอส์ (เป็นผู้จัดจำหน่ายในอเมริกาเหนือ) และ ทเวนตีส์เซ็นจูรีฟ็อกซ์ (เป็นผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก) เคยเป็นภาพยนตร์ที่มีทุนสร้างสูงที่สุดในช่วงเวลานั้น โดยมีทุนสร้าง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อฉายวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 1997 ไททานิก ประสบความสำเร็จอย่างมากในด้านคำวิจารณ์และเชิงพาณิชย์ ได้รับการเสนอชื่อใน รางวัลออสการ์ จำนวน 14 สาขา เท่ากับภาพยนตร์เรื่อง วิมานลวง หรือ All About Eve (1950) และชนะเลิศ 11 สาขา รวมทั้ง สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม เท่ากับ เบนเฮอร์ (1959) สำหรับภาพยนตร์เดี่ยวที่ได้รับรางวัลออสการ์มากที่สุด ภาพยนตร์ทำเงินจากการฉายครั้งแรกมากกว่า 1,843 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไททานิก เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำงานมากกว่าพันล้านและกลายเป็นภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดในเวลานั้น จนกระทั่ง อวตาร ของคาเมรอนแซงไปเมื่อปี ค.ศ. 2010 ไททานิก ในรูปแบบสามมิตินั้นฉายเมื่อ 4 เมษายน ค.ศ. 2012 เพื่อรำลึกถึงหนึ่งร้อยปีของการจม ทำเงินเพิ่มเติม 343.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก ทำให้รวมแล้วเท่ากับ 2,187 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นภาพยนตร์เรื่องที่สองที่ทำเงินมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หลัง อวตาร) เมื่อปี ค.ศ. 2017 ภาพยนตร์ได้ฉายอีกครั้งในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปีของภาพยนตร์และถูกเลือกให้เก็บรักษาไว้ในทะเบียนภาพยนตร์แห่งชาติของสหรัฐ

โครงเรื่องแก้ไข

เริ่มเรื่องขึ้นเมื่อมีการพบซากเรือที่มหาสมุทรแอตแลนติคเหนือ ปี ค.ศ. 1985 บร๊อค โลเวตนักสำรวจชาวอเมริกัน ได้ดำลงไปสำรวจหาซากเรือเพื่อหาสมบัติอันล้ำค่า แต่กลับได้พบภาพวาดลายเส้น รูปหญิงสาวเปลือยกายที่สวม สร้อยคอและจี้เพชรเท่านั้น ผู้ที่เป็นแบบในภาพวาดก็คือ โรส และเธอได้เล่าเหตุการณ์ให้ทุกคนฟัง

ย้อนในปี ค.ศ. 1912 แจ๊ค ดอว์สัน เด็กหนุ่มเต็ดเตร่ชาวอเมริกันได้โชคเป็นตั๋วโดยสารเรือไททานิกชั้น 3 จากการเล่นโป๊กเกอร์ นั่นทำให้เขาได้พบ โรส เดวิท บูเคเตอร์ โรส เดวิท บูเกเตอร์ สาวงามผู้เป็นบุตรีจากครอบครัวชั้นสูงและคุณหนูผู้ดีมีตระกูล ได้เดินทางมากับเรือไททานิกพร้อมแม่ ซึ่งก็คือ รูธ เดวิท บูเกเตอร์ และคู่หมั้นหนุ่ม แคล หรือเซลดอน นาธาน ฮ๊อคลี่ย์ มหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่ง และเอาแต่ใจตัวเอง ทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงาน หลังเดินทางถึงฟิลลาเดลเฟีย

โรสมีความอึดอัดในการใช้ชีวิตแบบสังคมชั้นสูงจากการบังคับของแม่และฮ็อคลี่ย์ และไม่พอใจที่ถูกบีบบังคับ และทนรับชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายและบีบคั้นไม่ไหว ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ เธอวิ่งไปที่ด้านท้ายเรือและพยายามที่จะฆ่าตัวตาย แต่แล้วโรสก็พบกับ แจ๊ค ชายหนุ่มยากไร้ ผู้มีชีวิตเป็นอิสระ ได้เห็นเหตุการณ์ และเขาได้ช่วยชีวิตเธอไว้ทันท่วงที นั่นทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกิดขึ้น

ฮ็อกลี่ย์ได้ตอบแทนแจ๊ค ด้วยการชวนขึ้นไปร่วมดินเนอร์กับผู้โดยสารชั้นหนึ่ง แจ๊คโดนเยาะเย้นถากถางในระหว่างดินเนอร์ แต่เขาก็ตอบได้อย่างชาญฉลาดและเป็นตัวของเขาเอง ทำให้โรสประทับใจตัวแจ๊คมากขึ้น

แจ๊คพาเธอไปรู้จักชีวิตอีกด้านที่เป็นอิสระของเขา สาวน้อยได้รับในสิ่งที่เธอขาดมาตลอด นั่นคือความเป็นอิสระในการได้ทำทุกอย่างที่ใจต้องการ

