เจ้าพระยาสุรวงษ์วัฒนศักดิ์ (โต บุนนาค)

นายพลโท เจ้าพระยาสุรวงษ์วัฒนศักดิ์ (นามเดิม: โต บุนนาค; พ.ศ. 2394 - 8 ตุลาคม พ.ศ. 2452) เป็นบุตรของเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) กับท่านผู้หญิงอ่วม สุรวงษ์ไวยวัฒน์ จบการศึกษาวิชาทหารปืนใหญ่จากประเทศอังกฤษ

เจ้าพระยาสุรวงษ์วัฒนศักดิ์
(โต บุนนาค)
เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์.jpg
เกิดพ.ศ. 2394
เสียชีวิต8 ตุลาคม พ.ศ. 2452 (58 ปี)
เมืองเพชรบุรี
คู่สมรสท่านผู้หญิงตลับ สุรวงษ์วัฒนศักดิ์
บุตรพระยาสุริยานุวงศ์ประวัติ (เต็น บุนนาค)
ฯลฯ
บิดามารดาเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค)
ท่านผู้หญิงอ่วม สุรวงษ์ไวยวัฒน์

เริ่มรับราชการเมื่อ พ.ศ. 2421 ในรัชกาลที่ 5 เป็นที่พระอมรวิสัยสรเดช ผู้บังคับการกองทหารปืนใหญ่ และ เป็นผู้บังคับการโรงเรียนนายร้อยทหารบก ต่อมาเป็นราชองครักษ์ประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับโปรดเกล้าฯ เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาสีหราชเดโชชัย ถือศักดินา ๑๐๐๐๐ พร้อมกับรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น ทุติยจุลจอมเกล้า เมื่อ พ.ศ. 2431 จากนั้นในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2432 จึงได้รับพระราชทานยศทหารเป็น พลตรี [1]

ต่อมาในปี พ.ศ. 2443 ได้รับสถาปนาเป็น เจ้าพระยาสุรวงษ์วัฒนศักดิ์ อรรคยโสดมบรมนารถ วรุตมามาตยมหาเสนาบดี ยุทธวิธีสมันตเวท อนีกเดชกิติกำจร สุจริตสาธรมหาสวามิภักดิ ราชานุรักษธุรนิพัทธ ศรีรัตนไตรยสรณธาดา อุดมเมตยาชวาไศรย อภัยพิริยบรากรมพาหุ[2] ดำรงตำแหน่งสุดท้ายที่สมุหราชองครักษ์และยศสุดท้ายทางทหารที่ พลโท[3]

เจ้าพระยาสุรวงษ์วัฒนศักดิ์ มีบุตรธิดารวม 27 คน

เจ้าพระยาสุรวงษ์วัฒนศักดิ์ ป่วยเป็นโรคหัวใจอ่อนมาหลายเดือน ถึงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2452 ระหว่างตามเสด็จฯ เมืองเพชรบุรี ท่านเกิดอาการแน่นหน้าอก แพทย์ชาวตะวันตกจึงจัดยารักษา อาการก็สงบลง แล้วกลับกำเริบขึ้นเป็นระยะ จนเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2452 เวลา 7 ทุ่ม 15 นาที อาการกลับทรุดลงอีก ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเวลา 7 ทุ่ม 40 นาที สิริอายุได้ 58 ปี วันต่อมาจึงเคลื่อนย้ายศพทางรถไฟกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ของท่าน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ มาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ได้รับพระราชทานโกศแปดเหลี่ยมบรรจุศพ[4] และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2455 ณ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร[5]

สายสกุลบุนนาคแก้ไข

เจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) บิดา เจ้าพระยาสุรวงษ์วัฒนศักดิ์ นับเป็นสายสกุลบุนนาคชั้นที่สามในกรุงรัตนโกสินทร์ มีบุตรที่รับราชกาลในสมัยรัชกาลที่ 5 เช่น พระยาประภากรวงศ์วรวุฒิภักดี และเป็นเจ้าจอมใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่น เจ้าคุณพระประยุรวงศ์ (เจ้าคุณจอมมารดาแพ ในรัชกาลที่ 5) เจ้าจอมมารดาโหมด ในรัชกาลที่ 5 คุณหญิง เล็ก บุนนาค พระชนนี ใน พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข หม่อมแม้น ภานุพันธุ์ ณ อยุธยา หม่อมห้ามสะใภ้หลวงใน สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช

สกุลบุนนาคในปัจจุบัน ที่รับราชการและช่วยงานราชการ สาธารณประโยชน์ได้แก่

ยสฬิ์ศิวะ อิสรสิงหนาท คณะทำงานด้านการฝึกอบรมข้าราชการในสังกัด กระทรวงยุติธรรม มีศักดิ์เป็นเหลน ของ มณี สิริวรสาร มี บุตรธิดา คือ

  • หม่อมราชวงศ์เดชนศักดิ์ ศักดิเดชน์ ภาณุพันธุ์
  • หม่อมราชวงศ์ทินศักดิ์ ศักดิเดชน์ ภาณุพันธุ์
  • หม่อมราชวงศ์อรมณี ภาณุพันธุ์

มณี สิริวรสาร สกุลเดิมบุนนาค สะใภ้หลวงใน พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภัสสรวงศ์ และ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต

เป็นพระโอรสในสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช

เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี

สำหรับผู้ที่จะเป็นผู้นำในการสืบสกุลบุนนาคสายตรงและสายที่แตกออกไปนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้นั้นเป็นผู้รักษาสมบัติสำหรับสกุลบุนนาค คือ อัฐิเจ้าคุณพระราชพันธุ์ผู้เป็นต้นสกุล ได้แก่ อัฐิของเจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) กับเจ้าคุณนวล และสิ่งของบางอย่างซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวแต่ละพระองค์พระราชทานแก่สมเด็จเจ้าพระยาฯ อาทิเช่น พระทนต์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งได้พระราชทานให้เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) เก็บรักษาไว้เมื่อครั้งยังทรงพระชนม์อยู่ สมบัติดังกล่าวนี้รักษามาตั้งแต่ครั้งสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมอบให้เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) รักษาสืบต่อมา เมื่อท่านถึงแก่อสัญกรรม ก็โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ (โต บุนนาค) รักษาสมบัติสำหรับสกุลสืบต่อมา และเมื่อท่านถึงแก่อสัญกรรม ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุริยานุวงศ์ประวัติ (เต็น บุนนาค) เป็นผู้รักษาสมบัติสำหรับสกุลสืบต่อมาจนถึงแผ่นดินสมัยรัชกาล ที่ ๖

ยศและบรรดาศักดิ์แก้ไข

  • พระอมรวิไสยสรเดช
  • พ.ศ. 2431 พันเอก[6]
  • พ.ศ. 2431 พระยาสีหราชเดโชไชย[7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  • กิตติพงษ์ วิโรจน์ธรรมากูร, ๑๐๐ ปีภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในงานพระพุทธชินราชประจำปี วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม รัตนโกสินทรศก ๑๒๓, ดำรงวิทยา, 2548 ISBN 974-93740-5-3
  1. พระราชทานสัญญาบัตรพลเรือนและทหาร (หน้า ๑๐)
  2. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เลื่อนกรมแลตั้งกรมพระองค์เจ้า เจ้าพระยา, เล่ม ๑๗, ตอนที่ ๓๕, ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๓, หน้า ๔๘๑
  3. พระราชทานสัญญาบัตรทหารบก
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวอสัญกรรม, เล่ม ๒๖, ตอนที่ ๐ ง, ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๒, หน้า ๑๕๖๑-๓
  5. ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวพระราชทานเพลิงศพ นายพลโท เจ้าพระยาสุรวงษ์วัฒนศักดิ์, เล่ม ๒๙, ตอนที่ ง, ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๕๕, หน้า ๒๗๗-๙
  6. พระราชทานสัญญาบัตรข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือน (หน้า ๑๖๓)
  7. การพิธีฉัตรมงคล และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (หน้า ๓๑๑)
  8. พระราชทานบำเหน็จความชอบแม่ทัพนายกอง และเจ้านครหลวงพระบางทูลลา (หน้า ๒๖๓)
  9. การพิธีฉัตรมงคล และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (หน้า ๓๑๑)
  10. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  11. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  12. พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า และ ฝ่ายใน
  13. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๑๙, ตอนที่ ๒๘, ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๔๕, หน้า ๕๗๗
  14. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔, เล่ม ๒๑, ตอน ๓๒, ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๕๖๔