โรสใช้ชีวิตที่สนุกสนานในส่วนของผู้โดยสารชั้นสาม ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคู่หมั้นหนุ่มเลวร้ายลง ในขณะที่ความสัมพันธ์กับแจ๊คได้ลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ สร้างความริษยาให้กับ ฮ๊อคลี่ย์ จนตัดสินใจใส่ร้ายแจ๊ค และจับไปคุมขังที่ใต้ท้องเรือจนกระทั่งวาระสุดท้ายของไททานิกมาถึง

ในคืนนั้นไททานิกก็พบกับความหายนะเมื่อ พุ่งเข้าชนภูเขาน้ำแข็ง จนบริเวณใต้ท้องเรือเกิดความเสียหายจนไม่สามารถแก้ไขได้ ความโกลาหลวุ่นวายได้เกิดขึ้น เพราะทุกชีวิตต่างดิ้นรนที่จะเอาตัวรอด ในที่สุดเรือไททานิกที่ยิ่งใหญ่

และเคยถูกเชื่อว่าไม่มีวันจม ก็ดำดิ่งลงสู่ก้นทะเลลึกพร้อมผู้โดยสารอีกเกือบ 1500 ชีวิต ในขณะที่แจ๊คและโรสกำลังลอยอยู่กลางมหาสมุทรอันหนาวเย็น ท่ามกลางความมืด และความฝันที่กำลังสูญสิ้น โดยทั้งหมดผ่านการเล่าเรื่องจากโรสในวัยชรา ผู้โดยสารไททานิกที่รอดชีวิตคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่

ไททานิกในเมืองไทยแก้ไข

ไททานิกเข้าฉายในประเทศไทย ในวันแรกคือวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1997 (แต่ทุกโรงได้ฉายก่อนล่วงหน้าหนึ่งวัน คือวันพุธที่ 24 ธันวาคม เว้นแต่ในโรงเครืออีจีวีที่ฉายตามกำหนดเดิม) โดยไม่มีชื่อเป็นภาษาไทย และเมื่อฉายแล้วก็ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ขึ้นในสังคม

จนเป็นวลีที่พูดติดปากกันว่า "แจ๊คกับโรส" และโดยเฉพาะในหมู่เด็กสาว ๆ ที่คลั่งไคล้ดารานำชาย คือ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เหมือนกับหลายประเทศที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย โดยสื่อต่าง ๆ และสังคมมีการนำเสนอแง่มุมหรือเรื่องราวต่าง ๆ ของดารานำชายผู้นี้อย่างกว้างขวาง

เพลงประกอบภาพยนตร์ "มายฮาร์ตวิลโกออน" ซึ่งประพันธ์โดยวิลล์ เจนนิง อำนวยเพลงโดยเจมส์ ฮอร์เนอร์ และวอลเตอร์ เอฟฟานาซีฟ ขับร้องโดยเซลีน ดิออน ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง โดยได้รับการเปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุนานนับเดือน

กับทั้งยังส่งผลต่อฉบับลอกแบบอื่น ๆ ที่ตามอีกด้วย เช่น ฉบับบรรเลงโดย เคนนี จี หรือฉบับภาษาไทยที่มีผู้ลักลอบแปลและบันทึกเสียงออกจำหน่าย

ตัวละครแก้ไข

ตัวละครสมมุติ (ไม่มีจริง)แก้ไข

ตัวละคร รับบทโดย บทบาท
แจ๊ค ดอว์สัน
(Jack Dawson)
ลีโอนาโด ดิคาปริโอ ชายหนุ่มคนรักของโรส : เสียชีวิต
โรส เดวิท บูเคเตอร์
(Rose DeWitt Bukater)
เคท วินสเลท
(Kate Winslet)
หญิงสาวชนชั้นสูง คนรักของแจ๊ค : รอดชีวิต
เซลดอน นาธาน ฮ็อกลีย์
(Caledon Nathan Hockley)
บิลลี่ เซน
(Billy Zane)
คู่หมั้นของโรส : รอดชีวิต (แต่เสียชีวิตในภายหลังโดยการยิงกรอกปากตัวเองตาย)
รูธ เดวิท บูเคเตอร์
(Ruth DeWitt Bukater)
ฟรานเซส ฟิชเช่อร์ (Frances Fisher) แม่ของโรส : รอดชีวิต
สไปเซอร์ เลิฟจอย
(Spicer Lovejoy)
เดวิด วอร์เนอร์
(David Warner)
คนรับใช้ของฮ็อกลี่ย์ : เสียชีวิต ขณะที่เรือกำลังขาดออกเป็นสองท่อน เลิฟจอยได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและตกลงไประหว่างกลางของเรือ
ฟาบริซิโอ เดอ รอสซี (Fabrizio De Rossi) แดนนี นุคคิ
(Danny Nucci)
เพื่อนของแจ๊ค คาดว่าถูกปล่องไฟล้มทับ : เสียชีวิต
ทอมมี ไรอัน
(Tommy Ryan)
เจสัน แบร์รี
(Jason Barry)
เพื่อนของแจ๊ค ถูกเจ้าหน้าที่ยิง : เสียชีวิต
บร็อค เลิฟเว็ตต์
(Brock Lovett)
บิล แพกซ์ตัน
(Bill Paxton)
นักล่าสมบัติในยุคปัจจุบัน ผู้ที่เจอกับโรสในตอนที่โรสแก่ : ไม่อยู่ในเหตุการณ์
เลวิส โบดีน
(Lewis Bodine)
เลวิส อเบอร์นาธี
(Lewis Abernathy)
เพื่อนของบร็อค เลิฟเว็ตต์ : ไม่อยู่ในเหตุการณ์
โรส ดอว์สัน
(Rose Dawson)
กลอเรีย สจ๊วต
(Gloria Stuart)
โรสในปัจจุบัน เปลี่ยนนามสกุล ปัจจุบันอาศัยอยู่กับหลานสาว : รอดชีวิต (เสียชีวิตในภายหลังเพราะโรคชรา)
ลิซซี คาลเวิร์ต
(Lizzy Calvert)
ซูซี อมิส
(Suzy Amis)
หลานสาวของโรส : ไม่อยู่ในเหตุการณ์

ตัวละครที่มีตัวตนจริงแก้ไข

ตัวละคร รับบทโดย
มาร์กาเร็ต บราวน์ (Margaret Brown) มอลลีผู้ไม่มีวันจม เคธี เบตส์ (Kathy Batesr)
โธมัส แอนดรูวส์ (Thomas Andrews) ผู้ออกแบบเรือ วิคเตอร์ การ์เบอร์ (Victor Garber)
เอ็ดเวิร์ด จอห์น สมิธ (Edward John Smith) กัปตันเรือ เบอร์นาร์ด ฮิลล์ (Bernard Hill)
โจเซฟ บรูซ อิสเมย์ (Joseph Bruce Ismay) เจ้าของเรือ โจนาธาน ไฮด์ (Jonathan Hyde)
วอลเลซ ฮาร์ทลีย์ (Wallace Hartley) หัวหน้าวงออเคสตร้า โจนาธาน อีแวน-โจนส์ (Jonathan Evan-Jones)
วิลเลียม เมอร์ดอช (William Murdoch) เจ้าหน้าที่เรือ
(ที่ฆ่าทอมมี ไรอัน ในภาพยนตร์)
อีแวน สจวต (Ewan Stewart)
ฮาโรลด์ โลวอ์ (Harold Lowe) เจ้าหน้าที่เรือที่รอด และสั่งการให้นำเรือ
สำรองมาช่วยผู้โดยสารที่ลอยคอหลังเรือจม
ไอโอน กรัฟฟัดด์ (Ioan Gruffudd)
เจมส์ มูดดี (James Moody) เจ้าหน้าที่เรือที่รับแจ๊คและฟาบริซิโอขึ้นเรือ
และรับโทรศัพท์ในตอนที่ยามเสากระโดงพบภูเขาน้ำแข็ง
เอ็ดเวิร์ด เฟลตเชอร์ (Edward Fletcher)

รางวัลที่ได้รับแก้ไข

ไททานิก ได้รับรางวัลระดับแนวหน้าของโลกจำนวนมาก แต่ที่เป็นที่กล่าวถึงมากที่สุด คือ การที่สามารถชนะเลิศรางวัลออสการ์ ได้ถึง 11 สาขา ซึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องใดที่ได้รางวัลออสการ์มากกว่า 11 สาขาเลย ส่วนภาพยนตร์ที่ได้รางวัล 11 สาขาเท่ากัน มีเพียง 3 เรื่องในประวัติศาสตร์ คือ เบนเฮอร์, ไททานิก และ ลอร์ดออฟเดอะริงส์: มหาสงครามชิงพิภพ รางวัลที่มีชื่อเสียงที่ภาพยนตร์เรื่องไททานิกได้รับ ได้แก่

การกลับมาฉายใหม่แก้ไข

ในต้นเดือนเมษายนปี ค.ศ. 2012 ไททานิกได้กลับมาฉายใหม่ในระบบสามมิติและไอแมกซ์ ในวาระครบรอบ 100 ปี ที่ไททานิกได้จมลง

ดูเพิ่มแก้ไข

หมายเหตุแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "TITANIC (12)". British Board of Film Classification. November 14, 1997. สืบค้นเมื่อ November 8, 2014.
  2. Garrett, Diane (April 20, 2007). "Big-budget bang-ups". Variety. สืบค้นเมื่อ November 16, 2009.
  3. Wyatt, Justin; Vlesmas, Katherine (1999). "The Drama of Recoupment: On the Mass Media Negotiation of Titanic". pp. 29–45. Missing or empty |title= (help) In Sandler & Studlar (1999).
  4. Welkos, Robert W. (February 11, 1998). "The $200-Million Lesson of 'Titanic'". Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ December 12, 2009.
  5. "Titanic for Titanic (2012)". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ April 7, 2012.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข